“ไม่เป็ไรเื่ก็นมนานมาแล้วข้าเองก็ทำใจได้แล้วเพียงเห็นเ้าจึงคิดถึงขึ้นมาชั่วครู่” หญิงวัยกลางคนมองชุดเสื้อผ้าที่อวี้หลันใส่อย่าพินิจก่อนกล่าวถามต่อ
“แล้วเ้ามาจากไหนล่ะทำไมถึงได้ถูกนำมาทิ้งกลางทะเลทรายเช่นนี้ใช่ว่าไปล้ำเส้นผู้ใดมา”
อวี้หลันนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ในใจนางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดฮูหยินหยางต้องทำเช่นนี้ทั้งยังไม่แน่ใจว่าจะเป็ฮูหยินจริงๆ หรือไม่ แต่ตัวนางเองก็ไม่ได้มีศัตรูที่ไหนจึงได้แต่เอ่ยเพียงสั้นๆ ออกไปทั้งสายตาอาวรณ์หาคนผู้หนึ่ง
“ข้าก็ไม่รู้”
“ดูเสื้อผ้าเ้าแล้วคงมาจากตระกูลที่ดี”
อวี้หลันเผยยิ้มจางๆ ออกมาก่อนเล่าให้หญิงวัยกลางคนได้ฟังว่าแท้จริงแล้วนางเป็คนเมืองอี้เฉิงทางตอนเหนือของแคว้นทั้งไม่ได้มาจากตระกูลดีเพียงเป็สาวใช้ข้างกายคุณชายผู้มีมากเท่านั้นตนเองจึงได้มีวาสนาสวมใส่ชุดดีๆ เช่นนี้
“ข้าว่าคุณชายเ้าคงดีต่อเ้าไม่น้อย”
“คุณชายดีต่อข้าจริงๆ” นางกล่าวพลางยิ้มออกมาอย่างสุขใจ ภาพของหยาง อู๋เสินที่ดูห่วงใยต่อนางนั้นเด่นชัดอยู่ตลอดเวลาในภวังค์ของนาง
“นังหนูต่อไปก็เรียกข้าว่าฝูเหนียงเถอะไม่ต้องเรียกท่านป้า”
อวี้หลันยิ้มรับทั้งพยักหน้าแต่นางก็มีเื่อยากถามแต่ไม่กล้าเอ่ย ฝูเหนียงเห็นท่าทีเช่นนั้นก็เข้าใจจึงได้เอ่ยเชิงให้นางถามออกมา
“คิดอะไรก็ถามเถอะ”
“ฝูเหนียงท่านจะช่วยนำทางข้ากลับเข้าเมืองได้หรือไม่”
“เ้าไม่กลัวถูกตามฆ่าอีกหรือทิ้งเ้าเช่นนี้เจตนาคงไม่ดีนัก”
“แต่ถ้าหากคุณชายกลับมาไม่พบข้าต้องร้อนใจแน่ๆ”
ฝูเหนียงไม่เอ่ยตอบก่อนเดินกลับไปในที่ตนแล้วนอนหลับไป อวี้หลันเองถึงแม้อยากกลับไปก็จนใจเงินติดตัวสักตำลึงก็ไม่มีทั้งไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหนคงได้แต่เพียรขอร้องนางเท่านั้น
ด้านคนของหยาง อู๋เสินที่ถูกส่งกลับไปเพื่อดูอวี้หลันก็ถูกฮูหยินหยางจึงได้ดักทางรอไว้อยู่แล้วจึงได้สั่งให้กลับไปแจ้งต่อคุณชายว่านางนั้นบัดนี้สบายดี หยาง อู๋เสินเมื่อรู้ว่านางนั้นยังสบายดีจึงได้เบาใจลงบ้างแม้ว่ายังรู้สึกถึงพิรุธจากคำพูดของคนที่กลับมารายงานอยู่บ้างแต่ก็คิดว่านางอยู่ที่เรือนคงไม่มีเื่ใหญ่อะไร
ฟงอี้ก็ยังคงสั่งคนของตนออกค้นหาไปตามเส้นทางที่มีคนกล่าวว่าเห็นรถม้าคล้ายกับที่จื่อซางได้กล่าวไว้ แต่อย่างไรก็ยังไม่พบแม้แต่เงาเขาเองจึงตัดสินใจรั้งอยู่ที่เมืองซื่อเฉิงเป็จุดกึ่งกลางที่นางหายไปทั้งมีเรือนของสหายให้ยืมอยู่
หลังจากนั้นอีกเกือบเดือนกว่าที่คนของสกุลฟงนั้นจะมีข่าวของนางบ้าง
“คุณชาย” โย่วเผยเอ่ยเรียกคุณชายตนทั้งลากคนผู้หนึ่งเข้ามาพร้อมตนเอง
“ใครกัน”
“คนผู้นี้ก็คือคนขับรถม้าวันนั้นขอรับ”
ฟงอี้เมื่อทราบว่าชายคนนี้คือคนขับรถม้าก็รีบดึงตัวเขาเข้าไต่ถามทันที
“เ้านำนางไปไว้ที่ไหน”
“คุณชายท่านหมายถึงใคร จู่ๆ จับข้ามาเช่นนี้ไม่ได้นะ” คนขับรถม้ากล่าวอย่างยียวน
“ก็คนที่เ้ารับจากคฤหาสน์ตระกูลหยางอย่างไร”
“อ้อสาวใช้คนนั้นฮูหยินสั่งให้ข้านำนางไปทิ้งไกลๆ ยิ่งไกลยิ่งดี ข้าก็เลยนำไปทิ้งไว้กลางทะเลทราย”
“เ้าทิ้งคนทั้งเป็ไว้กลางทะเลทรายงั้นหรือ” ฟงอี้กล่าวด้วยโทสะทั้งฉุดกระชากอย่างรุนแรง
โย่วเผยเองไม่เคยเห็นคุณชายตนมีโทสะแรงขนาดนี้มาก่อนจึงได้รีบเข้าห้ามไว้
ฟงอี้ด้วยอารมณ์ที่มีโทสะอยู่มากจึงได้สั่งให้คนของตนนั้นนำชายผู้นี้ไปปล่อยทิ้งไว้กลางทะเลทรายดั่งที่เขาทำกับอวี้หลัน ทั้งก่อนจะพาไปนั้นให้ทำให้สลบก่อนแต่ด้วยวิธีใดนั้นแล้วแต่คนของตน้า ส่วนตัวเขาได้นำคนอีกกลุ่มมุ่งหน้าไปยังทะเลทรายจุดที่ชายขับรถม้าได้กล่าวถึง
แต่เมื่อไปถึงเวลานานนับเดือนเช่นนี้เขาเองรู้ดีว่าย่อมหาไม่เจอแน่แต่หากไม่พบร่างเขาเองก็ไม่ถอดใจ หลังจากกระจายคนค้นหาอยู่นานก่อนที่เขานั้นจะเห็นป้ายประกาศของตลาดค้าทาสว่าวันนี้จะมีหญิงบริสุทธิ์ผิวพรรณดีเป็สินค้าชิ้นใหม่ผู้ใดให้ราคาสูงสุดผู้นั้นได้ครอง
ฟงอี้ไม่รีรอรีบสั่งให้คนนำตนไปยังตลาดค้าทาสทันที ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศที่้าทาสหรือนางบำเรอไว้ใช้งานต่างมารวมตัวกันที่นี่ั้แ่บุรุษที่พอมีเงินไปถึงขุนนางจากหลายแคว้นเองก็เช่นเดียวกัน
ฟงอี้มองหาทั่วตลาดอย่างร้อนใจเกรงว่านางนั้นจะถูกขายไปก่อนที่เขาจะมา เมื่อมองไปมาอย่างถี่ถ้วนก็พบว่าเวทีหนึ่งกำลังนำสาวคลุมหน้าสี่คนขึ้นไปยังบนเวทีเพื่อให้ผู้ที่้าหญิงสาวได้เลือกชม เขาไม่รีรอรีบเดินเข้าไปใกล้เพื่อมองหาอวี้หลันทันทีแต่ก็ไม่พบคนไหนเลยที่แต่งตัวหรือมีรูปร่างที่คล้ายนางเลย
ขณะที่กำลังจะถอดใจสายตาเขามองไปเห็นว่ามีเศรษฐีแก่คนหนึ่งกำลังนำหญิงสาวที่มีผ้าคลุมขึ้นรถม้าอย่างทุลักทุเลผ้าที่คลุมอยู่นั้นจึงได้หลุดออกจนได้เห็นว่าหญิงผู้นั้นก็คืออวี้หลัน ฟงอี้รีบวิ่งไปขวางรถม้าคันนั้นไว้
“นี่เ้าบ้าไปแล้วหรือวิ่งขวางรถม้าเช่นนี้”
ฟงอี้ไม่เอ่ยตอบเพียงเดินขึ้นไปบนรถม้าคนติดตามของเศรษฐีผู้นั้นจะเข้าป้องกันแต่คนของฟงอี้ก็ได้ชักดาบไล่ห่างออกไป
ฟงอี้ดีใจทั้งถอนหายใจออกมาอย่างเบาใจเมื่อเห็นชัดว่าเป็อวี้หลันจริงๆ จึงได้อุ้มตัวนางออกมาอย่างไม่สนใจคำของเศรษฐีแม้แต่น้อย ก่อนจากไปโย่วเผยจึงได้โยนถุงเงินให้แก่เศรษฐีแก่ก่อนกล่าวออกไปอย่างเสียดสีสายตาดูถูก
“เงินนี้คงพอสำหรับตัวนาง เ้าแก่ตัณหากลับ”
บนรถม้าที่วิ่งออกจากทะเลทรายอย่างรวดเร็วฟงอี้ได้กอดตัวอวี้หลันไว้แน่นอย่างห่วงใยสองมือโอบกอดริมฝีปากเอ่ยกล่าว
“เ้าปลอดภัยแล้วอวี้หลัน”
“พบนางแล้วหรือ” ลั่ว หยวนหงสหายของฟงอี้เ้าสำนักหย่งเหิงกล่าวทักเมื่อเห็นฟงอี้อุ้มหญิงสาวผู้หนึ่งเข้าเรือนมาอย่างรีบร้อน
ฟงอี้ก้าวเข้าเรือนอย่างรีบร้อนทั้งสั่งคนให้ไปตามหมอมีชื่อมาเพื่อดูอาการนางจึงไม่ได้เอ่ยตอบเขา
“พวกเ้าพบนางที่ไหน” ลั่ว หยวนหงเอ่ยถามโย่วเผยที่เดินตามเข้ามา
“ตลาดค้าทาสขอรับคุณชาย”
ลั่ว หยวนหงพยักหน้าท่าทางสนใจที่ฟงอี้นั้นดูห่วงใยนางเพียงนั้นจึงได้เดินตามคนทั้งคู่เข้าเรือนไป
“ข้าไม่เคยเห็นเ้าใส่ใจสตรีใดเพียงนี้เลยนางมิใช่เพียงสาวใช้หรือ” ลั่ว หยวนหงกล่าวอย่างตั้งใจหยอกเล่นเขา
“นางมิใช่เพียงสาวใช้” ฟงอี้กล่าวออกมาเพียงเท่านั้นสายตายังคงจ้องมองนางไม่ละ
“ท่านหมอมาแล้วขอรับ” โย่วเผยก้าวเข้ามาพร้อมท่านหมอ
ท่านหมอตรวจดูอาการของอวี้หลันอย่างละเอียดใช้เวลาเพียงไม่นานก็พับเก็บข้าวของสีหน้าเรียบเฉย ฟงอี้จึงได้รีบกล่าวถามถึงอาการของนาง
“นางเป็อย่างไรบ้างท่านหมอ”
“คุณชายอย่าได้วิตกแม้ภายนอกมีรอยฟกช้ำบ้างแต่ภายในนั้นไม่ได้กระทบกระเทือนแต่อย่างไร เพียงแต่ยาสลบที่นางได้รับเข้าไปนั้นอาจใช้เวลานานสักหน่อยกว่าจะฟื้นอาจเป็พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้”
“ทำไมถึงได้นานนักล่ะขอรับ” โย่วเผยเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“เท่าที่ตรวจดูยาสลบชนิดนี้มักใช้กับสัตว์มิใช่มนุษย์เมื่อนางได้รับเข้าไปจำนวนมากจึงใช้เวลานานในการขับออก อย่างไรข้าจะจัดยาขับให้นางเช่นนั้นจะได้เร็วขึ้นบ้าง”
ฟงอี้เมื่อเห็นท่านหมอยืนยันเช่นนั้นจึงได้เบาใจขึ้นบ้าง
“นี่ให้นางพักผ่อนเถอะ ไปดื่มชานั่งมองสายฝนกับข้าด้านนอกนั่นดีกว่าต่อให้เ้านั่งมองนางก็ไม่ฟื้นหรอก” ลั่ว หยวนหงเอ่ยชวน
“หยวนหงเ้าให้คนมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางที ข้าอยากรู้ว่าแผลฟกช้ำบนตัวนางมีทั้งหมดเท่าใด” เขาเอ่ยทั้งมองรอยเขียวช้ำบนตัวอวี้หลันอย่างพินิจ
“ได้ ออกมาเถอะ”
กล่าวเสร็จทั้งสองเพียงเดินออกจากห้องมาลั่ว หยวนหงให้สาวใช้คนหนึ่งนำเสื้อผ้าเข้าไปทำความสะอาดร่างกายทั้งเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง
สาวใช้ผู้นั้นเมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยจึงได้เดินไปยังศาลาริมน้ำเพื่อกล่าวรายงาน
“รอยฟกช้ำนับได้รวมสิบสี่ที่ รอยแส้หกที่เ้าค่ะ”
ฟงอี้เมื่อได้ฟังก็เผยใบหน้าอำมหิตออกมาอย่างเห็นได้ชัดลั่ว หยวนหงเองเมื่อเห็นสายตาใบหน้าเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าในใจฟงอี้คิดกระทำการสิ่งใดในตอนนี้จึงเพียงไล่ให้สาวใช้ออกไปทั้งไม่เอ่ยวาจา
โย่วเผยนำคนติดตามไปด้วยกว่าสิบคนกลับไปยังตลาดค้าทาสตามหาพ่อค้าที่ขายอวี้หลันให้แก่เศรษฐีแก่ผู้นั้น พ่อค้าทาสนึกไปว่าเขานั้น้าทาสเพิ่มจึงได้กล่าวไปอย่างไม่รู้ชะตาว่าตนนั้นเองคือผู้ที่จับนางมา สิ้นวาจาอวดอ้างดาบคมยาวของโย่วเผยได้ตัดร่างกายของพ่อค้าผู้นั้นอย่างโเี้แขนสองข้างถูกตัดออกก่อน ตามด้วยเท้าสองข้างและดวงตาหนึ่งข้าง
“คุณชายกล่าวว่ารอยแส้ที่หกบนตัวนางก็คือชีวิตที่เหลืออยู่อย่างรันทดของเ้า”
ท่าทางเยือกเย็นทั้งอำมหิตเอ่ยกล่าวเสร็จโย่วเผยก็นำผู้ติดตามของตนกลับโดยที่ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือกระทำการใด ตลาดค้าทาสกลางทะเลทรายนั้นผู้คนล้วนกล่าวขานไร้กฎไร้เมตตาเมื่อย่ำเท้าเข้ามาชีวิตนั้นจะรอดกลับไปหรือตายลงล้วนคาดเดาไม่ได้