มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    บทที่40 หินที่อยู่ในแดนเซียน

    บทที่40 หินที่อยู่ในแดนเซียน


     

    สิ่งที่เฉินหนานเห็นนั่นคือหินมิติในแดนเซียนใช้หินนี้ทำของมิติ โดยการหลอมให้เป็นรูปทรงต่างๆที่นิยมมากๆคือแหวนมิติและกำไลมิติ แล้วสลักรวดลายอักขระลงไป อย่างไรก็ตามผู้หลอมต้องรู้วิธีหลอมและวิธีสลักอักขระด้วย ระดับพลังที่ใช้ในการหลอมขึ้นแรกคือขั้นวิญญาณยุทธ์ จึงจะสามารถสร้างพื้นที่ได้ขนาดสองตารางเมตรขนาดของที่เก็บของขึ้นอยู่กับระดับของรวดลายอักขระ นอกจากทำที่เก็บของแล้วมันยังใช้ทำอาวุธได้ด้วย เฉินหนานรู้สึกยินดีมากเพราะแม้แต่ในแดนเซียนมันก็ยังหายากเช่นกัน

    “นายเก็บไว้ให้ฉันด้วยนะอย่าให้ใครเด็จขาด”ฟู่หลงแปลกใจ

    “นายรู้จักงั้นหรือ”

    “แน่นอนฉันรู้วิธีใช้มันด้วยแต่ไม่ได้พิเศษอะไรมากหลอก”เฉินหนานเลือกที่จะไม่พูดความจริงทั้งหมด หากโลกนี้รู้ว่ามีของวิเศษเช่นนี้ล่ะก็ต้องได้วุ่นวายแน่

    “ได้เลยไม่ต้องห่วง หลังนายสอบเสร็จเราต้องไปฉลองหน่อยแล้ว”

    “แน่นอน”เฉินหนานยิ้ม

    “งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ”

    “โอเคไว้เจอกัน” เมื่อเฉินหนานวางสายเสียงเปิดเคาะประตูก็ดับขึ้น ก๊อกๆ คนเป็นประตูเข้ามาคือเหลียนฟ่ย

    “โอ้…พี่สาวนี่เองมิน่าทำไมถึงบอกให้ฉันช่วยพวกเขา”เธอยิ้ม

    “พี่สาวคนนี้ขอโทษด้วยนะฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันมีตระกูลหนุนหลังน่ะ”

    “อย่าใสใจเลยเราคนกันเอง”เฉินหนานยิ้ม

    “เธออาการเป็นอย่างไรบ้าง”เหลียนเฟ่ยถามด้วยความอบอุ่น เฉินหนานผายมือแล้วยิ้ม

    “คิดฉันเป็นไงล่ะ”เหลียนเฟ่ยหัวเราะ

    “ฉันจองเครื่องบินให้นายแล้วนะ”

    “ฉันว่าของหมิงกวงแน่ๆ”เหลียนเฟ่ยหัวเราะ หลายคนเห็นภาพนี้ต่างตะลึงเหลียนเฟ่ยยิ้มแย้มแบบนี้ไม่เคยปรากฏมานานมากแล้ว ต้องรู้นะว่าเหลียนเฟ่ยเป็นผู้นำตระกูลเธอแสดงออกมาเป็นคนที่เย็นชาและปล่อยจิตสังหารออกมาเบาๆ

    “เธอนี้รู้ดีจริงนะ”

    “เอาล่ะฉันคงต้องกลับก่อนนะ นั่นรูปพี่สาวตอนเด็กหรอๆ”เฉินหนานชี้ไปรูปบนผนัง

    “ใช่สวยไหม”

    “แน่นอนว่าสวยมากๆ”เฉินหนานยิ้ม

    “ฉันก็ว่างั้นแหละ”เธอหัวเราะ

    “ไปกินข้าก่อนเถอะเดี๋ยวต้องเดินทางอีก”

    “แล้วเรื่องที่บ้านเรียบร้อยแล้วหรือ”เฉินหนานถาม เหลียนเฟ่ยเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง

    “มีบางอย่างต้องบอกเธอ”เฉินหนานขมวดคิ้ว

    “ทุกคนออกไปก่อน”เมื่อถูกคนออกไปเหลียนเฟ่ยเอารูปให้เขาดู เฉินหนานยิ้มเย็นออกมา

    “เรื่องนี้ฉันไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรอกฉันมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่พอได้เห็นก็ได้แต่บอกว่ามันไม่ง่ายเลย”เหลียนเฟ่ยพยักหน้า

    “ดูเหมือนว่าในอนาคตอาจจะเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ”เฉินหนานพูดต่อ

    “จากที่พี่สาวเล่าให้พังฉันคิดว่าดินในที่ดินพี่สาวมันเป็นแร่พิเศษ และมันมีพลังวิญญาณที่มีพลังชีวิตสูงมาก มันสามารถนำมาปลูกศพ ตามความเชื่อบางศาสนาเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาจากดิน และดินนี้เมื่อนำมาผสมผสานกับดินบางชนิดจะทำให้ศพได้รับชีวิตใหม่และมีพลังมากขึ้นหลายร้อยเท่าผ่านพิธีบางอย่างของพวกมัน ฉันเชื่อว่ามันพัฒนาผีดิบมาหลายร้อยปีแล้ว”เหลียนเฟ่ยถามต่อ

    “เราควรกำจัดพวกมันไหม”เฉินหนานส่ายหน้า

    “มันหลบซ่อนมาเป็นร้อยๆปีมันไม่เสี่ยงแน่ๆจากนี้ระวังคนที่ชื่อเทียนถงก็พอมันคงแค้นมากและน่าจะตามหาฉันด้วย ที่สำคัญเราไม่รู้ว่ามันหลบซ่อนตัวที่ไหน”

    “จริงของเธอ”ทั้งสองออกไปนั่งทานอาหาร สายตาทุกคนมองมาที่เฉินหนาน เหลียนซูเอ่ยถามออกมาติดตลก

    “หลายชายนายมีแฟนหรือยัง”แค่กๆเฉินหนานสำลักทันที เหลียนเฟ่ยยิ้มออกมา

    “ผมยังไม่มีครับนี่ผมยังเรียนไม่จบเลยนะจะมีได้ๆไง”มู่หวานกล่าวต่อ

    “เหลียนชิงก็ยังไม่มีใช่ไหมลูก”แค่กๆเหลียนชิงสำลักน้ำทันที

    “แม่พูดทำไมคะเนี่ย”เหลียนชิงไม่พอใจ

    “ก็ไม่มีอะไรนี่”มู่หวานตอบอย่างยิ้มๆ เหลียนชูที่สงสัยอยู่แล้วว่าเฉินหนานและเหลียนเฟ่ยรู้จักกันได้ยังไงจึงถามออกมา

    “ทั้งสองคนรู้จักกันได้อย่างไง”เหลียนเฟ่ยทำหน้าเรียบเฉย แล้วเล่าให้ฟังเหลียนซูพูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าเฉินหนานเป็นคนสอนวิชาย่างก้าววายุให้ เหลียนซูไม่มองว่าเขาเป็นแค่เด็กอีกต่อไป


     

    หลังจากทานอาหารเสร็จเฉินหนานได้ไปคุยกับเจียวเชิงและเขียนใบสั่งยาให้จากนั้นเหลียนเฟ่ยและเฉินหนานก็ไปที่สนามบิน

    “พี่สาวจะไปกับฉันด้วยหรือ”เหลียนเฟ่ยยิ้ม

    “แน่นอนฉันมีเรื่องที่ต้องไปจัดการที่วันเดอร์เล่ล์อยู่น่ะ”เฉินหนานแปลกใจ

    “เรื่องอะไรงั้นหรือ”

    “ฉันสนใจโครงการเมืองใหม่ของตระกูลฟู่น่ะว่าจะร่วมลงทุนสักหน่อย”

    “ดูเหมือนเส้นสายพี่สาวไม่ธรรมดาเลย”โครงการนี้ได้มีการบอกต่อๆกันไปอย่างลับๆจากคนที่สนิทกับตระกูลฟู่เท่านั้น

    “แน่นอนพี่สาวคนนี้ได้เห็นแบบแล้วถึงกับตะลึงเลยนะ”เฉินหนานยิ้ม

    “ถึงกับเห็นแบบแล้วสวยไหม”เฉินหนานแกล้งถาม

    “เธอเป็นคนออกแบบไม่ใช่หรือแล้วยังถาม”

    “เส้นสายพี่สาวไม่ธรรมดาจริงๆ”เหลียนเฟ่ยหัวเราะ ฉับพลันเฉินหนานก็อ่านชะตาของเหลียนเฟ่ยได้และรวมไปถึงหมิงกวงและเตียวกัง หน้าของเขาก็ซีดลง

    “พี่สาวช่วยนัดหมิงกวงและเตียวกังมาหาฉันหน่อยได้ไหม”เหลียนเฟ่ยแปลกใจ

    “มีอะไรงั้นหรือ”

    “ฉันเดาว่าพวกพี่สาวจะต้องเดินทางอีกแน่ๆ และครั้งนี้อันตรายมากๆ”เหลียนเฟ่ยตกใจที่เฉินหนานรู้แผน พวกเขาจะเดินทางไปที่แอฟริกาใต้ในเดือนหน้า

    “อันตรายอย่างไร”

    “ฉันไม่รู้หรอกนะแต่ฉันมีสัมผัสที่หกที่สามารถอ่านชะตาได้ชั่วขณะ มันไม่สามารถคุวบคุมได้มันมาๆหายๆ”เหลียนเฟ่ยขมวดคิ้วเธอเชื่อเฉินหนานอย่างหมดใจ

    “หนักแค่ไหน”เฉินหนานทำหน้าจริงจัง

    “ฉันเห็นทุกคนตาย”เหลียนเฟ่ยหยุดรถทันที แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

    “ว่าไงคนสวย”เสียงกวนๆหมิงกวงดังขึ้นเขาดื่มนิดหน่อย

    “นายอยู่กับเตียวกังไหม”

    “ใช่แล้วเราดื่มกันอยู่”

    “ดี!!นายรีบมาวันเดอร์เล่ล์ด่วน”จากนั้นหมิงกวงก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง

    “มีอะไร”!!!!เหลียนเฟ่ยเล่าทุกอย่างให้ฟัง หมิงกวงวางสายทันทีแล้วตรงไปสนามบินพร้อมเตียวกัง เฉินหนานมองไปที่เหลียนเฟ่ย

    “ใจเย็นๆพี่สาวเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆนี้หรอก”เหลียนเฟ่ยหันมามองเขา

    “มีความเป็นไปได้กี่เปอร์เซ็นต์กันที่จะเป็นจริง”เฉินหนานยิ้มแห้ง

    “เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์”ตอนเฉินหนานอยู่แดนเซียนเขาได้เรียนศาสตร์การทำนายมาโดยบังเอิญ มันเป็นแบบโบราณเขาไม่ได้จริงจังอะไร มันจึงมาๆหายๆและขึ้นอยู่กับบางคนเหมือนตอนเขาเจอหวังหมิงหยางที่ทำนายไป ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้างตอนนี้ เหลียนเฟ่ยหน้าเปลี่ยนสี

    “น้อยชายมีทางช่วยไหม”เฉินหนานยิ้ม

    “หากเป็นคนอื่นฉันจะปล่อยผ่านไปในเมื่อพวกเราเป็นเพื่อนกันฉันต้องช่วยเต็มที่แน่นอนเหมือนเมื่อคืนไง”เฉินหนานกล่าวอย่างยิ้มๆ เหลียนเฟ่ยยิ้มออกมา

    “ขอบใจเธอมาก”


     

    เมื่อถึงสนามบินทั้งสองไม่ต้องตีตั๋วเพียงบอกชื่อกับสายการบินของหมิงกวงไปก็ถูกนำตัวไปที่เครื่องทันที พวกเขาถูกพามาที่ห้องวีไอพี มีแอร์ส่งยิ้มมาให้เฉินหนานหลายคนทำให้เฉินหนานงุนงง

    “นี่ฉันหล่อใช่ไหมหรือหน้าฉันมีอะไรติดอยู่”เหลียนเฟ่ยหัวเราะ

    “นายคิดว่าคนที่สามารถสั่งเจ้าของสายการบินให้มีชื่อจองวิไอพีไว้ทุกรอบได้เป็นคนธรรมดาหรือไง แอร์พวกนี้คิดว่านายคือคนรวยมากๆน่ะสิถึงคิดจับนาย”เหลียนเฟ่ยพูดปนหัวเราะ(เหลียนเฟ่ยเปลี่ยนเป็นเรียกว่านายนะครับจะได้ดูสนิท)เฉินหนานยิ้มแห้งๆ

    “ที่จริงฉันก็รวยอยู่นะตอนนี้มีสามพันล้านได้”เฉินหนานพูดออกมาเล่นๆ ทว่าแอร์ที่ยืนใกล้ๆได้ยินจึงยิ่งยิ้มเข้าไปอีกสามพันล้านมันใช่เงินน้อยๆเสียเมื่อไร

    “นายพูดดังไปแล้ว”เฉินหนานได้สติจึงทำหน้าป่วยๆแล้วแกล้งหลับทันที เหลียนเฟ่ยหัวเราะ ผ่านไปหลายชั่วโมงทั้งสองก็ถึงวันเดอร์เล่ล์ เฉินหนานบิดตัวไล่ความปวดเมื่อย แล้วเดินออกมาจากสนามบิน เหลียนเฟ่ยยิ้มให้แล้วเอ่ย

    “ขอพี่สาวนอนที่บ้านนายได้ไหม”เฉินหนานทำหน้าป่วยๆ

    “พี่สาวรวยจะตายจะมานนอนบ้านคนจนๆอย่างฉันเนี่ยนะ”

    “คนจนที่ไหนมีเงินสามพันล้านกัน”เฉินหนานไร้คำพูด

    “ก็ได้ๆ”เฉินหนานกะว่าจะอ่านหนังสือเสียหน่อยเมื่อออกมาเป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ เมื่อมาถึงคอนโดเฉินหนานก็ให้เหลียนเฟ่ยเลือกห้องนอนไป แล้วขึ้นไปเขียนตำราโบราณมาสามเล่มในห้องของเขา จากนั้นไม่นานหมิงกวงและเตียวกังก็โทรหาเหลียนเฟ่ย

    “เราจะเจอกันที่ไหนดี”

    “บ้านเฉินหนานเลย”

    “นี่เธอจะกินเด็กหรือไง”หมิงกวงพูดติดตลก

    “นายอยากตายหรือไง”

    “ฮ่าๆก็มันเห็นกันอยู่”

    “ฉันจะสี่สิบแล้วจะไปทำแบบนั้นได้ไงนายมันบ้า”

    “อะไรกันพี่สาวเฟ่ยแม้จะใกล้เลขสี่แต่หน้าเหมือนยี่สิบอยู่เลย”

    “บ้างทีนายก็รู้จักพูดจาดีนะหมิงกวง”

    “ฮ่าๆอีกสิบนาทีเราจะไปถึงตามที่อยู่ที่เธอบอก”

    “โอเค” เฉินหนานเดินลงมาที่ด้านล่างและดื่มนมตอนนี้เป็นเวลาอาหารเย็นแล้ว เขาจึงเดินไปเรียกเหลียนเฟ่ยมาทานข้าวเขาทำสลัดให้เธอ

    “พี่สาวผมทำอาหารไว้ให้วางไว้ที่โต๊ะนะ”

    “ได้ๆฉันอาบน้ำก่อนเดี๋ยวออกไป”เฉินหนานกลับไปนั่งดื่มนมกับขนมปังต่อ ไม่นานเหลียนเฟ่ยก็ออกมาเธอใส่ชุดนอนเป็นเสื้อก้ามเบาๆและกางเกงขาสั้นเรียบง่ายและมีกลิ่นหอมออกมาจากตัวเธอ สิ่งที่หมิงกวงพูดไม่ผิดเธอเหมือนสาวอายุยี่สิบจริงๆนั่นเป็นเพราะเธอเป็นผู้บ่มเพาะมันทำให้ร่างกายแก่ช้าลงหลายเท่า เธอนั่งตรงจานสลัดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเฉินหนานแล้วกินทันที

    “โอ้นายทำอาหารเป็นด้วย”เธอกินไม่หยุด

    “อร่อยไหมล่ะ”

    “รสชาติดีมากๆ”

    “พี่สาวชอบก็ดีแล้ว”เหลียนเฟ่ยกินไปหลายคำก็มีเสียงมีโทรศัพท์ดังขึ้น เธอเห็นหมายเลขก็หน้าเครียดทันที

    “ว่าไง”

    “รูปที่คนสงมาผมรู้แล้วว่าเขาคือใคร”เหลียนเฟ่ยตั้งใจฟังเขาคือคนที่เหลียนเฟ่ยได้ภาพมาจากกล้องวงจรปิดจากบ้านตระกูลซาง

    “เขาเป็นชาวเปอร์เซียเป็นสุดยอดนักฆ่าเขามีชื่อว่าฮาซัน เป็นหนึ่งในกลุ่มนักฆ่าที่มีชื่อว่า ฮาสซานซิน เป็นกลุ่มนักฆ่าในยุคสงครามครูเสดที่อยู่มาจนถึงตอนนี้  ”เมื่อเธอได้ฟังข้อมูลถัดไปก็ถึงกันช้อนหล่นจากมือ

    “อะไรนะคุณจะบอกว่า”…


     

    คล้ายกับเรื่องมหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร ที่คุณอ่าน