ตอนที่ 31 ทมิฬพิฆาตอัคคีแท้
“นี่มันเป็นวัตถุผีสางอะไรกัน!” เจวี๋ยหวู่หมิงขมวดคิ้วชนกัน ในใจเกิดความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น สายตาที่มองผ่านเข้าไปภายในหมอกดำจนพบเห็นใบหน้าภูตผีตนหนึ่ง ที่กำลังฉีกยิ้มอย่างน่าเกลียด ก็พลันมาถึงตรงหน้าเจวี๋ยหวู่หมิง สายลมโหมพัดใส่ จนเจวี๋ยหวู่หมิงไม่อาจขบคิดมากความได้ จึงได้ระเบิดพลังหมัดไป! เสี้ยววินาทีนั้น กระแสความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากหมัดก็ได้กระแทกชนเข้าใส่ใบหน้าภูตผีนั้นไป ใบหน้าเจวี๋ยหวู่หมิงที่ไม่ได้มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย รู้สึกแต่เพียงซัดกำปั้นใส่ความว่างเปล่า ชั่วขณะนั้นก็ได้ทะลุผ่านใบหน้าภูตผีไป ทันใดนั้นภายในสมองของเขาก็พลันเกิดความเจ็บปวดขึ้น คล้ายกับได้ถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทงเข็มหมุดเข้ามา จนเกิดเป็นความรู้สึกที่ดวงจิตถูกฉีกกระชากอยู่ชนิดหนึ่ง “ให้ตายเถอะ สิ่งของบ้าชิ้นนี้ถึงกับส่งผลกระทบต่อดวงจิต การโจมตีผ่านทางกายภาพเลยไม่ส่งผลลัพธ์ต่อมันเลยแม้แต่น้อย!” เจวี๋ยหวู่หมิงถึงกับต้องสะกดความเจ็บปวดที่ดวงจิตถูกฉีกกระชาก เพื่อที่จะใช้สติเพื่อทราบความเข้าใจในส่วนนี้ขึ้นมา ฮูม……ฮูม…… ต่อมา เงามายาใบหน้าผีสางก็รวมตัวกันขึ้นท่ามกลางอากาศจนถึงกับทิ้งร่องรอยพลังสีดำแต่ละสายไว้กลางอากาศ บนใบหน้าที่ได้เผยรอยยิ้ม ก็พุ่งเข้าไปรายล้อมเจวี๋ยหวู่หมิงเอาไว้ทุกทิศทาง เจวี๋ยหวู่หมิงต้องถึงกับต้องแสดงสีหน้าเคร่งขรึม เกี่ยวกับฝ่ามือที่ฟาดเข้าใส่หนึ่งในใบหน้าผีสางนั้นไป แต่กลับไม่ได้เป็นเหมือนก่อนหน้านี้ บนฝ่ามือนี้ถึงกับแฝงเอาไว้ด้วยทมิฬพิฆาตอัคคีแท้เอาไว้อยู่ด้วย เงามายาใบหน้าผีสางนั้นก็ได้เริ่มลำพองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อในเวลาที่พบว่าบนฝ่ามือได้เคลือบเอาไว้ด้วยทมิฬพิฆาตอัคคีแท้ ก็พลันรีบแผดเสียงกรีดร้องออกมาดังวุ่นวาย จนถึงขั้นที่ต้องล่าถอยออกไปกันอย่างต่อเนื่อง แต่ในเวลาที่คับขันมีหรือที่จะตั้งใจได้ทันท่วงที วินาทีนั้นก็ต้องพลังฝ่ามือโจมตีใส่ จนเกิดเป็นเสียงดังพรวดขึ้น! ใบหน้าผีสางนั้นถึงกับแผดเสียงออกมาอย่างอเนจอนาถ ทั่วร่างยังปกคลุมเอาไว้ด้วยเปลวเพลิงสีดำทมิฬ เสี้ยววินาทีนั้นถึงกับถูกเปลวเพลิงที่ลุกไหม้เผาไปจนหมดสิ้นจนไม่อาจพบเห็นได้อีก “ได้ผล!” เจวี๋ยหวู่หมิงที่รู้สึกยินดีขึ้นจับใจ พร้อมกับกระตุ้นทมิฬพิฆาตอัคคีแท้ติดกัน เพื่อเข้าปะทะกับเงามายาใบหน้าผีสางที่แทบจะโถมเข้าแทบจะครอบฟ้าคลุมดิน พรวดพรวดพรวดพรวด …… อาอาอาอา…… หมัดเท้าดั่งพิรุณสายฝน สะเก็ดไฟโรยรา หัวผีสางเงามายาแต่ละสาย เมื่อตกอยู่ภายในทมิฬพิฆาตอัคคีแท้ พลันเกิดเป็นกรีดร้องดังออกมาติดกัน จนไม่อาจก่อให้เกิดเป็นคลื่นใด ๆ ขึ้นมาได้อีกแม้แต่น้อย ทมิฬพิฆาตอัคคีแท้นี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นดั่งดาวเพชฌฆาตเลยก็ว่าได้ จนถึงขั้นที่เกิดเป็นผลลัพธ์ที่หักล้างที่ได้ผลเป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่ภาพหัวผีสางพวกนี้ความจริงก็มีกันมากมายนับไม่ถ้วน อีกทั้งโดยส่วนใหญ่แล้วยังเป็นเหมือนกับนักโทษที่รอดพ้นมาจากความตายที่รู้ว่าเจวี๋ยหวู่หมิงนั้นไม่ง่ายที่จะต่อกรด้วยได้เลย ถึงกับยังได้หันไปต่อกรกับเผ่าอสรพิษโดยทั่วไปที่อยู่ทางด้านหลังแทน ฟ่อฟ่อ……ฟ่อฟ่อ…… “องค์เหนือหัว ช่วย……ด้วย……” “องค์เหนือหัว……” ในจุดที่ไม่ห่างไกลออกไป ก็ได้มีเสียงกรีดร้องโหยหวนและโกลาหลของเผ่าอสรพิษนับไม่ถ้วนดังขึ้นมา ภายในภาษาอสรพิษที่แฝงเอาไว้ด้วยความวิงวอนร้องขอได้ถ่ายจนถึงก้นบึ้งจิตใจของเจวี๋ยหวู่หมิง เจวี๋ยหวู่หมิงหันหน้ามองออกไป จนไม่อาจที่จะไม่คลุ้มคลั่งออกมาได้ จนกระทั่งได้มีใบหน้าผีสางลอยเข้าหาพวกมัน อีกทั้งยังแยกเขี้ยวยิงฟันกัดกินกันอย่างบ้าคลั่ง แทะเข้าไปบนร่างกายของพวกมันไม่หยุดไม่หย่อน ไม่ทันไรนั้นเอง ก็ถึงกับยิ่งมีเหล่าอสรพิษตายกันเป็นเบือ อีกทั้งยังถูกเหล่าใบหน้าผีสางแทะจนเหลือไว้แต่เพียงแค่กระดูกที่ขาวสนิท เงามายาใบหน้าผีสางพวกนั้นเรียกได้ว่ามีความละโมบโหดเหี้ยมอย่างสุดแสน กลืนกินเสร็จก็ได้อ้อมไปยังอีกทางด้านหนึ่ง ทิ้งไว้แต่เพียงกองเศษเลือดและโครงกระดูก จนเป็นที่หนาวเหน็บจนถึงก้นบึ้งสุดเปรียบปาน ในใจเจวี๋ยหวู่หมิงที่บังเกิดความโกรธเกรี้ยวยากระงับ เหมือนว่าหากปล่อยให้พวกมันทำการเข่นฆ่าต่อไป ต่อให้เผ่าอสรพิษมีจำนวนที่มากมาย ก็ยังต้องเลือนหายไปจนหมดสิ้นกันอยู่ดี! “ฮาฮา เห็นแล้วหรือยัง? นี่ก็คือผลลัพธ์จากการที่เจ้าริอาจหาญมาปะทะกับข้า!ข้าจะฆ่าสมุนของเจ้าให้หมดสิ้นเอง แล้วค่อยกลับมาเก็บกวาดเจ้าอีกครา ข้าเองก็ไม่เชื่อหรอกว่าอย่างเจ้าจะสามารถรอดพ้นจากเผ่าจิ้งจอกหลุดรอดไปจากเงื้อมมือของข้าผู้ยิ่งใหญ่ไปได้!” เสียงของจิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ได้ดังสะท้อนไปทั่วทุกสารทิศ ท่ามกลางหมอกดำยังไม่อาจที่จะเห็นได้ว่าเขานั้นยืนอยู่ในตำแหน่งใด “เชอะ!คิดจริงหรือว่าข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้อย่างงั้นหรือ?” เจวี๋ยหวู่หมิงเพียงหัวเราะอย่างเย็นชา วินาทีนั้นเสียงอันชั่วร้ายก็ได้กลายเป็นเย็นเยียบสุดเปรียบปาน : “แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นแค่เพียงคาถากระตุ้นภูตพรายเท่านั้น ที่เป็นแค่เพียงพลังฝีมืออันต่ำช้าเท่านั้น!” เมื่อสิ้นเสียงลง เจวี๋ยหวู่หมิงก็พลันดีดนิ้วยิงออกไปติดกัน จนมือไม้ขยับเหมือนกับกำลังเล่นพิณอยู่ “ซวบซวบซวบ” ธาตุอสูรแต่ละสายผันเปลี่ยนจนเกิดเป็นทมิฬพิฆาตอัคคีแท้ผุดขึ้นระหว่างนิ้วมือ จนเกิดเป็นลักษณะคล้ายกับกุหลาบแดงที่แม้จะสวยงามแต่ก็แฝงเอาไว้ด้วยความอันตราย ทันทีที่เขาได้ใช้ผ่านนิ้วมืออันเรียวยาวขาวผ่องของเขา ดีดฝ่าผ่าอากาศไป เหมือนดั่งหน้าไม้ดีดออกไปก็มิปาน แฝงเอาไว้คลื่นเสียงพวยพุ่งออกไป จนกระทบเข้าใส่บนเงามายาใบหน้าผีสางที่กำลังกัดกินอย่างคลุ้มคลั่งอยู่พวกนั้นไปทันควัน อาอาอาอาอา…… เสียงกรีดร้องยังคงดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพเงามายาจากใบหน้าผีสางนับไม่ถ้วนนั้นวินาทีนั้นพลันแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นชัดเจนขึ้น ภายใต้ดอกกุหลาบสีดำอันความงดงามของเปลวเพลิง แม้กระทั่งวิญญาณก็ยังต้องหลุดลอยสลายหายไป! “บัดซบ!” จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ที่ได้พบเห็นพลังอำนาจทมิฬพิฆาตอัคคีแท้ จิตใจพลันตระหนก จนต้องด่าทอสาปแช่ง จากนั้นก็ยิ่งได้แสดงสีหน้าเหยียดหยามออกมาจนเห็นได้ชัด แล้วหัวเราะขึ้นอย่างเย็นชาแล้วกล่าว: “หึหึ ไม่มีประโยชน์หรอก!ภายในสมบัติวิเศษชิ้นนี้ของข้า ภายในยังได้กักเก็บดวงวิญญาณภูตผีไว้นับไม่ถ้วน ต่อให้เจ้าสามารถลบล้างพวกมันได้ ก็ยังสามารถรวมตัวคืนกลับมาได้อีกครั้ง อย่าว่าแต่เจ้าที่ยังเป็นแค่เพียงปลาดุกน้อยตัวหนึ่งเท่านั้น ต่อให้เป็นเซียนมาเยือนเอง ก็ยังไม่อาจช่วยชีวิตเจ้าได้อีกแล้ว!” จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ที่ลำพองตัวอย่างกระหยิ่มยินดี อีกทั้งยังสาธยายความสามารถของสมบัติวิเศษออกมา เจวี๋ยหวู่หมิงไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องไปสนใจเขา ทันทีที่เปิดเปลือกม่านตา วินาทีนั้นก็เกิดเป็นเสาเพลิงขนาดใหญ่สองต้นพุ่งเข้าใส่ แล้วมุ่งหน้าเข้าเผาผลาญเงามายาใบหน้าผีสางผ่านเข้าไป ทักษะ——เนตรเทวะเพลิงอัคคี! ไม่มีสิ่งใดที่ไม่อาจไม่มอดไหม้ สรรพสิ่งล้วนแต่ต้องมอดไหม้! ถี่ถี่……ถี่ถี่…… ภายใต้เนตรเทวะเพลิงอัคคีนี้ ด้วยพลังอำนาจที่รุนแรงเข้าเผาใส่ใบหน้าผีสางล่องลอยนั้น จนเหมือนกับเกิดขึ้นจากเทียนไขก็มิปาน ที่ดับวูบไปตามแรงลม สลายหายไปโดยพลัน ปัดกวาดทุกอย่างภายในอากาศจนว่างเปล่าไป จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไป รู้สึกเจ็บปวดใจอยู่บ้าง ในระหว่างที่ยังคงท่องคำสวดในใจ พลังอสูรก็ได้พรั่งพรูไหลเวียนไปทั่วร่าง ถ่ายเทเข้าสู่ภายในกระดิ่ง ชั่วขณะต่อมา หมอกดำแต่ละสายก็ได้ระเบิดเข้าใส่เสาหินออกไป โดยที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งสนามรบ เดิมทีใบหน้าผีสางที่ล่องลอยได้สลายหายไปพร้อมกับผนึกรวมรูปร่างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พร้อมคืนสภาพที่กลายเป็นเพียงสีขาวโพลนอันว่างเปล่าไปอย่างรวดเร็ว เจวี๋ยหวู่หมิงขมวดคิ้ว สมบัติวิเศษชิ้นนี้ถึงกับมีส่วนคล้ายกับสิ่งที่จิ้งจอกบริสุทธิ์นั้นบอกมาทุกประการ ภูตผีจิตวิญญาณที่แม้จะหายไปจนหมดสิ้น แม้จะตายก็สามารถเกิดขึ้นมาใหม่ได้ ช่างเป็นสิ่งที่ยากรับมือได้จริง ๆ! “ฮาฮาฮา เป็นเพียงแค่ไฟจากไม้ขีดไฟยังถือเป็นอย่างไรได้? กองทัพใบหน้าผีสางของข้านี้หากเจ้าไม่วาบก็ไม่มีวันเลิกรา เจ้าก็อย่าได้มัวแต่เสียแรงเปล่าอีกแล้ว รีบส่งสมบัติวิเศษออกมาให้ไว แล้วมาขอร้องวิงวอนต่อข้า ข้าอาจจะมีจิตใจเมตตา ละเว้นให้เจ้าเป็นซากศพที่ครบถ้วนสมบูรณ์ได้!” จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์กล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่ภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยม จนคล้ายกับผลลัพธ์จากการต่อสู้นั่นได้มีข้อสรุปออกมาแล้ว จนฉายแววตาที่แม้จะชั่วร้ายแต่ก็ไม่มีความละอายใจออกมา มาจนถึงเวลานี้ เขาที่ยังคะนึงหาต่อสมบัติวิเศษที่ช่วยเหลือเจวี๋ยหวู่หมิงเติบโตจนถึงขั้นนี้ได้โดยแทบจะไม่จางหาย...