แม้หลี่กั๋วหมินไม่ต้องเอ่ยปากเขาก็รู้ดีว่าเรื่องในค่ำคืนนี้ต้องเก็บเป็นความลับ หากแพร่งพรายออกไปชื่อเสียงของหลี่เจี้ยนจวินจะไม่เสียหายเพียงอย่างเดียวแต่ชื่อเสียงของซินเยวี่ยก็จะป่นปี้ไปด้วย
คนนอกคงคิดว่าซินเยวี่ยกับหลี่เจี้ยนจวินคงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันนานแล้วหลี่เจี้ยนจวินถึงกล้ามานัดพบเธอถึงที่
หลินซื่อเหลียงใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเฉวียนสุ่ยมาห้าสิบกว่าปีย่อมรู้ซึ้งถึงอานุภาพของขี้ปากชาวบ้านดี ซินเยวี่ยยังไม่ได้แต่งงานแถมหน้าตาก็สะสวย การงานก็ดี พ่อหลินจึงอยากให้ลูกสาวได้แต่งงานกับคนดีๆเรื่องชื่อเสียงจึงสำคัญอย่างมาก
หลังจากหลินซื่อเหลียงกลับไปหลี่กั๋วมินก็อบรมสั่งสอนลูกชายอย่างหนัก
ภรรยาของหลี่กั๋วหมินก็โกรธที่ลูกชายไม่เอาไหนแต่ลึกๆ ในใจก็คิดว่าเรื่องนี้ลูกชายคงไม่ได้ริเริ่มเองแน่ๆต้องเป็นหลินซินเยวี่ยที่ยั่วยวน
ในสายตาของผู้เป็นแม่ลูกชายของตนคือเด็กดีเสมอ
“ลูกชาย บอกแม่มาตามตรงหลินซินเยวี่ยยั่วยวนแกใช่ไหม?” ภรรยาของหลี่กั๋วมินถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลี่เจี้ยนจวินส่ายหน้า“แม่ ถ้าแม่ยอมให้ฉันคบกับซินเยวี่ยตั้งแต่แรกเรื่องคืนนี้คงไม่เกิดขึ้น ฉันไม่สน ฉันจะแต่งงานกับซินเยวี่ยให้ได้”
หลี่เจี้ยนจวินไม่รู้ว่าคืนนี้ซินเยวี่ยวางแผนอะไรไว้เขาแค่คิดถึงแต่เรื่องจะได้อยู่กับซินเยวี่ยจึงแค้นเคืองแม่ที่ขัดขวางความรักของตน
เห็นลูกชายเป็นเช่นนี้ภรรยาของหลี่กั๋วมินก็แทบกระอักเลือด “หลี่เจี้ยนจวินหลี่เจี้ยนจวิน สมองแกมีปัญหาหรือไง? หลินซินเยวี่ยมีดีตรงไหนหน้าตาสวยแล้วไง กินได้หรือไง? แม่ไม่เชื่อหรอกว่าในเมืองแกจะหาผู้หญิงที่สวยกว่าหลินซินเยวี่ยไม่ได้!ถ้าแกยังดื้อดึง ยังคิดถึงแต่ยัยหนูสกุลหลินนั่น แม่จะฆ่าตัวตายให้ดู”
พอแม่ขู่ฆ่าตัวตายหลี่เจี้ยนจวินก็ไม่กล้าดื้อรั้นอีกได้แต่รับปากอย่างว่าง่ายว่าต่อไปจะไม่ยุ่งกับซินเยวี่ยอีก
…
ซินเยวี่ยไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับเรื่องของหลี่เจี้ยนจวินเท่าไรนักเธอรู้ดีว่าหลังจากเรื่องเมื่อคืน ผู้ชายคนนั้นคงไม่กล้ามากวนใจเธออีก
พริบตาเดียวก็ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์
ตั้งแต่เช้าตรู่ลำโพงของหมู่บ้านก็ประกาศว่าคืนนี้จะมีหนังกลางแปลง
นานๆครั้งถึงจะมีหน่วยฉายหนังมาที่หมู่บ้านสักทีส่วนใหญ่เป็นหนังที่กำลังฉายในช่วงนั้น หนังในช่วงต้นทศวรรษ 1980ส่วนใหญ่มักจะเชิดชูคุณธรรมและความดีงาม เช่น ‘สงครามทุ่นระเบิด’ ‘สงครามใต้ดิน’ ‘ดาวประกายพรึก’ อะไรทำนองนั้นแต่ในยุคที่ชีวิตด้านจิตใจขาดแคลนเช่นนี้ หนังแนวนี้ก็เป็นที่รักของคนทุกเพศทุกวัย
เนื่องจากหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้นักฉายหนังจึงต้องนำเครื่องปั่นไฟมาเอง
ในแต่ละปีจำนวนครั้งที่หนังมาฉายตามหมู่บ้านต่างๆ นั้นน้อยแสนน้อยชาวบ้านจึงให้ความสำคัญกับเรื่องๆ นี้เป็นอย่างมาก
ทุกครั้งที่มีหนังกลางแปลง คนเฒ่าคนแก่ลูกเล็กเด็กแดงก็จะแห่กันมาดู เพื่อให้ได้ที่นั่งดีๆหลายคนจึงมาจับจองที่ตั้งแต่เนิ่นๆ
คนที่มาดูหนังไม่ได้มีแค่คนในหมู่บ้านตัวเองเท่านั้นคนหมู่บ้านข้างๆ ก็มาด้วย
แน่นอนว่าหากหมู่บ้านอื่นมีหนังให้ดูคนจากหมู่บ้านเฉวียนสุ่ยหลายคนก็จะไปเหมือนกันส่วนใหญ่ก็เป็นหนุ่มสาวอย่างซินเยวี่ย
ตั้งแต่ซินจู๋พี่สาวคนที่สองแต่งงานออกไปซินเยวี่ยก็ไม่ได้ไปดูหนังที่หมู่บ้านอื่นอีกเลย
หนังจะฉายที่ลานกว้างของหมู่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่เลขาธิการหมู่บ้านและกรรมการหมู่บ้านชายอีกสองคนก็เตรียมงานฉายหนังกันแล้วพอตกเย็น ผู้คนมากมายก็เริ่มทยอยกันมาที่ลานกว้าง ทั้งๆที่ยังเหลือเวลาอีกพอสมควรก่อนที่หนังจะฉายแต่ที่มากันเร็วขนาดนี้ก็เพื่อจับจองที่นั่งดีๆ หากมาช้าก็ต้องนั่งข้างหลังซึ่งบดบังทัศนียภาพในการชม
ซินเยวี่ยรู้ว่าพ่อแม่ชอบดูหนังเธอจึงทำอาหารเย็นไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ พอกินเสร็จจะได้ไปที่ลานกว้างได้
หลังจากพ่อหลินแม่หลินกินข้าวเสร็จก็ถือเก้าอี้ตัวเล็กๆไปที่ลานกว้าง ซินเยวี่ยไม่ได้รีบร้อน เพราะพ่อแม่ไปแล้วคงจองที่ให้เธอได้แน่ๆอีกอย่าง เธอไม่ได้สนใจหนังที่จะฉายคืนนี้เป็นพิเศษที่จะไปก็แค่ไปร่วมสนุกเท่านั้นเอง
ตอนที่ซินเยวี่ยไปถึงลานกว้างก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ทุกเพศทุกวัย บรรยากาศครึกครื้นสุดๆ!
ซินเยวี่ยเห็นเหม่ยอ้ายจากระยะไกล
ข้างกายเหม่ยอ้ายมีเด็กสาวร่างท้วมที่ไม่สูงมากนักซึ่งเป็นรูปร่างอ้วนท้วนแบบทั่วๆ ไป
เมื่อมองเห็นเด็กสาวคนนั้นชัดๆใจของซินเยวี่ยก็สั่นสะท้าน ปลายนิ้วจิกเข้าไปในเนื้อ
หญิงสาวร่างท้วมที่อยู่กับเหม่ยอ้ายก็คือจางชุ่ยหลานน้องสาวของจางเฉียง
สำหรับซินเยวี่ยแล้วจางเฉียงคือฝันร้ายที่ไม่อยากหวนกลับไปนึกถึง จางชุ่ยหลานก็เช่นกัน
ชาติก่อนตอนที่จางชุ่ยหลานแต่งเข้ามาในบ้านหลินเธอข่มเหงพี่ชายที่พิการและพ่อแม่ที่ซื่อตรงไปไม่น้อย
เดิมทีจางชุ่ยหลานก็หวังว่าจะได้แต่งงานกับคนดีๆแต่ใครจะรู้ว่าพี่ชายของเธอ จางเฉียงกลับไม่เอาไหน ต้องติดคุกเธอจึงถูกพ่อแม่ใช้แลกตัวภรรยาให้พี่ชายแน่นอนว่าเธอไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับคนพิการ เพราะความไม่เต็มใจนั้นจางชุ่ยหลานจึงระบายความโกรธลงที่สามีและคนในครอบครัวสามีเพราะจางชุ่ยหลานท้องเก่ง พอแต่งเข้าบ้านมาปีต่อมาก็คลอดลูกชายทำให้เธอวางอำนาจในบ้านสามีได้มากขึ้น
พอนึกถึงชาติก่อนที่เธอ พี่ชายและพ่อแม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากจางชุ่ยหลานซินเยวี่ยก็อยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ
ซินเยวี่ยคิดจะหลีกเลี่ยงจางชุ่ยหลานและเหม่ยอ้ายแต่เหม่ยอ้ายก็เห็นเธอแล้ว
เหม่ยอ้ายดึงจางชุ่ยหลานมาตรงหน้าซินเยวี่ย
“พี่สาว เสื้อผ้าชุดนี้ของพี่สวยจังซื้อมาจากไหนเหรอ?” เหม่ยอ้ายเอื้อมมือไปจับเสื้อสีชมพูสภาพดีของซินเยวี่ยเมื่อเห็นโบว์ผูกที่คอเสื้อ เธอก็อดไม่ได้ที่จะคว้า
ซินเยวี่ยเห็นมือดำๆของเหม่ยอ้ายก็หลบเลี่ยงอย่างรังเกียจ “อย่ามาจับ”
ตอนที่จางชุ่ยหลานเห็นหน้าซินเยวี่ยสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วก็ดึงเหม่ยอ้ายเดินจากไป
การเปลี่ยนแปลงสีหน้าเพียงชั่วพริบตาของจางชุ่ยหลานไม่รอดพ้นสายตาของซินเยวี่ย