สายใยของความรู้สึกคนเรานั้นเป็สิ่งที่มีความละเอียดอ่อนและบอบบางเป็อย่างยิ่ง ในงานของนักบูรณะหนังสือโบราณ... แผ่นกระดาษที่เปื่อยยุ่ยและเสื่อมสภาพตามกาลเวลาย่อมเกิดรอยปริแยกขนาดเล็กที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในตอนแรก หากเราไม่ระมัดระวังและปล่อยให้รอยร้าวเล็กๆ เ่าั้ขยายตัวออกไป ท้ายที่สุดแผ่นกระดาษอันมีค่าทั้งแผ่นก็อาจจะขาดสะบั้นแยกออกจากกันจนไม่อาจประสานคืนรูปเดิมได้อีกเลย ความรักและความเชื่อใจระหว่างผมกับวิเวียนก็เช่นเดียวกัน มันคือกระดาษแผ่นบางและงดงามที่สุดที่ผมเพียรพยายามประคับประคองและบูรณะรักษาเอาไว้ในตู้กระจกสุญญากาศส่วนตัว ทว่าในยามนี้ รอยร้าวเงียบเชียบกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นภายใต้เงาความมืดอย่างที่ผมไม่อาจหลีกเลี่ยง
หลังจากการเผชิญหน้ากับร้อยตำรวจเอกเมฆในยามบ่ายของวันก่อน จิติญญาของผมก็ตื่นตัวและระแวดระวังภัยมากยิ่งขึ้นเป็ทวีคูณ ผมรู้ดีว่าสุนัขล่าเนื้อจากส่วนกลางคนนี้ไม่มีทางละความพยายามง่ายๆ รอยเท้าดิจิทัลที่หมวดกรณ์ทิ้งไว้ก่อนตายกำลังนำทางพวกเขาให้คืบคลานเข้ามาใกล้ความลับสีแดงฉานที่ผมซ่อนไว้ใต้ก้นทะเลลึกริมหน้าผาช่องลม และสิ่งเดียวที่จะรับประกันความปลอดภัยของสรวง์แห่งนี้ได้ คือการดึงวิเวียนเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมและสายตาของผมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ในเช้าวันถัดมา ผมเริ่มต้นการกักขังอันแสนหวานของผมด้วยการจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างที่วิเวียน้าไว้ให้พร้อมสรรพภายในบ้านพักริมทะเลแห่งนี้ ผมจ้างคนขับรถไปตระเวนซื้อผ้าลินินเนื้อดี โทนสีฟ้าครามและขาวนวลตามที่เธอ้าสำหรับคอลเลกชัน "Sea Whisper" รวมถึงสมุดสเกตช์ภาพ ดินสอเขียนแบบ และนิตยสารแฟชั่นเล่มใหม่ล่าสุดจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ นำมาจัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะทำงานชั้นสองของเธออย่างเป็ระเบียบ
นอกจากนี้ผมยังจัดเตรียมอาหารเช้าเป็ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่มโรยหน้าด้วยหมูสับทรงเครื่องและต้นหอมซอย ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวล พร้อมกับน้ำส้มคั้นสดเย็นเฉียบที่ผมคั้นด้วยมือตัวเอง นำขึ้นมาเสิร์ฟให้เธอถึงห้องทำงาน
"นนท์คะ... นี่คุณสั่งซื้อผ้าพวกนี้มาให้เวียนทั้งหมดเลยเหรอคะ? แล้วยังเตรียมอาหารเช้ามาให้อีก" วิเวียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจและดวงตาที่เป็ประกายเมื่อเห็นม้วนผ้าลินินสีสวยวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอในยามเช้า
"ครับเวียน นนท์ไม่อยากให้เวียนต้องเหนื่อยเดินทางออกไปหาซื้อเองนอกบ้านน่ะครับ ่นี้เส้นทางเลียบหาดชำรุดหนักหลังพายุใหญ่ ดินโคลนถล่มหลายจุด และในตัวเมืองก็มีข่าวเื่โรคระบาดหลังน้ำท่วมด้วย นนท์เป็ห่วงความปลอดภัยและสุขภาพของเวียนที่สุดเลยครับ ทำงานออกแบบอยู่ที่บ้านพักที่อบอุ่นของเราดีกว่านะครับคนดี" ผมตอบพลางส่งยิ้มละมุนละไมและก้าวเข้าไปโอบกอดเธอจากทางด้านหลังอย่างทะนุถนอม
วิเวียนเอิงกายพิงกับอกอุ่นของผมพลางเอามือลูบไล้เนื้อผ้าลินินอย่างพึงพอใจ "ขอบคุณมากเลยนะคะนนท์ คุณช่างแสนดีและใส่ใจเวียนทุกอย่างเลย... แต่บางทีเวียนก็รู้สึกเกรงใจจังค่ะ นนท์คอยทำโน่นทำนี่ให้ตลอดจนเวียนแทบไม่ได้ขยับตัวออกไปไหนเลย"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ สำหรับนนท์แล้ว... การได้ดูแลรักษาสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และปลอดภัยที่สุด คือความสุขเดียวของนนท์ครับ" ผมกระซิบตอบที่ข้างใบหู of ของเธออย่างแ่เบาพลางก้มลงจูบซับที่ขมับบางอย่างรักใคร่
ทว่าในระหว่างที่ผมโอบกอดเธออยู่นั้น าแช้ำระบมที่สีข้างด้านขวาจากการโดนศอกของหมวดกรณ์กระทุ้งใส่ยังคงเต้นตุบๆ ส่งกระแสเ็ปแล่นแปลบเข้ามาในอกเป็ระยะ ผมต้องพยายามข่มใจเกร็งกล้ามเนื้อไม่ให้สะดุ้งตัวโยนและระงับเสียงครางเจ็บไว้ในลำคออย่างแเีที่สุด ภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวตัวหลวมที่ผมสวมใส่ มีผ้าพันแผลยืดพันรัดประคองโครงสร้างอกและซี่โครงไว้อย่างแ่าเพื่อป้องกันอาการเดินกะเผลกที่อาจทำให้อัญมณีในอ้อมกอดนี้เกิดความสงสัย
สายตาของวิเวียนช้อนมองขึ้นมาสบตากับผม แววตาของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ใช่แววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างไร้เดียงสาเหมือนเช่นเคย แต่กลับมีร่องรอยของความครุ่นคิดและสงสัยระคนอยู่เงียบๆ เธอสังเกตเห็นอาการเกร็งตัวน้อยๆ ของผมยามขยับกาย และเห็นว่านิ้วมือของผมคอยแตะลูบสีข้างขวาอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งโทรศัพท์มือถือของผมที่คอยสั่นเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลที่หน้าจอกะพริบแจ้งสถานะการทำงานของกล้องวงจรปิดรอบร้านเป็ระยะ
"นนท์คะ... แผลที่สีข้างยังเจ็บอยู่เหรอคะ? ให้เวียนช่วยดูให้อีกรอบไหม?" เธอถามด้วยความห่วงใย แต่น้ำเสียงกลับมีแววค้นหาความจริง
"ไม่เป็ไรครับคนดี ทานยาแก้ปวดแล้วดีขึ้นมากแล้วครับ นนท์แค่ตึงๆ กล้ามเนื้อนิดหน่อยเอง" ผมตอบกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มละมุนละไมพลางลูบศีรษะเธอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ในวันนั้นวิเวียนจมดิ่งอยู่กับงานสเกตช์ภาพและการเลือกแพทเทิร์นผ้าอยู่บนชั้นสอง ขณะที่ผมลงมาเฝ้าร้านหนังสือโบราณที่ชั้นล่าง ทว่าสมาธิในการทำงานบูรณะหนังสือของผมกลับถดถอยลงไปมาก สายตาของผมคอยจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดักจับสัญญาณวิทยุสื่อสารและเครือข่ายความปลอดภัยของตำรวจท้องที่อยู่ตลอดเวลา ความเงียบงันภายในร้านชวนให้อึดอัด และอาการเจ็บแปลบที่สีข้างขวาก็ทวีความระบมขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องคอยนวดกดเบาๆ เพื่อบรรเทาความเ็ป
กระทั่งยามบ่ายคล้อย แสงแดดสีส้มสลัวสาดส่องผ่านประตูกระจกเข้ามาในร้านหนังสือ เกิดเป็เงายาวทอดข้ามพื้นไม้ เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านดังกริ่งขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกถึงผู้มาเยือนคนเดิมที่ก้าวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าและท่าทางที่เคร่งขรึมและกดดันยิ่งกว่าเมื่อวาน
ร้อยตำรวจเอกเมฆก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม้เก่า แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาจ้องมองตรงมาที่ผมอย่างคาดคั้นและจับผิด ไม่มีรอยยิ้มหรือการทักทายอย่างสุภาพเหมือนเช่นครั้งแรก มีเพียงรังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
"ยินดีต้อนรับกลับครับผู้กอง... วันนี้มีเบาะแสเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานของคุณคืบหน้าบ้างไหมครับ?" ผมเปิดฉากทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพและหน้ากากชายหนุ่มแสนดีที่ถอดแบบมาจากภาพลักษณ์พ่อค้าหนังสือโบราณผู้สันโดษ
ผู้กองเมฆจ้องมองผมเขม็งพลางเอ่ยตอบด้วยเสียงเรียบต่ำที่เปี่ยมด้วยพลังข่มขู่ "คืบหน้าไปมากครับคุณธนนท์... ตำรวจน้ำและกู้ภัยได้ใช้เครื่องมือสแกนใต้ทะเลลึกบริเวณหน้าผาช่องลม และดึงข้อมูลพิกัด GPS สุดท้ายจากโทรศัพท์มือถือของหมวดกรณ์ขึ้นมาได้สำเร็จ สัญญาณดับลงในพิกัดที่ใกล้เคียงกับแนวชายหาดด้านหลังร้านหนังสือของคุณมากอย่างไม่น่าเชื่อ... และกล้องจราจรบนถนนสายหลักเลียบเมืองก็บันทึกภาพรถเก๋งของกรณ์ขับตรงมาทางชายหาดแห่งนี้ในเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันพายุใหญ่ค่ำคืนนั้นพอดี"
ผมข่มใจนิ่งเฉย สบสายตากับผู้กองเมฆตรงๆ โดยไม่แสดงปฏิกิริยาตื่นตระหนกหรือหลบเลี่ยง แววตาของผมยังคงเต็มไปด้วยความใระคนเห็นอกเห็นใจอย่างเป็ธรรมชาติ "งั้นหรือครับ... ช่างน่าใและน่าเศร้าจริงๆ ครับ แต่คืนนั้นพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงมาก ลมกรรโชกและฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทาง บางทีหมวดกรณ์อาจจะขับรถหลงทางเข้ามาแถวนี้ หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุแหกโค้งเพราะถนนริมหน้าผามันลื่นมากจริงๆ"
"นั่นก็เป็สมมติฐานหนึ่งครับ... แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ ทำไมสัญญาณโทรศัพท์ของเขาถึงมาดับลงในจุดนี้พอดี" เมฆขยับตัวเข้าใกล้เคาน์เตอร์พลางกดเสียงต่ำลงอย่างน่าเกรงขาม "และที่สำคัญ... ผมอยากจะขอตรวจสอบไฟล์ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดของร้านหนังสือคุณใน่เวลาเที่ยงคืนถึงตีสามของคืนพายุใหญ่หน่อยครับ เพื่อดูว่ามีรถของกรณ์แล่นผ่านเข้ามาหรือมีร่องรอยของเขาบ้างไหม"
นี่คือสิ่งที่ผมเตรียมการรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว ผมระบายยิ้มอ่อนและตอบกลับด้วยสีหน้าแสดงความลำบากใจ "ผมยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ครับผู้กอง... แต่ต้องขออภัยจริงๆ ครับ คืนวันพายุใหญั้น กระแสลมแรงพัดจนกิ่งไม้ใหญ่หักโค่นทับเสาไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงะเิ ส่งผลให้ไฟดับทั่วทั้งบริเวณริมชายหาดแห่งนี้ั้แ่่ห้าทุ่มยาวไปจนถึงเช้าวันถัดไป ระบบสำรองไฟของกล้องวงจรปิดและตัวเครื่องบันทึก DVR ในร้านของผมเกิดกระแสไฟกระชากอย่างรุนแรงจนบอร์ดภายในไหม้เสียหาย ข้อมูลบันทึกใน่ค่ำคืนนั้นจึงสูญหายไปทั้งหมดและตอนนี้กล้องก็ยังใช้งานไม่ได้เลยครับ ผมกำลังติดต่อให้ช่างจากในตัวเมืองเข้ามาซ่อมแซมให้อยู่ครับ"
ผู้กองเมฆหรี่ตาลงจ้องมองผมนิ่งลึก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแคลงใจและไม่เชื่อในคำชี้แจง ทว่าเขาก็ไม่อาจหาหลักฐานใดๆ มาหักล้างคำพูดของผมได้ในยามนี้ "กล้องวงจรปิดพังเพราะไฟกระชากในคืนนั้นพอดีงั้นเหรอ... ช่างเป็จังหวะเวลาที่เหมาะเจาะจริงๆ นะครับคุณธนนท์"
"ธรรมชาติมักจะโหดร้ายและไม่มีการตระเตรียมล่วงหน้าเสมอครับผู้กอง เหมือนกับอุบัติเหตุที่เกิดกับหมวดกรณ์นั่นแหละครับ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล ทว่าคมกริบดุจปลายมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้านวม
ในขณะที่การซักถามอันแสนตึงเครียดกำลังดำเนินอยู่นั้น เสียงฝีเท้าแ่เบาที่ก้าวเดินลงมาจากบันไดไม้ชั้นสองก็ดังแว่วเข้ามา ผมเหลือบสายตาขึ้นไปมองด้วยความกังวลใจ และพบร่างบางของวิเวียนยืนนิ่งอยู่กึ่งกลางบันได ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอบัดนี้เบิกกว้างเล็กน้อยและจ้องมองตรงมาที่พวกเราสองคน ใบหน้าหวานซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เธอแอบฟังการสนทนาทั้งหมดั้แ่เื่การหายตัวไปของหมวดกรณ์ พิกัดสัญญาณสุดท้าย และเื่กล้องวงจรปิดที่ขัดข้อง
"เวียน... ลงมาั้แ่เมื่อไหร่ครับ?" ผมรีบเอ่ยทักน้ำเสียงอ่อนโยนพลางก้าวออกจากหลังเคาน์เตอร์ไม้ไปหาเธอทันทีเพื่อปิดกั้นไม่ให้ตำรวจสืบสวนเข้าใกล้เธอ
ผู้กองเมฆหันไปมองตามเสียงและส่งยิ้มสุภาพให้วิเวียน "สวัสดีครับคุณวิเวียน... ขอโทษทีครับที่มารบกวนเวลาพักผ่อน พอดีผมมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหมวดกรณ์ เพื่อนตำรวจที่หายตัวไปน่ะครับ"
วิเวียนก้าวลงบันไดมาช้าๆ มือบางกำราวบันไดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แววตาของเธอที่มองสบประสานกับผมเต็มไปด้วยรอยร้าวของความคลางแคลงใจและสงสัยเป็ครั้งแรกในชีวิต "สวัสดีค่ะคุณตำรวจ... แล้ว... ตอนนี้พบหมวดกรณ์หรือยังคะ?" เธอถามเสียงสั่นแ่เบา
"ยังไม่พบร่างของเขาครับ... พบเพียงซากรถเก๋งตกอยู่ก้นทะเลลึกริมหน้าผาช่องลม สภาพรถพังยับเยินจากแรงกระแทกหินโสโครกและคลื่นั์บดขยี้ กระจกข้างแตกกระจายจนกระแสน้ำพัดทุกอย่างลอยหายไป... แต่เรายังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้งครับ" เมฆเอ่ยตอบพลางสังเกตปฏิกิริยาของวิเวียนอย่างนิ่งลึก
"ไม่พบร่าง... งั้นเหรอคะ..." วิเวียนพึมพำแ่เบาพลางเลื่อนสายตาลงมาจับจ้องที่บริเวณสีข้างด้านขวาของผมอย่างเงียบเชียบ
สมองอันชาญฉลาดและช่างสังเกตของวิเวียนในฐานะดีไซเนอร์ที่ต้องทำงานกับรายละเอียดและการประเมินรูปทรงเริ่มเชื่อมโยงต่อจิ๊กซอว์ความจริงเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วภายใต้รอยร้าวในจิตใจ:
* คืนวันพายุใหญ่นั้น... ธนนท์ลงไปที่ห้องทำงานใต้ดินนานผิดปกติ และพายุฝนก็ตกกระหน่ำรุนแรงมาก เธอจำได้ว่าเขาหายไปั้แ่่เกือบเที่ยงคืนและกลับขึ้นมาในเวลาเกือบตีสองด้วยสภาพเสื้อผ้าที่เปียกปอนและส่งกลิ่นฝุ่นโคลนผสมลมทะเล
* เมื่อเขากลับขึ้นมานอนกอดเธอ... เขามีรอยช้ำขนาดใหญ่สีม่วงเข้มปูดนูนที่สีข้างขวา ซึ่งเขาอ้างว่าลื่นล้มตกบันไดขูดกับโต๊ะไม้บูรณะ ทว่ารอยแผลนั้นเป็วงกลมกลมและบดช้ำลึกเหมือนรอยกระแทกจากการปะทะหรือรอยศอกกระทุ้งอย่างรุนแรงจากการต่อสู้ขัดขืน ไม่ใช่รอยขูดขีดแนวยาวจากการลื่นไถลตกบันได
* พิกัดสัญญาณสุดท้ายของตำรวจที่หายตัวไปดับลงใกล้ชายหาดแห่งนี้ในค่ำคืนพายุใหญ่พอดี
* และกล้องวงจรปิดของร้าน... ก็มาเสียหายใช้งานไม่ได้เฉพาะในคืนเกิดเหตุพายุนั้นอย่างน่าสงสัย
ความกังวลใจและหวาดระแวงอันแสนหนาวเยือกก่อตัวขึ้นเป็รอยร้าวขนาดใหญ่ในความเชื่อใจของวิเวียน เธอรู้สึกเหมือนกรงแก้วแสนหวานที่ครอบล้อมตัวเธอมาตลอดเริ่มสั่นคลอนและเผยให้เห็นเงามืดอันน่าสะพรึงกลัวที่หลบซ่อนอยู่ด้านหลัง
"ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับผู้กอง... หากทางร้านหนังสือของผมพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือมีอะไรคืบหน้า ผมจะรีบแจ้งให้คุณทราบทันทีครับ" ผมเอ่ยตัดบทเพื่อไล่ผู้มาเยือนออกไปจากอาณาจักรส่วนตัวของผมอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
ผู้กองเมฆมองผมและวิเวียนนิ่งเงียบอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะโค้งหัวตอบรับสุภาพ "ขอบคุณครับคุณธนนท์ คุณวิเวียน... ขอตัวก่อนครับ" นายตำรวจหนุ่มหันหลังก้าวเดินออกจากร้านไปพร้อมกับเสียงปิดประตูไม้และเสียงกระดิ่งลมที่สั่นะเืดังเงียบงันลงไปท่ามกลางแสงแดดอัสดงสีส้มแก่ที่โรยตัวลงมาจับผืนน้ำทะเล
ความเงียบสงัดอันน่าอึดอัดใจแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมไปทั่วร้านหนังสือโบราณในทันที วิเวียนยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ที่โคนบันไดไม้ ดวงตาหวานคู่สวยมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาที่สั่นระริกและแฝงไว้ด้วยความสงสัยระคนหวาดกลัวจางๆ แตกต่างจากสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจสมบูรณ์แบบก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
ผมก้าวเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ พยายามเก็บซ่อนท่วงท่าการเดินและแรงขยับที่ทำให้เจ็บแปลบสีข้างขวาอย่างแเีที่สุด ผมยื่นมือหนาออกไปเพื่อจะััแก้มเนียนใสของเธอ ทว่าวิเวียนกลับเผลอขยับใบหน้าหลบเลี่ยงการััของผมไปเล็กน้อยตามสัญชาตญาณความหวาดระแวงที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
การปฏิเสธััเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเปรียบเสมือนใบมีดโกนคมกริบที่กรีดลึกเข้ามาในหัวใจของผม รอยร้าวในจิตใจของเธอเริ่มรุกรานเข้ามาสั่นคลอนสรวง์ที่ผมเพียรบูรณะสร้างขึ้นมาเพื่อเธอ
"เวียนครับ... เป็อะไรไปหรือเปล่า? ทำไมมองนนท์ด้วยสายตาแบบนั้นล่ะครับคนดี?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ อ่อนโยน และนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าภายในดวงตาคมกริบของผมกลับแฝงนัยลึกซึ้งของการควบคุมและการตรวจสอบอย่างเข้มข้น
"ปะ...เปล่าค่ะนนท์ เวียนแค่รู้สึกเพลียๆ และปวดหัวนิดหน่อยน่ะค่ะ สงสัยเพราะอากาศเปลี่ยนหลังพายุใหญ่" วิเวียนตอบเสียงสั่นเบาๆ พยายามหลบสายตาของผมและฝืนส่งรอยยิ้มที่แห้งแล้งและขมขื่นออกมา
ผมไม่ปล่อยให้เธอห่างเหิน ผมขยับเข้าไปประชิดตัวร่างบาง รวบเอวกลมกิ่วของเธอเข้ามาสวมกอดไว้แ่า ดึงร่างของเธอให้แนบชิดกับอกอุ่น แม้ว่าแผลสีข้างขวาจะระบมเจ็บจนสะท้านอกจากการบีบรัดตัวเกร็ง แต่ผมกลับยินดีทนรับความเ็ปนั้นเพื่อแสดงความเป็เ้าของและกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนของผมไม่ให้ดิ้นรนหนีไปไหนได้
"เวียนไม่ต้องสนใจเื่ของคนนอกหรือตำรวจหรอกนะครั้บ โลกภายนอกหลังมรสุมมันทั้งวุ่นวาย อันตราย และน่ากลัวเกินกว่าที่อัญมณีล้ำค่าอย่างเวียนจะต้องออกไปัั... หน้าที่ของเวียนคือทำงานศิลปะที่งดงาม และมีชีวิตอยู่ภายใต้การปกป้องและดูแลรักใคร่ของนนท์ในบ้านพักที่ปลอดภัยแห่งนี้เท่านั้นนะครับคนดี เชื่อใจนนท์นะครั้บ นนท์จะไม่มีวันยอมให้สิ่งใดมาทำลายความสุขของเราสองคนเด็ดขาด" ผมกระซิบคำพูดที่แ่เบาแต่เน้นหนักทีละคำที่ข้างหูของเธออย่างน่าขนลุก
วิเวียนยืนเกร็งตัวอยู่ในอ้อมกอดของผม มือบางทาบอยู่กับอกเสื้อของผมโดยไม่ได้สวมกอดตอบเหมือนทุกครั้ง รอยร้าวในความมืดเริ่มขยายตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าผมรู้ดีว่าผมไม่มีวันปล่อยให้เธอดึงตัวเองออกจากชีวิตของผมได้เด็ดขาด ในค่ำคืนถัดไป... เมื่อมืดมิดกลืนกินทุกลำแสงและเราสองคนอยู่ร่วมกันบนเตียงนอนอันเป็อาณาเขตส่วนตัว ผมจะใช้ััรักอันเร่าร้อนลุ่มลึก ตัณหาราคะอันบ้าคลั่ง และเรือนร่างอุ่นร้อนของผมป้อนััสิเน่หาครอบงำบดบังสมองและความคลางแคลงใจของเธอให้สูญสิ้น หลอมรวมรอยร้าวในใจของเธอให้ละลายหายไปกับหยาดน้ำรักที่ประสานเหนียวแน่นอยู่ภายในตัวเธอชั่วนิรันดร!
---
(รายงานการสืบสวนเพิ่มเติมของฝ่ายตำรวจ: การค้นพบซากรถในพิกัดลึกของอ่าวไทยยังไม่สามารถระบุได้ว่ากระแสน้ำพัดพาร่างออกไปภายนอกอ่าว หรือมีผู้ช่วยเหลือช่วยชีวิตหมวดกรณ์ขึ้นมาก่อนหน้านั้น ทิศทางการสืบสวนของผู้กองเมฆมุ่งเป้ามาที่ร้านหนังสือโบราณอย่างเต็มพิกัด และรอยแยกความสงสัยในตัวของวิเวียนจะถูกท้าทายในตอนถัดไป)
---
จิติญญาแห่งการบูรณะของผมรู้ดีว่า แผ่นกระดาษโบราณชิ้นนี้กำลัง้ากาวประสานที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม รอยปริแยกในดวงตาของวิเวียนเปรียบเหมือนรอยฉีกขาดที่ขยายตัวอย่างเงียบๆ ถ้าผมไม่รีบลงมือจัดการแก้ไข ทันทีที่มันลุกลามใหญ่โต โลกที่ผมเพียรพยายามคุ้มครองก็อาจจะผุพังลงในวันหน้า
ผมนั่งนิ่งอยู่ที่ขอบเตียงในคืนนั้น ปล่อยให้สายลมอุ่นชื้นภายนอกหน้าต่างพัดผ่านเข้ามาปะทะร่างกาย แผลที่สีข้างขวายังคงเต้นระบมด้วยความเ็ป ทว่าความระบมทางกายกลับไม่มีผลใดๆ เมื่อเทียบกับความ้าทางเพศและความอยากวิเวียนที่ปะทุพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งภายในจิตใจ ยิ่งเห็นเธอหวาดกลัว ยิ่งเห็นเธอลังเลและห่างเหิน มันกลับยิ่งปลุกเร้าตัณหารักแท้ที่บิดเบี้ยวของผมให้ตื่นตัวขึ้นมาเพื่อบดขยี้ความสงสัยของเธอให้อันตรธานไป
ผมเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกสะท้อนภาพใบหน้าเ็าและดวงตาที่ว่างเปล่า ทว่าลึกลงไปกลับมีความคุโชนของไฟตัณหา ท้องฟ้าคืนนี้ไม่มีพายุแล้ว มีเพียงผืนทะเลสีดำมืดมิดกว้างใหญ่ที่ซ่อนความลับและซากปรักหักพังเอาไว้ใต้คลื่นลมสงบเงียบ
วิเวียนยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างบางขยับตัวช้าๆ ลมหายใจแ่ระริกที่บ่งบอกว่าเธอยังไม่หลับใหลอย่างแท้จริง บรรยากาศรอบเตียงเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่เกือบจะเย็นเยียบ ผมก้าวเดินขึ้นเตียงช้าๆ แทรกตัวสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดิม ดึงร่างนุ่มนิ่มของเธอที่นอนเกร็งตัวอยู่เข้ามาแนบชิดอกอุ่น แม้เธอยังคงพยายามทำเป็หลับสนิท แต่ผมรู้ดีว่าภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิทนั้นมีความกังวลและรอยร้าวในความมืดที่เธอกำลังกักขังเอาไว้ ผมกระชับอ้อมกอดแ่า วางคางเกยบนไหล่บางของเธอ สูดดมกลิ่นยูคาลิปตัสที่ผสมกับกลิ่นอายความสาวสะอาดสะอ้านของเธอ ย้ำเตือนความเป็เ้าของที่สมบูรณ์แบบที่จะไม่มีผู้ใดในปฐีนี้มาพรากไปจากผมได้เลยชั่วชีวิตจะหาไม่
"ไม่มีอะไรที่ผมทำเพื่อคุณไม่ได้เลยวิเวียน... แม้แต่การกำจัดใครก็ตามที่คิดจะก้าวเข้ามาแยกเราจากกัน" ผมกระซิบคำมั่นสัญญาที่ดำมืดกับเรือนผมของเธอแ่เบา ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่แผ่ขยายรอยร้าวในหัวใจ
และหากพรุ่งนี้ความคลางแคลงใจของเธอยังคงหลงเหลืออยู่ ผมก็จะใช้เรือนร่างและััสวาทอันร้อนแรงดุดันไร้ความปราณีขยี้มันลงใต้รอยจูบอันดิบเถื่อนและลึกซึ้งบนเตียงนอนตัวเดิมนี้เอง จนกว่าเธอจะหลอมละลายกลายเป็กระดาษที่ประสานแน่นอยู่ภายใต้กรงขังรักแท้ของผมชั่วนิรันดรโดยไม่มีสิ่งใดมาพรากหรือทำลายความสมบูรณ์แบบนี้ได้อีกเลยตลอดกาลนานแสนนานตราบชั่วฟ้าดินสลายชั่วชีวิตจะหาไม่!