ตอนที่ 15
สมบัติปรากฏ
เจียงเฟิงเดินขึ้นมานั่งชั้นบนของโรงน้ำชา ในตอนนี้สั่งน้ำชาและขนมกินเล่นมาไม่น้อย
เจียงเฟิงเลือกที่นั่งริมหน้าต่างที่สามารถมองเห็นด้านนอกได้อย่างชัดเจน
ในตอนนี้เฉินอวี้เป็คนค่อยรินน้ำชาให้นายน้อยของตนเอง ส่วนซินอวี้คอยบีบนวดไหล่อยู่ด้านหลัง นางที่เป็คนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว มักจะไม่ใช่สาวใช้ที่คอยชวนคุณชายของตนเองพูดคุย
หน้าที่ในการพูดคุยกับคุณชายของตนเองส่วนใหญ่จะเป็ของเฉินอวี้
สาวใช้ทั้งสองคอยรับใช้อยู่ข้างกาย ไม่ว่าบุรุษผู้ใดมาพบเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ย่อมอยากจะถลกหนังบุรุษผู้ที่วาสนาดีเช่นนี้ออกมาเสียให้ได้
เจียงเฟิงที่นั่งลงแล้ว ดื่มชาไปเพียงถ้วยเดียวกินขนมไปเพียงแค่หนึ่งชิ้น ก็ต้องชะงักในทันทีในขณะที่กำลังจะยกชาขึ้นดื่ม
ไม่เพียงแค่เจียงเฟิงเท่านั้นที่สามารถััได้ ในเวลาเสี้ยวพริบตาต่อมา ชายวัยกลางคนที่อยู่ชั้นที่หนึ่งทั้งสามคนก็สามารถััได้
ต่อมาก็คนหนุ่มสาวที่ติดตามชายวัยกลางคนทั้งสาม แล้วก็ตามมาด้วยยอดฝีมือน้อยใหญ่ในเมือง
ูเาใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปจากเมืองไม่มากนัก ยามนี้มีแสงสว่างไสวปรากฏขึ้น พร้อมกับปราณิญญาที่ดูไม่ธรรมดา
ผู้คนสามารถััได้ในทันที ว่าโชควาสนาที่พวกเขานั้นกำลังตามหาเดินทางมาถึงแล้ว
คนที่เริ่มลงมือก่อนคือสามชายวัยกลางคนที่อยู่ชั้นแรก คนพวกนั้นดวงตาสาดประกายเจิดจ้า
พริบตาเดียวก็พุ่งทะยานออกไปอย่างพร้อมเพรียง ทว่าร่างของชายทั้งสามที่มีฝีมือสูงล้ำพวกนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เข้าไปแย่งชิงโชควาสนาที่หล่นจากฟ้า
แต่ว่าชายทั้งสามกลับขึ้นไปยังบริเวณยอดเขาสูงสุดใกล้ๆ แล้วก็เริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด เมื่อชายวัยกลางคนทั้งสามลงมือ ก็ปรากฏภาพเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดา
แสงสว่างดุจดั่งอัสนี์ปรากฏขึ้นเป็ระยะ พร้อมกับเสียงของการต่อสู้ที่ดังลงมาจากยอดูเาขนาดใหญ่
บ่งบอกให้ล่วงรู้ได้อย่างชัดเจนว่าไม่ใช่การต่อสู้ของคนธรรมดาทั่วไป
ในขณะเดียวกันรุ่นเยาว์ทั้งหกคนที่ติดตามผู้าุโของตนเองมา พวกเขาเองก็พุ่งทะยานออกไปจากโรงน้ำชาเช่นเดียวกัน
เป้าหมายของพวกเขาคือแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นใจกลางป่าใกล้ๆูเา
พวกกลุ่มยอดฝีมือที่อยู่ภายในเมืองที่มาแสวงหาโชค แน่นอนว่าต้องเคลื่อนไหวแต่ว่าก็ยังช้ากว่าพวกกลุ่มคนรุ่นเยาว์พวกนั้น
ในขณะที่สถานการณ์ที่วุ่นวายบังเกิดขึ้น มีเพียงเจียงเฟิงที่ยังคงนั่งอย่างสงบนิ่งอยู่ภายในโรงน้ำชา
เจียงเฟิงใช้สายตาออกไปมองบนยอดูเา ที่มีการต่อสู้ของยอดฝีมือทั้งสาม
เจียงเฟิงไม่ได้ประหลาดใจเกี่ยวกับเื่ที่ทั้งสามไม่ลงมือแย่งชิงโชควาสนา
พวกเขาทั้งสามฝ่ายน่าจะกำหนดมาแล้วว่ายอดฝีมือระดับพวกเขา ล้วนแล้วแต่เดินทางมาลงมือเพื่อคุมเชิงกันเท่านั้น
ส่วนเื่การแย่งชิงโชควาสนา คงจะเป็พวกยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่ติดตามมาเท่านั้นที่เข้าร่วม
เฉินอวี้และซินอวี้ก็มองออกไปด้านนอกเช่นเดียวกัน
เฉินอวี้เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาและไพเราะ “คุณชาย้าพิสูจน์กำลังเื้ัของอีกฝ่ายอย่างนั้นหรือเ้าคะถึงได้แสดงท่าทางเช่นนั้น”
เจียงเฟิงพยักหน้า
อันที่จริงแล้วการแสดงท่าทางยั่วยุอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ของเจียงเฟิง
เจียงเฟิงทำมันไปเพราะว่าตัวของเขา้าจะทดสอบดู
ทดสอบดูว่าคนพวกนั้นมีขอบเขตยอดฝีมือที่สูงกว่านี้ซุ่มตัวอยู่รอบๆหรือไม่
ถ้าเกิดคนพวกนั้นมียอดฝีมือที่มีระดับสูงกว่าพวกเขา ที่อยู่ในขอบเขตหกแห่งการฝึกตน การยั่วยุของเขาก่อนหน้านี้คนพวกนั้นก็คงจะเลือกที่จะลงมือแล้ว
แต่ว่าคนพวกนั้นเลือกที่อดกลั้นเอาไว้ นี่แสดงว่านอกจากยอดฝีมือขอบเขตหกทั้งสามคนแล้ว
ไม่มีพวกยอดฝีมือที่มีขอบเขตสูงกว่าซุ่มซ่อนอยู่เพื่อให้ความช่วยเหลือ
เพราะแบบนั้นคนพวกนั้นเลยเลือกที่จะอดกลั้นความโกรธแล้วไม่ลงมือ นี่เองก็ถือว่าเป็เื่ดีเช่นเดียวกัน
เจียงเฟิงคิดว่าถ้าไม่มียอดฝีมือสูงกว่านี้หลบซ่อนอยู่ การแย่งชิงครั้งนี้ของชิ้นนี้มาอยู่ในกระเป๋าของเขาแล้วเก้าส่วน
เจียงเฟิงตอนนี้ละสายตาจากยอดฝีมือที่ปะทะกันอยู่บนูเาพวกนั้น ในตอนนี้เจียงเฟิงมาสนใจกับสมบัติชิ้นนั้นที่ปรากฏขึ้นมา
ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่แสงสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นกลางผืนป่า
เมื่อจ้องมองสมบัติชิ้นนั้น กลางผืนป่าที่กว้างใหญ่
ท่ามกลางแสงสว่างไสวที่ผู้คนมากมายพุ่งเข้าไปหา มีเชือกเส้นหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศหมุนวนไปมาราวกับว่ามันมีชีวิต
เฉินอวี้กำลังจับจ้องตรงสถานที่แห่งนั้นเช่นเดียวกัน “ของสิ่งนั้นมัน?”
เจียงเฟิงยกยิ้ม “น่าจะเป็เชือกพันธนาการั”
“ดูเหมือนว่ามันทำมาจากหนวดของเผ่าั แต่ในตอนนี้มันเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น”
“ก่อนหน้านี้มันเป็อาวุธที่อยู่ในระดับเซียน”
“แต่ว่าหลังจากที่เหลือเพียงครึ่งเดียวก็อยู่ในระดับกึ่งเซียนเท่านั้น”
“แต่ว่าเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ด้วยวัสดุที่ทำมาจากหนวดัเช่นนั้น คนที่ทำและสร้างมันขึ้นมาคงเป็ผู้ที่ไม่ค่อยมีฝีมือสักเท่าไหร่ ถึงสามารถทำให้มันเป็ได้เพียงแค่อาวุธระดับเซียนขั้นต้นเท่านั้น”
เฉินอวี้ได้ฟังคำพูดของคุณชายของตนเองนางจึงถามขึ้น “คุณชายไม่เข้าไปแย่งชิงอย่างงั้นหรือเ้าคะ”
เจียงเฟิงเหลือบมองไปยังยอดเขา แล้วก็หันกลับมามองตรงบริเวณผืนป่าที่ตอนนี้มีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้ว
มุมปากของเจียงเฟิงโค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม ก่อนจะแสดงท่าทางวางท่าจนใหญ่โตอย่างตลกขบขัน “เทพเซียนใหญ่เช่นข้าไม่จำเป็ต้องไปต่อยตีแย่งของเช่นนั้นหรอก”
ท่าทางของเจียงเฟิงในตอนนี้ ทำให้สาวใช้ทั้งสองอมยิ้ม ไม่เว้นแม้แต่ซินอวี้ที่ไม่ค่อยจะแสดงรอยยิ้มสักเท่าไหร่
ในตอนนี้เห็นในน้อยของตนเองแสร้งแสดงท่าทางเกินจริง มันเองก็ดูหน้าตลกไม่น้อย ทว่าพวกนางไม่รู้เลยว่าที่เจียงเฟิงกล่าวออกมานั้นเป็เื่จริง
เขาไม่จำเป็ต้องเข้าไปแย่งชิงสมบัติโดยการต่อยตีแบบนั้น
ในตอนนี้ภายในป่าใกล้ๆจุดที่สมบัติปรากฏ มีกลุ่มคนมากมายพุ่งเข้ามาเมื่อพบเจอหน้ากันก็เข้าปะทะกันทันที
ต่างคนต่างรู้ดีว่าใน่เวลานี้ คนที่อยู่ใกล้ตนเองมากที่สุดคือคนที่จะแย่งชิงโชควาสนาในครั้งนี้
เพราะแบบนั้นจึงเกิดการปะทะขึ้นมาในทันที ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มที่อยู่ด้านหน้าสุดอย่างพวกคนรุ่นเยาว์ทั้งหกคนที่ตามผู้าุโของตนเองมา
พวกเขาเองก็เข้าปะทะกันเช่นเดียวกัน สองชายหนุ่มร่างใหญ่โตพุ่งเข้ากระแทกใส่ บัณฑิตหนุ่มสาวสองคนที่ติดตามผู้าุโที่เป็บัณฑิตวัยกลางคนมา
การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มร่างกายใหญ่โตสองคน รุนแรงเป็อย่างยิ่งเพียงพริบตาเดียวก็พุ่งออกไปดุจดั่งลูกธนู
อีกฝ่ายตั้งใจจะใช้ร่างกายของตนเองพุ่งชนให้บัณฑิตหนุ่มสาวคู่นั้นกระเด็นออกไป
ทว่าบัณฑิตหนุ่มสาวคู่นั้นกลับใช้นิ้วมือของตนเองวาดไปมาภายในอากาศ บังเกิดสายลมสายหนึ่งทำให้ร่างกายของชายหนุ่มบัณฑิตทั้งสองหลบทิศทางการโจมตีนั้นได้
ใช้แล้วนี่คาถาของพวกผู้ฝึกปราณ ผู้ฝึกปราณเชี่ยวชาญการใช้พลังปราณิญญา ความสามารถโดดเด่นของพวกเขาย่อมเป็การใช้คาถาวิชาเวทย์วิเศษต่างๆ
ส่วนชายหนุ่มทั้งสองที่ร่างกายใหญ่โตเป็ผู้ฝึกยุทธ์ พวกเขาบ่มเพาะร่างกายจนแข็งแกร่ง จึงใช้ร่างกายในการโจมตี
การที่คนสองกลุ่มเริ่มเข้าโจมตีและเข้าปะทะกันในทันที มันเองก็ไม่ใช่ว่าไม่มีสาเหตุ เป็เพราะว่าสำนักเทพเซียนที่ทั้งสองคนนั้นอยู่ต่างขั้วกัน
อีกฝ่ายหนึ่งอยู่สายแขนงบุุ๋นอีกฝ่ายหนึ่งอยู่สายแขนงบู๊ มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าบุ๋นบู๊แย่งชิงความเป็ใหญ่มาตลอดหลายหมื่นปี
เกี่ยวกับเื่นี้ก็ถูกส่งมาผ่านทางสำนักผู้ฝึกตนเช่นเดียวกัน เพราะแบบนั้นสองสำนักผู้ฝึกตนที่ขึ้นตรงกับแขนงบุ๋นและบู๊ของสำนักผู้ฝึกตนหลักในทวีปแผ่นดินกลาง จึงเป็เหมือนกับราชสีห์พบเจอพยัคฆ์
มักจะแย่งชิงความเป็ใหญ่กันอยู่ตลอดเวลา ใน่เวลานี้เองก็เช่นเดียวกัน ทั้งสองเริ่มเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด
เพราะแบบนั้นจึงเกิดการต่อสู้ของสำนักผู้ฝึกตนทั้งสองสายขึ้นมาเช่นนี้