6 เดือนก่อน...
หลังจากเรียนจบปริญญาโทที่อังกฤษ เคชินทร์ก็ได้รับสายจากคุณพ่อให้รีบกลับมาช่วยงานที่บริษัทโดยด่วน แม้ว่าสองพ่อลูกจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นัก แต่ชายหนุ่มก็ไม่ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับมาไทย เขาเคยแนะนำคุณพ่อเื่เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนแล้ว แต่ชายแก่คนนั้นก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายก็ต้องให้ลูกชายคอยล้างคอยกวาดปลิงดูดเืที่สูบเงินจากบริษัทและลากคนเ่าั้เข้าตารางด้วยตัวเอง
เคชินทร์ใช้เวลาหนึ่งเดือนแรกเปลี่ยนแปลงระบบในบริษัทอย่างหนัก เขากลับคอนโดดึกดื่นทุกวันหรือบางครั้งก็แทบจะไม่ได้นอน ความเหนื่อยล้าจากการทำงานเริ่มทำให้ชายหนุ่มอึดอัด ทั้งๆที่เขาสามารถเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมาได้เองแท้ๆ แต่กลับต้องมานั่งเคลียร์งานบ้อบอจนสมองไม่มีที่เก็บอะไรอีกแล้ว
“ไอ้เจมส์ นี่กูเอง”
“เฮ้ย มึงกลับมาไทยแล้วหรอวะ”
เสียงเพื่อนสนิทะโออกมาจากโทรศัพท์จนชายหนุ่มต้องโยกหูออก
“เออ วันนี้ร้านมึงมั้ย”
“เปิดทุกวัน แล้วนี่มึงพึ่งกลับมาหรอ”
“เดือนนึงละ”
“ไอ้เหี้ย แล้วทำไมไม่โทรหาเพื่อนฟูงบ้างเลยวะ!”
“มึงจะะโทำไม หูกูจะแตกแล้ว”
“มึงนี่ยังเหมือนเลยนะ ไม่บอกกูปีหน้าเลยล่ะว่าถึงประเทศบ้านเกิด”
“กูไม่มีเวลามาพูดไร้สาระ เอาเป็ว่าหาเด็กไว้คนหนึ่ง กูกำลังเข้าไป”
“โถ นี่ถ้าไม่เงี่ยนก็ไม่โทรหากูสินะ”
ชายหนุ่มวางสายก่อนจะดันเอกสารมากมายให้ห่างจากตัว เคชินทร์เข้าไปในลิฟต์และพาตัวเองดำดิ่งลงมาถึงชั้นจอดรถใต้ดิน เสียงรถหรูดังกระหึ่มสะท้อนห้องขนาดใหญ่ ก่อนที่สี่ล้อจะขับเคลื่อนออกไปยังผับบาร์ของเพื่อนสนิท ั้แ่ที่มาถึงไทย...รสชาติอาหารจัดจ้านก็ยังไม่ตกถึงท้องเลยซักคน
ณ ผับหรู...
สายตาของหญิงสาวผู้ชอบท่องเที่ยวราตรีจับจ้องมายังชายร่างสูงโปร่งใบหน้าคมเข้ม แม้จะไม่ได้แต่งตัวพิถีพิถัน แต่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุม้าออกสามเม็ดก็โชว์แผงกล้ามหน้าอกมัดใหญ่จนเรียกความสนใจเป็อย่างมาก เคชินทร์มุ่งไปยังโซน VIP โดยไม่สนใจผู้ใด เขาเหนื่อยที่จะออกล่า ่ชีวิตวัยรุ่นที่ผ่านมามันเต็มที่จนไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว ยิ่งอีกแค่ปีเดียวท่านประธานก็จะขึ้นเลขสาม ร่างสูงก็ค้นพบว่าการสั่งอาหารมารับประทานถึงเตียงก็ไม่ใช่เื่น่าเบื่ออะไร แถมเมนูที่เพื่อนแนะนำให้ก็ละลานตาเต็มไปหมด
“ไอ้เพื่อนรัก!”
“แหกปากมาเลยนะมึง”
เคชินทร์ทักทายเพื่อนสนิทก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเพิ่มอีกหนึ่งเม็ด วันนี้เขารู้สึกร้อนเป็พิเศษเลยไม่มีอารมณ์ตลกขบขันไปกับชายผมทอง แม้ว่าเจมส์จะไม่ใช่ฝรั่งหรือลูกครึ่งแต่อย่างใด แต่เขากลับชอบให้สีผมทองอร่ามสะท้อนแสงไฟยามราตรีอยู่เสมอ
“แฟ้มอยู่ไหน”
“เฮ้ยไอ้ชินทร์ ใจเย็นๆดี๊ ไม่เจอเพื่อนเป็ปีมึงสนใจกูหน่อยก็ได้”
“คนอย่างมึงไม่ตายง่ายๆหรอก รีบๆเอามา”
“ไอ้เวรเอ้ย”
เจมส์สบถปากอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะควักมือเรียกลูกน้องให้ไปหาแฟ้มรายชื่อเด็กนั่งดริ้งมาให้เพื่อนสนิท แต่พอคิดไปคิดมาว่าไม่นานมานี้มีเด็กใหม่มาสมัครงาน เจมส์จึงดึงแฟ้มออกจากมือของร่างสูง เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าชื่นชอบแบบไหนมากเป็พิเศษ เพราะน้องที่มาใหม่ยังไม่ถูกบรรจุลงไปในแฟ้ม
“มึงจะกวนตีนอะไรกูอีก”
“กูบอกให้มึงใจเย็นๆไอ้ชินทร์ พอดีว่าร้านกูมีเด็กใหม่เลยอยากให้มึงรู้จัก”
“ไม่ต้อง กูเอาใครก็ได้”
“เฮ้ย ไอ้นี่ ฟังกูก่อนสิวะ”
ชายหนุ่มตะคอกใส่เพื่อนด้วยความเหลือทน เจมส์ยึดแฟ้มเด็กนั่งดริ้งออกจากโต๊ะ ก่อนจะสาดส่องสายตาลงไปยังชั้นล่าง เนื่องจากเขาพึ่งเห็นน้องลูกสนลงไปชงเหล้าให้แขกที่เรียกตัวไปพอดี เมื่อสายตาพลันไปเห็นร่างเล็กผิวขาวใสกำลังถูกชายมากมายห้อมล้อม นิ้วเ้าของร้านจึงได้ชี้ให้เพื่อนสนิทได้เห็นบ้าง
“นั่นน่ะ น้องคนนั้น”
“กูไม่สน รีบๆเอาแฟ้มมา”
“ไอ้ชินทร์เดี๋ยวกูตบหัวคว่ำ”
เคชินทร์ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอื้อมใบหน้าคมเข้มปลายตามองไปยังด้านล่าง ทันทีที่สายตาคมได้เห็นเด็กหนุ่มใบหน้าจิ้มลิ้มหัวเราะคิกคักอยู่บนโต๊ะด้านล่าง คิ้วเข้มก็เกิดอาการกระตุกเล็กน้อย ใบหน้าไร้พิษภัยและไร้เดียงสาช่างไม่เหมาะกับสถานที่อโคจรเช่นนี้เหลือเกิน
“ตาค้างไปเลยสิมึง”
“งั้นๆ”
“อาา กูรู้ว่าเพื่อนกูชอบแบบไหน ใบหน้าใสๆอ่อนต่อโลกตามคนไม่ค่อยทันแบบนั้นของชอบมึงเลยหนิ”
“มึงไปหลอกเด็กที่ไหนมาอีก”
“ไอ้นี่ น้องเขาเข้ามาสมัครเอง”
มือหนาลูบคางด้วยความพอใจ ยิ่งได้มองเคชินทร์ก็รู้สึกถูกชะตาอย่างน่าประหลาด รอยยิ้มที่เด็กหนุ่มฝืนออกมามันดูออกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ค่อยชอบงานที่ตัวเองทำเท่าไหร่นัก และผู้ชายมากมายที่ห้อมล้อมอยู่นั้นก็จำนวนมากเกินกว่าที่เด็กน้อยจะรับไหว
“ถ้ามึงอยากแนะนำมากขนาดนั้นก็ไปเอาตัวมาสิ”
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวให้น้องเขาดูแลลูกค้ากลุ่มนั้นก่อน”
“เท่าไหร่...สองเท่า”
“ไอ้เวร มึงคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างหรือไงวะ”
“สิบเท่า?”
“ไอ้เหี้ย มึงจะะโข้ามเวลเกินไปมั้ย”
“..…”
“อ่าๆ ครั้งนี้กูไม่คิดเงินถือซะว่าเลี้ยงต้อนรับที่เพื่อนรักกลับมาก็แล้วกัน แต่ร้านกูมีแค่บริการชงเหล้าและก็เอนเตอร์เทนเท่านั้นนะเว้ย ถ้าจะทำอะไรกันต่อก็ไปที่อื่น”
“…..อืม”