ตอนที่5
“รักแท้รักคืออะไร ตับไตไส้พุงหรือรักกางเกงที่นุ่งว่าดูสวยดี รักที่นามสกุล รักยี่ห้อรถยนต์ รักเพราะว่าไม่จนมีสตางค์ให้จ่าย รักแท้ต้องทำอะไร ต้องเดินห้างกันกุ๊กกิ๊กซึ่งกันและกันไม่สนสายตาใคร ซึ่งฉันไม่เข้าใจ ไม่ขอรักใครละกัน” (เครดิตเพลงเพลงรักแท้ของน้ำชา)
“มาทำไมให้อายบ้านนาละนวลน้อง ไม่ต้องกลับคืนมาวันจะไปไม่ลาหนีหน้า ไปกับหนุ่มเมืองหลวงทิ้งคนข้างหลังนั่งน้ำตาร่วงมันเจ็บในทรวงพุ่มพวงรู้หรือเปล่า ทิ้งเคียวคาดไถไว้เมื่อเดือนเก้าช่างสุกสกาวกลับมาทำไม” (เครดิตเพลงกลับมาทำไมของหม่ำจกม๊ก)
“ล๊มม!”
“โอ๊ย! ชะนีแพรวามีความสุขอะไรนักหนาฮะฉันเห็นแกร้องมาหลายเพลงและ ร้องก็ถูกๆ ผิดๆ” ยัยรันนี่ถามฉันอย่างเหลืออดที่ฉันร้องเพลงด้วยความสุขแบบนั้น ซึ่งฉันก็มีความสุขจริงๆ ก็ในเมื่อ...
“พวกพี่หรือเจ๊ของฉันจะกลับมาเมืองไทย”
“พี่/เจ๊!!”
“คนที่แกเล่าให้ฟังอะนะ” ยัยฟ้าถาม
“ใช่พี่สาวสุดสวยและเก่งที่สุดของฉันกำลังจะกลับไทยแล้วหลังจากที่ไม่ได้กลับมาหลายปี”ฉันพูดอย่างมีความสุข
“แล้วนี่ชะนีหวานเป็อะไรยะหล่อนฉันเห็นนั่งซึมมานานละ” มันก็จริงอย่างที่ยัยรันนี่ว่านะ เพราะวันนี้หวานดูซึมจริงๆเป็อะไรกันแน่วะ
“ทะเลาะกับพี่เมฆหรอ” ยัยฟ้าเป็คนถามหวานไม่ตอบนอกจากนั่งเงียบๆ และตาแดงๆ
“เฮ้ย ไม่เอาดิไม่ร้อง อย่าร้องสิชะนี” ยัยรัน
“ไหนยังไงเล่าถ้าเห็นว่าเป็เพื่อนก็เล่าให้พวกฉันฟัง” ฉันพูด
หลังจากนั้นเื่ราวที่เป็อันทุกข์ใจของยัยหวานก็พรั่งพรูให้พวกฉันฟังจนหมด เรียกได้ว่าทุกบททุกตอนจริงๆ หึหึ ทำเพื่อนฉันร้องไห้เหรอเดี๋ยวเหอะ สนุกแน่พี่เมฆ...
“ไปกันเถอะมึง หยุดดราม่าสักครู่แล้วไปเรียนกันเถอะ” ยัยฟ้าพูด
“ใช่ เดี๋ยวพวกฉันหาทางช่วยเอาคืนพี่เมฆเอง”ยัยรันพูด ส่วนฉันไม่พูดอะไรนอกจากมองหน้าหวานแล้วส่งยิ้มไปให้เท่านั้นจากนั้นพวกเราก็พากันไปเข้าห้องเรียนลืมบอกไปว่าคณะเราได้ตัวแทนที่จะประกวดดาวกับเดือนมหาลัยด้วยนะเป็ใครไปไม่ได้เลยนอกจากหวานจ้าส่วนผู้ชายก็เป็คนในเอกนี่แหละแต่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ฉันลืม ฮ่า ฮ่า ฮ่า
สามชั่วโมงผ่านไป
“หิวข้าวแล้วอะแก” ยัยรัน
“อื้อ เราก็หิว” หวานพูดยิ้มๆ แต่ตาก็ยังฉายความเศร้าออกมาอยู่เล็กน้อย
“งั้นเราจะกินอะไรกันดีล่ะ” ยัยฟ้าถาม
“...”
“เดี๋ยวค่อยไปดูละกันส่วนจะกินอะไรค่อยว่ากันอีกที” เมื่อตกลงกันไม่ได้ฉันจึงต้องสรุปออกมาแบบนี้ ก่อนจะเดินนำทุกคนไปที่โรงอาหารของคณะ
อืม... คนยังไม่ค่อยเยอะก็ดีฉันชอบ
พวกฉันทั้งสี่แยกกันไปซื้อสิ่งที่ตัวเองอยากกินเรียบร้อยและตอนนี้พวกเราก็นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมสุดที่ห่างไกลผู้คน เนื่องจากฉันไม่ชอบคนพลุกพล่านเลยพากันมานั่งที่มุมนี้อาหารที่เราจะกินกันเป็อาหารจานเดียว ยัยรันกินก๋วยเตี๋ยว ฟ้ากินสุกี้หวานกินข้าวหมูกรอบ ส่วนฉันผัดกะเพรารวมมิตรทะเล เราก็นั่งคุยไปกินไปอย่างสนุกจนกระทั่ง!
“หวาน!”
ความสนุกของพวกฉันก็หายไปเมื่อได้ยินเสียงของพี่เมฆคือตอนนี้พี่เมฆยืนอยู่หลังยัยหวานและฉันนั่งอยู่ตรงข้ามกับยัยหวานนึกภาพออกปะ! รู้สึกว่าตัวเองกำลังนั่งดูฉากที่อยู่ในละครอะแต่ภาพกับเสียงที่ได้มันคมชัดกว่า
“หวาน กลับ” พี่เมฆพูดนิ่งๆซึ่งยัยหวานก็ได้แต่เงียบแต่ฉันรู้ว่ามันไม่ปกติ ก็ฉันนั่งอยู่หน้ามันนี่ทำไมจะไม่รู้ไม่เห็นล่ะสภาพมันตอนนี้คือไม่โอเค ไม่พร้อมลุย แล้วก็กลัว!
“บอกให้กลับไงวะ!!”พี่เมฆกระชากเสียงพูดให้เข้มและดังขึ้น จนยัยหวานสะดุ้ง
“หวาน บอกให้กลับไปคุยกันให้รู้เื่ไง!!!”
“เอ่อ มีอะไรค่อยๆ พะ..”
“อย่ายุ่ง!!!”ยัยรันยังพูดไม่ทันจบก็ต้องรีบหุบปากเพราะเสียงตวาดของพี่เมฆ
“หวานลุกขึ้น” อูย เสียงเย็นเลยแฮะ ยัยหวานก็นิ่งไม่ยอมขยับเลยนอกจากนั่งเฉยๆและน้ำตาก็มาคลอที่หน่วยตา
“พี่เมฆคะ พี่กลับไปก่อนเถอะค่ะหวานมันกลัวหมดแล้ว” ฟ้าพูดบ้าง พร้อมกับส่งสายตาตำหนิไปให้พี่เมฆก่อนจะรีบหลบสายตาตอนพี่เมฆหันมามอง
“หวาน ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม อย่าให้ต้องร้ายนะ”พี่เมฆมองน้ำหวานด้วยสายตาที่น่ากลัว
“หนึ่ง”
“...”
“สอง” หวานมองหน้าฉันด้วยแววตาขอร้องฉันส่งยิ้มหวานไปให้เพื่อน ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอยู่ข้างๆ หวาน ย้ำแค่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เหมือนจะมีสายตาจากพี่มาร์คัสบอกว่าห้ามยุ่ง! ฉันก็ตอบพี่มันทางสายตาว่าเสียใจ นี่เพื่อนฉัน ในขณะที่พี่เมฆกำมือแน่น
“สาม”
หมับ
พลั่ก! ตุ้บ!
ทันทีที่พี่เมฆนับสามจบพี่มันก็ตรงเข้ามากระชากไหล่ของหวาน ไม่สิ กระชากตัวหวานออกจากโต๊ะมากกว่าฉันก็กระชากหวานกลับมาหาตัวเองเหมือนกัน โดยดึงให้หวานไปอยู่ข้างหลังส่วนฉันยืนบังหวานไว้ พร้อมกับผลักพี่เมฆออกไปด้วยความแรง
“หลบไปแพรวา เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอ”
“ใช่ค่ะไม่เกี่ยวกับแพรวแต่นี่เพื่อนแพรวค่ะไม่เกี่ยวโดยตรงก็เกี่ยวทางอ้อมอยู่ดี”ฉันตอบและมองหน้าพี่เมฆอย่างท้าทาย
กรอด!! เสียงพี่เมฆกัดฟันคงจะโมโหน่าดู
“หวานเธอจะมาหาฉันหรือให้ฉันไปหาเธอ”ทันทีที่พี่เมฆพูดจบ หวานก็กำชายเสื้อฉันแน่น คงกลัวมากแน่ๆ เลยตัวสั่นน่าดู
“พี่เมฆหยุดใช้อารมณ์ได้แล้วค่ะเพื่อนแพรวมันกลัวจนตัวสั่นหมดแล้วแพรวไม่รู้นะคะว่าพี่ทะเลาะอะไรกัน แต่พี่จะมาตะคอกใช้อารมณ์จนไม่มีเหตุผลไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้ มันผิดเหรอที่พี่ไม่อยากให้คนอื่นมองแฟนตัวเองไม่ดีเที่ยวทำร้ายคนอื่น โดนจับได้ยังไม่ขอโทษ”
ทำร้าย?
“อ๋อ ทะเลาะกันเพราะคนอื่น พี่คบกับมันมากี่ปีพี่คิดว่าแฟนพี่สามารถทำร้ายคนอื่นได้อย่างนั้นเหรอคะแพรวคบกับมันไม่ถึงปียังรู้เลยว่ามันไม่กล้า แล้วพี่อะคบกับมันมาก็นานแค่นี้ไม่รู้เหรอว่าแฟนตัวเองนิสัยยังไง”
“...”
“กลับไปเถอะค่ะถ้าพี่อารมณ์แบบนี้แพรวไม่มีทางยอมให้เพื่อนแพรวไปกับพี่เด็ดขาด”
“...”
“กลับไปทบทวนดูดีๆ นะคะว่าใครกันแน่ที่โดนทำร้าย และเมื่อไหร่ที่พี่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์แพรวสัญญาว่าจะส่งมันให้พี่ด้วยมือแพรวเอง”เมื่อเห็นว่าพี่มันเงียบและเริ่มคล้อยตาม ฉันจึงหว่านล้อมจนพี่มันยอมกลับไป
เฮ้อ!ปัญหาคนอื่นแต่ทำไมฉันเหนื่อยวะ
“แพรว”
“อย่าร้อง ห้ามร้องหยุดเดี๋ยวนี้แล้วนั่งลงกินข้าว” ฉันบอกหวานที่พูดเสียงสั่น ซึ่งมันก็ยอมทำตามเราก็นั่งกินข้าวกันจนหมด
“พวกแกไปไหนต่อ เรามีเรียนอีกทีบ่ายสองเหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงเพราะนี่พึ่งเที่ยง”
“เออใช่ ฟ้าพูดถูก ไปไหนกันดีวะ”ยัยรันเอ่ยสมทบคำพูดของยัยฟ้า
“ไม่อะ ี้เี ไปเดี๋ยวก็ต้องกลับมาเรียนเรียนเสร็จก็ต้องเข้าเชียร์ เก็บแรงไว้เข้าเชียร์ดีกว่า” ฉันพูดไปตามที่คิด
“อื้อ เราเห็นด้วยกับแพรวนะ” หวานพูดยิ้มๆ
“เฮ้อ เอางั้นก็ได้ ว่าแต่... แกโอแคนะหวาน”รันถามด้วยความเป็ห่วง หวานก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
“ถ้ามีแฟนแล้วต้องทุกข์แบบนี้ฉันไม่มีซะยังดีกว่า” ฟ้าพูดปลงๆ
ั้แ่วันแรกที่เรารู้จักกันตอนนี้ก็ผ่านมาได้หนึ่งเดือนแล้วดูเหมือนเร็วใช่ไหม แต่ความจริงแล้วมันไม่เร็วเลยเลยสักนิด เพราะพวกฉันต้องเข้าเชียร์ทุกวันทั้งเรียนทั้งเชียร์โคตรเหนื่อย เหนื่อยมากจริงๆ มีเื่มาให้ปวดหัวทุกวันนี่ก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเจอเื่อะไร
แต่ตอนนี้ฉันว่ามาดูเื่ยัยหวานก่อนดีกว่ามันไม่สดใสเลยั้แ่ที่พี่เมฆมา ตอนแรกก็เศร้าพออยู่แล้ว นี่เล่นเหมือนไม่มีิญญาเลยทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้นะ ถ้าพวกมันคบกับฉันอย่างน้อยพวกมันก็น่าจะเข้มแข็งกว่านี้ไม่อย่างนั้นถ้ามีเหตุเกิดขึ้นอย่างที่ฉันเคยคิดไว้จริงๆ พวกมันไม่ปลอดภัยและทำให้ฉันเป็กังวลแน่ๆ
“หวาน”
“...” เมื่อฉันเรียกหวานไม่ตอบนอกจากมองหน้าฉันแล้วยิ้มบางๆ
“หวานสู้คนไหม” คนตรงหน้าก็ส่ายหน้าให้ทันทีผิดกับที่คิดไว้ที่ไหนล่ะ
“แต่หวานต้องสู้”
“แต่เรากลัว”
“มันไม่มีอะไรน่ากลัวที่หวานกลัวเพราะว่าหวานไม่สู้ต่างหาก” ฉันบอก เธอก็ทำท่าจะใช้ความคิด เหมือนลังเลว่าควรทำแบบไหนดี
“ไม่ต้องกังวล มันไม่มีอะไรน่ากลัวเลยจริงๆเชื่อฉัน” ฉันพูดก่อนจะมองหวานยิ้มๆ
“อย่าว่าแต่ยัยหวานกลัวเลย ถึงฉันจะไม่ยอมคนแต่ใช่ว่าจะกล้าสู้คนนะ” ฉันหันไปมองคนพูด
“จริง ยัยฟ้าพูดถูก” ฉันมองเพื่อนๆ ก่อนจะส่ายหน้าให้ด้วยความเหนื่อยใจ
“แต่พวกแกคบกับฉันพวกแกต้องสู้ อย่างน้อยแค่ป้องกันตัวเองได้ก็ยังดี”
“แต่/แต่/แต่” เพื่อนฉันประสานเสียออกมาพร้อมกัน
“ไม่มีแต่ หรือพวกแกอยากจะโดนรังแกตลอดล่ะโดนหาว่าไปทำร้ายคนนั้นคนนี้ ทั้งที่แกไม่ได้ทำอะไรผิดแถมยังเป็คนที่ถูกทำร้ายซะเอง จะเอาแบบนั้นเหรอ”
“...” พวกมันต่างก็ส่ายหน้าให้
“ใช่ไง ในเมื่อไม่อยากโดนกระทำแบบนั้นพวกแกก็ต้องสู้ ฉันไม่ได้บอกให้พวกแกทำร้ายใคร แต่พวกแกต้องรู้จักป้องกันตัวเอง”
“...” เมื่อเห็นพวกมันเงียบฉันจึงเลือกที่จะหันหน้าไปพูดกับหวานเพราะมันดูอ่อนแอที่สุดในบรรดาพวกเรา
“หวาน แกเป็คนเรียบร้อยแต่ใช่ว่าเรียบร้อยแล้วต้องอ่อนแอ ถ้ามีคนทำร้ายแก แกก็สู้ไปเลย”
“แต่เราสู้ไม่เป็นะ”
“เดี๋ยวฉันสอน”
“ฮ๋า!!!”ฉันมองเพื่อนที่ร้องะโออกมาพร้อมกัน
“ไม่ต้องใ เดี๋ยวฉันจะสอนพวกแกเอง”ฉันบอกพวกมันก่อนจะยิ้มร้ายออกมา
“เกลียดรอยยิ้มแกจังเลยว่ะ” ฟ้าพูด
“จำที่ฉันบอกแกสองคนวันที่เราตกลงเป็เพื่อนกันได้ไหม”ฉันถามซึ่งฟ้ากับรันก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจความหมาย
“อะไรเหรอ” ฉันหันไปมองหวานยิ้มๆมีแค่คนเดียวในกลุ่มนี่แหละที่ไม่รู้
“เอาเป็ว่า หวานรู้แค่เราไม่ธรรมดาก็พอเราไม่อยากให้หวานกลัวและใ”
“แต่แพรวพูดแบบนี้ เราว่ามันน่ากลัวกว่ารู้อีกนะ”พอหวานพูดจบพวกฉันทั้งหมดก็พากันหัวเราะออกมา
“นั่นไง ยัยหวานแกยิ้มแล้ว หัวเราะด้วย”รันทักขึ้น ซึ่งยัยหวานก็ทำหน้าตื่นๆ ไปให้
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ คนเราอะเศร้าได้แต่อย่าให้ความเศร้ามาทำลายความสุขของเรา เศร้าเื่นี้สุขเื่อื่นฉันรู้ว่ามันยากที่จะทำความเข้าใจ แต่เชื่อฉันเถอะ ถ้าเธอคิดได้เธอจะมองเื่ที่เธอเจอเป็แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้นเอง” ฉันพูดยิ้มๆ
“ขอบคุณนะ จากนี้ไปเราจะยิ้มเยอะๆ”
“มันต้องแบบนี้สิหวาน”ฟ้าพูดก่อนที่พวกเราจะนั่งหัวเราะกัน
“ว่าแต่แพรวจะให้เราไปฝึกที่ไหนเหรอ” หวานถาม
“ฉันจะพาพวกเธอไปฝึกที่ยิมส่วนตัว”
“ยิมส่วนตัว!”
“ใช่ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนอื่นเป็ยิมของฉันและพี่ๆ เอง คนที่ใช้ก็จะเป็คนของเรา ไม่มีคนนอก” ฉันพูดยิ้มๆ
“ดูเหมือนพี่สาวแกและตัวแกจะรวยจังเลยนะทั้งสนามแข่งรถทั้งยิม มีอะไรอีกหรือเปล่าเนี่ย” ยัยฟ้าพูด
“คิดว่าไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”ฉันตอบมันไปและหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“แล้วแกบอกว่าพี่แกจะมา จะมาตอนไหนล่ะ” รัน
“ไม่รู้ว่ะ รู้แต่ว่าจะมาแต่ฉันคิดว่าน่าจะมาหลังเรารับน้องเสร็จนะ ฉันก็เดาเหมือนกัน คิกคิก”
“โธ่ยัยแพรวก็เห็นร้องเพลงเมื่อเช้าก็คิดว่าพี่แกจะกลับมาพรุ่งนี้ซะอีก” ยัยฟ้าพูดด้วยท่าทางที่ไม่สบอารมณ์นัก
“ดูเหมือนแพรวจะรักพี่มากเลยนะ”
“แน่สิหวาน ถ้าไม่ใช่เพราะพวกพี่ๆป่านนี้ฉันจะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้ ฉันก็เลยรักพวกพี่เขามากมันไม่ใช่ความสัมพันธ์แค่พี่น้อง แต่มันคือครอบครัว” ฉันตอบหวานยิ้มๆ
“อิจฉาแกจังเนอะ ถ้าที่บ้านรับที่ฉันเป็ได้ฉันอาจมีความสุขมากกว่านี้” ยัยรันพูดเศร้าๆ
“พอ อย่ามาดึงดราม่าฉันว่าตอนนี้เราไปเข้าเรียนเถอะ นั่งอยู่นี่มานานละแล้วเดี๋ยวต้องไปเชียร์อีกคนสวยเซ็ง” ฉันพูดก่อนที่เราทั้งสี่จะพากันเดินออกจากโรงอาหารและมุ่งไปที่อาคารเรียน