เฉินเหมียวเหมี่ยวหลุบแววตาอาฆาตลง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ข้าได้ยินมาว่า พร์ในการหลอมโอสถของท่านสูงส่งไร้ที่เปรียบ โอสถที่หลอมออกมายังไม่ต่ำกว่าขั้นกลางอีกด้วย ถือเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะจริง ๆ ข้าอยากพบท่านมานานแล้ว วันนี้มีโอกาสได้รู้จักกับท่าน ช่างเป็วาสนาจริง ๆ”
เฉินเหวินหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “โอสถขั้นกลางสำคัญอะไรกัน หากท่านอยากได้ ข้าจะมอบให้ท่านสักสามสี่เม็ดเป็อย่างไร?”
เอ่ยจบ เฉินเหวินก็หยิบขวดลายครามขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ หลังจากเปิดฝาขวดออก กลิ่นหอมของโอสถอันรุนแรงพลันกระจายไปทั่วห้องโถง ไอพลังนี้ใช่สิ่งที่โอสถขั้นกลางทั่วไปจะสามารถเทียบได้
“์ กลิ่นเช่นนี้...โอสถขั้นสูงงั้นหรือ?”
คนตระกูลเฉินต่างแซ่ซ้องด้วยความยินดี “ยินดีกับผู้าุโที่พลังเพิ่มขึ้นขอรับ/เ้าค่ะ!”
“ยินดีกับผู้าุโ!”
“ผู้าุโสมกับเป็รากฐานตระกูลเฉินของเราจริง ๆ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” เฉินเหวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางลอบมองเฉินเหมียวเหมี่ยวอย่างลำพองใจ ก่อนจะยกมือขึ้น ลูบประคำสีดำบนข้อมือเบา ๆ
นี่ก็แค่หมากตาหนึ่ง
เฉินเหวิน้าบอกเฉินเหมียวเหมี่ยวว่า ต่อให้นางจะเป็ผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิด แต่เขาก็เป็ถึงนักหลอมโอสถระดับสามขั้นสูง เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา นางก็ต้องเก็บความโอหังของตัวเองลงไป และตระหนักถึงความสามารถของเขาด้วย
นักหลอมโอสถที่สามารถหลอมโอสถระดับสามขั้นสูงได้ อย่าว่าแต่ตระกูลหลักของตระกูลเฉินต้องให้ความยำเกรงเลย ต่อให้เป็เหล่านิกายใหญ่ ๆ เขาก็ถือว่าโดดเด่นพอตัว!
เฉินเหมียวเหมี่ยวได้แต่ยิ้มเยาะอยู่ในใจ ก่อนจะรับขวดลายครามมา “เช่นนั้นข้าก็จะขอรับเอาไว้ ผู้าุโเฉินช่างใจกว้างยิ่งนัก!”
ท่าทีที่ไม่มีความเกรงใจใด ๆ ของเฉินเหมียวเหมี่ยวทำเอาเฉินเหวินนิ่งงันไปโดยพลัน มือที่ลูบประคำถึงกับชะงัก เขาคิดว่าผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสูงคงจะสงวนท่าที และปฏิเสธเสียอีก
ที่แท้ก็เพียงเท่านี้เองหรอกหรือ
เฉินเหมียวเหมี่ยวเก็บขวดลายครามเข้าไปในแขนเสื้ออย่างมีความสุข อับอายงั้นหรือ ขออภัยด้วย นางไม่รู้สึกว่าการทำเช่นนี้จะน่าอับอายตรงไหน
มีผลประโยชน์กองอยู่ตรงหน้าแต่ไม่เอานั่นคือคนโง่ อีกอย่าง โอสถนี้ความจริงแล้วมาจากผู้ใด ได้มาอย่างไรก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
เฉินเหวินดูแคลนความโลภของเฉินเหมียวเหมี่ยว แต่ก็พอใจที่นางให้ความสนใจเช่นนี้ เพราะหากมีผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิดคอยสนับสนุน วันหน้าก็จะช่วยเสริมอำนาจให้เขา และไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใดอีก
ดี
เฉินเหวินพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้น “ข้าได้เตรียมอาหารและสุราเอาไว้แล้ว เชิญด้านในดีหรือไม่?”
“เชิญ”
……
ภายในงานเลี้ยง ทั้งสองเอ่ยคุยกันพร้อมเสียงหัวเราะ บรรยากาศสนุกสนานอย่างมาก
หลังจากดื่มกันไปพอสมควรแล้ว จู่ ๆ เฉินเหวินก็เอ่ยออกมา “จริงสิ ข้าได้ยินมาว่า ระหว่างทางท่านได้ชี้แนะหลานสาวข้าจนทำให้นางบรรลุ มีเื่เช่นนี้จริงหรือไม่?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะออกมา “ข้าไม่ได้ชี้แนะอะไร เป็เพราะคุณหนูเฉินฉลาดเฉลียวก็เท่านั้นเอง หากท่านสนใจ ข้ายังมีเคล็ดวิชาอีก ข้าจะบอกให้ท่านรู้ดีหรือไม่?”
เฉินเหวินได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นอย่างมาก “ดี ดีมาก ดีที่สุด!”
เฉินเหวินเอ่ยเยินยอไม่ขาดปาก ประการแรก เพราะเขาจะได้เคล็ดวิชาใหม่ ประการที่สอง นี่หมายความว่า เฉินเหมียวเหมี่ยวยอมอยู่ใต้อำนาจของตระกูลเฉินแล้ว!
เคล็ดวิชานี้จึงเป็เหมือนใบสวามิภักดิ์!
เฉินฉู่ชิงได้ยินดังนั้นก็นั่งไม่ติดที่ จึงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น “ผู้าุโ เคล็ดวิชานี้มีชื่อว่าอะไรหรือเ้าคะ?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวหันไปมองนาง ก่อนจะยิ้มอย่างเป็มิตร
“เคล็ดวิชานี้มีชื่อว่า ‘คัมภีร์เก้าอิม’”
คัมภีร์เก้าอิม?
คนตระกูลเฉินต่างสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ชื่อนี้ฟังดูแล้วช่างทรงพลังยิ่งนัก!
ต้องเป็เคล็ดวิชาขั้นทอง…ไม่ใช่สิ ไม่แน่อาจเป็เคล็ดวิชาขั้นดินก็เป็ได้!
พวกเขาแทบจะทนรอไม่ไหวแล้ว!
“พวกเ้าจงตั้งใจฟังกันให้ดี ข้าจะเอ่ยเพียงครั้งเดียวเท่านั้น...ยามจื่อ ยามอู่ ยามเหม่า ยามโหย่ว ทั้งสี่่เวลาของทุกวัน หาสถานที่ที่มีพลังหยินมาก ทางที่ดีโดยรอบควรสูงกว่าบริเวณตรงกลาง นั่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ แหงนหน้ามองฟ้า ทำจิตใจให้สงบ เพ่งสมาธิไปที่จุดตันเถียน เมื่อพลังหยางเริ่มก่อเกิดขึ้น ให้นำมือทั้งสองข้างมาประกบกันตรงหน้า ปลายนิ้วชี้ไปข้างหน้า ดึงพลังจากจุดตันเถียนขึ้นไปตามลมปราณ จากนั้นก็โคจรลมปราณกลับไปยังจุดตันเถียน ให้โคจรพลังเช่นนี้สามสิบหกรอบ จากช้าไปเร็ว หลังจากพลังกลับมาที่จุดตันเถียน ให้ดันฝ่ามือไปข้างหน้า พลังปราณแท้ไหลไปตามฝ่ามือ กดฝ่ามือลง เก็บมืออย่างรวดเร็ว ฝ่ามือซ้ายเล็งไปที่จุดชี่ไห่ ฝ่ามือขวาเล็งไปที่จุดิเหมิน ปราณแท้ไหลตามฝ่ามือกลายเป็พายุหมุนเข้าสู่จุดชี่ไห่และจุดิเหมิน ก่อนจะกลับไปยังจุดตันเถียน เพ่งสมาธิไปที่จุดตันเถียนเช่นนี้เป็เวลาหนึ่งก้านธูป การฝึกเช่นนี้จะสามารถควบคุมร่างกายได้ดี หาก้าต้านทานความหนาวสามารถฝึกสองรอบก็ได้ พวกเ้าจำได้หรือไม่!”
ทุกคนต่างฟังด้วยความงุนงง เข้าใจบ้างไม่เข้าในบ้าง แต่ไม่มีใครกล้าสงสัยว่าวาจาเหล่านี้เป็ความจริงหรือไม่
เพราะแค่เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยไม่กี่ประโยคยังสามารถทำให้เฉินฉู่ชิงบรรลุได้!
หากพวกเขาสามารถฝึกเคล็ดวิชาคัมภีร์เก้าอิมได้ อีกไม่นานก็จะสามารถบรรลุระดับแดนสร้างแก่นได้
เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยจบก็ยกจอกสุราขึ้นจิบเล็กน้อย ในใจรู้สึกเบิกบานอย่างมาก
คนชั่วช้าอย่างพวกเ้า หากข้าไม่สั่งสอนเสียบ้าง อย่าเรียกข้าว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวอีก
แน่นอนว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวก็ไม่ลืมขอบคุณนักเขียนที่ตนเองรักอย่าง ‘กิมย้ง’ อีกด้วย อิอิอิ
เฉินเหวินค่อย ๆ จับประคำที่ข้อมือ หลังจากท่องคัมภีร์เก้าอิมซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้แต่ทอดถอนใจ “เคล็ดวิชานี้พิสดารยิ่งนัก เพียงแต่ ไม่ทราบว่ายังมีต่อจากนี้หรือไม่?”
เฉินเหมียวเหมี่ยววางจอกสุราลงอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ย่อมมีอยู่แล้ว เพียงแต่โอสถระดับสามขั้นสูงแม้จะเป็ของดี แต่สำหรับข้าแล้วออกจะไร้ประโยชน์ไปสักหน่อย”
โอสถระดับสาม ต่อให้ขั้นสูงเพียงใดก็เป็แค่โอสถระดับสาม เพราะสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนก่อกำเนิด้าคือ โอสถระดับสี่!
ความหมายแฝงก็คือ เ้าสามารถหลอมโอสถระดับสี่ได้หรือไม่ ถึงกล้ามาขอเช่นนี้ต่อผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนก่อกำเนิด
เฉินเหวินเข้าใจความหมายแฝงเป็อย่างดี แต่เขาไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด กลับรู้สึกสบายใจมากกว่า
หากอยู่ดี ๆ นางยอมมอบเคล็ดวิชาให้เขาง่าย ๆ เขาต้องรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเป็แน่!
“ฮ่าฮ่าฮ่า...” เฉินเหวินกำประคำในมือแน่น แสร้งเอ่ยราวกับผู้สูงส่ง “โอสถระดับสี่งั้นหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า เห็นแก่ที่ข้าและท่านมีวาสนาต่อกันเพียงนี้ ข้าจะยอมบอกบางอย่างให้ท่านรู้ก่อนก็แล้วกัน ่นี้ข้าเกิดความรู้แจ้งด้านโอสถที่สูงขึ้น ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจมีข่าวดีก็เป็ได้”
เฉินเหมียวเหมี่ยวใจเต้น “จริงหรือ?”
“ข้าจะกล้าโกหกท่านได้อย่างไรกันเล่า?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มกว้างออกมา ลุกขึ้นยกจอกคารวะให้แก่เฉินเหวิน “เช่นนั้นก็ต้องฝากท่านแล้ว ข้าจะรอข่าวดีจากท่านก็แล้วกัน จอกนี้ข้าขอดื่มให้ท่าน”
“ฮ่าฮ่า พูดได้ดี พูดได้ดี”
หลังจากที่ทั้งสองดื่มสุราิญญาจนหมดจอก คนของตระกูลเฉินก็อยู่ไม่สุขอีกต่อไป ต่างร้องสรรเสริญด้วยความปลื้มปีติ
“ผู้าุโ ท่านช่างเป็อัจฉริยะด้านการหลอมโอสถอันดับหนึ่งในใต้หล้าจริง ๆ ขอรับ!”
“ผู้าุโ พวกเราภูมิใจในตัวท่านยิ่งนักขอรับ!”
“ผู้าุโยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
“ผู้าุโยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
เฉินเหวินหัวเราะอย่างสุขใจ วางจอกสุราลงพลางลูบประคำที่ข้อมือเบา ๆ อีกครั้ง
การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ เดิมทีไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเฉินเหมียวเหมี่ยวแต่อย่างใด ทว่าเฉินเหวินกลับลูบมันครั้งแล้วครั้งเล่า เฉินเหมียวเหมี่ยวย่อมไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้
เฉินเหมียวเหมี่ยวลอบพิจารณาประคำสีดำสนิทเส้นนั้น และรู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง
หรือประคำเส้นนี้จะเป็ของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยว?
ไม่สิ เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวไม่มีประคำ…
เช่นนั้น...
ไม่ใช่!
เพียงอึดใจเดียว เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ระลึกถึงเื่สำคัญเื่หนึ่งได้!
แม้เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวจะไม่มีประคำสีดำเช่นนี้ แต่เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวมีไข่มุกสีขาวขนาดเท่านี้อยู่หนึ่งเม็ด
เนื่องจากไข่มุกเม็ดนี้เป็ไข่มุกธรรมดาไม่มีพลังิญญาใด ๆ ตระกูลหลักจึงไม่ได้สนใจ ดังนั้นที่ผ่านมา เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวจึงพกติดตัวไว้ตลอด ทว่าเวลานี้ไข่มุกกลับไม่ได้อยู่บนกายของเฉินเหมียวเหมี่ยว!
เฉินเหมียวเหมี่ยวเดาว่า ไข่มุกสีขาวเม็ดนั้น คงจะเป็ที่เก็บของเช่นเดียวกับถุงเฉียนคุนแน่ ๆ!
และโอสถทั้งหมดที่เฉินเหวินหลอม บางทีอาจเอามาจากในไข่มุกเม็ดนั้นก็เป็ได้!
หากนางคาดไม่ผิดละก็ ข้อสงสัยทั้งหมดก็ได้คำตอบแล้ว!