ตอนที่ 54 ร่วมมือกัน
เพื่อการขายผลไม้ให้ได้ในราคาสูงครั้งนี้ผู้นำชุมชนตั้งใจที่จะเตรียมแผนศึกมาแม่ทัพรับ น้ำหลากดินต้าน[1]
“พวกเขายังต้องการตะกร้าหวายสำหรับใส่ผลไม้ด้วยแน่นอนว่า พวกเขาไม่ได้ให้คนในชุมชนของเราทำงานหนักเปล่าๆ ”
ผู้นำชุมชนได้ยินเงื่อนไขนี้ก็รู้สึกโล่งใจทันทีเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก บ้านทุกหลัง ไม่ว่าใครๆก็ใช้ตะกร้าหวายที่สานเองทั้งนั้น นี่ไม่ใช่ปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาให้เงินด้วยก็ยิ่งคุ้มทุนเข้าไปอีก
“ชีเยวี่ยตะกร้าหวายมีข้อต้องการอะไรบ้างไหม? ต้องการกี่ใบ?”
ตอนนี้ผู้นำชุมชนสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่แล้ว
หานชีเยวี่ยกล่าวว่า“ไม่มีข้อต้องการอะไรเป็นพิเศษค่ะ ขอแค่สวยงามและแข็งแรงก็พอ แต่จำนวนค่อนข้างมากต้องการสามพันใบ”
ตะกร้าหวายในยุคนี้หากให้อธิบายโดยรวมแล้วเป็นงานค่อนข้างหยาบ ถือแล้วไม่สวยมากเท่าที่ควรด้วยเหตุนี้หานชีเยวี่ยจึงตั้งใจที่จะออกแบบตะกร้าหวายหลายแบบให้คนในชุมชนลองสานดูไม่แน่ บางทีนี่อาจจะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมหัตถกรรมทอมือให้ก้าวหน้าขึ้นก็ได้
เพราะว่าที่จริงแล้วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเศรษฐกิจจะเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วการเริ่มต้นก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
“ได้สิคนในชุมชนของเราที่สานตะกร้าได้มีเยอะ”
“ใช่ค่ะ ผู้นำชุมชนผลไม้ต้องพยายามคัดสรรให้ดีที่สุด นอกจากนี้แล้วตะกร้าหวายก็ต้องสานอย่างประณีตและแข็งแรงด้วย”
ผู้นำชุมชนรีบพูดว่า “เรื่องนี้ง่ายดายมากคนในชุมชนของเราที่สานตะกร้าได้มีเยอะ แค่หาเวลาว่างช่วงเช้าและเย็นคนหนึ่งน่าจะสานได้สองถึงสามใบต่อวัน ครอบครัวหนึ่งก็สานได้สิบกว่าใบ”
ผู้นำชุมชนเชื่อว่าตราบใดที่ได้ยินว่าสามารถทำเงินได้ คนในชุมชนก็ยินดีที่จะทำเพราะใช้เวลาว่างทำเงิน หนำซ้ำยังไม่มีต้นทุน เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง!
“ชีเยวี่ย ตะกร้าหนึ่งใบราคาให้เท่าไหร่?”
“ให้ใบละหนึ่งเหมาค่ะราคาไม่นับว่าถูกเกินไป พวกเราจึงต้องรับประกันคุณภาพและปริมาณเดี๋ยวฉันจะนำแบบตะกร้าใหม่มาให้คุณดู”
เมื่อผู้นำชุมชนได้ยินว่าตะกร้าหนึ่งใบหนึ่งเหมารอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งสดใสขึ้น มองหานชีเยวี่ยราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่สานตะกร้าเพียงอย่างเดียวคนทั้งชุมชนก็สามารถหาเงินได้สามร้อยหยวน
“ชีเยวี่ย เธอเก่งจริงๆ แค่ออกไปวันเดียวก็สามารถนำข่าวดีขนาดนี้มาให้ทุกคนได้”
ผู้นำชุมชนมองหานชีเยวี่ยก็ยิ่งชอบอกชอบใจดวงตาคู่นั้นที่มองหานชีเยวี่ยเต็มไปด้วยความเมตตาซึ่ง แตกต่างจากท่าทีปกติ
ผู้นำชุมชนคิดในใจถ้าคนหนุ่มสาวในชุมชนของเขาล้วนมีความสามารถแบบนี้การพัฒนาของชุมชนต้องดีขึ้นมากแน่ๆ
น่าเสียดายที่เด็กคนอื่นๆดูเหมือนจะไม่มีความสามารถอะไรเลย ผ่านมาหลายปีแล้วก็ยังไม่เห็นว่าจะทำอะไรให้ชุมชนได้
“ชีเยวี่ยแล้วเรื่องการสร้างโรงงานมีความคืบหน้าบ้างไหม?”
สิ่งที่ผู้นำชุมชนกังวลที่สุดก็คือเรื่องนี้ตอนนี้เงินที่หาได้ก็เป็นเพียงเงินเล็กๆ น้อยๆ มีเพียงการสร้างโรงงานเท่านั้นถึงจะสามารถทำให้ชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้นได้จริงๆ
“ผู้นำชุมชน อย่าใจร้อนสิคะพวกเราต้องค่อยๆ ทำทีละเรื่อง เมื่อเราจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วโรงงานทอฝ้ายฝั่งนั้นเกิดความพอใจ มีเรื่องอะไรก็สามารถไว้ใจให้เรารับผิดชอบได้”
หานชีเยวี่ยไม่ได้พูดเลื่อนลอยเพราะความสัมพันธ์หลายอย่างต้องค่อยๆ สร้างขึ้นมา ติดต่อกับโรงงานทอฝ้ายให้มากขึ้นถ้าโรงงานทอฝ้ายมีงานเล็กๆ น้อยๆให้ชุมชนของพวกเขาทำก็สามารถทำให้ชุมชนมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้
ความจริงที่หานชีเยวี่ยเข้าใจผู้นำชุมชนก็เข้าใจเช่นกันนี่เป็นโอกาสที่พวกเขาจะรวมใจของชุมชนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในเมื่อเป็นโอกาสก็ต้องคว้าไว้ อย่าให้เสียเปล่า
“พรุ่งนี้ฉันจะระดมสมาชิกในชุมชนร่วมมือกันทำให้เรื่องนี้สำเร็จ”ผู้นำชุมชนพูดด้วยความมั่นใจ
“ผู้นำชุมชน ผลไม้มากกว่าหนึ่งหมื่นจินชุมชนของเราจะหาได้ครบไหมคะ? ถ้าไม่พอเราต้องไปหาจากชุมชนอื่นด้วยไหม? ”
ต้นไม้ผลในชุมชนของพวกเขามีไม่น้อยแต่ถ้าคัดเลือกผลไม้ที่ดีก็กลัวว่าจะไม่พอ
จริงๆแล้วผู้นำชุมชนต้องการผูกขาดธุรกิจที่ดีนี้ไว้กับชุมชนของตัวเองแต่ก็มีบางคนที่รู้ว่าต้นไม้ผลในชุมชนมีจำกัด
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วในที่สุดผู้นำชุมชนก็ต้องตัดสินใจอย่างน่าเสียดายที่จะแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับชุมชนอื่นด้วย
“ฉันคิดว่าเราสามารถไปรับซื้อผลไม้จากชุมชนเซี่ยงหยางได้ผลไม้ของชุมชนเซี่ยงหยางแม้จะเทียบกับชุมชนของเราไม่ได้ แต่ก็ถือว่าใช้ได้”
คำพูดของผู้นำชุมชนทำให้หานชีเยวี่ยพูดไม่ออกทันทีอะไรคือผลไม้ของชุมชนเซี่ยงหยางเทียบกับชุมชนของพวกเขาไม่ได้ สองชุมชนอยู่ติดกันดินก็เหมือนกัน แสงแดดก็เหมือนกัน แหล่งน้ำก็เหมือนกัน ผลไม้ก็ต้องเหมือนกันสิยิ่งกว่านั้น ผู้นำชุมชนให้โอกาสนี้กับชุมชนเซี่ยงหยางก็เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำชุมชนเซี่ยงหยาง
แต่ถึงหานชีเยวี่ยจะรู้ เธอก็ไม่พูดออกไป
“ผู้นำชุมชน คุณคิดถูกแล้วเราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด”
“ชีเยวี่ยเธอเพิ่งพูดว่าพวกเขายังต้องการอะไรอีกนะ?”
ผู้นำชุมชนนึกขึ้นได้ว่าในตอนแรกหานชีเยวี่ยพูดว่ายังมีอย่างอื่นที่ต้องการซื้อด้วยแต่เขาตื่นเต้นจนลืมไป
“ต้องการไข่ไก่ค่ะในชุมชนเราบ้านไหนมีไข่ไก่ก็สามารถเก็บไว้ได้ราคาที่โรงงานทอฝ้ายให้แม้จะไม่สูงเท่าผลไม้แต่ก็สูงกว่าที่ส่งให้สหกรณ์”
ผู้นำชุมชนยิ่งดีใจจนแทบหาทิศเหนือไม่เจอ [2]
ไข่ไก่นั้น ทุกบ้านทุกครัวเรือนล้วนมีแม้จะมีไม่มากแต่ก็สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ไม่น้อย
ภรรยาของผู้นำชุมชนได้ยินคำพูดเหล่านี้พอดีก็นึกขึ้นได้ว่าที่บ้านเก็บไข่ไก่ไว้หนึ่งตะกร้าจึงรีบไปที่ห้องครัวรินน้ำให้ลุงหานและชีเยวี่ยคนละถ้วย
“ดื่มน้ำก่อนสิ นั่งลงแล้วค่อยๆ พูด”
หลังจากหานชีเยวี่ยกล่าวขอบคุณเธอก็รับถ้วยน้ำมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับการปฏิบัติแบบนี้ในบ้านของผู้นำชุมชน
ยังไงเธอก็เป็นแค่รุ่นน้องภรรยาของผู้นำชุมชนไม่เคยปฏิบัติกับเธออย่างแขกผู้มาเยี่ยมเยือนแบบนี้มาก่อน
“ผู้นำชุมชน ไข่ไก่ที่ต้องการก็เยอะฉันคำนวณแล้ว ธุรกิจนี้ชุมชนของเรารับไม่ไหว ต้องร่วมมือกับชุมชนอื่นด้วย”
จริงๆแล้วหานชีเยวี่ยอยากจะรับธุรกิจไข่ไก่ทั้งหมดไว้เองเพราะในมิติของเธอมีไข่ไก่มากมาย แต่หลังจากนั้นเธอก็คิดอย่างรอบคอบถ้าไม่รับซื้อไข่ไก่เลย ถึงตอนนั้นจะอธิบายที่มาที่ไปได้ยาก
หานชีเยวี่ยไม่อยากให้ใครสงสัยตัวเธอ
ในยุคนี้ ไก่ของแต่ละครัวเรือนมีน้อยการรวบรวมไข่ไก่ได้มากกว่าหมื่นฟองไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้นำชุมชนจึงไม่หวงธุรกิจนี้
“ได้เรื่องนี้ฉันจะไปคุยกับเพื่อนเก่าคนอื่นๆ แน่นอนว่าต้องสำเร็จ”
ผู้นำชุมชนพูดจบก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “ชีเยวี่ย พูดปากเปล่าแบบนี้มันจะไม่ใช่การหลอกลวงเรารึเปล่า?”
หานชีเยวี่ยหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าให้ผู้นำชุมชนดู
ผู้นำชุมชนมีการศึกษาไม่สูงแต่รู้จักตัวอักษรง่ายๆ หลังจากดูแล้ว เขาก็ตื่นเต้นมากมองหานชีเยวี่ยด้วยสายตาที่ยิ่งทวีคูณความล้ำค่า
“ชีเยวี่ย เธอเก่งจริงๆนี่ถือเป็นการสร้างประโยชน์ครั้งใหญ่ให้กับชุมชนของเรา ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจะจัดประชุมใหญ่เพื่อยกย่องเธอ”
ผู้นำชุมชนชมหานชีเยวี่ยไม่หยุดจนถึงขนาดที่เขาปรารถนาให้หานชีเยวี่ยเป็นลูกสาวของตัวเองลุงหานมองผู้นำชุมชนด้วยสายตาระแวง กลัวว่าผู้นำชุมชนจะมาแย่งลูกสาวของเขาไปเขาถึงกับคิดว่าจะพาชีเยวี่ยกลับไปทันที
ชีเยวี่ยรีบพูดว่า “ผู้นำชุมชนเรื่องนี้คุณไม่ต้องพูดถึงความดีความชอบของฉัน บอกว่าเป็นเพราะเส้นสายของลุงของฉันคุณคิดว่าเป็นยังไงบ้างคะ?”
ผู้นำชุมชนงุนงง นี่มันหมายความว่ายังไง?
ไม่ใช่แค่ผู้นำชุมชนแม้แต่ลุงใหญ่ก็ยังประหลาดใจ
ชีเยวี่ยหมายความว่ายังไง?
“ผู้นำชุมชน ฉันเป็นแค่เด็กผู้หญิงคุณคิดว่าการยกย่องฉันมากขนาดนี้เหมาะสมไหมคะ? แต่ลุงของฉันไม่เหมือนกันทุกคนรู้ว่าลุงของฉันเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น”
หลังจากหานชีเยวี่ยพูดจบผู้นำชุมชนก็เข้าใจความหมายของเธอทันที
เชิงอรรถ
[1] 兵来将挡,水来土掩 ศึกมาแม่ทัพรับน้ำหลากดินต้าน เป็นสำนวนจีนแปลว่าไม่ว่าจะมาวิธีไหนก็สามารถรับมือได้ตามสถานการณ์ตรงกับสำนวนไทยคำว่า “ตัดไม้ข้ามฟาก”
[2] 找不到北หาทิศเหนือไม่เจอเป็นสำนวนจีนแปลว่าทำอะไรไม่ถูก