#วันพฤหัสสีเขียว 7
“เป็อะไรกัน ทำไมมึนตึงกันขนาดนั้น”
“ผมพูดแย่ ๆ ใส่พี่กรีนครับ พี่เขาคงโกรธ”
“ร้อยวันพันปีมันไม่เคยโกรธใครเลยนะ”
“ผมง้อั้แ่เช้าแล้วแต่ก็ยังเหมือนเดิมอะ”
“สู้แล้วกันพ่อหนุ่มนักแข่ง พี่ไปทำงานก่อนละ”
เสียงคุยกันนั้นคิดว่าฉันไม่ได้ยินหรือไง ห้องทำงานก็ไม่ได้ใหญ่อะไรขนาดนั้น พี่ ๆ คนอื่นก็ทำงานกันเงียบ ๆ มีบ้างที่คุยกัน แต่จุดที่พวกเขาคุยกันคือข้าง ๆ ฉันไงเลยได้ยินชัดทุกประโยค แต่ฉันไม่สนใจหรอกอยากว่าฉันดีนัก ดังนั้นก็ต้องยอมรับไปแล้วกันเพราะฉันจะไม่ทำตัวสนิทกับเขาแล้ว
“พี่ครับ เที่ยงนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะ”
“ไม่ล่ะ ไม่ว่าง” อันนี้พูดจริง ฉันจะลางานตอนบ่ายเพราะพี่เกรฟบอกให้ไปเจอ เดี๋ยวพี่เกรฟจะเข้ามารับเองด้วยไม่รู้จะพาไปไหน
“พี่ครับเื่เมื่อคืนผมขอโทษ จะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้วครับ” ชิชะ! พูดใครก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ และที่สำคัญฉันจะโกรธหรืออะไรเขา เขาไม่จำเป็ต้องใส่ใจมากขนาดนั้นเพราะฉันไม่ได้สนิทกับเขา
“’ งอนอะไรกันเนี่ย” มินนี่เอ่ยถามเมื่อมองอย่างสงสัยอยู่นาน
“ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวบ่ายนี้พี่ไม่อยู่นะ”
“ได้จ้าแม่ แล้วแม่รับปริญญาวันไหนนะ”
“สิ้นเดือนมีซ้อมน่ะ แล้วก็รับจริงต้นเดือนหน้า” ฉันยังไม่เคยบอกสินะว่าฉันน่ะเรียนปริญญาโทต่อ ตอนนี้จบแล้วฉันเรียนเพื่อเอามาอัพเงินเพิ่มแค่นั้นแหละ เ้านายก็แซวอยู่ว่าถึงไม่เรียนเพิ่มก็เดี๋ยวเพิ่มให้ แต่ฉันอยากเรียนเฉย ๆ เลยลงเรียนไป รอบนี้เป็มหาบัณฑิตแล้วแม่!!
“บอกวันหนูด้วยนะแม่ จะไปแสดงความยินดี”
“ได้เลย อ้อ งานแก้ที่พี่ณัฐให้แก้ พี่แก้แล้วนะส่งให้ในเมล์แล้ว ฝากส่งด้วย เดี๋ยวพี่ต้องออกไปก่อน พี่เกรฟมาแล้ว”
“ได้ค่า เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” ตอนที่เดินออกจากห้องทำงานเธิร์สเดย์ก็เดินตามออกมาด้วย น้องยื่นมือมาจับมือฉันไว้ก่อนจะพาเดินไปยังห้องพักนักแข่ง ทันทีที่ประตูปิดลงเราต่างจ้องหน้ากันเงียบ ๆ ฉันไม่ยอมพูดและน้องคงทนไม่ไหวเป็ฝ่ายเอ่ยพูดขึ้นมาก่อน
“พี่กรีนผมขอโทษเื่เมื่อคืน แต่อย่าเมินหรือไม่พูดกับผมเลยนะครับ” แววตาที่น้องส่งมามันเต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกผิด จะแกล้งต่อหรือจะยอมคุยกับเ้าเด็กนี่ดีนะ
“ผมมันคิดน้อย ขอโทษนะครับที่ทำให้พี่รู้สึกไม่ดี” มือหนาที่กอบกุมมือฉันอยู่บีบเบา ๆ เป็ััที่ชวนใจเต้นแรงอีกแล้วสิ
“รู้ไหม...บางทีประโยคที่เราพูดออกมาคนพูดน่ะไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่สำหรับคนฟังไม่แย่มากเลยนะที่ได้ยินแบบนั้น”
“ขอโทษครับ จะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้วครับ” น้องบอกเสียงอ่อน
“คราวหน้าอย่าพูดแบบนั้นอีก ไม่ว่ากับใคร เราควรให้เกียรติคนอื่นมาก ๆ แม้จะโมโหหรือโกรธก็ควรจะมีสติคิดก่อนพูด”
“เข้าใจแล้วครับ”
“อือ เข้าใจแล้วก็ดี ปล่อยพี่ได้แล้ว พี่มีธุระต้องไปทำ” มือนี่ก็จับแน่นเลยนะเ้าเด็ก ดึงยังไงก็ไม่ยอมหลุดน้องมันแรงเยอะหรือฉันแก่จนไม่มีแรงกันแน่นะ
“พี่จะกลับมาอีกไหม กลับบ้านพร้อมกันไหมครับ” อย่า ขอร้อง อย่ามามองอ้อนฉันขนาดนั้น
“คงไม่ได้เข้ามาแล้ว มีนัดกับพี่ชาย วันนี้จะซ้อมไหม”
“ซ้อมครับ” เ้าเด็กตอบ
“งั้นก็ระวังตัวด้วย อย่าให้เจ็บ พี่ต้องไปแล้วล่ะ” ฉันดึงมือออกจากน้องซึ่งเธิร์สเดย์เองก็ยอมปล่อยมือ แต่จังหวะที่จะเดินออกจากห้อง ก็มีมือคู่หนึ่งยื่นมาจับมือฉันไว้อีกครั้งพร้อมกับประโยคกระซิบข้างหู
“พี่ครับ...ผมชอบพี่”
“อะไรกัน นั่งเหม่ออะไรขนาดนั้น” เสียงพี่เกรฟดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่ทาบทับลงบนหน้าผาก
“ตัวอุ่น ๆ นะ ไม่สบายหรือเปล่า” พี่ชายฉันเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง แต่ใครจะไปกล้าพูดกันล่ะว่าฉันน่ะไม่มีสติั้แ่เ้าเด็กเธิร์สเดย์บอกว่าชอบแล้ว ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเดินออกมาขึ้นรถพี่ชายได้ยังไง ในหัวมีเพียงรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเ้าเด็กที่พอพูดจบฉันหันไปมองเ้าตัวก็ส่งยิ้มมาให้
‘ผมพูดจริง ผมขอจีบพี่นะครับ’
‘ฮะ?’
‘หึหึ น่ารักเกินไปแล้วครับ ถ้ากลับบ้านแล้วบอกด้วยนะครับ’
ฉันเองที่ยังใก็ทำได้แค่พยักหน้า เอาเป็ว่า ความรู้สึกมันมึน ๆ งง ๆ จะว่าเขินก็เขินอยู่หรอก แต่ว่าเ้าเด็กมันแกล้งฉันเล่นหรือเปล่าหรือยังไง ช่างเถอะ ตอนนี้พี่เกรฟจะกินหัวฉันแล้วเพราะฉันไม่ได้ตอบคำถามของพี่ชาย ดุจริงผู้ชายรอบตัวฉันเนี่ย
“ว่าไง ไม่สบายหรือเปล่า?”
“สบายดี แค่คิดอะไรนิดหน่อยแล้ววันนี้จะพาไปไหนคะ” ฉันเปลี่ยนเื่ถามพี่ชายไป ขืนปล่อยให้พี่ถามฉันนะไม่ต้องไหนกันพอดี
“พาไปทานข้าว แล้วมีเื่จะคุยด้วย”
“แล้วฟ้าใสล่ะคะ มาไหม” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทที่พ่วงด้วยตำแหน่งพี่สะใภ้
“ไม่มา บอกอยากให้เราคุยกันเอง”
“เื่ซีเรียสมากเหรอคะ?”
“ก็มากอยู่ เอาเถอะ ค่อยคุยกัน” ฉันไม่อยากเซ้าซี้เพราะดูท่าแล้วน่าจะเป็เื่ที่เครียดและจริงจังอยู่ไม่น้อย เพราะไม่เคยเห็นพี่ชายฉันกังวลมากขนาดนี้มาก่อน ที่สำคัญพี่เกรฟไม่เคยลางานแบบนี้ เรามาถึงร้านอาหารร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้าน เมื่อสั่งอาหารและรออาหารมาเสิร์ฟพี่เกรฟก็ส่งโทรศัพท์มาให้ ฉันรับมาอย่างสงสัยพอได้มองดูก็เห็นว่าเป็แชทที่พี่เกรฟคุยกับใครสักคนเป็ภาษาญี่ปุ่น
“พ่อทักมา บอกว่าอยากเจอ” ฉันเลื่อนข้อความอ่านประโยคอื่น ๆ ที่พี่เกรฟคุยกับอีกฝ่าย ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วล่ะมันรู้สึกเฉย ๆ ยังไงไม่รู้
“เขาเล่าเื่ทุกอย่างให้ฟังแล้ว เขาบอกว่าเขารู้สึกผิดและตามหาเรามาตลอดแต่พอเจอกลับกลายเป็ว่าเราย้ายมาที่นี่” อือ ยังไงดีล่ะ เื่ราวของพ่อกับแม่ฉันน่ะ แม่เป็คนไทยที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่น ทีแรกแม่ไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่แม่ไม่เคยบอกว่าไปทำที่บริษัทของใครหรือบริษัทชื่ออะไร แม่บอกแค่ว่าแม่มีเราสองพี่น้อง แม่ดีใจมากที่มีลูกแฝด ใช่แล้วล่ะฉันกับพี่เกรฟเป็แฝดกัน แม่บอกว่าพ่อคงไม่รู้ว่ามีพวกเขา เพราะมีปัญหาอะไรบางอย่างแม่ไม่ได้เล่าให้ฟัง กระทั่งแม่มาสมัครงานเป็แม่บ้านกับเ้านายคนปัจจุบัน จากนั้นเราก็อยู่ที่นี่ยาวเลยและฉันก็ไม่เคยถามถึงคนเป็พ่อเลย ะฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาอยากจะมีพวกเราไหม ถ้าอยากมีทำไมถึงทิ้งเราและคิดมาตลอดว่าในเมื่อเขาทิ้งเราแล้วลืมเราแล้วฉันเองก็จะไม่เจอไม่อยากจำไม่อยากรู้จักเขาเช่นเดียวกัน
“แล้วยังไงคะ? หนูไม่ได้อยากรู้จักเขาเสียหน่อย” ฉันมองพี่ชายอย่างสงสัย
“เขาเล่าเื่ระหว่างเขากับแม่ให้ฟัง พี่ อยากบอกเราด้วย” ฉันพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตให้พี่ชายได้เล่าเื่ที่เขาได้รู้จากผู้ชายคนนั้น
“เขาบอกว่าแม่เป็พนักงานบริษัท เขาบอกว่ารักแม่และเหมือนทั้งคู่จะรักกันกระทั่งเขาเริ่มเปลี่ยนไปมีผู้หญิงคนอื่น แม่ก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเขา พอเขารู้ตัวว่าแม่สำคัญแม่ก็ไม่อยู่แล้ว ตามหาก็ไม่เจอ เขาบอกว่าอยากเจอเราสักครั้ง เขาอยากทำหน้าที่พ่อ...”
“หนูมองว่ามันไม่ได้จำเป็อะไรเลยที่เขาจะกลับเข้ามา เราโตขนาดนี้แล้วนะคะ แม่เลี้ยงเรามาอย่างดี หนูไม่ได้รู้สึก้าคำว่าพ่อเลยในเมื่อแม่ดูแลเราดีทุกอย่างแล้วหนูเองก็ไม่้าเขา”
“พี่เองก็รู้สึกเหมือนเรา แต่...”
“ถ้าพี่อยากเจอเขา พี่ก็เจอได้เลยค่ะ แต่หนูคงไม่ไป ทุกอย่างพี่ตัดสินใจได้เลยหนูเคารพการตัดสินใจของพี่”
“กรีน พี่คิดมาตลอดว่าพ่อกำลังตามหนูเราอยู่ พี่เองก็อยากเจอเขาแต่เพราะแม่เองก็ดูแลเรามาอย่างดี พี่สับสน พี่ไม่รู้ว่าพี่ควรตัดสินใจยังไง เขาคือคนที่พี่อยากเจอตลอดเวลา แต่เพราะรู้เหตุผลที่แม่ทิ้งเขามาพี่ก็เ็ปกับสิ่งที่แม่ต้องเจอ”
“...” ใช่ เหตุผลที่เขาทิ้งแม่ไปมันน่าเ็ปและสะอิดสะเอียนอยู่ไม่น้อย
“หนูรู้ว่าลึก ๆ พี่เองก็อยากเจอเขา พี่เกรฟ...ไม่ว่าพี่จะตัดสินใจยังไงหนูก็เคารพการตัดสินใจของพี่ หากพี่ไม่สบายใจหนูไปด้วยก็ได้ แต่พี่อย่าคิดมากเลยนะ ทำตามความรู้สึกของพี่เลย”
“อือ ถ้ายังไงพี่จะบอกอีกครั้งนะ”
“ค่ะ ทานข้าวกันเถอะ แต่พี่เกรฟเราควรเผื่อใจไว้ด้วยนะ เราไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงเขาอยากเจอเราเพราะอะไร บางทีเขาอาจจะมีครอบครัวใหม่แล้วก็ได้”
“พี่ก็คิด พี่แค่อยากเห็นหน้าคนที่ทำให้แม่ร้องไห้ทุกคืนแค่นั้นเอง” แววตาสับสนแปลเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวทันที เราคุยกันนานมาก นอกจากเื่คนที่บอกว่าเป็พ่อ เราก็ยังคุยเื่ทั่วไปทั้งถามข่าวและอัพเดตเื่ราวในชีวิตให้กันและกันฟัง พี่เกรฟมาส่งที่บ้านใน่เวลาทุ่มครึ่ง คนเป็พี่ชายรีบกลับไปหาลูกและภรรยาส่วนฉันก็ทักทายแม่บ้านที่กำลังเก็บผ้าเข้ามาในบ้านแล้วขอตัวขึ้นห้องนอน ที่นี่มีคู่สามีภรรยาคุณลุงและคุณป้าคอยดูแลบ้านและสวน เพราะบางทีฉันก็ไปคอนโดเลยต้องหาคนมาดูแลที่บ้านด้วย ซึ่งท่านทั้งสองเป็คนของบ้านลูกเขยเ้านายน่ะคุณซันเดย์ เขาเป็ลูกเขยเ้านายฉัน
“โอ๊ย! ปวดหลัง” พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ทันที ฉันน่ะปวดหลังเก่งมาก นั่งนาน ๆ ไม่ค่อยได้เลย วันหยุดฉันก็หมดไปกับการเข้าร้านนวด ตอนนี้แทบจะเสพติดการนวดแล้ว
“หือ? เ้าเด็กไลฟ์เหรอ?” รูปในอินสตราแกรมกระพริบถี่ ๆ เป็สัญญาณบกว่าเ้าของอินสตราแกรมนั้นกำลังไลฟ์อยู่ ฉันกดเข้าไปดูก็พบว่ามีคนดูเ้าเด็กอยู่เกือบแปดหมื่น เ้าเด็กสวมเสื้อยืดสีดำนั่งอยู่ที่ไหนสักที ดูจากสภาพแล้วคงจะบนเตียงล่ะมั้งนะ
(โอ๊ะ!! พี่ครับ พี่เข้ามาดูเหรอ) น้ำเสียงสีหน้าดีใจนั่นมันคืออะไรกัน แล้วเ้าเด็กนั่นบอกใครว่าใครเข้ามาดูนะ
(ถึงบ้านแล้วทำไมไม่บอกกันบ้างล่ะครับ) เอ่อ ประโยคนั้นหมายถึงฉันใช่ไหมหรือยังไง ถ้าใช่ฉันควรจะตอบเขาหรือเปล่า
เพิ่งถึง
ฉันกดส่งไปในช่องคอมเม้นไลฟ์สั้น ๆ ไม่รู้เขาจะเห็นหรือเปล่านะ แต่ก็ถือว่าตอบไปแล้ว
(เพิ่งถึง...กินข้าวหรือยังครับ) นี่เขามองเห็นคอมเม้นฉันด้วยเหรอ เก่งเกินไปแล้วคอมเม้นเขาเยอะมากเลยนะทำไมถึงอ่านคอมเม้นฉันทันล่ะ
กินแล้ว
(คนที่ตอบเป็ใคร...เป็คนพิเศษครับ) บ้าจริง! ฉันเขินไปหมดกับคำตอบนั้นไม่รู้หรอกว่าหายถึงตัวเองไหมแต่ตอนนี้มันเขินไปแล้ว เขินมาก ๆ ด้วย
(อยากเห็นเหรอครับ เอาไว้อยู่ด้วยกันก่อนนะครับ ตอนนี้ให้พี่เขาพักก่อน อ้อ เมื่อกี้ถึงไหนนะ เราถึงคำถามไหนกันแล้ว) ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เ้าเด็กเล่นอะไรกับแฟนคลับอยู่ พอฉันมาเ้าตัวเองเปลี่ยนเื่ไปและตอนนี้ก็เหมือนจะรู้ตัวเลยกลับเข้าไปยังสิ่งที่เขาคุยค้างไว้กับแฟนคลับ
(ถามว่า จะเห็นถ่ายแบบอีกไหม? มีถ่ายครับรอติดตามได้เลย)
“หึ อารมณ์ดีจังเลยนะเ้าเด็ก” ฉันมองคนที่อยู่ในหน้าจอพร้อมกับเอ่ยแซว เขาดูอารมณ์ดีมากจริง ๆ ต่างจากเมื่อเช้าที่ทำหน้าหงอตลอด่เช้า
(มีแข่งไหม? อันนี้บอกไม่ได้ครับรอติดตามนะ)
(งานรับปริญญาของพี่เวฟมาไหม น่าจะไปครับเพราะพี่กรีนก็รับ) เอ๊ะ? อะไรนะ รีบอะไรมีชื่อฉันด้วย
(พี่กรีนเป็ใคร แปบนะครับ พี่ครับกดรับนะไม่งั้นคนดูไม่ยอมไปนอนแน่) เหมือนจะขู่ใคร...อ่า ขู่ฉันนี่เอง จู่ ๆ คนที่ไลฟ์อยู่ก็ขอไลฟ์คู่เข้ามา จะไม่กดรับก็กลัวเ้าเด็กงอน จะกดรับก็ไม่กล้า
(พี่ครับรับเลย คนดูอยากเจอพี่นะ อ้อ ทุกคนครับถ้าพี่เขารับขอร้องนะครับเม้นอย่างสุภาพให้เกียรติพี่เขาด้วย อ๊ะ มาแล้ว ๆ) เสียงสดใสเ้าเด็กเธิร์สเดย์ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอฉันที่แบ่งเป็สองช่อง หนึ่งคือฝั่งของเธิร์สเดย์อีกช่องเป็ของฉันที่ตอนนี้เห็นหน้าฉันนอคว่ำอยู่บนเตียงนอน
(ทำอะไรอยู่ครับ)
“นอนบนเตียง พี่ปวดหลัง” ฉันว่าขำ ๆ อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะชวนคุยอย่างเป็กันเอง
(มีคนถามว่าพี่มหาบัณฑิตรับวันไหนอ่ะครับ)
“ซ้อมสิ้นเดือน รับจริงต้นเดือนหน้า”
(ได้ยินแล้วนะครับทุคน พี่ครับมีคนถามว่าวันนี้พี่ได้ไปร้าน xx ใช่ปะ)
“ใช่ ๆ พี่ไปทานข้าวมา ทำไมจำพี่ได้ล่ะ”
(เขาบอกว่าเจอที่สนามแข่งเลยจำได้ ความจำดีมาก ๆ เลยนะครับเนี่ย) เธิร์สเดย์เอ่ยแซวแฟนคลับเขา
(อยากได้อะไรไหมครับ ของขวัญรับปริญญาน่ะ) ถามกันตรง ๆ แบบนี้เลยล่ะ
“ไม่มีอะ พูดอย่างกับจะไป”
(ก็จะไปดูแลไงครับ พี่กรีนพี่ณัฐบอกว่าพี่ชอบเงิน)
“โห พี่ณัฐช่างรู้ใจน้อง ของพี่ณัฐต้องเป็แบงก์สีเทาเท่านั้นนะไม่งั้นไม่ให้ถ่ายรูปด้วย” ฉันแกล้งตอบพี่ณัฐ
(ฮา ๆ ๆ พี่ณัฐบอกว่าเดี๋ยวจัดให้ พี่ครับมีแฟนคลับผมอยากเจอพี่ด้วยอะวันงานเหมือนมีรุ่นน้องที่เรียนมหาลัยที่พี่จบด้วย)
“พี่เขินอะ แบบพี่ไม่ใช่คนดังนะ”
(ก็เขาอยากมา นะครับให้เขามากันไหม) อ้อน อ้อนอีกแล้วเ้าเด็ก
“มาได้แต่ไม่เอาของนะ จะเอาจากพี่ณัฐคนเดียว”
(เขากรี๊ดกันใหญ่เลยอะ พี่อาบน้ำหรือยังจะนอนตอนไหน)
“อีกสักพักแหละ จะดูหนังก่อนแล้วค่อยนอน”
(งั้นลงไลฟ์แล้วเดี๋ยวผมโทรหานะครับ) ฉันพยักหน้ารับก่อนจะกดหยุดไลฟ์กับเขา จากนั้นก็นอนเล่นอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก และไม่คิดว่าเ้าเด็กจะโทรมาจริง ๆ น้องวีดีโอคอลไลน์มาพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงเปื้อนรอยยิ้ม
“ยิ้มอะไรขนาดนั้น” ฉันถามเชิงหมั่นไส้นิด ๆ ก็ไม่รู้อะไรทำให้อารมณ์ดีขนาดนั้นน่ะ เห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้จริง ๆ นะ
(ก็มีความสุขนี่นา ที่บ้านฝนตกไหมครับอยู่นี่น่ะฝนตกหนักเลย) น้องถามพร้อมกับเสียงอ้อน ๆ เ้าเด็ก นี่เ้าเด็กทำให้ฉันเขินอีกแล้วสายตาอ้อน ๆ ของเขาช่างมีผลต่อการเต้นหัวใจฉันเหลือเกิน
“ไม่ตกแต่ลมแรงมากเลยล่ะ คิดว่าอีกหน่อยคงตก”
(พี่ห้ามออกไปข้างนอกนะเดี๋ยวไม่สบาย)
“รู้น่า”
(พรุ่งนี้ไปทำงานกี่โมงครับ) น้องถามต่อ ก่อนที่ปลายสายจะขยับไปที่ไหนสักที่
“สักสิบโมงประมาณนั้นแหละมันไม่มีอะไรทำแล้ว่นี้”
(น่าเสียดายจัง ผมมีนัดกับครอบครัวไม่ได้ไปหาพี่เลย)
“เจอทุกวันไม่เบื่อหรือไงกัน”
(ไม่หรอก อยากเจอพี่ทุกวัน)
“พูดไปเรื่อยเลยนะเ้าเด็ก”
(ไม่เด็กแล้ว) น้องเถียงกลับมาทันทีที่ฉันพูดจบ แต่ฉันหลุดขำกับใบหน้ายุ่ง ๆ ของคนที่บอกว่าตัวเองไม่เด็กล่ะ ใบหน้างอแงแบบนั้นมันคืออะไรกัน เฮ้อ น่าเอ็นดูเสียจริงเด็กน้อย
“หึหึ เถียงเลยนะ”
(ก็เปล่าเถียงสักหน่อย อ้อ พรุ่งนี้เย็น ๆ เราไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ หม้อไฟ)
“อือ ได้นะ ค่อยบอกร้านพี่แล้วกัน เธิร์ส”
(ครับพี่กรีน) เวลาได้ยินฉันเรียกชื่อเธิร์สเดย์ราวกับมีหูทิพย์หางทิพย์กระดิกดุ๊กดิ๊กไปมาเลยล่ะ
“พี่ต้องวางแล้วนะ พี่ง่วงแล้ว”
(ครับ ฝันดีนะครับ)
“ฝันดีเ้าเด็ก”
(ไม่เด็กนะ!!)
=====
พี่กรีนน่ารักมาก เ้าเด็กก็น่ารัก เขินน้วยไปหมดแล้ว
ปล.ฝากคอมเม้นด้วยนะคะ อยากอ่านคอมเม้นมากๆเลย