คลื่นพลังปราณสีขาวขุ่นะเิออกจากปลายกระบี่ไม้ของศิษย์อันธพาลทั้งสอง ก่อตัวเป็รูปเกลียวคลื่นพายุที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เสียงหวีดหวิวของสายลมบาดหูราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย
"ตายซะเถอะไอ้สวะ!"
วิชากระบี่เมฆาคล้อย ขั้นที่สาม... เมฆาผลาญชีพ!
กระบวนท่าอันวิจิตรอลังการพุ่งทะยานเข้าหาหลินเฉา รังสีอำมหิตกดทับจนหม้อต้มน้ำซุปบนเตาสั่นะเื น้ำซุปกระดูกหมูที่เหลือกระฉอกออกมาราดรดพื้นโรงครัว
หลินเฉาเบิกตาโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขายกกระทะเหล็กก้นดำปี๋ในมือซ้าย และตะหลิวสนิมเขรอะในมือขวาขึ้นมาไขว้ทับกันเป็โล่กำบัง ชายหนุ่มหลับตาปี๋ รอรับความตายที่กำลังจะมาถึง
ในจังหวะที่คลื่นกระบี่กำลังจะบดขยี้ร่างของเขานั่นเอง 'รากชะตาว่างเปล่า' ที่ซ่อนอยู่ลึกสุดในจิติญญาพลันเรืองแสงสว่างวาบ
พันธะชีวิตที่ผูกมัดอยู่กับอสูราถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงตามระดับความอันตรายถึงชีวิต สายใยเร้นลับทำหน้าที่ของตนอย่างซื่อสัตย์ นั่นคือการกระชากเอา 'ปราณา' ปริมาณมหาศาลออกจากต้นธารพลังเพียงหนึ่งเดียวในพริบตา
มุมโรงครัว... เยี่ยนอู๋ที่กำลังนั่งกระดิกหางรอชมฉากเ้านายคอขาด จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากิญญาหลุดออกจากร่าง!
ความรู้สึกวูบหวิวที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เทียบไม่ได้เลยกับความว่างเปล่าที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน ภาพตรงหน้าอสูรร้ายดับวูบ ขาทั้งสี่ข้างอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง ร่างก้อนขนสีดำร่วงแหมะลงไปนอนกองกับพื้นฟืนอย่างหมดสภาพ
*ข้า... หิวจนหน้ามืดล้มพับไปเลยหรือนี่... ร่างลูกหมานี่ช่างบัดซบจริงๆ...*
นั่นคือความคิดสุดท้ายของอสูราผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเยี่ยนอู๋จะดับวูบไปพร้อมกับความแค้นเคืองเื่ปากท้อง
ขณะเดียวกัน ปราณาที่ถูกสูบมาได้แผ่คลุมกระทะเหล็กและตะหลิวของหลินเฉาจนกลายเป็กำแพงที่มองไม่เห็น
**ตู้มมม!!!**
คลื่นกระบี่เมฆาผลาญชีพปะทะเข้ากับกระทะเหล็กอย่างจัง ทว่าแทนที่จะฉีกร่างของหลินเฉา พลังทำลายล้างกลับถูกต้านทานไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซ้ำร้าย แรงสะท้อนยังปัดเป่าคลื่นกระบี่นั้นให้แฉลบเปลี่ยนทิศทาง พุ่งทะลุผนังไม้ผุพังของโรงครัวออกไปด้านนอก!
**ฉัวะ!**
เสียงของมีคมตัดผ่านเนื้อและกระดูกดังแว่วมาจากลานซักล้างด้านนอก
หลินเฉาลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อพบว่าตัวเองยังไม่ตาย ชายหนุ่มมองทะลุรูโหว่บนกำแพงโรงครัวออกไป และต้องอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด
ที่ลานซักล้างด้านนอก ชายหนุ่มในชุดศิษย์สีกรมท่าผู้มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเคนหนีทุกประการ ซึ่งเพิ่งจะเดินผิวปากถือไม้กวาดผ่านมาทำความสะอาด บัดนี้ร่างท่อนบนและท่อนล่างได้แยกขาดออกจากกัน ร่วงลงไปกองกับพื้นเืสาดกระจาย สิ้นใจตายคาที่โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง!
"์! คลื่นกระบี่แฉลบไปฆ่าเคนหนีคนที่สี่!" หลินเฉาแผดเสียงร้องลั่น เอามือกุมขมับ
ศิษย์อันธพาลทั้งสองคนถึงกับผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ท่าไม้ตายผสานของพวกเขาไม่เพียงแต่ถูกสกัดกั้นด้วยกระทะเน่าๆ แต่ยังสะท้อนไปฆ่าศิษย์ร่วมสำนักตายไปอีกคน!
ทว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น
ในขณะที่คลื่นกระบี่ปะทะกับโล่ปราณา 'รากชะตาว่างเปล่า' ของหลินเฉาได้จดจำแก่นวิชาของกระบี่เมฆาคล้อยเอาไว้จนหมดสิ้น
หลินเฉาไม่มีจุดศูนย์กลางลมปราณ ไม่เคยฝึกฝนกระบวนท่าทางกายภาพใดๆ แต่ในเวลานี้ วิถีการเดินพลัง เคล็ดการรวมศูนย์ และจังหวะการไหลเวียนของลมปราณในวิชากระบี่นั้น ได้ถูกสลักลึกลงในรากชะตาของเขาประหนึ่งแม่พิมพ์อันสมบูรณ์
ความรู้สึกร้อนลวกสายหนึ่งไหลเวียนจากหน้าอกไปสู่ฝ่ามือขวาที่กำตะหลิวเอาไว้แน่น ปราณาอันมหาศาลบ่าทะลักผ่านร่างที่ไร้ทางรองรับ เส้นเอ็นทั่วแขนตึงเปรี๊ยะดั่งจะปริขาด เือุ่นซึมออกจากง่ามมือที่กำด้ามตะหลิว ทว่าสัญชาตญาณแห่งความกลัวตายกลับผลักดันให้หลินเฉาตอบโต้
"อย่าเข้ามานะเว้ย! ข้าสู้คนนะ!"
ชายหนุ่มหลับตาปี๋ ะโลั่นพร้อมกับตวัดตะหลิวในมือขวาฟาดออกไปข้างหน้ามั่วๆ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเขาไม่ต่างจากพ่อครัวฝึกหัดที่พยายามจะตบแมลงวันในห้องครัว เป็การเหวี่ยงแขนที่ไร้ซึ่งความสง่างาม ไร้ซึ่งกระบวนท่า และกระจอกงอกง่อยบาดตายิ่งนัก
แต่สิ่งที่พุ่งออกมาจากปลายตะหลิวเปื้อนสนิมนั้น... กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง!
**ครืนนน!**
ปราณาที่หลงเหลือจากการยืมพลังเยี่ยนอู๋ ถูกรีดเร้นผ่านวิถีวิชาที่รากชะตาเพิ่งจดจำมา ก่อเกิดเป็คลื่นกระบี่สีดำทมิฬขนาดมหึมา! คลื่นพลังนั้นมีรูปลักษณ์สง่างามและดุดันราวกับัผงาดฟ้า ซัดพายุฝุ่นและเศษกระเบื้องแตกกระจาย แรงกดดันมหาศาลกดทับจนอากาศในโรงครัวหนักอึ้ง
นั่นคือวิชากระบี่เมฆาคล้อย ขั้นที่สาม... เมฆาผลาญชีพ ที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ!
**เปรี้ยง!!!**
"อ๊ากกก!"
คลื่นพลังรูปกระบี่ที่ปล่อยออกมาจากตะหลิว พุ่งกระแทกศิษย์อันธพาลทั้งสองคนอย่างจัง ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสองลอยละลิ่วกระเด็นไปชนกำแพงอิฐอีกด้านจนพังทลาย เืสดๆ พ่นทะลักออกจากปาก กระบี่ไม้ในมือแตกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย พวกเขาร่วงลงมากองกับพื้นในสภาพาเ็สาหัสแทบปางตาย
บรรยากาศในโรงครัวตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงเศษอิฐร่วงหล่นลงพื้น
หัวโจกหน้าบากกระอักเืออกมาคำโต พยายามตะเกียกตะกายเงยหน้าขึ้นมองหลินเฉาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ
"มะ... ไม่จริง... นั่นมันวิชากระบี่เมฆาคล้อยขั้นกลาง... แถมยังรุนแรงกว่าของพวกข้าหลายสิบเท่า..." หัวโจกชี้มือสั่นๆ มาทางหลินเฉา เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความตกตะลึง "แกล้งทำตัวเป็สวะต้มน้ำ... ที่แท้เ้าก็คือยอดฝีมือที่แฝงตัวมา! เ้า... เ้าเป็ใครกันแน่!"
หลินเฉาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองสภาพความพินาศตรงหน้าด้วยความงุนงงขั้นสุด
ชายหนุ่มยืนกะพริบตาปริบๆ ท่ามกลางซากโรงครัว มือขวายังคงชูตะหลิวราคาสามอีแปะค้างไว้ในท่าทางเปิ่นเป๋อ พลางก้มลงมองอุปกรณ์ทำมาหากินของตัวเองด้วยความสับสน
*นี่ตะหลิวข้า... ปล่อยคลื่นัได้ั้แ่เมื่อไหร่วะเนี่ย!*