บทที่10 น้ำส้มสายชูหมักจากธรรมชาติ
ลู่ชิงตื่นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส เมื่อคืนท่านปู่ได้ให้ประคบสมุนไพรที่ข้อเท้า และยังมอบยาทาบรรเทาอาการปวดลดอักเสบที่ข้อเท้า ใส่มือนางมาให้ถึง3ตลับ นางได้แอบบอกปัดไปว่า ข้อเท้าของนางเล็กแค่นี้เอง ใช้เพียงตลับเดียวก็พอแล้วแต่ท่านปู่ไม่ยินยอม ทั้งยังบอกกล่าวถึงสรรพคุณต่าง ๆนานาในแต่ละตลับ ชักชวนให้นางอยากทดลองใช้ ประหนึ่งพนักงานขายตรง
ท่านปู่บอกว่าแต่ละตลับมีกลิ่นสมุนไพรที่แตกต่างกัน ให้นางทา เช้า กลางวัน เย็น ได้ตามใจ หากไม่พอ จะเพิ่มรอบก่อนนอนอีกสักตลับก็ย่อมได้ เพราะกำลังทดลองผสมกลิ่นใหม่อยู่พอดี นางจึงรีบกล่าวขอบคุณและขอตัวไปนอน ขืนยังอยู่คุยต่อ ตลับที่4คงงอกเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน
นางจึงตื่นมาแต่เช้า เพื่อตั้งใจทำอาหารเช้าให้อาหารกับทุกคน แต่ประเด็นคือนางจุดไฟไม่ได้ ไม่ใช่ว่านางก่อฟืนจุดเตาโบราณไม่เป็ สมัยก่อนนางช่วยย่าของนางก่อไฟด้วยเตาถ่านเตาฟืนอยู่บ่อยครั้ง แต่มันมีไม้ขีดไฟหรือไฟแช็กแก๊สที่เป็ตัวจุดชนวนไฟ
แต่ภพนี้นางพยายามเลียนแบบปั่นไม้ตามคลิปสอนการเอาตัวรอดต่าง ๆ ทำอย่างไรก็ไม่ได้เสียที ปั่นไปมาพอมีเชื้อไฟเป็ควันออกมานิดหน่อย พอจะเป่า ก็ดับทุกรอบ นางได้แต่นั่งไว้อาลัยกับมือน้อยที่เริ่มเจ็บแดง มีตุ่มน้ำพองใส คงได้แต่จัดเตรียมวัตถุดิบอื่นไว้รอก่อน
‘อีกประเดี๋ยวท่านป้าคงตื่น ให้ท่านป้าช่วยจุดไฟแทนละกัน’ ลู่ชิงคิดอยู่ในใจ
ขณะที่นางยืนไว้อาลัยให้กับมือที่มีแต่รอยแดงจากการพยายามจุดไฟอยู่นั้น
“ให้ข้าช่วยจุดไฟไหม”
เมื่อหันมองพบกับลู่ฉีส่งสายตามองมาที่นาง พร้อมรอยยิ้ม เขาเดินเข้ามาช่วยจุดเตาไฟ แค่เพียงครู่เดียวก็ติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“ท่านพี่ลู่ฉี เก่งกาจมากเ้าคะ ข้าจุดอยู่นานก็จุดไม่ติดเสียที”
ลู่ชิงเอ่ยออกมาพร้อมก้มมองฝ่ามือของตน
ลู่ฉียกยิ้มแล้วกล่าวต่อ
“ส่งมือเ้ามาหน่อยสิ”
ลู่ชิงมองหน้าเขาอย่าง งงงวย พร้อมยื่นมือทั้งสองออกไปตรงหน้้าเขา ลู่ฉีนำตลับยาสมานแผลที่เขาทำขึ้นเอง และมักพกติดตัวไว้ตลอด นำออกมาทาที่ฝ่ามือสองข้างของนางแ่เบา
“หากมือเ้าโดนน้ำจะแสบมากอย่าพึ่งใช้งานมือ2ข้างนี้เลย เ้าจะทำมื้อเช้าใช่หรือไม่ ข้าจะอยู่ช่วยเ้าเอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพี่ลู่ฉี”
“เรียกข้าว่าพี่รองเถอะ เราเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว เ้ารู้ไหมเ้าโชคดีมากนะ ที่ท่านปู่เอ็นดูถึงขนาดรับไว้เป็หลานสาวของตระกูล ปกติท่านปู่เป็คนเชื่อใจคนยากแทบไม่ไว้ใจใครแทบทั้งสิ้น เ้าเป็คนแรกเลยที่ทำให้ข้าแปลกใจถึงสองครั้ง ”
“สองครั้งรึเ้าคะ”
“ใช่ ในครั้งแรกก็พี่ใหญ่เปิดใจยอมรับเ้าเข้ามาในครอบครัวและยอมให้ความสนิทสนม ส่วนครั้งที่สองก็ท่านปู่ แม้กระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่ ก็เอ็นดูเ้า ส่วนน้องเล็กรายนั้น ชมชอบเ้าไม่ขาดปาก ข้าจึงอยากรู้ว่า ตัวเ้ามีอะไรที่ทำให้พวกเขาชื่นชอบนัก”
“ข้าเอง ก็ไม่ทราบเหมือนกันเ้าค่ะ”
ลู่ชิงยิ้มตอบขณะหั่นต้นหอมเป็ท่อนเล็กๆนางเองยังแปลกใจที่ท่านปู่และทุกคนยอมรับเข้ามาอยู่ในบ้านอย่างง่ายดาย ฉูฉีก็คงแปลกใจและสงสัยแบบนางเช่นกัน
วันนี้นางจะทำแพนเค้กต้นหอม เริ่มจากนำแป้งสาลี มาผสมกับน้ำร้อนที่นางได้ใส่น้ำตาลกรวดและเกลือเม็ดละลายเอาไว้ หากเป็ภพก่อนจะใส่น้ำตาลและเกลือลงในแป้ง แต่เนื่องจากภพนี้ไม่สามารถทำแบบนั้นได้เหตุเพราะน้ำตาลและเกลืือที่มีไม่ละเอียดพอ ตรงขั้นตอนการนวดแป้ง พี่รองหยางหยางสุดน่ารักเป็ห่วงว่านางจะเจ็บมือ ขออาสานวดแป้งเองโดยมีนางช่วยกำกับ
เมื่อนำน้ำร้อนมาเทนวดกับแป้ง จนพอจับตัวกัน จึงเติมน้ำเย็นปกติตามลงไป นวดจนเป็ก้อนแป้งเหนียว พักแป้งทิ้งไว้สักครู่ นำแป้งมาแป้งเป็ลูกเท่าๆกัน รีดแผ่นแป้งให้แบน โรยต้นหอมที่หั่นละเอียดลงไป ม้วนแป้งปิด นวดให้เป็ก้อนกลมแล้วรีดให้แบนอีกรอบ จะถือว่าได้แผ่นแป้งแพนเค้กสำหรับนำไปทอดหรือย่างได้
สูตรที่นางทำนั้นไม่ใช่สูตรแพนเค้กแบบชนิดแป้งเหลว เนื่องจากในบ้านไม่มีน้ำมันสำหรับทอด จึงต้องใช้วิธีการจี่แผ่นแป้งลงกับกระทะ คล้ายกับการย่าง แต่นางก็แก้ไขด้วยการเอาถั่วลิสงสด ที่นางได้มาขณะขุดเจอมันเทศ นำมาทุบลงในกระทะ เมื่อโดนความร้อน ถั่วลิสงก็คลายน้ำมันออกมา เพียงเท่านี้ แพนเค้กของนางก็ไม่ติดก้นกระทะแล้ว เวลาทอดออกมาก็หอมน่ากิน ถั่วลิสงที่เหลือจากการคั่วเอาน้ำมันออกมา ก็นำมาโรยหน้าแพนเค้กอีกที เป็อันเสร็จเรียบร้อย
จากนั้นนึกขึ้นมาได้ว่าท่านลุงจับไก่ป่ามาได้ จึงสอบถามพี่รองว่า นางสามารถนำไก่มาทำอาหารได้หรือไม่ นางคิดว่าท่านลุงอาจเก็บไว้ขายที่ตลาด พี่รองบอกว่าทุกครั้งจะแบ่งไก่ไว้ให้คนในบ้าน1ตัว ที่เหลือจึงนำไปขาย เขาจึงอาสาไปเชือดไก่มาให้นาง
‘ไก่เพียงตัวเดียวกับคน7คนควรทำอะไรดีให้พอกินนะ’
นางครุ่นคิดเมนู สุดท้ายลงตัวที่น้ำแกงไก่ใส่มันฝรั่ง มันเทศ และยอดดอกผักกาดก้านขาว(คาโนลา) โรยหน้าด้วยต้นหอมป่าหั่นละเอียด แค่นี้ก็หอมน่ากินจนพี่รองเอ่ยปากขอลองชิม เพียงคำแรกเขาถึงกับร่ำร้องว่ามันอร่อยมาก เขาไม่เคยกินน้ำแกงที่หวานอร่อยแบบนี้มาก่อน ยิ่งได้รู้ว่ารากพืชที่พวกเขาคิดว่ามีพิษ เมื่อนำมาทำอาหารอย่างถูกวิธีจะสลายพิษได้ แถมยังอร่อยมากขึ้นอีกด้วย
แน่นอนว่ารสหวานที่อยู่ในน้ำแกงนั้น มันได้มาจากหัวมัน และดอกผักกาดก้านขาวหรือคาโนลาที่นางแสนจะภูมิใจ
เมนูต่อไปนางแยกหนังไก่มาเจียวน้ำมัน แล้วใส่เครื่องในไก่ลงผัด ใส่ดอกและต้นกระเทียมป่าตามลงไป โรยเกลือเล็กน้อย ก็ได้เมนู กระเทียมป่าผัดเครื่องในไก่
ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานแสนง่าย อย่างมันม่วงต้มขิง แค่นำมันม่วงมาหั่นต้มรวมกับขิงหั่นแว่น เติมน้ำตาล เพียงแค่นี้ก็ได้ของหวานแสนอร่อยและดีต่อสุขภาพ
เช้านี้บนโต๊ะอาหารของครอบครัวมู่ จึงมีอาหารมากมายตั้งเรียงรายจนแทบล้นโต๊ะ ท่านปู่และทุกคนชื่นชอบอาหารทุกจาน โดยเฉพาะ น้ำแกงไก่ใส่หัวมัน และแน่นอนว่านางไม่ลืมสัญญาเื่ซาลาเปา ที่น้องเล็กอยากกินอีกครั้ง วันนี้จึงทำซาลาเปามันเทศเหลือง ซาลาเปามันม่วง ซาลาเปาใส่ไก่สับผัดกุยช่าย และซาลาเปาต้นหอม นางปั้นเป็รูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น กระต่าย วัว แมว หมี หมู น้องเล็กยิ้มแย้มดีใจะโโลดเต้น ขอนำไปแบ่งให้เหล่าเพื่อนเด็กน้อยในหมู่บ้าน
ยังไม่พอ ลู่ชิง นำผิงกั่วมาปอกและตกแต่งทำเป็รูปกระต่ายแบบที่ชาวญี่ปุ่นชอบทำ นำมาใส่จานให้ทุกคนได้กินกัน น้องเล็กร่ำร้องดีใจชอบกระต่ายที่นางทำอย่างมาก ท่านป้าก็เอ่ยชมว่าน่ารัก
‘ไว้รอบหน้าทำเป็รูปหงส์ละกัน ท่านป้าต้องชอบมากแน่’
ลู่ชิงคิดปักมุดไว้ในใจ
เนื่องจากนางยังไม่หายเจ็บข้อเท้า บวกกับฝ่ามือที่เป็แผล วันนี้นางถูกห้ามไม่ให้ตามลู่เหวินและท่านลุง ที่ขึ้นเขาไปขุดหัวมันที่เหลือกลับมาเก็บไว้ตุนเป็เสบียงในฤดูหนาว
จึงคิดทำน้ำส้มสายชูหมักธรรมชาติจากผลไม้ ลู่ชิงนำผิงกั่วมาล้างให้สะอาด หั่นเป็เป็ชิ้นใส่ลงในไหขนาดเล็ก ที่นางทำการฆ่าเชื้อโดยการนึ่ง เรียกว่าอุปกรณ์ที่นางใช้ไม่ว่าจะเป็มีดเขียงทุกสิ่งอย่าง นำไปนึ่งหมด จากนั้นเติมน้ำตาลธรรมชาติและน้ำสะอาดลงไปอันตราส่วนที่ใช้คือผลไม้3ส่วน น้ำตาล1ส่วน น้ำ10ส่วน
หลังจากนั้นหาฝามาปิดทับกันฝุ่งลงไป แต่ไม่ต้องปิดจนสนิทมาก จำเป็ต้องให้อากาศเข้าไปได้ ทิ้งไว้หนึ่งเดือน ใน่แรกหมั่นเปิดฝามากดและคนผลไม้ให้จมน้ำบ่อยหน่อย หมักครบ1เดือนก็อาจเริ่มนำมาใช้ได้แล้ว จะสังเกตได้ว่าผลไม้ที่เคยลอยตัวในน้ำ จะเริ่มเปื่อยยุ่ยตกลงมาที่ก้นภาชนะ ส่วนน้ำส้มที่ได้จะมีสีขุ่น ถ้าอยากจะให้ได้น้ำส้มที่ดี ควรนำน้ำส้มที่หมักไว้1เดือนแรก มากรองใส่ภาชนะอีกใบแล้วหมักทิ้งไว้ต่ออีก2เดือน เราจะได้น้ำส้มสายชูหมักที่มี สีใสสวย รสชาติดี
‘แค่นี้ก็จะได้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา แบบที่ฮอตฮิตนิยมมากินช่วยเื่ลดน้ำหนัก ในโลกภพเก่านางทำขาย แบบออแกนิค ถือว่าเป็สินค้าขายดีที่ลูกค้าสาวๆสั่งซื้อ ตอนนางอยู่ภพเก่า แต่ความจริงแล้วมันช่วยลดน้ำหนักในทางอ้อม โดยเป็ตัวช่วยเผาผลาญและขับของเสียออกจากร่างกายถ้ามุ่งมั่นกินมันแค่อย่างเดียวโดยไม่คุมอาหารและออกกำลังกาย ก็ไม่เป็ผล นางจำได้ว่ามีลูกค้ารีวิวว่า ไม่เห็นน้ำหนักลด เลยต้องอธิบายให้ฟังกันยืดยาว แม้ว่านางจะอธิบายให้ฟังก่อนซื้อไปก็ตาม แถมยังทีประโยชน์อื่น เช่น บำรุงหัวใจ ชะลอความแก่ ช่วยย่อย แก้หวัด แก้โรคคัน ขจัดรังแค แก้ผมแตกปลาย ป้องกันโลหิตจาง ช่วยเื่ความจำ เื่อ่อนเพลียและลดการปวดข้ออีกด้วย’
ลู่ชิงคิดถึงประโยชน์แสนยืดยาวของน้ำส้มสายชูหมักธรรมชาติที่ตนกำลังทำอยู่ นอกจากผิงกั่วแล้ว นางยังทำน้ำส้มสายชูหมักจากมะหลอดอีกหนึ่งไห ไม่ว่าจะเป็ กล้วย สับปะรด ดอกอัญชันและผลไม้อื่นอีกหลากชนิด หรือแม้แต่ผักบางชนิดก็นำมาทำน้ำส้มสายชูหมักได้เช่นกัน นางทำน้ำส้มสายชูหมักไว้ปริมาณมากหน่อย เนื่องจากในอนาคตนางคิดจะทำเต้าหู้ถั่วเหลือง น้ำส้มจะเป็สิ่งสำคัญที่ใช้ในขั้นตอนการทำนั่นเอง
นางอยากทำซีอิ้ว อยากทำน้ำมันหอย อยากทำสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน แต่เพราะยังมีวัตถุดิบไม่พร้อม บางอย่างต้องซื้อหา ถึงไปตามหาบนเขาอาจไม่พบ หรือมีไม่พอใช้
‘งั้นเริ่มจากทำซาลาเปาขายดีไหมนะ คงต้องรีบไปปรึกษาท่านป้าเสียแล้ว’
ลู่ชิงลุกเดินไปหาท่านป้าในทันที