บทที่ 12 จะระงับโทสะในใจได้อย่างไร?
การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายหยุดชะงักลงชั่วคราว ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เซียวเทียนชื่อเป็จุดเดียว
"ฟางเฉิน เ้ากำลังทำบ้าอะไร!"
เซียวเทียนชื่อจ้องฟางเฉินด้วยสายตาเ็า ลึกเข้าไปในดวงตาฉายแววหวาดระแวงและไม่แน่ใจ ฝ่ายตรงข้ามเงียบหายไปนานถึงห้าปี วันนี้กลับพากลุ่ม... ฝูงชนไร้ระเบียบมาบุกสำนักวรยุทธชิงซงระดับสูงอย่างกะทันหัน?
ใช่แล้ว ในสายตาของเขา คนที่อยู่ข้างกายฟางเฉินเหล่านี้ล้วนเป็แค่เศษสวะที่รวมตัวกัน ไม่มีพลังการต่อสู้เท่าใดนัก! ลำพังแค่เขาคนเดียวก็สามารถจัดการได้ทั้งหมดอย่างง่ายดาย
ยอดฝีมือขั้นอวี้ชี่ไม่ใช่แค่พูดไปลอย ๆ ในสนามรบ นักรบที่แข็งแกร่งขั้นอวี้ชี่คนหนึ่งสามารถทัดเทียมกับกองทัพนับพัน!
"แม่ทัพหมาป่าเซียวให้เ้าคอยติดต่อวางแผนกับพวกที่ไม่รู้จักอยู่เป็สุขบางคนในเมืองหลวง เดิมทีข้าจะทำเป็มองไม่เห็นก็ได้ เพราะคนพวกนั้น...ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อสถานการณ์ของบ้านเมืองเท่าไหร่อยู่แล้ว"
ฟางเฉินถอนหายใจเบา ๆ
"แต่เ้าไม่ควรปล่อยปละละเลยให้นักรบจากแคว้นซิงซงมาทำตัวกร่างตามอำเภอใจในเมืองหลวงต้าเซี่ยของข้า"
"แม่ทัพที่พ่ายแพ้ไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องมากมาย"
เซียวเทียนชื่อจ้องเขม็งไปที่ฟางเฉิน "อีกไม่นานเ้าก็ต้องเป็เขยแต่งเข้าตระกูลเซียวของข้า ข้าเห็นแก่หน้าคุณหนู จะยอมให้เ้านำคนออกไปตอนนี้ แล้วข้าจะไม่นำเื่นี้ไปกราบทูลฮ่องเต้ของพวกเ้า"
ทันใดนั้น เสียงยโสเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร "เ้าสำนักเซียว ใครมันกินดีหมีหัวใจเสือกล้ามาก่อเื่ที่นี่? ท่านวางใจได้เถอะ ไม่ต้องถึงมือพวกท่านหรอก ข้าหลี่หวงจะสังหารมันเป็คนแรกเอง!"
ทุกคนเงยหน้ามอง เห็นชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างเ้าเนื้อเดินนวยนาดเข้ามา ข้างกายมีผู้คุ้มกันที่มีฝีมือไม่เลวติดตามมาหลายคน
"ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?" โหย่วหลงชางขมวดคิ้ว
หลี่หวงผู้นี้เหมือนกับฟางเฉินตรงที่ท่านอาหญิงของเขาเป็หนึ่งในพระสนมของฮ่องเต้ต้าเซี่ย ถือเป็เชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง
"ฟางเฉิน?! โหย่วหลงชางแห่งค่ายพยัคฆ์ประจิม?"
หลี่หวงชะงักเท้าทันทีที่เห็นฟางเฉิน ดวงตาฉายแววหวาดกลัวและมีความเคียดแค้นซ่อนอยู่ลึก ๆ
"คุณชายหลี่ เื่นี้ให้ข้าจัดการเองเถิด" เซียวเทียนชื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
"ดี ดี ดี ให้เ้าสำนักเซียวจัดการเถอะ"
หลี่หวงรีบยอมถอยทันที ก่อนจะยืนแอบมองฟางเฉินอยู่ห่าง ๆ เขาไม่เข้าใจว่าฟางเฉินที่กลายเป็คนพิการไปแล้ว ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่สำนักวรยุทธชิงซงระดับสูงได้?
"ฟางเฉิน เ้าควรไสหัวไปได้แล้ว" เซียวเทียนชื่อกล่าวเรียบ ๆ
ใบหน้าของโหย่วหลงชางปรากฏแววลังเล ส่วนชาวบ้านต้าเซี่ยที่เคยฮึกเหิมเมื่อครู่ ยามนี้เริ่มมีความหวาดหวั่นฉายชัด พวกเขารู้ดีว่า คนตรงหน้านี้คือยอดฝีมือขั้นอวี่ชี่!
“สำนักวรยุทธชิงซงระดับสูง มีจอมยุทธ์ขั้นอวี้ชี่สามคน ในจำนวนนี้สองคนอยู่ขั้นอวี้ชี่ระดับต้น อีกหนึ่งคนอยู่ขั้นอวี้ชี่ระดับกลาง ขั้นป้าวชี่ระดับสูงสุดสิบห้าคน และผู้ฝึกยุทธ์อื่นๆ อีกหนึ่งพันสามสิบสองคน"ฟางเฉินค่อย ๆ เอ่ยปาก
ทุกคนที่ได้ยินต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวสั่น พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าขุมกำลังของสำนักวรยุทธชิงซงระดับสูงจะน่ากลัวขนาดนี้ ต้องรู้ก่อนว่าในเมืองหลวงต้าเซี่ยนั้น ยอดฝีมือขั้นป้าวชี่ระดับสูงสุดมีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น! ส่วนยอดฝีมือขั้นอวี้ชี่ หลังจากผ่านศึกเมื่อห้าปีก่อน ก็แทบจะไม่เหลือหลอ นับนิ้วมือเดียวก็ครบ!
"นี่เป็เพียงสำนักวรยุทธแห่งเดียวที่แคว้นชิงซงเปิดไว้ แล้วยอดฝีมือที่ฝั่งแคว้นชิงซงจะมีมากมายขนาดไหนกัน?" ทุกคนต่างคิดในใจด้วยความหวาดวิตก
สีหน้าของเซียวเทียนชื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย อีกฝ่ายกลับระบุจำนวนนักยุทธ์ของแคว้นชิงซงในเมืองหลวงต้าเซี่ยได้อย่างแม่นยำ?
จอมยุทธ์เหล่านี้หากรวบรวมขึ้นมา สามารถทำาย่อย ๆ ได้เลย แม้แต่จะบุกถล่มพระราชวังต้าเซี่ยก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้!
ไม่รู้ด้วยเหตุใด ในใจของเซียวเทียนชื่อพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ฟางเฉินเงียบหายไปห้าปี เดิมทีนึกว่าเขาละทิ้งทุกอย่างไปแล้ว แต่คำพูดเมื่อครู่กลับพิสูจน์ได้ว่า ฟางเฉินยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ทุกอย่างอยู่!
"ท่านแม่ทัพฟาง วันนี้ท่านมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไรกันแน่? อย่าลืมนะว่าเ้ากำลังจะแต่งเข้าตระกูลเซียวของเรา" เซียวเทียนชื่อเอ่ยข่มขู่ในที
"เ้ายังไม่รู้หรือ ว่าเทพธิดาเซียวออกจากเมืองหลวงไปแล้ว?" ฟางเฉินยิ้ม ออกจากเมืองหลวงไปแล้ว?
เซียวเทียนชื่ออึ้งไป เขาไม่รู้ข่าวนี้จริง ๆ
"ไม่รู้สินะ... ช่างเถอะ เ้าจะรู้ตื้นลึกหนาบางหรือไม่ ก็เปลี่ยนสิ่งที่ข้าจะทำไม่ได้อยู่ดี"
ฟางเฉินสะบัดแขนเสื้อ ทันใดนั้นแสงสายฟ้าสายหนึ่งก็ฟาดโครมลงบนร่างของเซียวเทียนชื่อ ยอดฝีมือขั้ออวี้ชี่ผู้สง่างาม กลับไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้ ร่างกายกลายเป็ถ่านดำไหม้เกรียมคทที่ในทันที
"ซี้ด.."
ทุกคนสูดปากด้วยความสยอง โหย่วหลงชางเคยเห็นภาพนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง
ส่วนชาวบ้านรอบ ๆ นั้น ตกอยู่ในความสั่นสะท้านขั้นสุด ในหมู่พวกเขามีคนหลายคนที่มองฟางเฉินด้วยสายตาที่ทั้งหวาดเกรงและเทิดทูน
"ท่านชายสมกับเป็ท่านชาย ท่านไม่เคยยอมแพ้เลยจริง ๆ!"
คนเ่าั้หัวใจพองโต แทบอยากจะกู่ร้องออกมาให้ก้องฟ้า
"ตอนนี้ ยอดฝีมือขั้นอวี้ชี่ในสำนักวรยุทธชิงซงระดับสูง เหลือเพียงสองคนแล้ว" ฟางเฉินเอ่ยเสียงเบา
"แม่ทัพโหย่ว สังหารเสียเถิด นักรบจากแคว้นซิงซงที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว"
“ขอรับ!"
โหย่วหลงชางคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยกลิ่นอายเื นำกำลังบุกเข้าใส่นักรบจากแคว้นเซิงซงที่ยังคงตกตะลึงอยู่
มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาไม่มีทางถอย ทำได้เพียงเป็กระบี่คมกริบในมือฟางเฉิน ฟางเฉินชี้ไปที่ใด เขาก็จะฟันไปที่นั่น!
"ไม่... เป็ไปไม่ได้... เขาทำได้ยังไง... เซียวเทียนชื่อเป็ถึงยอดฝีมือขั้นอวี้ชี่นะ ทำไมถึงถูกฟางเฉินสังหารในกระบวนท่าเดียว! พลังของเขาฟื้นคืนแล้วงั้นหรือ!?
สายฟ้าเมื่อครู่มาจากไหน? นี่มันวิชาอะไรกัน?!"
หลี่หวงหน้าซีดเผือด ความคิดในหัวสับสนปนเปไปหมด เมื่อเขาเห็นนักรบจากแคว้นเซิงซงรอบข้างถูกโหย่วหลงชางนำกำลังกวาดล้างไปทีละคน ร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้
"หลี่หวง เรามาคุยฟื้นความหลังกันหน่อย"
ฟางเฉินเดินผ่านข้างกายหลี่หวง ทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของสำนักวรยุทธชิงซงระดับสูง
หลี่หวงสีหน้าย่ำแย่เหลือทน เขามองดูสถานการณ์รอบตัวแล้วก็ได้แต่กัดฟันเดินตามฟางเฉินไป
"หลายปีมานี้ เ้าสนิทสนมกับเซียวเทียนชื่อมากทีเดียว" ฟางเฉินพูดไปพลางเดินไปพลาง
หลี่หวงพยายามปั้นยิ้มประจบ "ก็ไม่ถึงกับสนิทมากขอรับ แค่มักจะมาฝึกยุทธ์แลกเปลี่ยนวิชากันที่นี่บ่อย ๆ"
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วลองหยั่งเชิง "ท่านแม่ทัพฟาง ท่านสังหารเซียวเทียนชื่อ เื่นี้เกรงว่าจะทำให้ในราชสำนักไม่พอใจ หากฝ่าาทรงทราบเื่นี้เข้า เกรงว่าจะทรงลงอาญาพระองค์..."
"นักรบจากแคว้นซิงซง ฆ่าก็คือฆ่า ทำไมฝ่าาต้องลงอาญาข้าด้วย?" ฟางเฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย
"เพราะว่า... นี่จะทำให้แคว้นชิงซงโกรธแค้น ถึงตอนนั้นต้าเซี่ยของเราต้องตายกันไปเท่าไหร่ถึงจะระงับโทสะของพวกเขาได้?" หลี่หวงกล่าว
"แล้วเ้าคิดว่า แคว้นชิงซงต้องตายอีกเท่าไหร่ ถึงจะระงับโทสะในใจข้าได้?" ฟางเฉินย้อนถาม
ในเวลาเดียวกัน พวกเขาได้มาถึงลานหลังของสำนักวรยุทธชิงซงระดับสูง ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะยังไม่รู้เื่ราวภายนอก นักรบจากแคว้นซิงซงหลายคนเปลือยท่อนบน กำลังกินเนื้อดื่มสุราคำโต พร้อมกับชี้ชวนกันมองไปยังเป้าที่อยู่ไกลออกไป
ที่นั่นมีเป้าตั้งอยู่หลายสิบอัน บนเป้าเต็มไปด้วยคราบเือารามแดงฉาน นั่นเพราะเป้าเ่าั้... คืุ์เป็ ๆ ที่ถูกมัดไว้ และพวกเขาคือชาวต้าเซี่ย!
"หลี่หวง ข้างนอกไม่มีเื่อะไรใช่ไหม? มีเ้าสำนักอยู่เ้าจะกังวลไปทำไม การประลองเมื่อครู่ถึงตาเ้าแล้วนะ ข้ายิงธนูเข้ากลางหน้าผากไอ้สวะนั่นในดอกเดียว ถ้าเ้าทำไม่ได้ เ้าก็แพ้พนันแล้ว อย่าลืมจ่ายข้าหนึ่งพันตำลึงด้วยล่ะ!"
นักรบจากแคว้นซิงซงคนหนึ่งหัวเราะร่าะโทักทายหลี่หวง
ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ เพราะหลายปีมานี้หลี่หวงเสียเงินพนันที่นี่ไปไม่น้อย ในสายตาของคนเหล่านี้ เขาคือ "หมูสนาม" ตัวจริง!
หลี่หวงเมื่อนำคำพูดของฟางเฉินมาประติดประต่อกับสิ่งที่นักรบเ่าั้พูด ใบหน้าของเขาก็พลันขาวซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
"เ้ายังไม่ตอบข้าเลย เ้าว่าข้าควรระงับโทสะในใจอย่างไรดี?" ฟางเฉินมองไปยังร่างไร้ิญญาที่ตายตาไม่หลับบนเป้าเ่าั้ แล้วเอ่ยถามเสียงเบา