"เื่นี้ขึ้นอยู่กับท่านพ่อของข้า ข้าพึ่งซื้อกระบี่ไปเมื่อสักครู่ ข้าเกรงว่าท่านพ่อของข้าคงจะไม่มีเงินแล้วนี่สิ" มู่หรูเซิ่งหันไปมองพ่อของเขา
มู่ชีหยางหัวเราะดังลั่น "ฮ่า ฮ่า เ้าพูดอะไรกันลูกเซิ่ง ไหนท่านลองบอกราคาของมันมาหน่อย" เขาถามไปที่ชายแก่ตรงหน้า "2 เหรียญทอง!" ชายแก่ตอบมู่ชีหยางอย่างจริงจัง
"เย็นนี่เ้าอยากกินอะไรรึลูกเซิ่ง" เขาถามมู่หรูเซิ่งทันทีที่ได้ยินคำว่า 2 เหรียญทอง ทำเป็เหมือนกับว่าชายแก่คนนี้ไม่มีตัวตน สิ่งที่ชายแก่พูดเมื่อซักครู่มู่ชีหยางขอไม่รับรู้ทั้งสิ้น! ชายแก่เกาหัวของเขาแล้วเอ่ยขึ้น "เ้ารู้หรือไม่เหตุใดมันจึงมีค่า 2 เหรียญทอง" มู่ชีหยางส่ายหัวของเขา เขาคิดในใจว่า. . .จริงๆแล้วอาวุธชิ้นนี้ไม่ได้มีราคาแค่ 2 เหรียญทองแน่นอน ดูจากออร่าของมันนี่มันแทบจะเรียกได้ว่าอาวุธในตำนานเลยทีเดียว หากประมูลขายอาจจะได้ราคาประมาณ 10 บัตริญญาดำเลยทีเดียว เหตุใดเขาจึงขายแค่ 2 เหรียญทองกันนะ แต่ไม่ว่าเขาจะขายราคาเท่าไหร่ ข้าก็ไม่มีเงินซื้ออยู่ดี. . .
"ไหนท่านลองบอกข้าหน่อยว่าเหตุใดท่านจึงขายมันในราคาแค่ 2 เหรียญทอง?" มู่ชีหยางถามออกไป
ชายแก่มองไปที่ตาของมู่ชีหยางพลางกล่าวว่า "ที่ข้าขายมันในราคา 2 เหรียญทองเพราะข้าไม่้าขายมันในราคาสูงเกินไป ข้ารู้ว่าทำไมข้าถึงโง่เขลาเช่นนี้ ข้าเพียงแค่้าที่อยู่ชั่วคราวประมาณ 2 เดือนก่อนที่ข้าจะย้ายถิ่นฐานของตนเอง ตอนนี้ทางอาณาจักรวารีกำลังไล่ล่าข้าอยู่ หากข้าทำตัวโดดเด่นเกินไปเช่นนำของลํ้าค่าไปขายข้าคงโดนตัดหัวก่อนที่ข้าจะย้ายถิ่นฐานเป็แน่แท้!" แววตาของเขาเศร้าหดหู่ นี่คือแววตาของคนที่กำลังหมดหนทาง
"เอาเช่นนี้เป็อย่างไร!" มู่หรูเซิ่งกล่าวพร้อมกับยิ้มขึ้นตามประสาคนไม่รู้เื่รู้ราว "ข้าจะให้ท่านมาอาศัยอยู่ที่บ้านของข้า 2 เดือน แต่ว่าท่านต้องให้อาวุธชิ้นนั้นแก่ข้านะ"
มู่ชีหยางได้ยินดังนั้นถึงกับความดันโลหิตเพิ่มขึ้นกระทันหัน "ลูกเซิ่ง นี่เ้าไม่รู้หรอว่าเ้ากำลังชักศึกเข้าบ้าน หากอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งกำลังตามล่าใครคนใดคนหนึ่งอยู่ นั่นหมายความว่าโอกาสรอดชีวิตของเขาแทบไม่มี!"
"ท่านพ่อ เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้นท่านจะไปหัวเสียทำไม ให้เขาอยู่ไปเถิด ถือว่าเราทำบุญ" มู่หรูเซิ่งมองตาพ่อเขาอย่างหนักแน่น
"ที่เ้าทำไปเพราะเ้าอยากได้อาวุธนั่นใช่ไหม?" เขาถอนหายใจแล้วถามขึ้น "ใช่ ฮ่า ฮ่า" มู่หรูเซิ่งหัวเราะเหมือนตัวเองกลบจุดประสงค์ของตนเองไม่มิด
"เอาเถอะ เอาตามที่เ้า้า ท่านว่าเช่นไร สนใจข้อเสนอของลูกข้าหรือไม่?" เขาถามไปที่ชายแก่ตรงหน้า
"อืม ต่อจากนี้อาวุธนี่จะเป็ของเ้า. . .เด็กน้อย" เขายื่นอาวุธที่วางอยู่ตรงหน้าให้มู่ชีหยางจากนั้นจึงเก็บข้าวของของเขาเตรียมขนย้ายไปยังบ้านของสองพ่อลูก
เวลาพลบคํ่ามาเยือน ชายแก่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บริเวณชายหาดหน้าบ้านของสองพ่อลูก ลมทะเลกลางคืนซัดเข้าหน้าของชายแก่ หนวดเคราของเขาปลิวไปตามลม เสียงคลื่นดังเป็จังหวะ มู่ชีหยางเดินเข้าไปหาชายแก่พร้อมกับเหล้ากลมหนึ่งและแก้วสองใบ
"ข้าขอนั่งด้วย หากท่าน้าจะดื่มกับข้า ข้าได้นำแก้วมาเผื่อท่านแล้ว" มู่ชีหยางกล่าวขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆชายแก่
ชายแก่รับแก้วจากมู่ชีหยางพลางกล่าวขอบคุณชายแก่กล่าวต่อว่า "นี่ก็ 5 ปีแล้วสินะ. . ." มู่ชีหยางได้ยินจึงนิ่งเงียบ ร่างกายและอวัยวะทุกส่วนแทบหยุดเคลื่อนไหว เขาหายใจถี่ขึ้นราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่
"เ้ามิต้องกังวล ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเ้า" มู่ชีหยางยังคงนิ่งไปด้วยความกลัวเขาไม่รู้จะตอบกลับเช่นไร เหตุใดจึงมีคนรู้ข้อมูลของเขาอยู่ที่นี่ ชายแก่กล่าวต่อว่า "เมื่อห้าปีก่อน เ้าโดนพระาาเนรเทศออกจากทวีป ข้าช่างเห็นใจเ้ายิ่งนักที่ต้องแบกลูกเพียงลำพังข้ามทวีปมาเช่นนี้"
มู่ชีหยางตกตะลึงเขาหันไปมองหน้าชายคนด้านข้าง "ท่านคือใครกันแน่. . ."
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าไม่จำเป็ต้องรู้ สิ่งที่เ้าควรรู้คือข้ารู้ทุกเื่ราวที่เกิดขึ้นในทวีปนี้" ชายแก่กล่าวขึ้น "ข้าขอทราบชื่อท่านได้หรือไม่ อย่างน้อยข้าก็จะได้เรียกท่านถูก" มู่ชีหยางเอ่ยขึ้น
"ข้าชื่อ สุ่ยตี้ เ้าจงเรียกข้าว่าลุงตี้หรืออะไรก็ได้ที่ไม่มีคำว่าสุ่ย ตอนนี้ข้าช่างเกลียดแซ่นี้ยิ่งนัก" สุ่ยตี้ถอนหายใจ
"ท่าน. . .ท่านคือพระาาสุ่ยตี้ แห่งอาณาจักรวารีเช่นนั้นหรือ? นั่นเื่จริงใช่หรือไม่?" มู่ชีหยางตกตะลึงอีกรอบหลังจากได้ยินชื่อของสุ่ยตี้ เหตุใดเขาจึงไม่รู้จัก บนโลกนี้จะมีพระาาอยู่กี่องค์กัน แน่นอนว่าคนทั่วไปย่อมรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของทุกพระองค์
สุ่ยตี้ได้ยินจึงเอียงคอนึกสักพัก เขารู้สึกเหมือนว่าเขากำลังถูกหลอก "บัดซบ! ไอเด็กเวรนี่เ้ากล้าหลอกข้าเช่นนั้นรึ ซักวันหัวเ้าคงจะได้หลุดออกจากบ่าเป็แน่แท้!" สุ่ยตี้ยืนขึ้นและชี้ไปที่หน้าของมู่ชีหยาง "หนอยย! ไอเด็กเวร!"
"ข้าขอโทษท่านก่อนแล้วกัน ฮ่า ฮ่า" มู่ชีหยางกล่าวขึ้น เขา้าให้สุ่ยตี้สงบโดยเร็ว เพราะลูกของเขากำลังนอนอยู่ เขาพูดต่อว่า "แล้วเหตุใดท่านจึงมาอยู่ในสภาพนี้เล่า นี่ข้าแทบจำท่านไม่ได้เลยหากท่านไม่บอกข้า"
สุ่ยตี้สงบอารมณ์นั่งลงและหยิบเหล้าขึ้นมากระดกดื่ม "มันเป็เื่ของราชวงศ์ ข้าหวังว่าเ้าจะเข้าใจ" มู่ชีหยางมองหน้าสุ่ยตี้ราวกับเขาอยากจะฟังเื่นี้เป็อย่างมาก สุ่ยตี้เป็คนคออ่อนเป็อย่างมาก เมื่อใดที่เหล้าเข้าปากเขาความลับจะหลุดออกแทบจะหมดตัว "เอาล่ะๆ เ้าอย่ามองหน้าข้าเช่นนั้น ข้าจะเล่าให้เ้าฟัง" มู่ชีหยางพยักหน้าพร้อมรินเหล้าใส่แก้วของสุ่ยตี้
"เมื่อ 5 ปีก่อนเหล่าลูกชายของข้า องค์ชายสามและรัชทายาทต่าง้าบัลลังก์ของข้า ทั้งสองต่างต่อสู้กันมาโดยตลอด เขาไม่มีท่าทีจะยอมฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ข้าก็ยังยื่นมือเข้าไปแทรกไม่ได้ จนเหตุการณ์เกินจะควบคุม เมื่อภรรยาของรัชทายาทคลอดลูกสาวออกมา นั่นจึงทำให้รัชทายาทอยู่ในจุดที่อ่อนแอที่สุด เพราะเขามีจุดอ่อนที่ไม่สามารถกำจัดออกไปได้ นั่นคือลูกสาวของเขา สุ่ยเออร์ นั่นเป็เวลาอันดีที่องค์ชายสามจะจัดการรัชทายาท เขาลักพาตัวสุ่ยเออร์และขู่ว่าหากรัชทายาทไม่สละบัลลังค์ให้เขา เขาจะฆ่านางทิ้งเสีย!"
มู่ชีหยางตกตะลึงในสิ่งที่สุ่ยตี้เล่าเขาหลับตาแล้วฟังต่อ "เมื่อองค์ชายสาม้าเช่นนั้น องค์รัชทายาทก็มิได้สั่นคลอน ทุกคนต่างมองว่านี่เป็จุดตํ่าสุดของเขาก็จริง แต่ตัวของเขานั้นไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย เขายอมแม้กระทั่งสละลูกสาวของตนเพื่อคงตำแหน่งรัชทายาทไว้!"
"เขาช่างเป็คนที่แน่วแน่อะไรเช่นนี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าชื่นชมเลยแม้แต่น้อย" มู่ชีหยางกล่าว เขาเห็นนํ้าตาที่ไหลออกจากดวงตาของสุ่ยตี้ หยาดนํ้าตาสะท้อนแสงจันทร์ และตกกระทบลงไปในแก้วเหล้า สุ่ยตี้กระดกเหล้าผสมนํ้าตาของเขาอึกหนึ่งพลางกล่าวต่อ
"หลังจากนั้นข้าจึงประกาศแต่งตั้งองค์ชายสามให้ขึ้นเป็รัชทายาทองค์ใหม่เพื่อที่จะรักษาชีวิตของสุ่ยเออร์ไว้ เมื่ออดีตรัชทายาทเห็นดังนั้นจึงได้โกรธแค้นข้าเป็ฟืนเป็ไฟ นี่เป็เจตนาฆ่าข้าโดยแท้จริง เขาเดินเข้ามาในห้องบรรทมของข้าพร้อมกับมีดระดับเหลือง เขาหวังจะปลิดชีวิตข้าภายในกระบวนท่าเดียว แต่ข้านั้นเอาตัวรอดมาได้โดยใช้เคล็ดวิชาเปลี่ยนลิขิตัวารี"
มู่ชีหยางทำหน้าสับสนในชีวิตนี้เขามิเคยได้ยินชื่อกระบวนท่านี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
"เคล็ดวิชานี้จะได้รับการสืบทอดเฉพาะผู้ที่ขึ้นเป็กษัตริย์ทวีปวารีเท่านั้น เคล็ดวิชานี้เป็เคล็ดวิชาที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต โดยจะสะท้อนลิขิตทั้งหมดแก่ผู้ที่ัั แต่เมื่อใดก็ตามที่กระบวนท่านี้ถูกใช้งาน เขาจะสูญเสียพลังปราณทั้งหมดและสูญเสียอายุไขของเขาลง 10 ปี! ในขณะที่อดีตรัชทายาทแทงมีดเข้าไปที่หัวใจของข้า ข้าได้ใช้เคล็ดวิชานี้เพื่อเปลี่ยนลิขิต โดยคนที่จะหมดลมหายใจนั้นแทนที่จะเป็ข้าแต่กลับเป็อดีตรัชทายาทไปโดยทันที นั่นจึงทำให้ข้าสูญเสียพลังปราณไปดังเช่นทุกวันนี้ หลังจากที่ข้าสูญเสียพลังปราณทั้งหมดองค์ชายสามรัชทายาทคนปัจจุบันได้เนรเทศลูกสาวของอดีตรัชทายาทออกไปนอกอาณาจักรแห่งนี้ จากนั้นเขาก็ใช้ข้ออ้างที่ข้าสูญเสียพลังปราณเพื่อทำให้ข้าลงจากบัลลังค์และสังหารข้า แต่ข้าก็หนีมาได้ ตอนนี้ข้ากำลังเดินทางออกตามหาหลานสาวของข้า!"
"ข้าขอให้ท่านพบหลานสาวของท่านโดยเร็ว" มู่ชีหยางพูดพร้อมกับรํ่าไห้ไปพร้อมกับสุ่ยตี้ ทั้งสองดื่มเหล้าผสมนํ้าตาด้วยกัน มู่ชีหยางมองหน้าชายที่นั่งอยู่ด้านข้างตนและ มองไปที่ตาของเขา "สำหรับข้าท่านดูไม่แก่ไปเลยสักนิดแม้ท่านจะเสียอายุไขไป 10 ปี ทุกการตัดสินใจของท่านล้วนเป็การตัดสินใจที่ดีที่สุด ข้าขอให้์มีตาได้เห็นาาผู้โชคร้ายนี้ด้วยเถิด. . ."
"สุ่ยเออร์เ้าอยู่แห่งหนใด ฮืออ" นํ้าตาของลูกผู้ชายทั้งสองกำลังหลั่งไหลท่ามกลางแสงจันทร์
"สุ่ยเออร์คือใคร?. . ." มู่หรูเซิ่งเปิดประตูออกมาพลางทำสีหน้ารำคาญ ใครกันที่รบกวนเวลานอนของข้า