ตอนที่ 43 การโต้กลับของจอมปีศาจ
ท่ามกลางความมึนงงของจ้าวบึงอาวุธในมือจอมปีศาจสร้างความสงสัยแก่ตัวมัน ภายในใจครุ่นคิดบุคคลที่อยู่ด้านหน้าไม่ใช่นักดาบผู้เก่งกาจแต่กลับเป็นจอมเวทย์ จิตสังหารของจอมปีศาจแข็งแกร่งขึ้นทวีคูณเมื่อใช้พลังเวทย์ได้หยาดเหงื่อเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวบึง จิตสังหารของจอมปีศาจกระตุ้นความหวาดกลัวของเขาให้เกิดขึ้นมา
“เจ้า...เจ้าเป็นจอมเวทย์บังอาจหลอกมาข้าว่าเป็นนักดาบ เจ้าตัวบัดซบ”
“เจ้าไม่เคยถาม...ทำไมต้องหลอกเจ้าแล้วไม่จำเป็นที่ข้าต้องบอกเจ้า”
ไม้เท้าเวทย์ในมือจอมปีศาจสะบัดไปมาเกิดประกายแสงขึ้นที่ปลายไม้เท้าวงแหวนเวทย์ธาตุสายฟ้าหมุนวนอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งออกไปทันที สายฟ้าสีดำพุ่งตรงและรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดมันส่งเสียงกรีดร้องผ่าอากาศอย่างรุนแรง จ้าวบึงเบิกตากว้างรีบยกแขนขึ้นมาตั้งป้องกันทันทีสายฟ้าสีดำปะทะร่างของจ้าวบึงอย่างจัง จนก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“เปรี้ยง!!!”
“โฮกก~~~~~!!เวทย์ผสานความมืด!!!! อ้ากก!!”
เมื่อการโจมตีสิ้นสุดลงกลุ่มควันลอยฟุ้งทั่วร่างของจ้าวบึงแม้ว่าจะป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้เกือบสมบรูณ์แบบแต่การป้องกันพลังโจมตีทางเวทย์นั้นยังถือว่าไม่ดีพอ แล้วยิ่งพลังเวทย์ของจอมปีศาจผสานกับความมืดความรุนแรงของมันก็มากยิ่งขึ้น เสียงกรีดร้องของจ้าวบึงทำให้พื้นดินต้องสั่นสะท้าน
ดวงตาของจ้าวบึงแดงก่ำด้วยความโกธรจ้าวบึงอ้าปากกว้างสูดลมเข้าไปในช่องปาก น้ำที่เหือดแห้งไปตามรอยแยกของพื้นดินล่องลอยขึ้นมามวลน้ำมหาศาลพุ่งเข้าสู่ปากอย่างรวดเร็ว จ้าวบึงหุบปากทันที ดวงตาของมันเหลือกแทบถลนออกจากเบ้ามันเล็งมาที่จอมปีศาจปากของมันเปิดกว้างอีกครั้งมวลน้ำมหาศาลบิดเกลียวคล้ายกับทอร์นาโด พุ่งทะยานเข้าหาจอมปีศาจอย่างรวดเร็ว
“ฮูมมม!!!”
จอมปีศาจกระแทกไม้เท้าเวทย์ลงพื้นอย่างรวดเร็วกำแพงดินหน้าอสูรปรากฏสูงเฉียดฟ้า ไม่เพียงแต่แค่นั้นมันยังปรากฏซ่อนกันถึงสามชั้นคลื่นน้ำปะทะกำแพงอสูรอย่างจัง “ครืนน~!” แท่นน้ำบิดเกลียวมันพยายามจะแทงทะลุผ่านกำแพงอสูรรอยร้าวเริ่มปรากฏขึ้นที่กำแพงก่อนที่มันจะแตกสลายไป หนึ่งชั้น สองชั้นแล้วเมื่อถึงชั้นที่สาม จ้าวบึงขับพลังให้รุนแรงยิ่งขึ้นกำแพงชั้นที่สามเริ่มปรากฏรอยร้าว
“แหลกไปซะ!!”
“บรึ้ม!!”
ดวงตาของจ้าวบึงเบิกกว้างท่ามกลางความตกตะลึงของจ้าวบึง ทันทีที่กำแพงชั้นที่สามแตกสลายไปก็ปรากฏกำแพงหน้าอสูรอีกสามชั้น คลื่นพลังน้ำหมดกำลังแล้วสลายหายไป เส้นเลือดปูดพองขึ้นบนใบหน้าจ้าวบึงด้วยความโกธรเคืองมันขู่คำรามดังสนั่นพุ่งทะยานเข้าหาด้วยความรวดเร็วพื้นดินสั่นไหวตามจังหวะการวิ่ง หมัดที่ใหญ่โตของจ้าวบึงรัวใส่กำแพงอสูรไม่ยั้ง
“ตูมตูม ตูม ตูม!!!”
ทันใดนั้นเองปรากฏวงเวทย์สีม่วงวงใหญ่ใต้ฝ่าเท้าของจ้างบึง โครงกระดูกอันแหลมคมพุ่งทะยานออกมาไม่ขาดสาย แทงทะลุที่ฝ่าเท้าของจ้าวบึงเลือดของจ้าวบึงทะลักพุ่งกระจาย มันดีดตัวพุ่งถอยออกมา มันส่งเสียงขู่คำรามแล้วมองไปยังเบื้องหน้ากำแพงอสูรแหลกสลายหายไป มามอนกำลังร่ายเวทย์อย่างต่อเนื่อง
โครงกระดูกยอดแหลมเหมือนได้รับคำสั่งมันผุดขึ้นตามพื้นดินเข้าหาจ้าวบึงจ้าวบึงร้องตะโกนลั่นสะบัดหางอันใหญ่โตฟาดใส่โครงกระดูกแตกกระจายแรงลมที่มาตามหางของมันพัดพาให้มามอนปลิวถอยหลังไป จอมปีศาจปรากฏตัวบนฟากฟ้าสายฟ้าสีดำกำลังล้อมรอบตัวเขาเมื่อโบกสะบัดสายฟ้ารวมตัวกันเป็นหนึ่ง พุ่งเข้าหาจ้าวบึงทันที
“บรึ้ม!!”
ประกายแสงจากสายฟ้าสว่างไสวกลิ่นผิวหนังไหม้ลอยฟุ้ง บาดแผลเริ่มปรากฏบนร่างของจ้าวบึงมากขึ้นเลือดของจ้าวบึงไหลโชกท่วมร่างกายทันใดนั้นเหมือนมีบางอย่างกำลังพุ่งเข้าหาจ้าวบึงจากด้านหลังมาคัลกำลังพุ่งทะยานเข้าหา ในมือของเขากำลังถือดาบใหญ่อยู่สองเล่มร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้น ดวงตาของเขาแดงดุจเลือดเขาฟาดฟันดาบทั้งสองเล่มลงบนบาดแผลบนร่างกายของจ้าวบึงอย่างแม่นยำ
“เปรี้ยงเปรี้ยง เปรี้ยงง!!”
“โฮกก~~!!”
จากตอนแรกที่ไม่สามารถทำร้ายร่างกายของเจ้าบึงได้เพราะผิวหนังที่แข็งแกร่งของมัน แต่เวลานี้บาดแผลมีจำนวนมากบนตัวจ้าวบึงการโจมตีทางกายภาพเริ่มมีผล จ้าวบึงเซไปยังด้านหน้าปรากฏกระดูกแหลมผุดขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว มันเป็นฝีมือของมามอนจ้าวบึงยันฝ่ามือเข้าหาทันที เลือดสาดกระจายออกจากมือ เสียงร้องของจ้าวบึงดังลั่นกระดูกยอดแหลมแทงทะลุฝ่ามือของเขา จ้าวบึงเหลือบมองมามอนอย่างโกธรเคือง
มือที่ยันลงพื้นเลือดอาบไหลนองท่วมพื้นดินแต่อย่างน้อยมันก็ช่วยไม่ให้กระดูกพวกนี้แทงทะลุศีรษะจ้าวบึงยันตัวเองลุกขึ้นในมือของเขาได้หักโครงกระดูกแหลมติดมือมาด้วย จ้าวบึงเล็งมาที่มามอนแล้วปาโครงกระดูกเข้าหาทันทีปลายแหลมของโครงกระดูกพุ่งทะยานเข้าหามามอนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตื่นตกใจของมามอนมาคัสปรากฏตัวขึ้นจากฟากฟ้า ดาบในมือฟาดใส่โครงกระดูกที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว
“เปรี้ยง!!”
โครงกระดูกเปลี่ยนทิศทางพุ่งลงดินมามอนรอดพ้นจากการโจมตี มามอนพยักหน้าขอบคุณมาคัส แล้วร่ายเวทย์ต่อทันทีปรากฏลูกไฟคล้ายดวงวิญญาณผุดขึ้นที่ด้านหลังมามอนจำนวนเกือบสองพันลูก เสียงหัวเราะที่มาจากลูกไฟได้ยินแล้วทำให้รู้สึกขนลุกชันบางลูกเรียกหาจ้าวบึง มันคือ ดวงไฟวิญาณของฝูงจระเข้ที่ตกตาย ณ ที่แห่งนี้
“เปลวไฟวิญญาณไป!!”
เมื่อสิ้นสุดคำสั่งเปลวไฟพุ่งทะยานหาจ้าวบึง มันบินโฉบเฉี่ยวไปทั่วร่างของจ้าวบึงบางลูกก็พุ่งจู่โจมใส่ จนเกิดเสียงระเบิดเป็นระยะๆ “ตูม ตูม ตูมม!!” รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นที่มุมปากของจ้าวบึง มันสูดอากาศเข้าปากอีกครั้งเปลวไฟวิญาณพุ่งเข้าช่องปากจ้าวบึงทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของมามอน
ลูกไฟวิญญาณถูกจ้าวบึงสูดเข้าไปทั้งหมดแล้วปลดปล่อยออกมาทันที ลูกไฟวิญญาณกลายเป็นคลื่นแท่งไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าหามามอนเขาผสานมือเข้าด้วยกันทันทีโครงกระดูกจำนวนมากห้อมล้อมตัวมามอนไว้ได้ทันก่อนที่เปลวไฟจะถึงตัวแต่แล้วเสียงร้องอันโหยหวนก็ปรากฏขึ้นกลางเปลวไฟ
“อ้ากก~~!!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!! เจ้าโง่ถึงมันจะกันแรงโจมตีได้ แต่มันก็ยังมีความร้อนอยู่ดี ข้าจะช่วยเผากระดูกให้เจ้าเองฮ่าฮ่าฮ่า”
จ้าวบึงหัวเราะลั่นเผ่าอันเดตแพ้ธาตุไฟ มามอนกรีดร้องลั่นไปทั่ว ด้วยเปลวไฟที่รุนแรงมาคัสและยูริไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันใดนั้นเองจอมปีศาจปรากฏตัวพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบน เหยียบลงที่ปากของจ้าวบึงจนสุดแรง“ตูมม!!” เปลวไฟจากปากมันขาดช่วง ปากของจ้าวบึงปิดสนิท ดวงตาของจ้าวบึงเหลือกโตเปลวไฟในปากไร้ซึ่งทางออก ก่อนที่มันจะระเบิดออกมา
“บรึ้มมมม!!!!”
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวเลือดกระจายออกจากปากจ้าวบึงมหาศาล จอมปีศาจทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าปีกมังกรกางสง่าท่ามกลางสายเลือดภาพของเขาดุจดังพญามัจจุราชสยายปีก ดวงตาของจ้าวบึงสั่นไหวฟันของมันหลุดร่วงออกจากปาก สภาพของจ้าวบึงเวลานี้นั้น ในใจของมันครุ่นคิดว่าไม่เหลือภาพลักษณ์ของจ้าวบึงอีกต่อไป
“โฮกกกก~~~~~~~~~~!!!”
จ้าวบึงร่างกายสั่นเกร็งด้วยความโกธรมันทุบพื้นดินจนสั่นไหวรุนแรง เสียงร้องที่ดังลั่นทำให้พื้นดินและผืนป่าต้องสะเทือนมันพุ่งทะยานเข้าหาจอมปีศาจด้วยความรวดเร็ว หมัดที่กำแน่นพุ่งเข้าหาจอมปีศาจอย่างรุนแรงหมัดของจ้าวบึงปะทะกับอากาศจนเสียงดังสนั่น “เปรี้ยง!”หมัดของจ้าวบึงปะทะกับความว่างเปล่า
มามอนออกมาจากเกราะโครงกระดูกอย่างทุลักทุเลโดยมีมาคัสช่วยพยุงออกมา มามอนร่างกายอิดโรย ยาในช่องมิติของเขาหมดสิ้นพลังชีวิตยังลดลงอย่างต่อเนื่องมามอนกำลังจะตาย ทันใดนั้น ยูริผู้ที่ไม่มีบทบาทในการต่อสู้เนื่องจากเสียสัตว์อัญเชิญทั้งสองไปเธอก้าวเดินมาทางมามอน และมาคัสทันทีพร้อมทั้งยื่นยาฟื้นพลังให้มามอน
“ถึงยังไงพวกเราก็อยู่ปาร์ตี้เดียวกัน”
เธอส่งยาให้มามอนจำนวนหนึ่งพร้อมทั้งหลบออกไปเพื่อไม่ให้เกะกะคนอื่นๆ จ้าวบึงไม่พบจอมปีศาจเมื่อเห็นพวกมามอนกำลังรักษาตัว มันจึงพุ่งเข้าหาพร้อมจะเหยียบย้ำทันทีอาการบาดเจ็บยังไม่ทันฟื้นฟู จ้าวบึงกำลังเข้ามาใกล้ ท่ามกลางความตื่นกลัวของมามอนเขาไม่สามารถหลบหนีได้ทันแน่นอน
มาคัสตั้งท่าเตรียมตั้งรับการโจมตีที่ด้านหน้าของมามอนดาบทั้งสองในมือสั่นไหวไปมา จอมปีศาจหายไปไร้ร่องลอย ความลำบากกำลังตกลงมาที่พวกเขาพื้นดินสั่นไหวตามจังหวะการวิ่งของจ้าวบึง “เปรี้ยงง!” เสียงฟ้าดังสนั่นทุกคนต่างหยุดเคลื่อนไหว สายฟ้าบนท้องฟ้ากำลังโกธรเกรี้ยวฟาดฟันอย่างรุนแรงปรากฏจอมปีศาจกำลังร่ายเวทย์อยู่บนท้องฟ้า มันคือบทร่ายของเวทย์สายฟ้าที่รุนแรงที่สุดของจอมปีศาจมาคัสรีบพยุงร่างของมามอนทะยานไปให้ไกลจากจ้าวบึง เหมือนกับรู้ชะตากรรม
“ขอโทษที่ทำให้รอนานได้เวลาของบาบีคิวแล้ว ธันเดอร์ สตรอม!!!!”
เมื่อสิ้นเสียงของจอมปีศาจสายฟ้ารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ขนาดของมันใหญ่โตกว่าจ้าวบึงเป็นอย่างมาก ความรุนแรงและความน่าเกรงขามของสายฟ้าทำให้จ้าวบึงต้องเบิกตากว้างไม่ทันได้หลบหลีก สายฟ้าผ่าลงมาอย่างรวดเร็วกระแทกใส่จ้าวบึงอย่างจังเสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างของจ้าวบึงร่วงหล่นสู่พื้นเสียงดังสนั่น
“ตูมมม!!!”
เสียงหอบหายใจของจ้าวบึงรัวระรินตาของมันเหลือกขึ้นสู่ด้านบน ตามตัวของจ้าวบึงปรากฏกลุ่มควันลอยฟุ้งส่งกลิ่นไหม้ไปทั่ว จอมปีศาจทะยานร่างมาสู่เบื้องล่างเขาก้าวเดินมาสำรวจจ้าวบึงทันที
“ยังไม่สุกซินะ ต้องย่างด้วยไฟอ่อนๆ ซะหน่อย”
เปลวไฟสีดำแดงปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือจ้าวบึงรู้จักไฟในมือของจอมปีศาจ “เปลวเพลิงอเวจี!”ตาของมันลุกโพรงเบิกกว้างเกรงกลัวเปลวไฟในมือจอมปีศาจก้าวเดินเข้าหาอย่างเชื่องช้า ความตายกำลังคืบคลานมาหาจ้าวบึงจ้าวบึงพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพูดออกมา
“หยุดก่อน!!ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า”
จอมปีศาจหยุดการเคลื่อนไหวเปลวเพลิงอเวจี สั่นไหวไปมา ดวงตาที่แดงก่ำอันน่าหวาดกลัวจ้องมองไปในตาของจ้าวบึงเม็ดเหงื่อปรากฏบนหน้าจ้าวบึงทั้งใบหน้า
“พูดมา”
“ข้าจะยอมตกเป็นอสูรอัญเชิญให้เจ้าแล้วข้าจะมอบม้วนทักษะให้ หากเป็นข้าที่ยอมยกให้ มันจะเป็นทักษะระดับเพชรแต่กลับกันหากเจ้าฆ่าข้า เจ้าจะได้แค่ระดับเงินเท่านั้น แล้วอีกอย่าง เมื่อข้าตายข้าจะไม่เกิดอีกต่อไปข้าเป็นสัตว์อสูรระดับสูง ย่อมเป็นประโยชน์แก่นักอัญเชิญ”
“น่าสนใจแต่ของจะได้กันไม่ลงตัว พวกเรามีกันทั้งหมด ห้าคน แล้วจะแบ่งของกันยังไง”
“ข้าเห็นแค่สี่คน?”
“อีกคนคือคนที่เจ้าไคโดฆ่าไปยังไงล่ะ!!”