ชบาแดงแทงใจหวั่นไหวนัก
สุดจะหักใจหลงพะวงหวัง
รูปก็งามนามก็เพราะ เหมาะเจาะจัง
ไม่อยากหวังกลัวจะพาระอาใจ
มิราคิดไม่ถึงว่าด้วยใบหน้าแสนสวยนี่เองที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย ความคิดที่อยากได้ใบหน้าเดิมกลับคืนมา มิรายกมือขึ้นปิดหน้าลองหลับตาดูเพื่อที่ลืมตาขึ้นมาทุกอย่างจะเหมือนเดิมมิราปิดตานับหนึ่งสองสามก่อนจะค่อยๆ เปิดมือออกตรงหน้ากระจกเปล่าเลยทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ผู้หญิงสวยคนเดิมยังอยู่ตรงนั้น มิราถอนหายใจยาว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับมิรา
มิราเริ่มคิดใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ต่างๆ พรสุดาต้องช่วยมิราได้แน่คว้ากระเป๋าก่อนจะบิดกุญแจพลิกป้ายให้คำว่าปิดออกมาอยู่ด้านหน้าสาวเท้าเดินไปยังตึกแถวเดียวกันเพื่อไปพบกับพรสุดา
ชาวบ้านชาวช่องที่ผ่านไปมาไม่ว่าหญิงหรือชายต่างพากันเหลียวหลังเมื่อมิราเดินผ่านบางคนซุบซิบยิ่งเป็ผัวเมียฝ่ายผัวมักจะโดนเมียหยิกหรือดูหูเมื่อมองมิราอย่างลืมตัว
“คุณน้องขา ...พี่คุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ” ผู้จัดการดารา ที่เป็สาวประเภทสองที่มิราเคยเห็นบ่อยๆ ในโทรทัศน์เดินแกมวิ่งตามมิรามาเมื่อไหร่ไม่รู้ได้
“น้องขา อู้ย! หน้าตาดีขนาดนี้ไปอยู่ที่ไหนมาทำไมพี่ไอศุภเชไม่เคยพบหน้าน้องเลยหน้าจริงหรือว่าไปศัลฯ มาค่ะ สนใจไปแคสหน้ากล้องไหมคะคุณน้อง”
มิราส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ เดินวนรอบตัวมิราถึงสองรอบ
“ใบหน้าสวยเนียนขนาดนี้จมูกไม่มีเหลี่ยมแต่โด่งงามได้รูป ปากสีชมพูผิวขาวเนียนอมชมพูแบบนี้แม่ให้มาแน่นอน ไปค่ะพี่จะพาไปเป็ดาวดัง” จูงมือมิราไปอีกทาง
“ขอบคุณค่ะแต่ไม่อยากเป็ค่ะ” มิราปฏิเสธพัลวัน
“อย่า..อย่าเพิ่งปฏิเสธคุณพี่เลยค่ะ นี่เลย ...นามบัตร.. พร้อมเบอร์โทรของพี่หากคุณน้องสนใจและพร้อมเมื่อไหร่อย่าลืมพี่ไอศุภเชคนนี้นะคะ” ยิ้มหวานหยดย้อยพร้อมกับคำพูดทิ้งท้าย มิรายิ้มแห้งๆ ในไมตรี
“พี่ไอ คือมิราอยากรู้ว่ามียาชนิดไหนไหมคะที่กินเข้าไปแล้วทำให้สวยได้ในคืนเดียว” มิราปากไวเท่าความคิด
“อุ้ยคุณน้องขา อย่างคุณน้องเป็ดาราได้สบาย ไม่จำเป็ต้องไปฉีดอะไรหรอกค่ะ ไหนดูสิสวยเสียขนาดนี้” ปากก็พูดมือก็เชยคางมิราขึ้นมาดู
“คือมิราไมได้อยากไปฉีดค่ะแต่มิราอยากรู้ว่าพี่เป็ผู้เชี่ยวชาญ พี่รู้จักยาชนิดไหนไหมที่ทำให้สวยได้ภายในคืนเดียว”
“ถ้าทำให้ขาวภายในคืนเดียวมีค่ะคุณน้องแต่ถ้าทำให้สวยได้..ภายในคืนเดียวคุณพี่ไม่เคยได้ยินว่ามี อย่างน้อยต้องเดือนสองเดือนไปศัลฯ มา กว่าแผลจะหาย” ไอศุภเชใบหน้าครุ่นคิด
“อย่างนั้น แค่นี้ค่ะพี่ไอมิราขอตัว”
“เดี๋ยวหรือว่าเธอ มียาดีแบบนั้นอยู่” ขมวดคิ้วหลิ่วตามองมิราอย่างสงสัย
“ไม่มีค่ะ เพียงแค่มิราสงสัยว่าทำไมเด็กๆ ในสังกัดของพี่ถึงสวยๆ ทั้งนั้น” ไอศุภเชยิ้ม มิราเดินออกมาจากบริเวณนั้น
“ฉันไม่เชื่อเธอหรอก ว่าแล้วว่าทำไมสวยจังฉันต้องรู้ความจริงให้ได้ว่าเธอไปเอายานั่นมาจากไหนถ้าฉันได้ยามา เงินๆ ทั้งนั้น” สายตามุ่งมาดจนน่ากลัวหากแต่มิราไม่ทันเห็น
พรสุดานั่งเขี่ยโทรศัพท์ในมือไปมาเหมือนกับเริ่มเบื่อแล้ว พอดีเหลือบตามองเห็นมิราเดินมาพอดี
“อ้าวแกมาอย่างงัยหายแล้วเหรอ ฉันว่าเย็นๆ จะไปดูแกสักหน่อยเตรียมหัวไพลไว้แล้ว” พรสุดา จ้องใบหน้าของมิราตาแป๋ว
“หายแล้ว” มิราตอบ
“หายสนิทเลย แต่ฉันว่าหน้าแกหายบวมแล้วดูดีขึ้นนะ หมอฉีดอะไรให้หรือเปล่าคงพวกยาบำรุงผิวแลดูหน้าแกเนียนขึ้น” ถามเองตอบเอง
“นี่แหละที่ฉันอยากถามแก ฉันมีอะไรเปลี่ยนไปไหม” พรสุดาลุกขึ้นเดินวนรอบตัวมิรา
“แกฉันว่าตามที่ฉันดู ไม่มีอะไรเปลี่ยนนะนอกจากหน้าสวย ผิวสวย และแกหุ่นดีขึ้นว่ะ” พรสุดาตอบตามที่เห็น
“อย่างนี้แหละที่เรียกว่าเปลี่ยน” มิราอดที่จะแย้งไม่ได้
“แกก็คือแก แค่สวยขึ้น” ตอบหนักแน่นแต่ไม่ค่อยแน่ใจ
“แล้วแกว่ามันแปลกไหมอยู่ๆ ฉันก็สวยขึ้น” ขณะนั้นเฮงที่เดินมาจากไหนไม่รู้มายืนฟังอยู่ข้างๆ มิราคิดว่าคงนั่งแท็กซี่มา
“คุยอะไรกันครับ” พรสุดามองหน้ามิรา
“คุณเฮงมาได้อย่างไร” พรสุดาถาม
“บังเอิญผมนึกได้ว่าเย็นนี้จะชวนคุณมิราไปทานข้าวเห็นคุณมิราพักอยู่คนเดียวต้องเหงาแน่ๆ แต่คุณหัสนัยคนที่อยู่ห้องข้างๆ คุณเขาบอกว่าคุณมาทางนี้ผมเลยลองเข้าไปค้นดูที่อยู่คุณ พรสุดา เลยรู้ว่าคุณพรสุดาอยู่ซอยนี้ และคิดว่าคุณมิราต้องมาหาคุณพรสุดาแน่ๆ เลยให้แท็กซี่มาส่ง”
“คุณเข้าไปค้นแบบไหน” มิรากับพรสุดาถามเกือบพร้อมกัน
“อย่าลืมว่าผมเป็โปรแกรมเมอร์ คืออะไรแบบนี้ มันค่อนข้างง่ายสำหรับผม” ยิ้มซื่อๆ มิราถอนหายใจ
“ไปทานข้าวกันคุณพรสุดาไปกับเราไหม” ประโยคสุดท้ายถาม พรสุดายังไม่ทันตอบ รถลีมูซีนสีดำ ก็แล่นเข้ามาจอดบริเวณบ้านของพรสุดาที่เป็ลานกว้างมีสนามหน้าบ้านชั้นเดียว
คนขับแต่งกายด้วยชุดทักซิโด้สีดำคนที่มากับัมิราจับได้ติดตา ลงมาจากรถ วิ่งไปเปิดประตูหลังหยิบกล่องใบใหญ่ออกมาจากหลังรถแล้วเดินมาที่มิราก้มตัวลงด้วยท่าทีนอบน้อม
“คุณมิราครับ คุณัให้เชิญคุณที่โรงแรม แกรนมาริออท และท่านให้กระผมนำชุดที่คุณจะใส่มาให้ด้วย คุณัเขาบอกว่า ให้บอกคุณว่าเขานัดหุ้นส่วน ไว้ที่นั่นให้คุณไปทานข้าวกับเขาที่นั่น” มิราขมวดคิ้วกับคำเชิญที่เหมือนคำสั่งเสียมากกว่า คนขับรถส่งกล่องใบใหญ่ที่มีริบบิ้นผูกไว้สวยงามให้กับมิรา มิราเปิดกล่องออกช้าๆ พรสุดาตาโต เพราะข้างในเป็ชุดราตรีที่ค่อนข้างหรูหราสี ชมพูขาวแม้แบบจะเรียบๆ ทว่าดูมีสไตล์ และป้ายกำกับราคาที่แพงลิบเป็เลขถึงห้าหลักทีเดียว
มิราปิดกล่องก่อนจะยื่นส่งให้คนขับรถของั
“บอกคุณัด้วย ฉันมีนัดบอกเขาว่าขอบคุณสำหรับชุดรับไว้ไม่ได้เพราะราคาแพงฉันกับคุณัไม่ได้เป็อะไรกันให้ของมีราคาเดี๋ยวจะมาเสียดายทีหลัง” พรสุดากระตุกเสื้อมิราก่อนจะส่ายหน้าแสดงความไม่เห็นด้วย
“แกฉันว่าแก อย่าปฏิเสธอะไรแบบนี้เลย” พรสุดาพูดเบาๆ
“ฉันกับเขาแค่รู้จักกันผิวเผินไม่ได้สนิทอะไรรับของเขาไว้ไม่ดี” มิราย้ำคำเดิม
“แต่ คุณับอกว่าคุณคือคนสำคัญ เกรงว่าถ้าผมเชิญคุณไปไม่ได้ต้องเจอปัญหาใหญ่แน่” มิราถอนใจ
“เอาไว้ฉันคุยกับเขาเอง อธิบายกับเขาเอง ฉันมีเบอร์โทรศัพท์เขาจากนามบัตรเมื่อคืน” มิราตัดบทคนขับไม่เซ้าซี้อาจด้วยความเกรงใจโค้งคำนับก่อนจากไปโดยดี
“นายัใช่คนที่ขับรถ ไม่ดูตาม้าตาเรือเมื่อคืนไหมครับ” เฮงถามหลังจากที่เงียบมานานพรสุดาทำเหมือนนึกขึ้นได้
“ั อ๋อคุณั อัจฉริยะเลิศไกร เ้าของธุรกิจแสนล้าน ผู้สืบทอดคนเดียวของบริษัทร่วมทุนของจีนที่มาสร้างฐานการผลิตที่ไทยเป็ข่าวใหญ่ เมื่อไม่นานมานี้ ว่าเขานำเม็ดเงินมาลงทุนที่ไทย หลายหมื่นล้าน ได้ข่าวว่าเป็ลูกครึ่งไทยจีนที่ ถูกจัดอันดับในนิตยสารว่าหล่อและมี อิทธิพลที่สุดในตอนนี้นี่” มิราเองก็เหมือนเคยได้ยินเหมือนกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะเื่ไกลตัวเหลือเกิน
“ชิ ก็แค่คนในตระกูลดังพ่อรวยไม่ได้สร้างฐานะด้วยตัวเองสักหน่อย” เฮงแกล้งบ่นดังๆ
“ช่างเขาเถอะสุดาฉันไม่สนหรอกมิราพูดขึ้นลอยๆ ทว่าใจกลับไขว้เขว
“คุณมิราอยากที่โรงแรมแกรนมาริออทไหมผมพาไปได้นะ” เฮงยังยิ้มกว้างใสซื่อเหมือนเดิม
“ไม่คะ”
“แกฉันอยากไปนะๆ ๆ ๆ นานๆ จะมีเ้าภาพสักที่”
“เกรงใจคุณเฮงเขา” มิราตอบตามจริง
“ไม่เป็ไรครับเผอิญผมโบนัสเพิ่งออกครับ โบนัสผมออกทุกสามเดือนอยากหาคนทานข้าวเป็เพื่อนพอดี เลี้ยงฉลองได้โบนัสหลายตัง แล้วผมก็ไม่ค่อยมีเพื่อนคุณสองคนไปเป็เพื่อนผมนะ” น้ำเสียงแสดงความจริงใจอย่างเห็นได้ชัด พรสุดาเขย่าแขนมิราเบาๆ เป็เชิงขอร้อง
“ตกลงค่ะ” มิราตอบ เฮงยิ้มแก้มแทบปริยกหูโทรศัพท์เรียกใช้บริการแท็กซี่ที่เขาบอกให้รออยู่แถวนั้น เปิดประตูรถให้มิรากับพรสุดาเข้าไปนั่งส่วนตัวเขานั่งเบาะหน้ากับคนขับ ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดระบบนำทาง บอกทางคนขับและอธิบาย การจราจรไปตลอดทาง รถแล่นมาจอดที่จุดหมายเฮง กุลีกุจอเปิดประตูให้มิราลงมาข้างนอก พรสุดา ตื่นเต้นจัดแต่งเสื้อผ้าให้เข้ารูปเข้ารอยมิรากับเสื้อยืดรัดรูปกับกางเกงยีน เกล้าผมหลวมๆ ใบหน้าสวยสดจนหลายคนเผลอมองด้วยความชื่นชมบ้างก็ชี้ชวนกันดู สวยจนบางคนคิดว่าเป็นักแสดง
เฮงยืดอกท่าทางภูมิใจที่ได้เดินข้างๆ มิรา
“ห้อง อาหาร อยู่ชั้นบนสุดเห็นวิวสวยมากครับ ที่นั่นรวมอาหารของชาติต่างๆ ไว้มากมาย ราคาค่อนข้างแพง แต่รสชาติใช้ได้ทีเดียว” เฮงพูดขึ้น
“คุณเฮงเคยมาทานรึค่ะ” พรสุดาถาม
“เปล่าครับผมค้นในกูเกิ้ลและอ่านรีวิวมาตลอดทาง” มิราอดจะทึ่งไม่ได้
ทั้งสามขึ้นมาจนถึงชั้นบนสุด นักข่าวหลายสำนักกำลังยืนรีรออะไรอยู่หน้าร้านอาหาร เต็มไปหมด เฮงเดินนำสองสาวหาโต๊ะนั่งริมหน้าต่างที่เห็นวิวได้เกือบสามร้อยหกสิบองศา บริกรนำเมนูอาหารมาส่งให้ทันใจ เฮงยื่นส่งเมนุให้พรสุดาและมิราอย่างที่สุภาพบุรุษควรทำ
ันั่งอยู่อีกฟากของหน้าต่างที่ทิวทัศน์เบื้องล่างเป็แม่นำเ้าพระยายาวคดเคี้ยว เขามองเห็นมิราั้แ่ที่คนทั้งสามก้าวเข้ามาในห้องอาหารแต่เป็มิราเสียอีกที่ไม่ทันได้เห็นเขาเพราะ หุ้นส่วนที่เขากำลังจะมาเซ็นสัญญาด้วยนั่งบังัอยู่
สายตาคมจ้องมองมาที่มิราเป็ระยะๆ
“คุณเฮงมีเมนูแนะนำไหม” พรสุดาแกล้งถามเพราะรู้ดีว่าเฮงต้องอ่านรีวิวอาหารมาอย่างละเอียดแน่นอน
เฮงยิ้ม ให้พรสุดาก่อนจะหันมาหามิรา
“เฮงแนะนำคุณมิรา ...คาร์ซูเลย์...เป็อาหารฝรั่งเศสที่ทำจากถั่วขาวเคี่ยวช้าๆ กับเนื้อหมูหรือเป็ด กับไส้กรอก เนื้อแกะ หรือเนื้ออื่นๆ ตามที่มี เป็อาหารของชาวนา เริ่มต้นมาจากทางตอนใต้ของฝรั่งเศส แถวตูลูสและคาร์คาซอนน์ นิยมทำรับประทานกันในหน้าหนาว คุณมิราต้องชอบแน่ๆ ส่วนคุณพรสุดา เฮงแนะนำเนื้อบูร์กิญง อาหารพื้นเมืองจากแคว้นเบอร์กันดี ที่ในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่าบูร์กอญ ใช้เนื้อเคี่ยวกับไวน์แดงและสมุนไพร หากทำแบบดั้งเดิม จะต้องตั้งเคี่ยวไว้ถึง 2 วันเพื่อให้เนื้อเปื่อยนุ่ม” พรสุดาตบมือเปาะแปะชอบใจสิ่งที่เฮงแนะนำ
“แล้วคุณเฮงละคะ” มิราถามด้วยความเป็ห่วงแบบจริงจัง”
“ผมชอบอาหารญี่ปุ่น ขอเป็โอโคโนมิยากิ” หันไปทางบริกรที่ยืนรออยู่
บริกรนำอาหารมา ส่งให้ในเวลาไม่นานนัก ัยังคงแอบมองมิราที่เริ่มลงมือทานอาหาร และพูดคุยกับเฮงและพรสุดาไม่วางตา
สักพักนักข่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาล้อมโต๊ะของัไว้ เมื่อัจรดปากกาเตรียมเซ็นสัญญาร่วมทุน แสงแฟรชวูบวาบและการกดซัตเตอร์ดังถี่ๆ มิราฌองและพรสุดา มองไปยังโต๊ะของัด้วยความสงสัย อุปกรณ์บันทึกเสียงทำงานเมื่อนักข่าวสายเศรษฐกิจยิงคำถาม
“คุณัค่ะ การเซนสัญญาครั้งนี้เป็การยืนยันการร่วมทุนใช่ไหมคะ”
“ถูกต้องครับ ผมมีความพร้อมและความไว้วางใจว่าจะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งสองฝ่าย”
“คุณัหวังผลอะไรหรือเปล่าในการเซ็นสัญญาครั้งนี้ หรือว่าติดใจอะไรประเทศนี้” คำถามเริ่มล้วงลึกเื่ส่วนตัว
ัยิ้มลุกขึ้นเดินตรงมายังโต๊ะ ที่มิราเฮงและพรสุดานั่งอยู่ท่ามกลางสายตามากมาย คว้าข้อมือของมิราฉุดให้มิราลุกขึ้นยืนข้างเขาคราวนี้เองที่ช่างภาพของสำนักข่าวเริ่มกดซัตเตอร์รัวๆ
“ผมั ถูกใจสาวไทย โดยเฉพาะ ผู้หญิงคนนี้ ตอนนี้ผมกำลังจีบเธออยู่ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่ผมอยากบอกเธอตอนนี้เลยว่าผมจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เพราะผมเชื่อว่าผมั อัจฉริยะเลิศไกร ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย” พรสุดาแทบกรีดมิรา หน้ามืดจนเกือบเป็ลมล้มพับลงตรงนั้น ส่วนเฮงทำหน้าตาเหลอหลา กำลังหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นักข่าวเริ่มนำเครื่องบันทึกเสียงมาจ่อที่ปากของมิราเตรียมถามคำถามที่คิดว่าหลายคนคงอยากรู้ ัโค้งคำนับนักข่าวก่อนจะเดินหลบออกไปปล่อยให้มิราถูกรุมโดยนักข่าวและช่างภาพ