ณ เมืองสุ่ยหลาง
เหลียงกังยังคงสวมหน้ากากต่อไปเมื่อเดินทางไปถึงเมืองสุ่ยหลาง โดยเขานั้นได้แอบเฝ้ามองดูคู่รักคู่หนึ่ง พวกเขาดูรักกันมากน่าจะอยู่ใน่ข้าวใหม่ปลามัน แต่ที่เหลียงกังสงสัยก็คือ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต่างเป็ตัวปลอมกันทั้งคู่ เพราะใบหน้าของทั้งสองคนเป็คนอื่นแต่แอบอ้างใช้ชื่อเป็ชื่อของเขาและเหรินซวง ชายหนุ่มที่แสดงตัวว่าเป็พ่อค้าเหลียงกังนั้นดูหน้าตาหล่อเหลา บุคลิกดีมาก ผู้หญิงเห็นก็คงจะหลงเสน่ห์กันน่าดู ส่วนฝ่ายหญิงดูเป็คุณหนูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่ใช่คุณหนูเหรินซวงตัวจริงอย่างแน่นอน แล้วพวกเขาทั้งคู่เป็ใครกันล่ะ
“ร้านอัญมณีสาขาใหม่เป็รูปเป็ร่างแล้วนะเ้าคะ หลังแต่งงานก็คงเปิดกิจการได้” ฝ่ายหญิงกล่าว
“ขอบคุณมาก ที่เ้ายอมออกอัฐให้ก่อน หากข้าทำการค้าได้ รับรองว่าข้าต้องคืนเ้าอย่างแน่นอน” ฝ่ายชายจับมือของหญิงสาวมาแนบแก้ม
ฝ่ายหญิงเหนียมอายและกล่าวว่า “พวกเราจะแต่งงานกันวันมะรืนอยู่แล้วนะเ้าคะ ยังไงร้านนี้ก็จะกลายเป็ร้านของพวกเราแล้วนะ”
“นั่นสินะ! เ้าจะได้เป็ฮูหยินของข้าแล้วนี่” ฝ่ายชายพูดยิ้มๆ
“ข้าดีใจที่ข้าสมหวังในความรัก และไม่ได้ถูกคลุมถุงชนแบบใครคนอื่นเขา” ฝ่ายหญิงกล่าว
“ไปชมจันทร์บนยอดเขาดีมั้ย” ฝ่ายชายชวน
“ต้องไปไกลขนาดนั้นเลยหรือเ้าคะ” ฝ่ายหญิงคิดว่าไม่เห็นต้องลำบากไปไกล
“ข้าอยากให้เ้าเห็นพระจันทร์สวยๆ นี่ น่านะ ไปกันเถอะนะ” ฝ่ายชายคะยั้นคะยอ
“ก็ได้เ้าค่ะ” ฝ่ายหญิงใจอ่อน
และแล้วคู่รักก็พากันเดินขึ้นไปบนเขาลูกหนึ่ง พอถึงยอดเขา ผู้ที่แอบอ้างเป็เหลียงกังก็ได้จัดแจงปูผ้า จากนั้นก็นำอาหารและเหล้าที่แบกมาด้วยจัดวางให้เรียบร้อย
“พวกเราจะทานเหล้ากันบนนี้หรือเ้าคะ” ฝ่ายหญิงสงสัย
“ใช่แล้ว ข้ารินเหล้าให้เ้านะ” ฝ่ายชายเทเหล้าและยกจอกเหล้าให้ฝ่ายหญิง
“ก็ได้เ้าค่ะ” ฝ่ายหญิงยอมดื่มแต่โดยดี
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
“เลิกดื่มแล้วไปชมจันทร์ดีมั้ยเ้าคะ ข้าคงดื่มไม่ไหวแล้ว” ฝ่ายหญิงเริ่มเมาไม่ได้สติ
“อีกจอกนะ” ฝ่ายชายคะยั้นคะยอให้ดื่ม
ฝ่ายหญิงยอมดื่มเหล้าอีกจอก
ฝ่ายชายจึงรีบประคองหญิงสาวให้ไปชมจันทร์อยู่ริมหน้าผา
“พระจันทร์ทำไมมีสองดวงล่ะเ้าคะ” ฝ่ายหญิงทรงตัวไม่อยู่ต้องให้ฝ่ายชายประคอง
“เ้าคงเมาแล้วน่ะสิ” ฝ่ายชายแอบยิ้มมุมปาก
“ข้าดีใจจังที่จะได้แต่งงานกับท่านนะเหลียงกัง” ฝ่ายหญิงซบไปที่ไหล่ของฝ่ายชาย
“ข้าเองก็ดีใจที่จะได้ทรัพย์สมบัติของเ้านะเหรินซวง” ฝ่ายชายพูดเสียงเรียบๆ
“ห๊า อะไรนะ” ฝ่ายหญิงใที่ได้ยินดังนั้น
“อย่าอยู่เลย” ฝ่ายชายได้ทำการผลักผู้หญิงที่แอบอ้างว่าเป็เหรินซวงตกเขา
“ว๊าย! ช่วยด้วย” ฝ่ายหญิงใแต่ทำอะไรไม่ได้
หญิงสาวตกจากหน้าผาเพราะถูกผลักเต็มแรง
ฝ่ายชายมองลงไปและกล่าวว่า “เ้าไม่ต้องห่วงนะ รับรองว่าเ้าได้เจอเพื่อนๆ ในปรโลกมากมายเลย เพราะข้าส่งคนเ่าั้ให้ไปรอเ้าอยู่ก่อนแล้ว”
ฝ่ายชายเดินลงจากเขาอย่างใจเย็น และพยายามตามหาศพ แต่ทว่าตามหายังไงก็หาไม่เจอ
“ศพไปอยู่ที่ไหนกันนะ ไปแจ้งทางการก่อนค่อยว่ากันดีกว่า” ฝ่ายชายล้มเลิกการตามหาศพ
ฝ่ายชายจึงแสร้งร้องห่มร้องไห้ไปแจ้งทางการ
“ฮือฮือ ใต้เท้าขอรับ ได้โปรดช่วยด้วยขอรับ ว่าที่ฮูหยินของข้าลื่นล้มจนกลิ้งตกเขา ข้าช่วยนางไม่ทันจริงๆ ขอรับ” ฝ่ายชายก้มหน้ารู้สึกผิด
“ไปตกอยู่ที่ไหน ข้าจะส่งคนออกตามหานางเดี๋ยวนี้” ใต้เท้าเหยียนพ่ายรีบสอบถาม
“ที่ยอดเขาเย้ยตะวันขอรับ” ฝ่ายชายกล่าว
เช้าวันรุ่งขึ้น เหล่ามือปราบและเหล่าทหารต่างช่วยกันออกตามหาแม่นางเหรินซวงที่ฝ่ายชายอ้างว่ากลิ้งตกเขาจนกระทั่งพบศพจริงๆ พวกเขาได้ส่งศพไปชันสูตร
ฝ่ายชายมาที่ศาล เขาแสร้งวิ่งเข้าไปหมายจะดูหน้าศพ แต่ถูกมือปราบห้ามไว้ เพราะตอนนี้ใต้เท้าได้สั่งห้ามไม่ให้คนนอกเข้าใกล้ศพ
“ฮือฮือ เหรินซวงของข้า ข้าขอโทษที่ดูแลเ้าได้ไม่ดี ทุกอย่างล้วนเป็ความผิดของข้าเอง” ฝ่ายชายแกล้งโทษตัวเอง
“ท่านอย่าเสียใจไปเลย ทุกอย่างล้วนเป็อุบัติเหตุ” มือปราบช่วยปลอบ
เ้าหน้าที่ได้พาฝ่ายชายไปนั่งพักเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะส่งเขากลับบ้าน
เมื่อมาถึงที่บ้าน ฝ่ายชายรอให้เ้าหน้าที่เดินกลับไปให้หมดก่อน แล้วเขาค่อยเดินไปที่ร้านที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ
“ในที่สุด ข้าก็ได้ร้านอัญมณีแต่เพียงผู้เดียว เ้านี่ช่างน่าโง่จริงๆ เลยนะเหรินซวง” จากนั้นฝ่ายชายก็เดินกลับบ้านไป
เหลียงกังตัวจริงที่แอบซุ่มดูอยู่ เขาไม่ได้ขึ้นเขาไปดูเหตุการณ์ด้วย ก็เลยพึมพำว่า “ดูเขาไม่เสียใจกับการจากไปของว่าที่ฮูหยินเลยสักนิด มันเกิดอะไรขึ้นบนยอดเขากันแน่นะ”
ดังนั้นเหลียงกังตัวจริงจึงไปฟ้องศาลเื่ที่ว่ามีคนแอบอ้างใช้ชื่อของเขา
แต่พอไปพบใต้เท้าเหยียนพ่าย ใต้เท้ากลับบอกให้มือปราบคุมตัวเขาไปขังไว้ในคุก
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า จับข้าไว้ทำไมกัน” เหลียงกังไม่เข้าใจ
แต่ทุกคนกลับไม่พูดหรืออธิบายใดๆ พวกเขาได้แต่บอกเพียงว่า “ท่านจงอยู่ในคุกนี้เงียบๆ ถึงเวลาข้าจะมาปล่อยท่านออกไปเอง”
และแล้วกลับกลายเป็ว่าเหลียงกังตัวจริงได้ถูกจับเข้าไปในคุก เขาคิดในใจว่า “ข้าทำอะไรผิด พวกเขาไม่เชื่อข้า หรือพวกเขากำลังมีแผนการอะไรกันแน่”
********************************************
วันถัดมา ฝ่ายชายที่แอบอ้างว่าเป็เหลียงได้เปิดร้านขายอัญมณีเป็วันแรก
พอชาวบ้านทราบข่าว ต่างรู้สึกเห็นใจที่ว่าที่เ้าบ่าวได้สูญเสียว่าที่เ้าสาวไปตลอดกาล ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าร้านและช่วยอุดหนุนสินค้าในร้านเพราะความสงสาร
“ข้าขอแสดงเสียใจด้วยนะ” ท่านป้าคนหนึ่งกล่าว
“ขอบคุณมากขอรับ” ฝ่ายชายแสร้งตีหน้าเศร้า
“แล้วเมื่อไหร่ถึงจัดพิธีศพล่ะ” ท่านป้าสงสัย
“ตอนนี้ใต้เท้าเหยียนพ่ายสั่งการให้เ้าหน้าที่ชันสูตรศพอยู่ขอรับ” ฝ่ายชายกล่าว
“มีอะไรให้ช่วยก็บอกก็แล้วกัน” ท่านป้ายินดีให้ความช่วยเหลือ
“ขอบคุณขอรับ” ฝ่ายชายกล่าว
ท่านป้าได้ซื้อสร้อยทับทิมแล้วเดินจากไป
พ่อค้ามือใหม่ก็แอบยิ้มขำ เขาคิดในใจว่า “ชาวบ้านนี่ช่างขี้สงสารซะจริง แต่ก็ดีเหมือนกันที่พวกเขาช่วยมาอุดหนุนสินค้าร้านข้า”
ตกกลางคืนฝ่ายชายปิดร้าน จากนั้นก็นั่งนับอัฐและทำบัญชีอย่างตื่นเต้น เขาพึมพำว่า “นี่แค่เปิดร้านวันแรก ก็ได้กำไรถึงขนาดนี้แล้ว”
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ฝ่ายชายก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกเขา
“เหลียงกัง! เหลียงกัง! เหลียงกัง!”
“ใครกันที่เรียกข้า” ฝ่ายชายสงสัยเพราะเขาได้ยินแค่เสียง
“จ้าว….เ้าฆ่าข้าทำไมกันเหลียงกัง” ฝ่ายหญิงที่แอบอ้างใช้ชื่อเหรินซวงปรากฏตัวในรูปแบบดวงิญญา
“เหรินซวง! เ้าตายไปแล้วนี่” ฝ่ายชายใสุดขีด
“จ้าว….เ้าผลักข้าตกเขา” ฝ่ายหญิงรู้สึกแค้นใจ
“จะ จะ เ้าเมาจนตกเขาไปเองต่างหาก” ฝ่ายชายกล่าวอ้าง
“เสียแรงที่ข้ารักเ้า คอยทุ่มเทให้เ้า และยอมสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดมาสร้างร้านให้เ้า เ้ารักข้าบ้างหรือเปล่า” ฝ่ายหญิงตัดพ้อ
“ขะ ขะ ข้ารักเ้า” ฝ่ายชายแสร้งพูดไปเช่นนั้นเองเพราะกลัวผีบีบคอ
“ม่าย….ไม่จริงอย่าไปเชื่อมัน มันเองก็ผลักข้าตกน้ำตกจนเสียชีวิตเหมือนกัน” ดวงิญญาเหรินฉู่ปรากฎตัว
“ระ เหรินฉู่! ผะ ผะ ผีอีกตน” ฝ่ายชายใเพราะเขาเจอผีถึงสองตนในคืนเดียวกัน
“เอาชีวิตของข้าคืนมา เอาชีวิตของข้าคืนมา” เหรินฉู่พุ่งตัวเข้าไปหมายจะบีบคอ แต่ฝ่ายชายวิ่งหนีจนพบทางตัน เขาจึงหันไปมองผีทั้งสองและเอาหลังพิงกับกำแพงเพื่อตั้งหลัก
“อย่าฆ่าข้าเลย ข้ากลัวแล้ว” ฝ่ายชายพยายามขอร้อง
“เ้าหลอกผู้หญิงไปฆ่ากี่คนแล้ว” เหรินซวงตะคอก
“ขะ ข้าฆ่าเพียง 2 คน” ฝ่ายชายพูดตามจำนวนดวงิญญาที่ปรากฏ
“อย่าโกหก! บอกมา ว่าสังหารไปกี่คนแล้ว” เหรินซวงตะคอกอีก
“5 คน” ฝ่ายชายยอมสารภาพ
“ใครบ้าง และทำยังไงบ้าง” เหรินฉู่ตะคอกบ้าง
“พวกเ้าก็น่าจะรู้แล้วนี่” ฝ่ายชายคิดว่าดวงิญญาล่วงรู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว
“พูดมา! ข้าจะดูว่าเ้าสำนึกผิดจริงๆ หรือเปล่า ถ้าไม่ยอมพูด ข้าก็จะไม่ไว้ชีวิตเ้า” เหรินฉู่กล่าว
“ข้าวางยาเบื่อหนูในอาหารให้ว่านชิงทาน ข้าผลักฉายเม่ยและเหรินฉู่ให้ตกลงไปในน้ำตก และข้าก็ผลักตงเฟยและเหรินซวงตกหน้าผา” ฝ่ายชายสารภาพเพราะกลัวตาย
“ทำไมต้องฆ่าพวกข้าด้วย พวกข้าไปทำอะไรให้” เหรินซวงเค้นถาม
“ข้า้าเพียงทรัพย์สินของพวกนาง แต่ไม่ได้อยากใช้ชีวิตคู่ด้วย” ฝ่ายชายยอมเผย
“เ้ากล้าใช้ความรักหลอกลวงหญิงสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ เพียงเพื่อ้าทรัพย์สมบัติที่พวกนางมี เ้าใช่คนหรือเปล่า อย่าอยู่เลย” เหรินฉู่อาฆาตพยาบาท
“ไหนว่าถ้าข้าสารภาพแล้ว ิญญาอย่างพวกเ้าจะไว้ชีวิตข้าไง” ฝ่ายชายทวงสัญญา
“ถ้าเ้าไม่อยากถูกบีบคอจนตาย เ้าจงไปสารภาพผิดที่ศาลเดี๋ยวนี้” เหรินซวงกล่าว
“ข้าไม่อยากถูกปะาชีวิต” ฝ่ายชายไม่ยอม
“เ้าเองก็รักตัวกลัวตาย แล้วพวกข้าล่ะ พวกข้าเองก็รักชีวิต เหตุใดเ้าถึงฆ่าข้าอย่างเืเย็นเช่นนี้” เหรินฉู่กล่าว
“พวกเ้าอยากหลงเชื่อข้าเองนี่” ฝ่ายชายไม่เคยคิดว่าตนผิด
“งั้นตายซะเถอะ อย่าอยู่เลย” เหรินซวงพุ่งตัวเข้าไปหมายจะบีบคอ
“อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า ข้ากลัวแล้ว ข้ากลัวแล้ว” ฝ่ายชายถึงกับปัสสาวะราด
“ข้าจะให้โอกาสเ้า เ้าจงเขียนสารภาพความผิดและลงชื่อเดี๋ยวนี้” เหรินฉู่เปลี่ยนแผนใหม่
“แต่ว่า” ฝ่ายชายลังเล
“เร็วเข้า ไม่งั้นเ้าก็ไปปรโลกกับข้า” เหรินซวงขู่
“ข้ายอมเขียนแล้ว ข้าจะรีบเขียนเดี๋ยวนี้” ฝ่ายชายยอมทำตามแต่โดยดีเพราะความกลัว
ฝ่ายชายจึงเขียนหนังสือสารภาพบาปที่ตนได้กระทำทั้งหมด
เมื่อดวงิญญาเหรินซวงรับจดหมายมาดู นางก็แว๊บหายไปพร้อมกับเหรินฉู่
“โล่งอกไปที พวกมันไปแล้ว” ฝ่ายชายกล่าว
“ทหาร! จงจับกุมคนร้ายในคดีแอบอ้างเป็เศรษฐี หลอกลวงให้ผู้หญิงหลงรักเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินจากหญิงสาว และวางแผนฆ่าคนโดยเจตนาทั้งหมด 5 ชีวิต” มือปราบที่ซุ่มดูอยู่รีบสั่งทหาร
“พะ พวกท่านอยู่ที่ร้านข้าได้อย่างไรกัน” ฝ่ายชายใที่มีคนซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมด
แต่ไม่มีใครตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น เหล่าทหารได้จับกุมตัวผู้ที่แอบอ้างเป็เหลียงกังไปขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดี
********************************************
ณ ศาลประจำมณฑลสุ่ยหลาง
“นี่คือหนังสือคำสารภาพผิดที่เ้าได้ฆ่าผู้หญิงไปห้าชีวิต” ใต้เท้าเหยียนพ่ายถือหนังสือคำสารภาพให้ดู
“ข้าป่วย ข้ามีภาวะจิตหลอน และดวงิญญาบังคับให้ข้าเขียนหนังสือนี้ขอรับ” ฝ่ายชายกล่าวอ้าง
“งั้นเบิกตัวพยาน” ใต้เท้าเหยียนพ่ายกล่าว
“ข้าน้อยเหรินซวงคำนับใต้เท้าเ้าค่ะ” ฝ่ายหญิงที่แอบอ้างเป็เหรินซวงคุกเข่า
“ระ ระ เหรินซวง เ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ เป็ไปไม่ได้ ข้าผลักเ้ากับมือนี่” ฝ่ายชายพลั้งปาก
“นั่นไง! แค่นี้เ้าก็สารภาพออกมาเองแล้ว” ใต้เท้ากล่าว
“หมายความว่ายังไง หรือว่าเ้าหลอกลวงข้า” ฝ่ายชายตั้งสติและกล่าวโทษผู้หญิงจอมหลอกลวง
“คงผิดหวังล่ะสิ ข้าบอกให้ก็ได้ ข้าแค่แกล้งดื่มเหล้าแล้วแอบถ่มทิ้ง ดังนั้นเหตุการณ์บนยอดเขา ข้าจึงมีสติสัมปชัญญะทุกประการ” ฝ่ายหญิงกล่าว
“เหตุการณ์บนยอดเขามันเกิดอะไรขึ้น” ใต้เท้ารีบถาม
“ชายผู้นี้ตั้งใจมอมเหล้าข้า ไม่เพียงเท่านั้น ยังประคองข้าให้ไปชมจันทร์อยู่ริมหน้าผาและผลักข้าตกเขาเ้าค่ะ” ฝ่ายหญิงเล่า
“นางโกหก! หากข้าทำเช่นนั้นจริง นางจะมาปรักปรำข้าแบบนี้หรือขอรับ” ฝ่ายชายเถียง
“เป็เพราะข้าส่งมือปราบติดตามนางและช่วยชีวิตนางได้ทันท่วงทีต่างหาก” ใต้เท้าเผย
“อะไรนะ! นี่คือแผนการของใต้เท้าหรือขอรับ” ฝ่ายชายใ
“ญาติของหญิงสาวที่ตายไปได้สงสัยเ้า แต่มิอาจเอาผิดเ้าได้เพราะไม่มีพยานและหลักฐาน แต่ในเมื่อเ้าเขียนสารภาพผิดแบบนี้แล้ว นี่จึงเป็หลักฐานสำคัญเลยล่ะ” ใต้เท้ากล่าว
“แสดงว่าผีที่หลอกข้าในร้านขายอัญมณีนั่นก็เป็ฝีมือใต้เท้าด้วยงั้นหรือขอรับ” ฝ่ายชายเดาเื่ราว
“ใช่!” ใต้เท้ายอมรับ
“ขะ ข้าถูกบังคับให้สารภาพผิด ข้าถูกปรักปรำ ข้าเป็เศรษฐีเหลียงกังผู้ใจบุญและมีชื่อเสียงในแคว้นนี้มาเนิ่นนานแล้ว” ฝ่ายชายกล่าวอ้าง
“เบิกตัวเหลียงกังตัวจริง” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยเหลียงกัง คำนับใต้เท้าขอรับ” เหลียงกังคุกเข่า
“ทะ ท่าน อยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ฝ่ายชายนึกไม่ถึงว่าเหลียงกังตัวจริงจะมาที่มณฑลนี้
“เ้ากล้าใช้ชื่อข้าไปหลอกมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวได้อย่างไร” เหลียงกังโมโหที่มีคนสวมรอยเป็เขาและทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง
“ข้าต่างหากที่เป็เหลียงกังตัวจริง” ฝ่ายชายยังคงแถไม่หยุด
“เบิกตัวพ่อค้าฉวีเคอะ” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าน้อยฉวีเคอะ คำนับใต้เท้าขอรับ” ฉวีเคอะคุกเข่า
“ใครกันที่เป็เหลียงกังตัวจริง” ใต้เท้ารีบถาม
ฉวีเคอะได้ชี้มาที่เหลียงกังตัวจริงทันทีทันใด
“มีอะไรจะพูดอีกมั้ย จงสารภาพมาว่าเ้าเป็ใครมาจากไหน” ใต้เท้าเค้นถามคนร้าย
“ข้าคือ เหลี…” ฝ่ายชายยังไม่ยอมแพ้ แต่ถูกใต้เท้ากล่าวแทรก
“จงคิดดีๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะโบยเ้าจนกว่าเ้าจะยอมบอกว่าเ้าเป็ใคร” ใต้เท้ารีบขู่
“ข้าน้อยชื่อเปียงฉือ เป็ เอ่อ เป็โจรลักเล็กขโมยน้อย แต่นั่นทำให้ข้าไม่พอกินพอใช้ ข้าก็เลยปลอมตัวเป็เศรษฐีไปจีบลูกคุณหนู หรือผู้หญิงที่ดูดีมีชาติตระกูลขอรับ” เปียงฉือยอมบอกความจริง
“แทนที่เ้าจะหางานสุจริตทำ กลับใช้ปัญญาในทางที่ผิด ทหาร! จับกุมเปียงฉือไปขังคุกไว้ก่อน รอปะาชีวิตในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง” ใต้เท้าสั่งการ
“ขอรับ” ทหารรับคำ
“โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดขอรับ” เปียงฉือร้องขอชีวิต
“หญิงสาวที่เป็เหยื่อของเ้าก็คงบอกกับเ้าเช่นนี้ แต่เ้าก็อำมหิตฆ่าพวกเขาเพราะความโลภ เ้าจงชดใช้บาปกรรมตามที่ก่อเอาไว้เถิด” ใต้เท้ากล่าว
และแล้วเปียงฉือก็ได้รับโทษปะาเป็การคืนความเป็ธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้งสี่คน
เหล่าบรรดาญาติของหญิงสาวที่เสียชีวิตไปอย่างไม่เป็ธรรมก็พากันดีใจ เพราะความจริงแล้วพวกเขาได้รวมตัวกันมาฟ้องร้องที่ศาล ดังนั้นใต้เท้าเหยียนพ่ายจึงวางแผนให้มือปราบหญิงลู่ผิงปลอมตัวเป็คุณหนูเหรินซวง และให้มือปราบจางชิงแปลงโฉมเป็ิญญาเหรินฉู่ที่ตายไปแล้ว
เหลียงกังเดินออกมาจากจวนใต้เท้าเหยียนพ่าย เขามองเห็นเหรินซวงตัวจริงมาฟังคำตัดสินโทษด้วย และกำลังจะติดตามนางไป แต่ทว่าท่านมือปราบก็มาดักหน้าเขาไว้
“เรียนท่านเหลียงกัง ใต้เท้าเรียกให้ท่านไปพบขอรับ” มือปราบกล่าว
“ได้สิ” เหลียงกังจำต้องไปพบใต้เท้า เลยไม่ได้ตามเหรินซวงตัวจริงไป
ณ ห้องรับรอง
“ข้าต้องขอโทษจริงๆ ที่ได้ทำการกักขังท่านไว้ เป็เพราะว่าข้ากลัวเสียแผนน่ะ” ใต้เท้ากล่าว
“ในเมื่อมันเป็แผนการจับกุมตัวเปียงฉือ นักต้มตุ๋น ข้าเองก็ไม่ติดใจอะไรขอรับ ดีเสียอีกที่จับคนร้ายได้ ข้าจะได้ไม่ถูกมองในแง่ร้ายขอรับ” เหลียงกังกล่าว
“ญาติของเหยื่อทำได้เพียงสงสัยในพฤติกรรมของเขา เพราะหลังจากที่พวกนางตายไป ชายดังกล่าวแสร้งทำเป็เสียใจเพียงไม่กี่วัน หลังจากนั้นก็มาทวงเอาทรัพย์สินที่อ้างว่าฝ่ายหญิงยกให้เขา และเขาก็ยิ่งน่าสงสัยมากขึ้นเมื่อมีเหยื่อที่มีชะตากรรมเหมือนกันทั้งหมด 4 คน” ใต้เท้าเล่า
“เหตุใดมือปราบหญิงถึงเลือกแอบอ้างเป็เหรินซวงล่ะขอรับ” เหลียงกังสงสัย
“เป็เพราะแม่นางเหรินซวงมาขอร้องเองต่างหาก นางมาร้องทุกข์ให้น้องสาวของนางที่ชื่อเหรินฉู่ นางเล่าให้ฟังว่า จอมยุทธ์หญิงที่ชื่อเซียงเซียงได้สวมรอยเป็เหรินฉู่มานานพอสมควร พอจับได้ก็กะว่าจะสอบสวนเซียงเซียง แต่เซียงเซียงกลับเสียชีวิตไปเสียก่อน ดังนั้นเหรินซวงจึงแอบสืบหาน้องสาวตัวจริง ก็เลยมาทราบทีหลังว่าน้องสาวตัวจริงได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งการเสียชีวิตเกิดขึ้นหลังจากคบหาดูใจกับเปียงฉือที่แอบอ้างว่าเป็เศรษฐี จนพวกเขาตกลงปลงใจแต่งงานกัน ก่อนพิธีแต่งงาน เหรินฉู่ก็ถูกผลักตกน้ำตกจนเสียชีวิต เหรินซวงเองก็สงสัยพฤติกรรมของเปียงฉือ นางจึงมาร้องทุกข์พร้อมกับญาติของเหยื่อรายอื่นๆ และนางก็เป็คนอนุญาตให้ใช้ชื่อของนางหลอกคนร้ายได้” ใต้เท้าเล่า
“อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่ท่านรู้ที่อยู่ของคุณหนูเหรินซวงตัวจริงหรือเปล่าขอรับ” เหลียงกังอยากรู้
“ไม่รู้หรอก นางได้บอกว่าตอนนี้นางกลายเป็คนล้มละลายเพราะถูกโกง นางจึงไม่อยากบอกใครว่านางอยู่ที่ไหน” ใต้เท้ากล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” เหลียงกังรู้สึกผิดหวังแทนองค์รัชทายาท
“ขอบคุณที่มาเป็พยานให้นะ” ใต้เท้ากล่าว
“ยินดีขอรับ งั้นข้าน้อยขอตัว” เหลียงกังทำท่าคารวะแล้วจากไป
“ข้าไม่ส่งนะ” ใต้เท้าพยักหน้าและปล่อยให้เหลียงกังกลับโรงเตี๊ยม
เหลียงกังที่คลายความสงสัยแล้ว เขาก็เลยจ่ายค่าห้องพักในโรงเตี๊ยม และเดินทางมุ่งหน้ากลับไปที่ฐานลับของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะเพื่อที่จะได้รีบไปอธิบายเื่ราวทุกอย่างให้องค์รัชทายาทและเหมยซูฟัง
เหรินซวงต้องติดต่อค้าขายกับฉวีเคอะต่อ ก็เลยยังไม่กลับร้านขายของเก่าที่เมืองหนานโจวทันที นางจึงส่งพิราบสื่อสารไปบอกหวนเจินว่า “ข้าจะกลับช้าเสียหน่อยนะ ไม่ต้องเป็ห่วง”