Warning เตือนให้รู้ว่ารัก [มี E-book]

    คิริว [1]


    ครืดๆ~ “ฮัลโหลคะแม่” ฉันวางเครื่องดูดฝุ่นแล้วเดินมาหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะรับแขกกดรับสายแล้วกรอกเสียงหวานลงไป [ลาน่า แม่มีเรื่องจะบอก]“อะไรคะ แม่เป็นอะไรหรือเปล่า” ฉันถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเสียงของแม่ฟังดูเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ[คอนโดห้องนั้นแม่ขายแล้วนะลูก ต่อไปนี้หนูต้องไปอยู่บ้านน้ายูมิที่เป็นเพื่อนแม่ก่อนนะ แม่ขอโทษจริงๆลาน่า] ฉันนิ่งอึ้งอยู่กับที่ เดิมทีก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าแม่กำลังขายคอนโดห้องนี้เพราะช่วงนี้ธุรกิจร้านดอกไม้ที่บ้านกำลังมีปัญหาแม่ถึงต้องเอาเงินไปหมุนก่อนแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้เท่านั้นเอง “ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูเข้าใจ แม่ไม่ต้องคิดมากนะ” [ขอบใจมากนะลูก น้ายูมิเพื่อนแม่รู้ก็เลยบอกให้ลาน่าไปอยู่ด้วยกันก่อนก็ได้น่ะเพราะใกล้มหาลัยด้วย หนูจะไปมั้ย] ฉันนิ่งคิดสักพัก ตามจริงฉันก็รู้จักกับน้ายูมิที่เป็นเพื่อนสนิทแม่อยู่คร่าวๆเท่านั้น เหมือนแม่จะเคยเล่าให้ฟังว่าตอนฉันเป็นเด็กน้ายูมิกับน้าแพตทริกสามีของเธอเคยมางานศพพ่อ ถ้าจะไปอยู่ด้วยคงรู้สึกเกรงใจแต่ว่าตอนนี้จะทำไงได้ฉันไม่มีที่อยู่ด้วยสิ เงินยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่ “ได้ค่ะแม่”

    @บ้านโรเกอร์ฉันยืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่สไตร์ยุโรปผสมผสานกับญี่ปุ่นที่ดูสวยงามพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้กับหอบกล่องใส่ของอันใหญ่ไปด้วย “หนูลาน่าใช่มั้ยจ้ะ” ผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาสวยหวานแบบญี่ปุ่นเดินเข้ามาทักทาย ฉันยิ้มให้น้ายูมิแล้ววางกล่องใส่ของลงข้างตัว จากนั้นก็ยกมือไหว้”สวัสดีค่ะน้ายูมิ หนูลาน่าค่ะ” “ยิ่งโตหน้าตายิ่งน่ารักเหมือนพ่อกับแม่ไม่มีผิด แล้วนี่ริสาสบายดีมั้ยจ้ะ” น้ายูมิเดินมากุมมือฉันไว้ “แม่สบายดีค่ะ“ “งั้นเราเข้าบ้านกันเถอะ กล่องใส่ของก็วางไว้นี่ก็ได้จ้ะเดี๋ยวให้ยามมายกให้” “เอ่อ ค่ะ” สักพักก็มีผู้หญิงอีกสองคนแต่งชุดแม่บ้านเดินมาหาน้ายูมิแล้วเรียกลุงยามหน้าบ้านมายกของให้ ฉันรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเฉยเลย ก็ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีแม่บ้านหรืออะไรแบบนี้มาก่อน ดูดฝุ่นถูบ้านเองตลอดอ่ะ “นี่กุญแจห้องหนูลาน่าจ้ะ อยู่ชั้นสองฝั่งซ้ายนะ ทำตัวตามสบายเลยนะจ้ะ เดี๋ยวน้าออกไปทำธุระข้างนอกกับคุณแพตทริกก่อน” ฉันยื่นมือไปรับกุญแจทรงวินเทจหรูหรา จากนั้นน้ายูมิก็เดินไปทางนอกบ้าน ฉันเลยเดินขึ้นไปบนชั้นสองฝั่งซ้ายแล้วไขกุญแจห้อง ภายในห้องนอนมีการตกแต่งที่สวยมาก จัดสรรพื้นที่ได้ดูดีสุดๆ”วันนี้จะนอนหลับมั้ยเนี่ย” เกิดมาก็เพิ่งจะเคยนอนห้องใหญ่และหรูขนาดนี้ “ให้เอากล่องไว้ตรงไหนคะ” ฉันหันไปมองผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบกว่าๆกำลังถือกล่องใส่ของหนักๆของฉันอยู่ “เดี๋ยวหนูถือเองค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันรีบแย่งกล่องในมือคุณป้ามาถือไว้ทันที “ป้าไม่หนักหรอกค่ะ“ คุณป้ายิ้มใจดีให้ฉัน ฉันเลยยิ้มกว้างส่งกลับไป “ไม่เป็นไรค่ะ ลาน่าถือเองดีกว่า” “งั้นคุณลาน่ามีอะไรเรียกใช้ป้าได้นะคะ””เอ่อ เรียกลาน่าเฉยๆก็พอค่ะ“ “แต่ป้าว่า..” “นะคะป้า หนูไม่ค่อยชินน่ะ” ฉันส่งยิ้มแห้งๆไปทันที “ก็ได้ค่ะ มีอะไรก็บอกป้าได้นะคะ ป้าชื่อนวลค่ะ” “ขอบคุณมากนะคะป้านวล” ฉันเข้ามาในห้องจัดของใช้ส่วนตัวที่หอบมาให้เรียบร้อย กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาเกือบจะสองชั่งโมง ของน่ะมีไม่เยอะหรอกที่นานก็มัวแต่ชื่นชมห้องน้ำกับเตียงขนาดใหญ่ที่นุ่มนิ่มนี่มากกว่า
    ก๊อกๆ ฉันเดินไปเปิดประตูห้องแล้วก็เจอกับป้านวลที่ยืนส่งยิ้มใจดีมาให้เช่นเคย”คุณท่านเรียกไปทานข้าวค่ะ” ฉันเดินตามป้านวลลงมาที่ห้องทานอาหาร นั่นโต๊ะทานข้าวหรือโต๊ะประชุมทำไมมันยาวแบบนั้นล่ะ ตายแล้ว รู้สึกไม่ชิน”นี่ไงคะหนูลาน่า ยิ่งโตยิ่งน่ารักใช่มั้ยล่ะ” น้ายูมิหันมายิ้มให้ฉันพร้อมกับน้าแพตทริกสามีของเธอ”เหมือนริสากับโอลิเวอร์จริงๆด้วย“ น้าแพตทริกพูดยิ้มๆ ”สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้น้าแพตทริกที่ส่งยิ้มใจดีมาให้ถึงภายนอกท่านจะดูน่าเกรงขามมากก็ตาม แต่รอยยิ้มของน้าแพตทริกกับน้ายูมิก็ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายลง “มาแล้วเหรอคิริว“ น้ายูมิหันไปพูดกับคนที่อยู่ด้านหลังฉัน ทุกคนเลยหันไปมองตามรวมทั้งฉันด้วย”ครับ” ฉันมองผู้ชายที่กำลังเดินมาที่โต๊ะทานข้าวด้วยความตกตะลึง ความหล่อ เท่ หุ่นดีของเขาไม่ได้ทำให้ฉันตกตะลึงเท่าเห็นชัดๆว่าเขาคือใคร นี่มันคิริวบุคคลอันตรายที่สาวๆในมหาลัยปราบปลื้มในความโฉดของเขาน่ะสิ ถึงเขาจะอยู่คณะวิศวะซึ่งคนละคณะกับฉันแต่ฉันก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามในเรื่องไม่ดีของเขามาบ้างล่ะนะ แล้วทำไมถึงมาอยู่บ้านหลังเดียวกับฉันแบบนี้อ่ะ!