น้องชายร้ายไม่เลิก
แต่วันต่อไปโอกาสของสองสาวก็ไม่หลงเหลือให้อีกแล้ว เพราะชมจันทร์มีสภาพจิตใจดีขึ้นมากจึงกลับบ้านหลังจากที่ห่างไปนานถึงสองเดือนเต็มๆ
“ถ้าจิตใจยังไม่เข้มแข็งก็อย่าเพิ่งออกงานเลยนะคุณเอ้ ฉันเป็ห่วง”
คุณหญิงเพลินพิศเป็เ้าแรกที่มาเยี่ยมถึงบ้าน พ่วงนนนทีที่เพิ่งเรียนจบและกลับเมืองไทยได้แค่สองวันมาด้วย
“ขอบคุณค่ะคุณหญิง ทิ้งงานไปนานเอ้ก็เกรงใจค่ะ ถึงจะให้ตะวันดูแลอยู่ แต่ก็ไม่เหมือนเราอยู่ด้วยหรอกค่ะ”
ชมจันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาผิดจากเมื่อก่อนมาก นั่นทำให้คุณหญิงอดสงสัยไม่ได้ว่าจะสู้หน้ากับคนในสังคมจอมปลอมได้มากน้อยแค่ไหน แต่ป่วยการจะทักท้วง
“ตะวันก็ช่วยงานได้ดีเหมือนเดิม หรือมากกว่าด้วยตอนที่คุณเอ้ไปพัก ว่าแต่วันนี้ไม่อยู่บ้านเหรอ ไม่เห็นหน้าั้แ่ฉันมาถึงแล้ว คนบางคนแถวนี้อยากจะเจอหน้าแทบแย่จนต้องรบเร้าขอตามฉันมาด้วย”
คนพูดหันไปมองหลานครู่หนึ่งแล้วยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปหาชมจันทร์ที่คิดถึงลูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเห็นนนนทีอีกครั้ง เพราะไม่กี่เดือนมานี้ยังแอบหวงเอาไว้ให้ลูกอยู่เลย
แต่ตอนนี้ลูกกลับไม่อยู่ในฐานะคู่แข่งของสาวคนไหน แม้แต่กับอาทิตยาที่ไร้ซึ่งภาษีทางสังคม ปัญหาที่ลูกมีสัมพันธ์กับชายอื่นก่อนเจอเ้าบ่าวตัวจริงก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลยถ้าไม่เป็ข่าวฉาวโฉ่ในเื่ทุเรศๆ อย่างนี้
และก็น่าจะดีกว่านี้หน่อยถ้าเป็แค่ภาพนิ่ง แต่นี่เคลื่อนไหวและยาวนานแถมยังมีท่าอุบาทว์ๆ ที่เป็เื่ธรรมดาหากอยู่ในมุ้ง แต่พอหลุดออกมากลายเป็เื่น่าอับอายยิ่ง
“เห็นว่าไปแบงก์ค่ะ แต่อีกไม่นานคงจะมา หรือถ้ามาช้าคุณหญิงก็พาตาทีอยู่กินมื้อเย็นเลยสิคะ เอ้จะได้บอกให้ตะวันอยู่ด้วย รายนี้ว่านอนสอนง่ายค่ะ ให้หันซ้ายหันขวาได้หมด”
คุณหญิงอนาถใจไม่น้อยที่ไม่ว่าจะกี่วันกี่เดือนหรือกี่ปี ชมจันทร์ก็ยังคงเป็ชมจันทร์คนเดิม คนที่ไม่ใคร่ได้ใส่ใจกับอะไรหรือกับใครเลย แม้แต่คนในครอบครัวหรือคนใกล้ตัว ก็อีกนั่นล่ะป่วยการจะเก็บคนเหยียดหยันผู้ที่ต่ำต้อยกว่าอย่างชมจันทร์มาเป็อารมณ์ จึงหันไปหาหลานชาย
“แล้วเราล่ะตาที เย็นนี้นัดใครไว้หรือเปล่า ส่วนป้ายังไงก็ได้เพราะคืนนี้คุณลุงนัดสังสรรค์กับเพื่อน กลับไปก็กินคนเดียวอยู่แล้ว สู้อยู่กินบ้านนี้ดีกว่า”
“ไม่มีครับคุณหญิงป้า”
ถึงจะนัดเพื่อนๆ ไปสังสรรค์เขาก็เลื่อนได้ เพราะกว่าจะขอให้คุณหญิงป้ายอมพามาด้วยได้ก็แทบแย่ โอกาสใกล้มือต้องคว้าไว้ก่อน ตอนอยู่เมืองนอกก็ติดต่อได้แค่อีเมล สาวเ้าก็ไม่ใคร่จะตอบด้วย หรือถ้าตอบก็จะไม่กี่บรรทัด
และมักจะเป็การเป็งานมากกว่าจะบอกกล่าวเื่ส่วนตัว นี่ล่ะคือผู้หญิงที่นนนทีชอบ เข้ายาก จีบยาก ได้ยาก มันทำให้ชีวิตมีรสชาติเพิ่มมากขึ้น
“พูดถึงก็มาพอดี ดูสิหอบอะไรเต็มมือมาเลย”
คุณหญิงมองเห็นอาทิตยาั้แ่ก้าวแรกที่เดินเข้าบ้าน และตรงเข้ามาไหว้ด้วยความนอบน้อม พร้อมกับยิ้มให้นนนทีอย่างคนมีมารยาท
“คุณตะวันทานของว่างหรือยังครับ วันนี้มีโมจิอร่อยมากครับ”
นนนทีรีบเชื้อเชิญประหนึ่งเป็บ้านของตัวเอง แถมยกจานของว่างขึ้นอวดด้วยใบหน้าเบิกบาน อาทิตยายิ้มน้อยๆ ให้ แม้ในใจจะอยากบอกว่าของพวกนี้ตัวเองกินไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วก็ตามที
“ขอบคุณค่ะ ตะวันกินมาจากข้างนอกแล้วค่ะ งั้นขออนุญาตไปทำงานต่อนะคะ วันนี้ต้องทำจ่ายเงินเดือนค่ะ”
เลขาสาวค้อมตัวแล้วรีบผละออกจากห้องรับแขก โดยไม่สนใจว่านนนทีจะอยากคุยต่อหรือไม่ หนึ่งคือมีงานค้างต้องทำจริง กับสองคือไม่อยากเปิดโอกาสให้หนุ่มนักเรียนนอก ที่พ่อแม่หวงยิ่งกว่าไข่ในหิน และปูทางไว้ให้แล้วไม่ว่าจะเป็ด้านธุรกิจหรือแม้แต่เื่คู่ครอง
“งานเยอะค่ะ แต่เดี๋ยวเอ้จะบอกให้รอกินมื้อเย็นกับคุณหญิงให้ค่ะ”
ด้วยรู้ดีว่าหนุ่มตรงน่าเสียดายอะไร ความเป็คนตรงไม่มีอ้อมจึงรีบดักทางเอาไว้ก่อน และก็ได้ยิ้มแหยๆ จากนนนทีมาให้ เพราะอายไม่น้อยที่ผู้ใหญ่จับไต๋ได้
“เฮ้อ!!! พออาการดีขึ้นก็ทำเอาลูกสาวแม่หาเวลาว่างมาเยี่ยมบ้านได้ยากเหมือนเดิมเลยนะ รู้อย่างนี้ให้ป่วยใจไปสักปีสองปีดีกว่าไหมคุณผู้หญิงนี่ วันหยงวันหยุดก็โทรตามไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจกันบ้างเลย”
อุบลอดบ่นไม่ได้ เพราะลูกสาวเพิ่งมาถึงเมื่อคืน พอเช้าก็ถูกตามแล้ว สุพรหมอดขำเมียไม่ได้ ไม่แพ้กับลูกๆ ที่ช่วยงานอยู่ไม่ห่าง
“พี่จ้ะ ช่อนี้หนูฝากให้คุณแอ๊นนะจ๊ะ”
รัตติกาลยกกุหลาบขาวมัดใหญ่ให้พี่ดูก่อนเอาใส่หลังรถรวมกับมัดอื่นๆ ที่ต้องรีบเอาไปส่งบ้านคุณหญิงเพลินพิศใช้จัดในงานวันเกิดสามีพรุ่งนี้ ด้วยการตัดสินใจปุบปับเพื่อเอาหน้าของชมจันทร์ อาทิตยาเลยต้องกลับก่อนกำหนดหนึ่งวัน
“วันพักร้อน วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ไม่มี ไปทำบริษัทใหญ่ สวัสดิการครบดีกว่าไหมนี่ลูก ได้ไปเที่ยวเมืองนอกเมืองนาด้วย เมื่อไหร่คำว่าบุญคุณจะหมดสักทีก็ไม่รู้”
อุบลตักแกงเขียวหวานใส่ถุงไปปากบ่นไปไม่ยอมหยุด
“แม่!!! มัวแต่บ่นอยู่นั่นล่ะ เร็วเข้าลูกต้องรีบไปแล้วนะ”
จนสามีต้องปรามถึงได้เร่งมือทำ อาทิตยากับน้องๆ ก็เร่งเก็บข้าวของยัดใส่รถเช่น แม้ใจอยากจะอยู่ต่อไม่น้อย แต่เพราะกลัวคุณหญิงจะจัดดอกไม้ไม่ทันใช้งาน มากกว่าจะกลัวเ้านายไม่ได้หน้าที่อาสาเป็คนแก้ปัญหาเื่ดอกไม้ให้ จึงจำใจต้องทิ้งวันครอบครัวพร้อมหน้าไปก่อน
“ขอบใจนะจ๊ะตะวัน แล้วฉันจะขอบคุณเ้านายตะวันในที่ประชุมวันมะรืนก็แล้วกันนะ ที่อุตส่าห์อาสาแก้ปัญหาให้ฉัน ไม่งั้นฉันก็ไม่รู้จะหกกุหลาบมากมายขนาดนี้ได้จากที่ไหนตามร้านก็มีมัดสองมัด กว่าจะได้พอใช้คงต้องขับรถตระเวนหาทั้งเมืองแน่ รอไปซื้อปากคลองตลาดพรุ่งนี้เช้าคงจะจัดไม่ทันหรอก”
คุณหญิงยิ้มให้ด้วยความซาบซึ้งใจจริงๆ
“ตะวันดีใจค่ะที่ได้ช่วยคุณหญิงบ้าง” อาทิตยาเองก็ยิ้มแป้นให้เช่นกัน
“วันนี้หยุดใช่มั้ย ขอโทษจริงๆ ที่ต้องรบกวน รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ แค่นี้ฉันก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว”
คุณหญิงไม่สนใจว่าหลานชายจะสะกิดแขนเพื่อเตือนให้ชวนเลขาสาวอยู่กินมื้อเย็นด้วยเลยสักนิด เพราะรู้สึกผิดอย่างที่บอก ทว่าอาทิตยาก็ไม่คิดจะทิ้งไปอย่างคนแล้งน้ำใจได้ เพราะเห็นอยู่ตำตาว่าดอกไม้เป็พันๆ ดอกยังไม่ได้จัดเลย
“ไม่เป็ไรค่ะ ตะวันขออยู่ช่วยจัดดอกไม้ก่อนดีกว่านะคะ กลับไปก็ไม่รู้จะคุยกับใคร เพื่อนก็ออกไปเที่ยวกันหมดแล้ว”
“เอางั้นเหรอ แม่พะยอมหอมหวนของฉันคงจะดีใจที่ตะวันจะอยู่ช่วย งั้นฉันฝากด้วยก็แล้วกันนะจ๊ะ เพราะรู้ดีว่าห้ามยังไงตะวันก็คงไม่ฟังหรอก”
เพราะคุณหญิงรู้ดีว่าอาทิตยาเต็มใจจะช่วยด้วยใจจริง นั่นทำให้หลานชายยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ที่จะได้ใกล้ชิดกับสาวสวยอีกหลายชั่วโมง
“ให้ผมช่วยด้วยนะครับคุณตะวัน”
เลยรีบอาสาทันควัน คนเป็ป้าได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะผละเข้าบ้านไปดูแลความเรียบร้อยส่วนอื่น ที่น้องชายกับน้องสะใภ้มาช่วยเป็หูเป็ตาให้อีกแรง
“สบายใจแล้วล่ะสิพี่เราดอกไม้มาแล้วนี่ ว่าแต่เ้าทีจะเกาะแกะอะไรกับแม่หนูนั่นล่ะครับ”
น้องชายแซวด้วยท่าทีไม่จริงจัง พอๆ กับเื่ลูกชายที่ขืนขนาบข้างสาวสวยด้วย พี่สาวก็พลอยยิ้มอย่างอิ่มใจไปด้วย
“อ้อ! ตะวันเป็เลขาคุณเอ้ จบดอกเตอร์ด้วยนะเก่งไปทุกเื่ สมบูรณ์แบบไปทุกด้าน”
“ยกเว้นฐานะทางบ้านจน และเป็ลูกคนใช้ในบ้านคุณเอ้เท่านั้นล่ะค่ะคุณพี่ และน้องจะปล่อยให้ตาทีไปก่อน ตอนนี้น่าจะแค่จีบเล่นๆ ไม่จริงจังอะไร แต่ถ้าจะเอาจริงเมื่อไหร่น้องถึงจะสั่งห้ามค่ะ ปล่อยไว้ได้ยังไงคะใครกันจะอยากได้ลูกคนใช้มาเป็สะใภ้ รู้ถึงไหนก็อายเขาถึงนั่น”
น้องสะใภ้แย้งพี่สามีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าเฉยเมย แต่สายตามีแววมุ่งมั่น แม้จะไม่ชอบใจในประโยคนั้นอยู่บ้างแต่คุณหญิงไม่คิดจะแย้งใดๆ เพราะเห็นว่าอาทิตยาไม่มีทีท่าว่าจะสนใจหลานตัวเองนัก หรืออย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ชอบ
จึงผละเข้าครัวไปเพื่อสั่งให้เด็กหาเครื่องดื่มออกไปให้สองหนุ่มสาวที่วิ่นกับดอกไม้อยู่ในเต็นท์ข้างสนามแทน แล้วก็หันไปตอบคำถามเด็กรับใช้คนนั้นคนนี้บ้างจนผ่านไปหลายชั่วโมง ถึงได้เห็นอาทิตยาเดินเข้ามาในบ้านเพื่อลากลับเพราะช่วยงานเสร็จ
“ขอบใจอีกครั้งนะจ๊ะตะวัน ความจริงฉันอยากจะชวนกินมื้อเย็นด้วย แต่คิดว่าตะวันน่าจะอยากกลับไปอาบน้ำนอนพักมากกว่าใช่มั้ย งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้เย็นๆ นะจ้ะ”
“ค่ะคุณหญิง งั้นตะวันลานะคะ”
มือบางยกไว้คุณหญิงและพ่อแม่ของนนนทีอย่างนอบน้อม
“ขับดีๆ นะจ๊ะรถญี่ปุ่นน่ะมันบาง”
และแม้ใบหน้าจะยิ้ม แต่น้องสะใภ้ก็ไม่วายแขวะด้วยความหมั่นไส้ที่ลูกชายเอาแต่จ้องแม่ลูกคนใช้ไม่วางตา
ไม่มีใครรู้สึกแย่กับคำนี้ไปมากกว่าคุณหญิงกับอาทิตยาอีกแล้ว แต่ก็ยังยิ้มและรีบยกมือไหว้ขอบคุณคนเตือนอีกรอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนจะออกจากบ้านไปทันที
ในใจนั้นก็ยังอดรู้สึกดีอยู่บ้างที่เ้านายตัวเองไม่เคยพูดดูถูกว่ากระจอกนั่งแค่รถญี่ปุ่นเฉกเช่นแม่ของนนนทีเลย
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































