หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาหนึ่งคืนเต็มๆไป๋ฉียังคงนอนอยู่บนโต๊ะตัวเดิม รอบๆข้างตัวเขาย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนนอกซะจากหัวหน้าทีมทั้งสี่คนและสมาชิกของพวกเขาที่ตอนนี้ยังคงไม่ตื่นจากการหลับไหล
"หาว~~ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกัน"ไป๋ฉีเป็คนแรกที่ตื่นขึ้นมาและกล่าวขึ้นด้วยสภาพเงาเงียปนอาการเมาค้าง
"ปั้ง!!"
ในขณะที่เขากำลังพยายามตั้งสติให้ได้อยู่นั้นก็มีเสียงดังบริเวณตรงหน้าของเขา ไป๋ฉีจึงเงยหน้าขึ้นไปมองในทันทีปรากฏว่ามีคนที่อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ซึ่งนั่นไม่ใช่ใครนอกจากอาจารย์อย่างอู่จินหยางที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้าจริงจังเป็อย่างยิ่ง
"อาจารย์!"ไป๋ฉีลุกขึ้นพรวดพราดและะโออกมาทำให้เหล่าหัวหน้าทีมทั้งสี่และสมาชิกพากันสะดุ้งพรวดขึ้นมาตามๆกัน
"บอส"พวกเขากล่าวและทำความเคารพพร้อมกัน ทว่าอู่จินหยางยังคงนิ่งเฉยก่อนจะกล่าวออกมาอย่างจริงจัง "บอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาจะกินจะดื่มให้รู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองและกลับไปนอนที่บ้าน ถ้าหากตาแก่นั่นมาตรวจการเดี๋ยวก็ได้ถูกลงโทษสถานหนักกันยกหน่วยอีก"
"พวกเราขอโทษค่ะบอส จะไปวิ่งรอบหน่วยงานร้อยรอบเดี๋ยวนี้ พวกเราไป!!"อิงเสวียกล่าว เธอเหมือนจะรู้ชะตากรรมจึงพาสมาชิกทีมของตัวเองวิ่งออกไปด้วยกลัวว่าจะโดนบทลงโทษเพิ่ม ซึ่งแน่นอนว่าทีมอื่นๆก็วิ่งตามไปเช่นเดียวกัน เหลือเพียงไป๋ฉีเท่านั้นที่หน้าซีดกลืนน้ำลายอึกใหญ่
วิ่งรอบหน่วยงานร้อยรอบ บ้าไปแล้ว! พื้นที่ของหน่วยงานไม่ใช่ว่าจะใกล้ๆเลย มันตั้งห้าสิบไร่เชียวนะ การที่ต้องวิ่งร้อยรอบแม้แต่ระดับผู้บัญชาการยังต้องหืดขึ้นคอ แล้วนับประสาอะไรกับนักรบขั้นต้นเช่นเขา
"ฉีเอ่อร์ ต่อไปอาจารย์ขอเรียกแบบนี้ได้หรือไม่"อู่จินหยางหันไปกล่าวถาม
"เอ่อ ได้ครับอาจารย์"ไป๋ฉีกล่าวตอบออกไป
"อืม ดี เนื่องจากทำผิดครั้งแรกและยังมีตบะต่ำเกินไปจะลดโทษให้เหลือยี่สิบรอบก็ได้ แต่ต้องสวมใส่ของที่อยู่บนโต๊ะนั่น"ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ยกยิ้มออกมา แต่เมื่อหันไปมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาก็ซีดเข้าไปใหญ่
"สายถ่วงน้ำหนักสี่ข้าง ทั้งยังข้างละห้าสิบกิโลกรัม อาจารย์ถ้ารวมกันสี่ข้างก็สองร้อยกิโลกรัมเลยนะครับ เอาจริงหรือ?"ไป๋ฉีหันไปกล่าวถาม
อู่จินหยางพยักหน้า "จริง ยกเว้นตอนอาบน้ำและนอนเวลาอื่นจะต้องใส่มันเอาไว้ตลอดเวลา นี่คือการฝึกแรกจากอาจารย์"
ไป๋ฉีถึงกับกลืนน้ำลายลงคอค่อยๆหยิบสายรัดนั้นมาใส่ที่แขนขา และวิ่งออกไปอยากยากลำบากทันที ด้วยระดับพลังนักรบขั้นต้นของเขานี่ถือว่าเป็การฝึกที่โหดหินเอามากๆ อีกทั้งไป๋ฉีก็ไม่คิดจะโกงด้วยการใช้คอสมิคฟรอสเข้าช่วยโดยเด็ดขาด เนื่องจากถึงอย่างไรมันก็คือการฝึกแรกที่อาจารย์มอบให้
"โหดจริงๆ ฉันจะวิ่งได้แค่ไหนกันนะ"ไป๋ฉีกล่าวขณะที่วิ่งมาได้ครึ่งรอบเท่านั้น เหงื่อของเขาตอนนี้ไหลเต็มใบหน้า แต่ก็ยังพยายามวิ่งต่อไป
"ฮ่าๆๆเ้าไป๋ฉีโดนเข้าให้แล้ว ดูแล้วยากกว่าตอนที่พวกเราเข้ามาใหม่ๆซะอีก"เหอซานกล่าว ขณะที่วิ่งนอกรอบไป๋ฉีไปพร้อมกับอีกสามหัวหน้าทีม
"เขาเป็ศิษย์ของบอสนะเจอแบบนี้ก็เป็เื่ธรรมดา ฉันอยากรู้มากว่าว่าเขาจะวิ่งภายใต้น้ำหนักขนาดนั้นได้สักกี่รอบ"หลิวอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
"หยุดพูดและวิ่งไปเถอะ นี่พึ่งผ่านมาสามรอบเอง ยังหรืออีกทั้งเก้าสิบเจ็ดรอบ"เทียนหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง ผิดกับอิงเสวียที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะเธอเคร่งในกฏระเบียบมากแต่เมื่อวานกลับปล่อยให้อารมณ์พาไปจนเมามายและหลับคาตึกไปจึงรู้สึกอยากก่นด่าตัวเองเอามากๆ เนื่องจากปกติเธอจะเป็คนเดียวที่ไม่โดนลงโทษแต่กลับพลาดเสียง่ายๆ
เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงของวัน ในขณะที่คนอื่นตอนนี้วิ่งผ่านไปถึงเกือบแปดสิบรอบแล้ว ไป๋ฉีตอนนี้พึ่งวิ่งได้เพียงแปดรอบเท่านั้น ทว่ากลับแสดงอาการเหนื่อยหอบออกมาอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากน้ำหนักที่ถ่วงเอาไว้ที่ขาและแขนทั้งสองข้างตอนนี้มันรู้สึกหนักเอามากๆ
"ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้!"ไป๋ฉีะโออกมาสุดเสียงราวกับให้กำลังใจตนเอง จากนั้นก็เริ่มวิ่งต่อในทันใด เก้ารอบ สิบรอบ สิบสามรอบ จวบจนมาถึงสิบเก้ารอบ ไป๋ฉีแทบจะไม่มีแรงวิ่งต่อและสะดุดล้มหลายต่อหลายครั้ง ทว่ากลับยังพยายามที่จะลุกขึ้นมาได้
"เห้ยๆ เอาจริงดิ เ้าเด็กคนนั้นมันเป็สัตว์ประหลาดหรือไง ขนาดนี้มันยังวิ่งได้ สมแล้วที่เป็ลูกผู้ชายอย่างแท้จริง"เหอซานที่ตอนนี้วิ่งจนครบแล้วกล่าวขึ้นมา ตอนนี้สมาชิกหน่วยต่างๆกำลังเชียร์ชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่งประดุจเชียร์การแข่งขันกีฬานัดสำคัญอย่างไรอย่างนั้น ในเวลาเดียวกันไป๋ฉีเหลืออีกสิบก้าวก็จะถึงเป้าหมายของเขาแล้ว
"อีกนิดเดียว ๆ!!"ไป๋ฉีกัดฟัน เมื่อมาถึงก้าวสุดท้ายชายหนุ่มทิ้งตัวลงไปในทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ในขณะที่ตัวของเขาจะกระแทกพื้น แสงสีทองก็พุ่งมาและรับตัวชายหนุ่มเอาไว้ทัน นั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากอู่จินหยางที่เฝ้าสังเกตุการณ์ศิษย์ของเขาอยู่ทั้งวัน
"กลับไปพักผ่อนกันซะ เ้าเด็กคนนี้เดี๋ยวฉันดูแลเขาเอง"เขาหันไปกล่าวกับทั้งสี่ทีม สมาชิกรวมไปถึงหัวหน้าทั้งหมดพากันลุกขึ้นพรวดพราด ทำความเคารพ และพากันแยกย้ายออกไป ส่วนอู่จินหยางเองก็พาไป๋ฉีกลับไปเช่นเดียวกัน จากนั้นก็ให้จิงจิงเตรียมน้ำผสมกับยาบำรุงให้ก่อนที่จะอุ้มร่างที่สลบไสลของชายหนุ่มลงไปแช่มัน
"ฝึกหนักไปหรือเปล่าคะ เด็กคนนี้พึ่งจะมาได้วันเดียวเอง"จิงจิงกล่าวถาม
"ทุกอย่างก็เพื่อตัวเขาเองทั้งนั้น พื้นฐานร่างกายเป็สิ่งสำคัญ ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเขา"อู่จินหยางกล่าวและมองไปยังห้องด้านหลังที่ไป๋ฉีกำลังแช่น้ำยาฟื้นฟูอยู่ นี่คือศิษย์ของเขา ดังนั้นย่อมต้องสั่งสอนให้ได้ดีไม่ว่าจะเข็มงวดขนาดไหนก็ตาม
"หุหุ สมเป็คุณ แต่ว่าในฐานะที่ฉันเป็อาจารย์แม่ของเขา ขอสั่งห้าม! ต่อไปอย่าฝึกหนักจนเขาสลบไปแบบนี้อีก เข้าใจไหมคะ"
อู่จินหยางยกยิ้มและพยักหน้า "ตามที่ภรรยา้า"
จิงจิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะคิกคัก โดยปกติแล้วในที่ทำงานแบบนี้พวกเขาจะเป็เ้านายกับลูกน้องเท่านั้น แต่ทว่านี่เลิกงานแล้วจึงเป็กรณีพิเศษ