ผู้บริหารหนุ่มแหงนมองเมฆครึ้มขณะก้าวลงจากรถ เขาเพิ่งกลับจากไปประชุมที่กรุงเทพฯออกจากสนามบินก็ตรงมาบ้านไร่ระหว่างก้าวผ่านห้องกลางถึงหน้าครัวได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาไม่ได้ยินเสียงน้องหัวเราะสดใสแบบนี้นานแล้ว เขาลดฝีเท้าลงสู่ต้นเสียงเปิดประตูหลังมองออกไป หนูจ้ากับโมนกำลังแย่งกันดันให้อีกฝ่ายโดนน้ำที่พุ่งจากหัวก๊อก
เขานึกขวาง...มีแฟนก็มีไปสิเกี่ยวอะไรมากีดกันทำเป็ฟืนเป็ไฟผลักเรากระเด็นจากน้าแก้ว
พริบตาเดียวฝนซึ่งเพิ่งลงเม็ดก็ตกซู่ใหญ่สองคนเลยเล่นน้ำฝนต่อกันสนุกสนาน หนูจ้าลากโมนไม่ให้หนี เสื้อขาวเปียกฝนกลายเป็ผ้าโปร่งซับเนื้อในกระโปรงแนบรัดร่างเป็เนื้อเดียว ใบหน้าพี่ชายร้อนวูบและชักตึงขึ้นมาเขากางร่มออกไปถอดเสื้อสูทคลุมให้น้อง
“เล่นเปียกทั้งตัว! เดี๋ยวไม่สบาย” สายตาตำหนิเลื่อนไปยังอีกคน “โมนด้วยโตแล้วทำไมชวนกันเล่นแบบนี้”
“โตแล้วเล่นไม่ได้เหรอครับ”หน้าตาคนถามดูไม่เข้าใจจริง ๆ
เขาหันมาดุน้อง“เล่นได้แต่อย่าเลยเถิด ที่พี่พูดเข้าใจไหม”
เ้าตัวเดาะปากให้สัญญาณสมุนที่ชายคาเ้าสี่ขากระโจนใส่ผึงเดียวเขาล้มคลุกดินร่มกระเด็นจากมือเธอปล่อยสูทที่คลุมตัวลงกองแฉะกับพื้น ดิ่งเข้าบ้านถึงประตูห้องส่วนตัว กำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูมีเสียงเรียกจากข้างหลัง เธอชะงัก โทสะแล่นปราด เขาคนนี้หายไปจากชีวิตเวลาผ่านไปเธอย้ำกับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าอย่าโกรธเด็กเลี้ยงแกะสมควรโดนลงโทษ แต่ตอนเขากลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรนี่สิเธอไม่อาจบังคับใจได้อีกต่อไป เคยนึกเดือดจะถามต่อหน้าแม่ตอกหน้าด้าน ๆของตานั่นให้หงาย แต่นั่นเท่ากับตอกหัวใจอ่อน ๆ ของแม่ด้วย
ในเมื่อเขามาให้ยืดเยื้อก็ถึงเวลาสะสางเสียทีเธอหมุนตัวกลับ สายตาปะทะร่างสูงที่เปียกเลอะทั้งตัว
“วันนี้มาพูดกันให้เข้าใจ”เขาเอ่ยก่อน
“คุณมาอีกทำไมทำไมเราไม่ต่างคนต่างอยู่”
“ถึงหนูจ้าจะโกรธที่พี่ไม่...”
“ฉันถามว่าคุณกลับมาทำไม!”
‘กลับมาทำไมฉันลืมเธอไปหมดแล้ว
ความหลังที่เคยเพริดแพร้วฉันลืมหมดแล้ว ไม่อยู่ในใจ’
จู่ ๆเสียงเพลงแผดลั่นสอดบรรยากาศตึงเครียด
‘มันเป็อดีตไม่คิดจะฟื้นคืนใหม่ ดีแล้วต่างคนต่างไป
กลับมาทำไม ทำไมต้องมาาาา’
ร่างในชุดนักศึกษาตามเสียงมาหยุดตรงถุงกระดาษใบใหญ่รื้อชุดครุยออกมาก่อนควานก้นถุง คุณอ้วนมองชุดครุยอย่างสนใจหนูจ้าหยิบมือถือเก่ามอซอขึ้นมา เสียงเพลงดังจากเ้าเครื่องนี้เองจึงหลบมุมไปรับสาย
“เ้าจ้าฉันเอง” เสียงพี่นุ่นรายงานตัว
“เที่ยวเปลี่ยนริงโทนชาวบ้านเล่นเดี๋ยวเหอะ ! แอบทำเมื่อไหร่เนี่ย”
“ยังไม่เลิกสงสัยอีกฉันเตรียมการตอนไหนหรือรู้เห็นอะไรมาเพราะสอดรู้สอดเห็นเอาทั้งนั้น เคลียร์นะ”
“โอเคกระจ่าง” เธอกดวางสาย
เมื่อกลับไปเผชิญหน้าเขาเธอปั้นหน้าบึ้งตึงเข้าที่เดิม
“เอ้าถึงไหนแล้ว”
เขายังปรับอารมณ์ไม่ทัน“เราชอบลูกทุ่งนะ เพลงนี้พี่ไม่เคยได้ยิน”
“อย่านอกเื่!”
“ถึง...ถึงหนูจ้าจะโกรธที่พี่ไม่ทำตามขอแต่ทำไมความสัมพันธ์ของเราจะเหมือนเดิมไม่ได้” เขาส่ายศีรษะ “นั่นสิแค่เื่นั้น”
“แค่เื่นั้น!” เธอตวาด
“ใช่เื่หนี้ไม่เกี่ยวด้วย พี่จะจัดการให้”
“จัดการ? ยังไง !”
“พี่มีสิทธิจะตอบแทนน้าแก้วที่รักและดูแลพี่เหมือนลูกมาแต่เด็กส่วนเื่หนูจ้ากับโมน ไม่ต้องกลัวพี่เข้าไปยุ่ง”
อยู่ ๆโยงถึงโมนทำไม ตานี่จะลดเลี้ยวลากเื่ไปไหน ! เธอโกรธเป็แมวพองขน “นี่ !ที่ฉันต้องพูดวันนี้คือ...”
ห้องมืดลงฉับพลันไฟบนเพดานเกิดดับ ๆ ติด ๆ
“ที่ฉันจะพูดคือ...คุณจะกลับมาให้ลำบากใจกันทำไม หายไปตั้ง...”
“เ้าจ้า!” เสียงแม่แผดลั่น
สองคนที่เปียกมะลอกมะแลกหันขวับพร้อมกัน
ไฟดับพึ่บ !
ตอนออกจากห้องน้ำในชุดลำลองซึ่งทิ้งไว้คราวก่อน ภารินธรมองสำรวจจากเพดานไปรอบห้อง หลอดไฟถูกเปลี่ยนเรียบร้อยเขาลงนั่งข้างน้าแก้ว เสนอว่าน่าจะซ่อมบ้านไร่ครั้งใหญ่ เดินสายไฟใหม่ทั้งหลังเ้าบ้านก็ว่าจะซ่อมอยู่หลายหนแต่มีอย่างอื่นจำเป็ก่อนทุกทีเสียตรงไหนเลยซ่อมคร่าว ๆ ฝีมือโมนกับหนูจ้าไปพลาง ๆ
ชายหนุ่มกุมมือน้าแก้ว“ผมจะหาช่างมาซ่อมแซมบ้านไร่” น้าแก้วกุมมือตาอ้วนกลับ “ขอบใจนะลูกแต่เกรงใจอ้วนแย่คุณแม่เราด้วย น้าว่าไม่เหมาะหรอก”
“ขอผมทำอย่างที่ตั้งใจนะครับแต่อาทิตย์หน้าต้องไปต่างประเทศ กลับมาค่อยเริ่มกัน”
“ไปเมืองนอกเหรอจ๊ะตรงกับวันรับปริญญาหนูจ้าหรือเปล่า”
“ใช่...หนูจ้าจะรับปริญญาวันไหนครับ”
“วันที่ยี่สิบเก้าจ้ะน้องไม่ได้บอกอ้วนเหรอ”
ตรงหลังประตูครัวรุ่นพี่รุ่นน้องซุ่มอยู่เมื่อเห็นสด ๆ ร้อน ๆ กับตา พี่นุ่นรู้สึกทะแม่ง คุณอ้วนทำสนิทสนมเป็คนในครอบครัวได้ไร้ที่ติราวกับไม่เคยหายจากไปไหนหนูจ้าพึมพำว่าน่าโมโหสุด ๆ ตรงนี้แหละ วันดีคืนดีโผล่มาหน้าซื่อตาใสน้าแก้วครับอย่างนั้นน้าแก้วครับอย่างนี้ ชะ ! ไอ้อ้วน มาเล่นบทเทวดาโปรดคนยากเธอรูดตัวลงแปะกับพื้น เพียงเขามาปรากฏตัวทั้งบ้านก็วุ่นวายทั้งที่ยอมรับได้จวนจะสนิทดีกับความจริงว่าไม่มีเขาอยู่ในชีวิตทั้งที่เธอกับแม่ประคับประคองตั้งต้นชีวิตใหม่จนเกือบจะมั่นคงในครอบครัวเล็ก ๆรุ่นพี่มองรุ่นน้องคอตกซบแขน เวลานี้เข้าใจทุกปฏิกิริยา...อึ้ง ซึม เศร้า เมินเฉยชา กวนประสาท ซึ่งเ้าจ้าโต้ตอบการกลับมาของคุณอ้วน หล่อนยื่นมือไปกุมเข่า
“เ้าจ้าน้องรักแกเป็รุ่นน้องคนโปรดของฉันรู้ไหม”
“ไม่ได้อยากเป็เล้ยยย”
มือกุมเข่าพลิกเป็ตวัดตี“เนี่ย ! แกเป็ซะอย่างเนี้ย จะโค่นซีนซึ้งของฉันทำไมว้า”
ในห้องกลางคุณอ้วนกำลังบอกน้าแก้วว่าจะไม่อยู่กินข้าวขอกลับไปเตรียมงานเพราะหากงานที่ต่างประเทศราบรื่นตามกำหนดต้องกลับทันวันรับปริญญาแน่เมื่อทั้งสองลุกขึ้นพร้อมกัน นักเขียนบทรีบฉุดคนที่พื้นให้ย้ายฐานไปสอดแนมต่อหลังบ้าน
น้าแก้วถามขณะเดินไปกับตาอ้วน
“ตอนนี้ที่นอร์เวย์หนาวไหมลูกพกผ้าพันคอที่น้องถักไปด้วยสิ”
“ผ้าพันคอไหนครับ”
“ก็ที่หนูจ้าถักส่งไปให้ที่อังกฤษไงจ๊ะสีน้ำเงินอมเขียวที่อ้วนชอบ”
“...”
หนูจ้าคว้ามือพี่นุ่นหมับ“ชิบเป้ง ! ความลับจะแตกแล้ว !”
นักเขียนบทจ้องหน้าอีกฝ่ายลำดับตัดต่อเื่เป็ฟิล์มหนังหมุนติ้ว ถึงจะรู้ว่าคุณอ้วนไม่เคยติดต่อมาเลยแต่ที่พี่อ้วนกับหนูจ้าเป็คู่หมายกันั้แ่เด็กยังมีมูลแม่แก้วนั่งยันนอนยันว่าแหวนหมั้นมีตัวตนจริง อีกทั้งเงื่อนงำน่าสงสัยอื่น ๆเ้าจ้าเชื่อแน่ว่าคุณอ้วนจะไม่มาบ้านไร่อีก ที่ไหนได้เขามาทำงานภูเก็ตด้วยซ้ำ
ไม่ว่าความจริงจะเป็เช่นไรทั้งหลายแหล่นี้ยังเย้ายวนอยู่ดี
ช้าก่อน !ความลับจะเฉลยแบบนี้มันง่ายไป !!!
“ในเมื่อเล่นกับความรักไม่ได้ต้องสนุกกับความแค้น” ว่าแล้วหล่อนรุนหลังรุ่นน้องไปยังช่องประตู“ไปเคลียร์สถานการณ์ อย่าให้ความลับแตก ไป ! ไอ้จ้า แอ๊คชั่น !”
คนไม่ทันตั้งตัวโดนยันไปเกือบหน้าทิ่มร่างขาวป้อมผมเป็ลอนยุ่งร่อนตามมาฉุดแม่แก้วแยกไปดื้อ ๆ เหลือสองคนยืนมองกันแบบงงๆ หนูจ้ายังนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี เพิ่งฉะเขามาแท้ ๆ คุณอ้วนเป็ฝ่ายเอ่ยก่อน
“อ้อน้าแก้วถามถึงผ้าพันคอ พี่ไม่เห็นได้รับเลย”
เธอสบตาใส ๆของเขา อยากต่อยให้ตาแตกนัก “ก็มันไม่เคยได้ส่ง”
เขายิ้มเหมือนรู้ทัน“หนูจ้าถักไม่เสร็จล่ะสิ”
“เสร็จแต่มันขี้เหร่ แม่ถามถึงอีกคุณช่วยบอกว่าได้รับละกันี้เีโดนบ่นเื่ตั้งกะปีมะโว้”
เขาคิดถึงค่ำหนึ่งขึ้นมาทันทีเด็กหญิงจ้าเหลียวหน้าเหลียวหลังก่อนลงพลั่วขุดดินใต้ต้นไม้หลังบ้าน พี่ชายยืนมองอยู่แนะให้บอกน้าแก้วไม่ดีกว่าเหรอน้องไม่ยอมเพราะไปรับผิดดี ๆ แม่ก็ไม่ดีด้วยหรอก โดนป้าบ ๆ ๆ แน่ เสร็จแล้วกวักมือเรียกข้าวของที่พังบ้างแตกหักบ้างจากพี่ชายไปวางลงหลุมกลบดินฝังหลักฐานให้พ้นตาแม่เรียบร้อยก็ตบมือไล่เศษดินแปะ ๆ
นึกแล้วเขาส่ายหัวพร้อมยกมือขยี้หัวน้อง“นิสัยเอาของไปแอบฝังกลบความผิดเมื่อไหร่จะเลิก ไปขุดผ้าพันคอมาคืนพี่เลยไม่งั้นฟ้องน้าแก้ว”
เธอสะบัดหัวจากฝ่ามือใหญ่ทำเป็จำได้ทุกเื่สิน่า !
ประตูเปิดนำแสงสาดสู่ภายในห้องมืดสนิท ผู้ย่างเท้าเข้าไปสะดุ้งเฮือกเมื่อเงาดำไม่ไหวติงที่ข้างเตียงปะทะสายตาแต่แวบเดียวก็ปรับให้เห็นว่าร่างใครจึงร้องออกไป “ไอ้จ้า ! ทำไมไม่เปิดไฟ”
“คุณอ้วนไปหรือยัง”เสียงถามสวน
“ไปแล้ว”
“แม่ล่ะ”
“ยิ้มย่องผ่องใสไปอาบน้ำแล้วแกมาทำอะไรมืด ๆ”
ร่างเป็เงามืดย่อลง“จะเข้ามาก็ล็อกประตูด้วย นี่พี่ทำอีท่าไหน แม่ถึง...”
“เออน่ะฉันก็มีลูกล่อลูกชนแต่งเื่เลี่ยงไปได้ แม่ไม่มาแพ่นหัวแกแน่เล่นแผลงฤทธิ์แกล้งคุณอ้วนก้นจ้ำเบ้าคลุกโคลนเละเทะ”
หล่อนฉวยไฟฉายจากมือรุ่นน้องไปเปิดแสงเมื่อกี้ตะล่อมแม่แก้วว่าอย่าดุหนูจ้าเลย ลองคิดกลับกัน พี่อ้วนคลุกคลีเล่นหัวกับหนูจ้าแบบพี่ชายเหมือนแต่ก่อนนั่นอาจผิดทาง แม่ไม่ได้อยากให้เป็แบบสมัยเด็กไม่ใช่หรือ ดู ๆไปสองคนคล้ายสาวงอนหนุ่ม-หนุ่มง้อสาวคู่นี้อาจมีบางอย่างในใจระหว่างกันที่เราไม่รู้
หนูจ้าเหลียวขวับยังคนยิ้มพรายส่องไฟอยู่ข้างหลัง
“แต่งเื่บ้าๆ หรือเปล่า !”
“คำก็บ้าสองคำก็บ้าแล้วไอ้ที่ทำเนี่ย-เนี่ย-เนี่ย” หล่อนขยับกระบอกส่ายลำไฟไปมาตรงแผ่นไม้รองเตียงที่เ้าของห้องกำลังยกออก“คนดี ๆ เขาทำกันเรอะ !” เ้าตัวล้วงมือหยิบกล่องฝุ่นจับเขลอะใบหนึ่งขึ้นจากซอกหลืบดำมืดข้างใต้
“แกมีความลับจากอดีตซ่อนไว้อย่างกับหนังผีขนหัวลุกว่ะ !”
เสียงฟ้าคำรามครั่นครืนสายฟ้าแลบแปลบท่ามกลางความมืดมิดนอกหน้าต่างรุ่นน้องแย่งกระบอกไฟฉายมาส่องใบหน้าซีดขาวเบ้าตาโหลของคนอดนอน
“พี่เหมือนผีกว่าอีก”
จากนั้นหันไปเป่าลมฟู่ไล่ฝุ่นบนกล่องเปิดฝาตรวจดูว่าของข้างในยังอยู่ เผื่อฉุกเฉินต้องใช้ คนข้างหลังตาลุกวาวเมื่อเห็นผืนไหมพรมสีน้ำเงินอมเขียวเอื้อมมือคว้ามันมาพิจารณา
“ว้าวนี่เหรอ นึกยังไงถึงถัก แกทำของแบบนี้เป็ด้วย ?”
“จ้าทำเป็ที่ไหนล่ะโน่น...แม่โน่น ดูละครเห็นนางเอกถักผ้าพันคอให้พระเอกที่เรียนเมืองนอกเลยจับจ้ามานั่งสอนนั่งถักจะได้ส่งไปบ้าง”
พี่นุ่นพลิกดูผ้าพันคอ“ฝีมือใช้ได้เลยนี่หว่า ถึงตอนต้นจะบูดเบี้ยวไปหน่อย”
“ก็แม่ทนฝีมือจ้าไม่ไหวเลยถักต่อเองแต่บังคับให้นั่งจับไหมพรมไว้แบบกรวดน้ำไง จับต่อ ๆ กันก็เหมือนได้กรวดเองเมื่อยคอพับคออ่อนแค่ไหนก็ห้ามหนี จะได้อวดคุณอ้วนถนัดปากว่าจ้าทำตลกไหมล่ะคุณดวงแก้ว”
คนช่างสงสัยก้มหยิบกล่องใบยาวขึ้นเปิดพบแผ่นหนังสือพิมพ์เก่า ๆ เป็ตั้งจึงคลี่ดู “ข่าวคุณอ้วนทั้งนั้นเลย”
“อื้อหน้าสังคมลงข่าวเขาในฐานะไฮโซรุ่นใหม่น่าจับตามองอะไรเทือกนั้น”
พี่นุ่นควักโทรศัพท์มาเปิดไฟส่องข่าวหนึ่ง
ยามนี้ลงความเห็นกันว่าน้องแพม เบญจญาภา พิริยณรงค์ บุตรีเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอนเป็สาวน้อยน่ารักที่สุดในหมู่นักเรียนอังกฤษ แว่วว่าสนิทสนมเป็พิเศษกับ พี่อ้วนภารินธร สิรินเภตรา ทายาทธุรกิจหมื่นล้าน ยุคนี้ซินเดอเรลลาคงไม่หลงมาเกิดผู้ดีเก่าจับคู่กันเองไม่พลิกโผให้นางซินเข้าเสียบ !
“โอ้คุณอ้วนเป็ข่าวกับไฮโซสาวคนเดิมเลยนี่หว่า”
“มีข่าวกับคนเดียวนี่แหละ”
“แกนี่ยังกับพวกโรคจิตคลั่งไฮโซ”
“จ้าต้องคอยเช็กหนังสือพิมพ์มีข่าวเขาก็เอามาซ่อนไว้ เก็บข้อมูลไปในตัวด้วยอย่างตอนเรียนจบฝึกงานหลายประเทศอยู่สองปี ก็มีเหตุผลบอกแม่ว่าทำไมเขายังไม่กลับ”
“ว้าวสุดยอด เื่สมัยเด็กของแกกับคุณอ้วนว่าเด็ดแล้ว ความลับที่ซ่อนไว้ยิ่งเด็ดกว่า”
คนพูดคุ้ยไปคุ้ยมาเจอภาพถ่ายใบหนึ่ง“โอ๊ะโอ ! รูปนี้เองเหรอ เ้าบ่าว-เ้าสาวฉบับจิ๋ว”หล่อนเพ่งภาพเด็กชายอ้วนกับเด็กหญิงจ้ายืนเคียงกันในชุดสีขาว “เ้าจ้าเื่ของแกบรรเจิดมาก”
“ตรงไหน?! ถูกทิ้งเหมือนไม่เคยมีตัวตน” เธอขยำผ้าพันคอด้วยความแค้น“ไอ้อ้วน ! อย่าได้โผล่มาอีกเชียว”
“ของที่เกี่ยวกับคุณอ้วนแกเอามาซุกไว้ใต้เตียงหมดเลยเหรอ”
“อื้อ”
“โว่โฮ่เตียงหลอนซ่อนิญญาแค้น”
“พี่นุ่นที่เมื่อกี้ว่าเล่นกับความรักไม่ได้ ต้องสนุกกับความแค้น คิดอะไรแผลง ๆอยู่หรือเปล่า”
“เออน่าอย่าเพิ่งถาม แกนี่น้า...กว่าจะเอื้อนเอ่ยเฉลยแต่ละสิ่ง กลัวดอกพิกุลร่วงไปได้”
ในแสงมืดสลัวชวนวังเวงใจรุ่นน้องเก็บของเก็บเตียงเข้าสภาพเดิม
รุ่นพี่เรียกลอยๆ “เ้าจ้า...”
“หือ”
“แกอยู่กับความลับใต้เตียงมาจนบัดนี้...”
เ้าตัวลุกยืนปาดมือเช็ดฝุ่นกับกางเกงอย่างไม่อินังขังขอบแต่แลดูซึมหงอยไปทันตา
จ๊อกกกกกกกกกก !มีเสียงลั่นผ่าความเงียบ
“พี่นุ่น...หิวข้าว”
รุ่นพี่เรียกลอยๆ อีกที “ไอ้จ้า...”
“หือ”
หล่อนฉายไฟใส่หน้าคนข้างๆ “ขุดอดีตขึ้นมารันทดขนาดนี้ แกยังจะกินอีกเรอะ !”
-------------------
‘กลับมาทำไม’ คำร้องและทำนองโดย สัก ลานไทร