บทที่ 27 เก็บของในห้องหนังสือ
เยี่ยเจียรีบดันลิ้นชักให้ปิดไปตามเดิม
แต่เพราะใช้แรงมากเกินไป กลับทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมา จากนั้นก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากนอกประตู “เยี่ยเจีย?”
“คะ… คุณคะ…” เธอใมาก จึงตัดสินใจแกล้งล้มลงไป
เพื่อจะได้ตั้งครรภ์ เธอจำใจหลับตาแน่น ทิ้งตัวลงไปข้างหน้าต่าง จนแขนกระแทกพื้น ผิวขาวเนียนปรากฏรอยแดงเป็ทางยาวพร้อมกับมีเืซึมออกมา เธอกัดฟันทนความเ็ป โยนไม้จิ้มฟันทิ้งลงในกระถางต้นไม้ด้านนอก
เมื่อประตูเปิดออก
ฟู่อวิ่นซางไม่เห็นเยี่ยเจียจึงเรียกหาอีกครั้ง จนกระทั่งมาพบว่าเธอล้มลงไป เขาก็ตาเบิกกว้าง หายใจติดขัด แทบจะวิ่งไปหาเธอทันที เขาใช้แขนแข็งแรงประคองตัวเธอขึ้น จากนั้นก็ดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด
เยี่ยเจียกัดริมฝีปาก เมื่อเห็นภาพของความร้อนรนใจที่อวิ่นซางมีให้ก็เผลอน้ำตาคลอ
ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับหัวใจ ดังนั้นท่าทางร้อนรนของเขาที่มอบให้เยี่ยเจียไม่ใช่เพราะสวีเสี้ยนซูหรอกใช่ไหม
เธอโอบคอเขาโดยไม่รู้ตัว พลางซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกเขา “ขอโทษที่ทำให้คุณเป็ห่วง”
ฟู่อวิ่นซางจับแขนเธอ เมื่อเห็นรอยเื เขาก็ขมวดคิ้วแน่น เม้มปากอุ้มเธอไปห้องน้ำ และทำแผลให้
เขาก้มหน้าเช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์ให้เธออย่างตั้งใจ
ฝ่ายเยี่ยเจียก็มองเขาอย่างลุ่มหลง เธออยากยิ้มที่มุมปาก แต่ก็ยิ้มไม่ออก
ฟู่อวิ่นซางสังเกตเห็นสีหน้าของเธอ คิดว่าเธอเจ็บจึงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็หายแล้ว”
“ขอบคุณนะคะ”
เขาช้อนตาขึ้นมองเธอเล็กน้อย แต่ไม่ตอบอะไร
เยี่ยเจีย ก้มหน้าลงด้วยความอับอาย เธอแค่รู้สึกว่าบรรยากาศมันอึดอัด อยากพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความเงียบ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะทำให้บรรยากาศแย่ลงไปอีก
หลังจากที่ทำแผลเสร็จแล้ว เยี่ยเจียและฟู่อวิ่นซางก็ลงไปทานมื้อเย็นด้านล่าง
ที่โต๊ะอาหาร คุณนายฟู่มองพวกเขาทั้งสองคน แล้วก็คีบเนื้อตุ๋นสีแดงใส่ลงไปในชามของเยี่ยเจีย “กินเยอะ ๆ ล่ะ อย่าลืมว่าเธอสัญญากับฉันไว้ เื่ที่ว่าจะเตรียมตัวตั้งครรภ์น่ะ”
ฟู่อวิ่นซางขมวดคิ้ว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร เยี่ยเจียก็รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อน “หนูจะทำค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลเื่นี้ไปหรอกนะคะ พวกเราเริ่มเตรียมตัวกันแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณนายฟู่ก็ยิ้มออกมาราวดอกไม้บาน ฟู่อวิ่นซางทำเป็ไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ แล้วก็ทานอาหารต่อไปตามปกติ
เยี่ยเจียกำลังตักข้าวอยู่ คุณนายฟู่ที่เห็นแผลบนแขนของเธอ จึงโน้มตัวไปข้างหน้าด้วยความประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอ ทำไมถึงได้ทำตัวเองจนเป็แบบนี้ล่ะ ป้าอู่… ป้าอู่ มานี่เร็วเข้า”
คุณนายฟู่รู้ดีว่าลูกชายของเธอรักภรรยาคนนี้มากแค่ไหน ยิ่งตอนที่เธอตกลงจะมีลูก ก็ยิ่งทำให้คุณนายฟู่พอใจเป็อย่างมาก ตอนนี้เห็นเธอาเ็ อีกฝ่ายจึงไม่สามารถแสดงท่าทีเ็าได้ เลยเรียกป้าอู่มาพันแผลให้
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ อวิ่นซางทำแผลให้หนูแล้ว”
“โอ๊ย! แค่ทำแผลมันจะพอเหรอ”
ฟู่อวิ่นซางแค่ช่วยเธอทำความสะอาดแผลและทายา แต่ไม่ได้เอาผ้าก๊อซมาพันให้ ตอนนี้ที่แขนของเธอยังมีเืซึมออกมาอยู่เล็กน้อย
ป้าอู่ที่วิ่งเข้ามาก็รีบช่วยทำแผลและพันผ้าพันแผลให้ใหม่ทันที
“พวกเธอทานข้าวต่อเถอะ” ฟู่อวิ่นซางทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ลุกขึ้นเดินออกไป ส่วนทิศทางที่เขาไปนั้นคือห้องทำงาน
เยี่ยเจียที่ยังถูกป้าอู่จับแขนอยู่ ได้แต่มองตามเขาไปอย่างเหม่อลอย หัวใจของเธอพลันเ็ปและว่างเปล่า
เขาไปหา ‘เพื่อนเก่า’ ของเขาอีกแล้วเหรอ
เมื่อคิดว่าเขาจะมองผู้หญิงอีกคนด้วยสายตาอ่อนโยนซึ่งไม่เคยมีให้เธอ อารมณ์ของเยี่ยเจียก็จมดิ่งลงไปในห้วงของความเศร้าหมอง ใบหน้าสะสวยเซียดเผือดไร้สีสัน นิ้วมือกำขอบโต๊ะไว้แน่น
ป้าอู่จึงเอ่ยถามอย่างร้อนใจ “คุณหนูไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ”
เธอโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับยิ้มบาง ๆ “ฉันไม่ได้พักผ่อนแค่วันสองวันน่ะค่ะ ขอโทษทำให้เป็ห่วงนะคะ”
คุณนายฟู่เห็นเธอเป็แบบนี้ จึงอยากจะถามว่า ‘ยังจะมีลูกได้อีกไหม’ เธอขยับปากแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
มื้อค่ำอันแสนอบอุ่นก็จบลงอย่างรวดเร็ว
เยี่ยเจียอาบน้ำเสร็จ กลับมาที่ห้องนอน แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงมองเพดาน เธอพลิกไปพลิกมา แต่ก็นอนไม่หลับ ฟู่อวิ่นซางเข้าห้องทำงานอีกแล้ว ครั้งนี้ก็ไม่ออกมานานเหมือนเดิม
เธอกลัวว่าถ้าคิดมากเกินไปจะเป็ภาระต่อหัวใจเหมือนก่อนหน้านี้ จึงบังคับตัวเองให้หลับเสียที
ในห้องทำงานมีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะที่ให้แสงสว่าง
ฟู่อวิ่นซางยืนอยู่กลางห้องทำงาน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง เท้าเหยียบพรมที่เยี่ยเจียเลือก สีหน้าของเขาเ็า เหม่อมองภาพวาดสีน้ำมันหลังประตู
‘เพื่อนเก่า’ ของเขาจากไปแล้ว
หัวใจดวงนั้นที่เธอทิ้งไว้ที่เยี่ยเจีย บางทีอาจจะเป็...
ฟู่อวิ่นซางที่ปกติจะเป็คนเด็ดขาด กลับกำลังลังเลระหว่างอดีตกับปัจจุบัน จนก้าวขาไม่ออก
เขายกมือกดหว่างคิ้วไม่หยุด ริมฝีปากบางเม้มแน่น
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป จนกระทั่งหมดคืน เขาอยู่ในห้องทำงาน ควันบุหรี่ที่ปลายนิ้วมอดแล้วก็จุดใหม่
เมื่อแสงอาทิตย์ส่องเข้ามาที่ร่างของฟู่อวิ่นซาง ในที่สุดชายหนุ่มก็ขยับตัว เขาหันไปหยิบโทรศัพท์บ้านบนโต๊ะ แล้วกดหมายเลขหนึ่งก่อนจะโทรออก
“เช้านี้ เข้ามาเก็บของในห้องทำงานของผมทั้งหมด ยกเว้นพรม”
“แต่ว่า นั่นเป็ของที่คุณซูทิ้งไว้ทั้งหมดเลย ท่านประธานจะไม่เก็บไว้จริง ๆ เหรอครับ”
“เก็บกวาดทิ้งให้หมด” เสียงของเขาต่ำลง
“อ่า… ครับ”
เขาหันหลังให้ภาพวาดนั้น สีหน้าเ็าไร้ความรู้สึก มีเพียงนิ้วมือที่กำหูโทรศัพท์แน่นจนขาวซีด
สวีเสี้ยนซู
เขาหลับตาลงแล้วลืมขึ้นอีกครั้ง แล้วใบหน้าก็กลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม
ส่วนเยี่ยเจียตื่นนอนมาก็ไม่เห็นฟู่อวิ่นซาง เขาอยู่ในห้องทำงานทั้งคืนเลยเหรอ เธอคิดพลางคว้าชายกระโปรงเดินลงบันไดไปด้วยความกังวล ในใจรู้สึกยุ่งเหยิง อยากเจอเขาเร็ว ๆ เสียที
แต่พอลงบันไดมา ภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอใ พวกคนงานเข้าออกห้องทำงานของฟู่อวิ่นซางได้ยังไง เขาไม่ชอบให้ใครเข้าห้องทำงานไม่ใช่เหรอ
เธอเลยถามป้าอู่ซึ่งกำลังช่วยขนของเ่าั้อยู่ “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะป้า”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณชายสั่งให้เก็บของในห้องทำงานไปทิ้ง แล้วเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดน่ะค่ะ”
เยี่ยเจียยืนอึ้ง เธอจำได้ว่าสวีเสียนหย่าเคยบอกว่าของพวกนั้นสำคัญกับฟู่อวิ่นซางมาก โดยเฉพาะกล่องดนตรี...
ไหนจะภาพวาดสีน้ำมันของ 'เพื่อนเก่า' นั่นอีก เขาทำใจทิ้งได้จริง ๆ เหรอ
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด ฟู่อวิ่นซางก็เดินออกมาจากห้องทำงานพอดี ชายหนุ่มเห็นเธอใส่ชุดนอนยืนโต้ลมอยู่ก็ขมวดคิ้วแน่น จากนั้นก็ถอดสูทคลุมไหล่เธอทันที “ทำอะไรของคุณ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”
“เอ่อ… ค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เธอตอบเสียงเบา เมื่อก้มหน้าลงถึงเพิ่งรู้ตัวว่ายังใส่ชุดนอนอยู่
น่าอายจริง ๆ
ฟู่อวิ่นซางมองตามเธอจนลับตาไป ก่อนจะกลับเข้าห้องทำงาน เมื่อคนงานกำลังขนย้ายภาพวาด เขาก็ยกมือปรามไว้แล้วชี้ไปที่กรอบรูป “เอาภาพวาดนี่ไปไว้ที่ออฟฟิศของฉัน”
แม้ว่าเขาจะตัดสินใจบอกลาอดีต แต่เขาก็ไม่คิดจะทิ้งภาพวาดนี้ไป
ท้ายที่สุดแล้ว มันก็เป็ความทรงจำที่ดี
คนงานรีบพยักหน้า และขนย้ายภาพวาดอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น
เยี่ยเจียกลับไปที่ห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอเพิ่งจะขึ้นบันไดมาก็ถูกแม่สามีเรียกไว้ จากนั้นคุณนายฟู่ก็ยื่นถุงสีดำแปลกประหลาดให้เธอ
เธอจะกล้าขัดคำสั่งของแม่สามีได้อย่างไร เธอจับมันดูเล็กน้อย มันเป็ทรงยาว และนุ่มมาก แต่ก็ดูเหนียวหนึบ สุดท้ายเธอก็เดาไม่ออกว่ามันคืออะไร คิดเพียงว่า มันน่าจะเป็วัตถุดิบทำอาหาร เห็ดหรือเนื้อสัตว์สักอย่าง
“คุณแม่คะ นี่คืออะไรเหรอคะ” เยี่ยเจียงุนงง และบีบมันอีกครั้ง
“เอ็นวัว!” เสียงของคุณนายฟู่แลดูภาคภูมิใจ
เยี่ยเจียตกตะลึงเป็อย่างมาก ใบหน้าแดงก่ำโดยไม่อาจควบคุมได้ มือก็วางไม่ถูกที่ สิ่งนี้มันช่วยเพิ่มพลังทางเพศให้ผู้ชายใช่ไหม แต่ฟู่อวิ่นซางไม่จำเป็ต้องเพิ่มแล้วจริง ๆ นะ ร่างกายบอบบางของเธอแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
เขาเก่งกาจในเื่นั้นมาก ไม่จำเป็ต้องเสริมอะไรอีกแล้ว
แต่เธอจะพูดเื่นี้กับแม่สามีได้อย่างไร จะบอกว่า ‘ลูกชายของคุณแม่เก่งเกินไปแล้ว ไม่้าเอ็นวัว’ อย่างนั้นเหรอ