‘โอ๊ย!...ทำไมมันร้อนขนาดนี้’
มิกิที่เพิ่งจะััเอ็นเนื้อที่ดันนูนออกมาจนเนื้อผ้าถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะรับรู้ถึงความร้อนที่รุนแรงเสมือนว่าตนเองกำลังทาบมือลงนาบลงไปกับกระทะร้อน จากนั้น...
‘กรี๊ดดดด...กรี๊ดดดด...เจ็บ...โอ๊ย...มิกิเจ็บ’
จู่ ๆ ไอดอลสาวก็ร้องขึ้นมาพร้อมกับสะบัดมือที่เพิ่งบอกว่าร้อนเมื่อครู่นี้ไปมา จนทำให้ผมเตรียมจะพุ่งตัวไปดูว่าเธอเป็อะไรเพียงแต่ในขณะที่ผมกำลังจะพุ่งตัวไปดูเธอนั้น...
‘โอ๊ยยยย...อ๊ากกกก!’
ผมถึงกับร้องออกมาลั่นเมื่อจู่ ๆ ความเ็ปได้ถาโถมมายังอวัยวะที่อยู่ตรงกึ่งกลางกายอันเป็จุดรวมยุทธศาสตร์สำคัญของผู้ชาย
ก่อนที่...
‘กรี๊ดดดด...แสบ...อ่ะ...พอง...พอง...กรี๊ดดดด...มิกิเจ็บ...’
‘อ๊ากกกก...เอือกกกก...โอ๊ยเจ็บ...ทำไมถึงเจ็บแบบนี้ว่ะ!!’
สองเสียงที่สอดประสานด้วยความเ็ปของทั้งคู่ที่ต่างฝ่ายต่างทรมานจากอาการประหลาดที่เกิดขึ้น
จากนั้นเสียงร้องโหยหวนของทั้งผมและมิกิก็ยังคงดังครวญลั่นห้องอยู่สักพัก...กระทั่งเมื่อความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่สติของผมจะพลันดับวูบไป มันยังคงเป็ความรู้สึกที่ท่อนเอ็นของผมเหมือนว่ามันกำลังถูกมือที่เต็มไปด้วยหนามเหล็กและความร้อนโอบรัดบีบแน่นพร้อมทั้งขยำบิดเหมือน้าให้มันขาดออกเป็เสี่ยง ๆ ความเจ็บที่แทบจะกระชากิญญาออกไปได้เพียงเสี้ยววินาที เจ็บถึงขนาดที่เมื่อปลายปีที่ผมไปฝึกกับพวกหน่วยซีลมายังดูธรรมดาไปเลย...
เพียงแต่ว่าในขณะที่ผมนั้นกำลังจะสิ้นสติไปเพราะความเ็ปนั้น...ภาพของไอดอลสาวอย่างมิกิที่ผมได้เห็นกลับน่าสะพรึงกลัวมากกว่านั้น นั่นก็เพราะว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่นั้นนอกจากความเ็ปที่มือเริ่มพุพองดูน่าเกลียดแล้ว ภาพต่อไปที่ดูน่าสยดสยองไม่แพ้กันก็คือภาพของอวัยวะความเป็ชายที่อยู่กึ่งกลางกายของผมมันกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนดูยังไงก็เกินกว่าที่คนปกติจะมีได้...!!
กระทั่ง...
ฟุ้ง...ฟู่ววววว ~~
‘อร๊ายยย...กรี๊ดดดด...’
เสียงที่เหมือนกับอะไรบางอย่างแตกฟุ้งเป็ควันพวยพุ่งออกมาเป็สีดำก่อนที่มันจะพุ่งทะยานโจมตีไปที่ร่างของไอดอลสาวจนเธอกรีดร้องลั่นพร้อมกับลงไปนอนกลิ้งดิ้นทุรนทุรายที่พื้นเนื่องจากควันนั้นไม่ใช่ควันธรรมดาแต่ทว่าเป็ควันกรดพิษที่ทำให้ผิวของคนที่โดนพุพองเป็ตุ่มน้ำใสยิ่งกว่าโรคท้าวแสนปม...!!
และนั่นคือภาพสุดท้ายที่ผมได้รับรู้ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องที่บ้านของตัวเอง
‘ฮันนี่เป็ไงบ้างคะลูก’
แม่ของผมจับมือผมแน่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพียงแต่...ในทันทีที่ผมรู้สึกตัว...
‘อ๊ะ...โอ๊ยยยย...เจ็บ...อ๊ากกกก...เจ็บเหลือเกิน...มัมช่วยฮันด้วย อ๊ากกก!’
ความรู้สึกเจ็บแบบที่ผมรู้สึกก่อนที่ตัวเองจะสลบพลันถาโถมเข้ามาอีกครั้ง และครั้งนี้มันก็เล่นผมจนสลบไปอีกหนทันที...
จากนั้นกว่าสามวันสามคืนเต็ม ๆ ที่ผมต้องตื่นขึ้นมารับความเ็ปแล้วสลบไปแล้ววนไปแบบนี้อยู่หลายวัน และด้วยความทรมานที่แทบจะพรากชีวิตตัวเองไปนั้นก็ทำให้คำว่าทรมานแทบตายทั้งเป็ของคนเป็พ่อที่ท่านเคยพร่ำบอกพลันเข้ามาในหัววนเวียนฝังลึกเสียยิ่งกว่ารอยสักใด ๆ ในบนโลกนี้...
จนกระทั่งเมื่อเช้าวันที่สี่มาถึง...อาการเ็ปและทรมานทุกอย่างก็พลันอันตรธานหายไปเป็ปลิดทิ้งเสมือนว่าสิ่งที่เกิดกับผมมาสามวันสามคืนเต็ม ๆ นั้นเป็เพียงเื่ในจินตนาการของผมเท่านั้น...และนั่นจึงทำให้ผมเชื่อในเื่อาถรรพ์คำสาปของตระกูลอย่างลึกซึ้งถ่องแท้...และไม่กล้าจะลองดีกับการลงทัณฑ์ที่แทบจะเอาชีวิตไปแบบนี้อีกแล้ว...
ส่วนเื่ของมิกิไอดอลสาวที่เกือบจะได้เป็คู่นอนคนแรกของผม หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นเธอเป็ยังไงบ้างตัวผมนั้นก็เพิ่มมารู้เอาทีหลังว่า หลังจากที่ตัวเองผ่านพ้นความเป็ความตายแล้วถูกพ่อลงโทษให้ไปฝึกกับหน่วยซีลอีกหนึ่งเดือนใน่เวลานั้นมิกิเธอเองก็ได้ ‘ตาย’ ลงไปั้แ่วันนั้นแล้ว...เธอที่ตายทันทีหลังจากที่วิ่งออกจากห้องร้องโวยวายพร้อมกับเรือนร่างอันเปลือยเปล่า ส่วนคำที่เธอะโออกมานั้นก็มีแต่คำว่า...ร้อน...เจ็บ...ปวด...แสบ...พองไปหมดแล้ว...หน้าของฉันเสียโฉมแล้วก่อนที่คำสุดท้ายจะเป็คำว่า...ปีศาจ...จนดูเหมือนเป็คนเสียสติ และด้วยอาการที่ดูเหมือนสติกระเจิดกระเจิงแบบนั้นของมิกิแล้วมันก็ทำให้เกิดเหตุน่าสลดใจเพราะเธอดันวิ่งทะเล่อทะล่าตกบันไดหนีไฟลงไปคอหักตายคาที่ทันที...!!
เพียงแต่สิ่งที่น่าแปลกคือ ไอ้คำว่าพองไปหมดแล้ว...หน้าฉันเสียโฉมแล้ว...คำพวกนี้กลับไม่ได้ปรากฏร่องรอยาแเ่าั้บนร่างกายของเธอเลยสักนิด มันเหมือนกับว่าคำที่เธอพูดเป็สิ่งที่เธอหลอนไปเองทั้งหมด...
‘ตายเลยงั้นหรอ’
ผมยังจำได้ดีในวันที่ได้ยินข่าวนั้น แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างแต่ส่วนลึกก็ยังไม่มั่นใจเท่าไรว่ามันเป็ผลจากอาถรรพ์คำสาปที่ติดตัวผมใช่หรือไม่ เพราะด้วยหลังจากที่ไอดอลสาวตายทางสังกัดก็ลงข่าวว่าเป็เพราะอุบัติเหตุแถมยังรีบทำพิธีทางศาสนาทันที และถึงแม้ว่าจะมีข่าวตามหลังมาว่าที่เธอเสียสติแบบนั้นเป็เพราะเธอติดสารเสพติดบางชนิดที่กำลังเป็ที่นิยมอยู่ตอนนี้ก็ตาม...
และนี่ก็คือเื่ราวทางด้านความสัมพันธ์ที่ผมต้องเจอ...ความเ็ปและการที่ต้องมีคนสูญเสียในครั้งนั้นยังคงเป็สิ่งที่ยังฝังลึกอยู่ในหัวใจของผมมาจนถึงทุกวันนี้...
เื่ราวในวัยรุ่นยังคงฝังรากหยั่งลึกลงยังกลางใจของผมให้ผมรู้สึกเข็ดขยาด...จนเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ที่แม่ผมท่านได้พาผมมาทำบุญที่วัดก่อนที่ผมจะบินไปเคลียร์งานของตระกูลฝั่งพ่อได้ผุดขึ้นมาให้ผมได้ขบคิดอีกครั้ง โดยเหตุการณ์ในวันนั้นผมยังจำได้ดีถึงท่าทีตนเองที่มีต่อคำพูดพระองค์นั้นที่บอกออกมา...
‘อีกไม่นานลูกโยมจะเจอคนที่ตัวเองตามหา’
‘ว่าไงนะเ้าค่ะ’
แม่ผมถึงกับเบิกตากว้างถามออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
‘แต่ผู้หญิงคนนี้เขาต้องผ่านวิบากกรรมบางอย่างไปให้ได้ก่อนนะ และถ้าบุญวาสนาของทั้งสองคนมันถึงเวลาแล้ว เมื่อได้เจอก็จักได้เจอ’
‘จะ...จริงหรือเ้าค่ะ ละ...ลูกลูกจะได้พบคนที่จะมาช่วยเขาแล้วหรือเ้าค่ะ’
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ มาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอยังหางตาเพราะตื้นตันใจของหญิงวัยกลางคนที่บัดนี้สิ่งที่ตนเองกำลังกังวลจะได้รับการแก้ไขแล้ว ส่วนผมแม้จะไม่เชื่อเพราะไม่ใช่พระองค์นี้เป็องค์แรกซะเมื่อไรที่ทายทักอะไรแบบนี้ แต่มีพวกที่เรียกตัวเองว่าหมอดูมากมายที่เคยพูดทำนองนี้มาก่อน แต่สุดท้ายแล้วผมก็เห็นว่าพวกคนเ่าั้ก็หวังเงินตกรางวัลที่พูดให้แม่ผมใจชื้นเสียมากกว่า และพระสงฆ์ตรงหน้าก็คงจะไม่ต่างกัน...
'ขอให้คำของพระคุณเ้าเป็จริงด้วยนะเ้าค่ะ นี่เ้าค่ะลูกขอทำบุญเพื่อหนุนนำให้คำพูดของพระคุณเ้าเป็จริงนะเ้าค่ะ'
แม่ของผมพูดด้วยน้ำตาคลอขอบตา และหลังจากที่แม่ผมออกมาจากการสนทนาพร้อมกับวางเงินปึกใหญ่ไว้ตรงหน้าพระองค์นั้นแล้ว ดวงตาที่ยังคงแดงก่ำก็ทำผมอดพูดออกไปไม่ได้...