" ปีพุทธศักราช 262x โลกเกิดสภาวะโลกร้อนขึ้นเป็อย่างมาก เศรษฐกิจทั่วโลกต่างก็มีความก้าวหน้ากันเป็อย่างมากแต่ก็ยังมีประเทศหนึ่งที่เศรษฐกิจยังคงตกต่ำ ยังอยู่ในยุคมืด หากเทียบกับทั่วทั้งโลกแล้วแทบจะไม่ก้าวหน้าเลย เพื่อให้ประเทศนั้นๆก้าวหน้ามากขึ้นและผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น จำเป็จะต้องล้างประเทศนั้นใหม่ทั้งหมดและเริ่มการสร้างขึ้นมาใหม่แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีกลุ่มคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างประเทศขึ้นมาใหม่คอยขัดขวางทุกอย่างจนก่อให้เกิดาภายในประเทศของตัวเองมาตลอดระยะเวลาใน่ 15 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ผู้คนในประเทศของตัวเองล้มตายกันไปเป็อย่างมาก จนผู้คนในประเทศกลายเป็คนยากไร้ ไม่มีทั้งบ้านเป็หลักเป็แหล่งที่อยู่อาศัย ไม่มีแม้แต่อาหารการกินที่ดีเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีน้ำที่สะอาดให้กิน ไม่มีเสื้อผ้าดีๆให้ใส่ เมื่อผู้คนเริ่มสิ้นหวังจนถึงขีดสุดแล้ว จู่ๆก็ได้เกิดปรากฎการ์ณที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ประเทศกำลังสั่นไหว ผู้คนต่างหวาดกลัวและ วิตกกังวลกันเป็อย่างมากแล้วอะไรละที่ทำให้ประเทศสั่นไหวได้ขนาดนี้ เมื่อแผ่นดินไหวหยุดลง ผู้คนที่กำลังหวาดกลัวอยู่นั้นก็ต้องใกันสุดขีด ที่จู่ๆ ก็เกิดหอคอยใหญ่ั์โผล่ขึ้นมา 4 หอคอย โดยแต่ละหอคอยจะอยู่ตามทิศทางของแต่ละจังหวัดที่อยู่เขตสูงสุดได้แก่ " ทิศเหนือ , ทิศใต้ , ทิศตะวันออก , ทิศตะวันตก " ซึ่ง 4 หอคอยนี้มีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด แต่หอคอยไหนละที่จะเป็หอคอยหลักของ 1 ใน 4 หอคอยนี้ที่กำกุญแจสู่การพลิกโชคชะตาของมนุษย์ "
- 2 ปีต่อมา หลังจากที่หอคอยปรากฏขึ้นมาแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ถึงแม้จะมี "ทหาร ตำรวจ และผู้คนมากมายที่ชอบท้าทายเข้าไปตรวจสอบหอคอยแต่ละหอคอยแต่ก็ไม่พบอะไร มีแต่ความเงียบงันและความว่างเปล่าที่ชวนขนหัวลุก แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็หอคอยที่ไม่สามารถทำลายได้ หรือรื้อถอนก็ไม่ได้เช่นกัน หอคอยพวกนี้มีจุดประสงค์อะไร ทำไมถึงโผล่ขึ้นมา และที่สำคัญทำไมถึงมีแค่ 4 หอคอย ตามทิศทางต่างๆ นี้คือคำถามที่อยู่ในหัวของใครหลายๆคนในประเทศแห่งนี้ !
** ภาพตัดมายังเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าหอคอยของทิศเหนือ **
" เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังมองหอคอยที่มีความสูงเสียดฟ้าอยู่ ทันใดนั้นก็ได้พูดกับตัวเองว่า " หากหอคอยนี้มีปาฏิหาริย์จริงขอให้ประเทศแห่งนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยเถอะ ! ""
เมื่อเด็กหนุ่มพูดอฐิษฐานเสร็จก็เดินจากจุดหน้าหอคอยนั้นไป โดยเด็กหนุ่มคนนั้นมีนามว่า " โอเทคุ คัดซึจิ " เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี ที่ผ่านประสพการณ์ความสินหวังแบบสุดๆมาแล้วก่อนที่หอคอยจะโผล่ขึ้นมา " โอเทคุ หั้นหน้ามองไปยังหอคอยอีกครั้งแล้วก็ยิ้มให้หอคอย แล้วก็หันหน้าวิ่งไปที่โรงเรียนที่กำลังเรียนอยู่ต่อไป " เมื่อมาถึง " โรงเรียนมัธยมรัตนโทคิ " โรงเรียนเอกชนสำหรับผู้ยากไร้ทางด้านการเงินที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มผู้นำการต่อต้านการรัฐปะาของผู้นำประเทศ เพื่อให้คนยากไร้ที่อยากศึกษาเล่าเรียน และไม่มีที่อยู่อาศัยได้มีที่อยู่อาศัยและได้เล่าเรียนแบบฟรีๆ เมื่อ " โอเทคุ " มาถึงโรงเรียนก็ได้ยินเสียงะโเรียนชื่อของตัวเองดังลั่น !!!
" นี้ !!!! ไอ้บ้าโอเทคุ .... นายหายหัวไปไหนมากันยะ !!!
รู้ไหมนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว นายไม่คิดจะเรียนแล้วรึยังไงงงง !!! "
" - โคมิ โทโมะ หญิงสาวที่ปากร้ายใจดีและยังเป็เพื่อนของ โอเทคุ ในสมัยเด็กๆที่ผ่านประสพการ์ณความสินหวังมาแล้วเช่นกัน "
""" นี้ ไอ้บ้าโอเทคุ ได้ยินที่ฉันพูดไหมมม ห๊าาาา !! """" โคมิกล่าว
" นี้ โคมิ เธอคิดว่าพระเ้ามีจริงไหม !? " โอเทคุ เอ่ยปากถามโคมิแล้วแหงนมองไปยังหอคอย
" อะไรกัน นี้ โอเทคุ นายยังคิดถึงเื่นั้นอยู่อีกเหรอ ฉันว่านะหากพระเ้ามีอยู่จริงๆพวกเราก็คงไม่ยากลำบากกันแบบที่เป็อยู่กันตอนนี้หรอกนะ ... " โคมิพูดปลอบโอเทคุเป็นัยๆ
" เอาละ โอเทคุ นายจะยืนตากแดด ตากลมตรงนี้อีกนานไหมห๊าาา อาจารย์เรียกหานายตั้งครึ่งวันแล้วนะรู้ไหม ! " โคมิตะคอกใส่โอเทคุต่อ
" จ้าๆ ไปแล้วจ้าาา " โอเทคุกล่าวกับโคมิ
หลังจากที่โคมิและโอเทคุเดินเข้าไปยังโรงเรียนเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนอยู่นั้น โอเทคุก็ได้เดินผ่านกับนักเรียนคนหนึ่งที่ทำตัวดูลึกลับ ไม่พูดจาอะไร ผมยาวสลวย สีแดง นัยตาสีดำเป็ประกาย เมื่อโอเทคุเห็นก็ถึงกลับหยุดนิ่งไปชั่วครู่ อึ้งไปกับความงดงามของตัวนักเรียนลึกลับคนนั้น
" นี้ โอเทคุ " เสียงเรียกเบาๆของโคมิดังเข้ามาในหูของโอเทคุ
" นี้ ไอ้บ้าโอเทคุ !!! " โคมิเรียกเสียงดังขึ้นกว่าเดิม
" ห๊ะ !! อะไรๆ มีอะไรเหรอโคมิ ? " โอเทคุกล่าวกับโคมิ
" นี้นายจะเหมอไปถึงไหนกันห๊ะ ถ้านายไม่เข้าไปเรียน งั้นฉันก็จะไม่สนใจนายแล้วนะ ! " โคมิเริ่มแสดงอาการไม่พอใจโอเทคุเป็อย่างมาก
" จ้าๆไปแล้วจ้า " โอเทคุกล่าวกับโคมิ
ในระหว่างที่ใกล้จะถึงห้องเรียนของทั้งสอง โอเทคุก็ได้กล่าวคำถามกับโคมิว่า
" นี้ โคมิ เธอเห็นนักเรียนหญิงที่ดูลึกลับ ผู้สีแดงสลวย นัยตาสีดำเป็ประกายเมื่อกี้รึเปล่า ? " โอเทคุถามโคมิ
" นี้นายพูดเื่บ้าอะไร ... เมื่อกี้พวกเราก็เดินมาด้วยกัน 2 คนยังไม่ได้เดินผ่านใครมาสักคนเลยนะ ! " โคมิตอบกลับโอเทคุด้วยความสงสัย
" ห๊ะ ! นี้เธอไม่เห็นยังงั้นเหรอ ก็ที่เราเดินผ่านมาเมื่อกี้เธอไม่เห็นรึยังไง !! " โอเทคุเริ่มสงสัยและสับสน
" โอ้ยย ให้มันน้อยๆหน่อยนะ โอเทคุ พวกเราเดินมาด้วยกัน 2 คนยังไม่ได้เดินผ่านใครมาเลยสักคน แล้วนายจะบอกว่า นายเดินผ่านผู้หญิงคนนั้น โดยที่ฉันไม่เห็นด้วยเนี่ยนะ นายบ้าไปแล้วรึยังไง ห๊าาา " โคมิบ่นโอเทคุตลอดทางมายังห้องเรียน
" อะ .. สงสัยฉันจะคิดไปเองละมั้ง ขอโทษๆ เข้าไปเรียนกันเถอะ " โอเทคุเปลี่ยนเื่คุย
ครื้ดดดด !
เสียงเปิดประตูห้องเรียน
" เฮ้ยๆ ดูสิ ใครมากันวะ " ดอนไซ คากิ เพื่อนร่วมห้องของโคมิ และ โอเทคุ
" หุบปากไปเลยนะ ดอนไซ " โคมิกล่าวกับดอนไซ
" น่าๆ อย่าหัวร้อนไปสิโคมิ ฉันแค่แซวเล่นเองน่า ฮ่าๆๆ " ดอนไซกล่าวกับโคมิ
ครื้ดดดด !!
เสียงเปิดประตูห้องเรียน
" เอาละนักเรียนทุกคน นั่งประจำที่ของตัวเอง ... วันนี้ครูมีเื่จะมาแจ้งให้ทราบอยู่ 2 เื่นั้นก็คือ
1. นักเรียนคนไหนที่มีคะแนนสอบกลางภาค และ ปลายภาค รวมกันเกิน 250 คะแนนคนนั้นจะผ่านการสอบและจะได้รับรางวัลเป็เงินสด 100k (1แสนบาท)
2. สำหรับผู้ที่สอบกลางภาค และ ปลายภาค ไม่ผ่านเกณฑ์จะต้องถูกลงโทษด้วยการวิ่งรอบสนาม 30 รอบและ ทำการบ้านของทั้งเทอมมาส่งใหม่ทั้งหมด "
- คุณครู อริสซี นายา ได้กล่าวในคาบเรียน
" เอาละๆ เงียบกันได้แล้ว วันนี้ครูยังมีอีกเื่ที่อยากจะแนะนำพวกเธอ " คุณครูกล่าว
" อะไรเหรอครับๆ ครูจะพาไปกินหมูกระทะเหรอครับ ฮ่าๆๆ " ดอนไซพูดหยอกครู
" หุบปากแล้วเงียบๆกันได้แล้ว ! " คุณครูกล่าว
" เอาละเข้ามาสิ .... " คุณครูกล่าวเรียกใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าห้องเรียนให้เข้ามาในห้อง
หลังจากสิ้นเสียงเรียกของคุณครูอริสซี ก็มีผู้หญิงผมยาวสลวยสีแดง นัยตาสีดำเป็ประกายเดินเข้ามาในห้อง นั้นทำให้ โอเทคุ และ โคมิ ถึงกลับอึ้งจนพูดไม่ออก ... แล้วผู้หญิงคนนี้เป็ใครกันละ แล้วทำไมที่โอเทคุถามโคมิไปก่อนจะเข้าห้องเรียนทำไมโคมิถึงไม่เห็น ความสงสัย และ หวาดระแวงนั้น ทำให้ความคิดของทั้งคู่เต็มไปด้วยคำถามอย่างมากมาย .....
" เอาละ .... ถึงเวลามาเริ่มเกมส์กันแล้ว ไปสู่บทต่อไปกันเลย ~~~ "
จบตอนที่ - 00