บทที่ 22 พันกระบี่สังหาร
ชายร่างสูงได้รับรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของซื่อเชียนเกอจากหลิวซี เหวินมาแล้ว เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณชายใหญ่ผู้มีฝีมือเหนือกว่าเขาจะพ่ายแพ้ให้กับเด็กน้อยคนหนึ่ง
แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากันในวันนี้ เขาถึงได้รู้ว่าที่ผ่านมาเขาประมาทเด็กคนนี้มากเกินไป ดีที่เขารีบหลบได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นตอนนี้คนที่นอนตายตาไม่หลับอยู่ที่พื้นก็คงเป็เขา
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบชิงลงมือก่อน คว้าหอกยาวในมือพุ่งเข้าใส่ซื่อเชียนเกออย่างรวดเร็ว
หากพูดถึงความเร็ว ซื่อเชียนเกอเหนือกว่าอยู่หลายขุม เธอขยับขาอย่างคล่องแคล่ว ร่างกายอันปราดเปรียวก็ถอยห่างออกไปเกือบถึงหนึ่งจั้งหลบการโจมตีครั้งนี้อย่างง่ายดาย
ชายร่างสูงไม่ได้คิดว่าจะโจมตีเข้าเป้าั้แ่ครั้งแรกเพราะการที่เธอสามารถสู้กับคนเจ็ดคนพร้อมกันและได้รับชัยชนะอย่างงดงาม แสดงว่าเธอนั้นไม่ธรรมดา
เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านังเด็กตัวแสบที่สกุลหลิวแค้นเคืองนักหนานี้มีความสามารถอะไรกันแน่
หลังจากต่อสู้กันไปสิบกว่ากระบวนท่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ฝ่ายหนึ่งหลบหลีกอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายป้องกันอย่างแ่า
เสียงกระทบกันของอาวุธ "เคร้ง เคร้ง เคร้ง" ดังขึ้นท่ามกลางป่าที่มืดสลัวลงเรื่อยๆ
ชายร่างสูงรู้สึกว่าเล่นสนุกมามากพอแล้ว ถึงเวลาต้องปล่อยท่าไม้ตายแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ลืมเป้าหมายของสกุลหลิว ระหว่างที่โจมตี เขารีบควักพลุสัญญาณออกมาแล้วยิงขึ้นฟ้า
"ฟิ้ว!" แสงสีขาวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะหายวับไปในพริบตา
เมื่อเห็นเขาจุดพลุสัญญาณ ซื่อเชียนเกอก็สบถออกมาคำหนึ่ง
"แย่แล้ว!"
เมื่อเห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป รอยยิ้มบนใบหน้าของชายร่างสูงก็ยิ่งเย้ยหยันมากขึ้น
เขาพูดอย่างอวดดีว่า "หึ ดูซิว่าเ้าจะหนีไปไหนได้ ถึงข้าจะจับเ้าไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็สามารถถ่วงเวลาจนกว่าศิษย์คนอื่นๆ จะมาถึงได้ นังเด็กตัวแสบ วันนี้เ้าซวยแล้ว"
แท้จริงแล้วซื่อเชียนเกอคาดการณ์สถานการณ์แบบนี้เอาไว้แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าชายคนนี้จะรอบคอบขนาดนี้ เพิ่งเริ่มต่อสู้ก็จุดพลุสัญญาณเสียแล้ว
เธอแค่นเสียงเยาะแล้วกล่าวว่า "คนขี้ขลาดเช่นเ้าน่ะหรือคิดจะมาจับข้า ฝันไปเถอะ!
อีกเดี๋ยวข้าจะส่งเ้าไปรายงานตัวที่ปรโลก รีบไปเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไปเกิดใหม่พร้อมกับสหายของเ้า เผื่อชาติหน้าจะได้เจอกันอีก เ้าต้องขอบคุณข้าให้มาก ๆ ล่ะ"
สีหน้าของชายร่างสูงเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมในทันที เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "นังเด็กตัวแสบ ถ้าคุณชายใหญ่ไม่ได้สั่งให้พาตัวเ้ากลับไปข้าจะสับเ้าเป็ชิ้นๆ ให้เป็อาหารสัตว์อสูรแน่!”
ซื่อเชียนเกอโจมตีอย่างรุนแรงมากขึ้น พร้อมกับยั่วโมโหเขาอย่างไม่หยุด
“เ้ามีความสามารถมากแค่ไหนกัน? เห็นๆ อยู่ว่ามีแต่พลังลมๆ แล้งๆ สู้กันมาตั้งนานก็ยังทำอะไรข้าไม่ได้ ต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอีก เ้าคนขี้ขลาด เ้าคนขี้แพ้”
ชายร่างสูงทนไม่ได้ที่ถูกด่าทอและดูถูกเช่นนี้ เขาเหวี่ยงหอกเร็วขึ้นเรื่อยๆ กัดฟันพูดว่า “นังเด็กตัวแสบ ในเมื่อเ้าอยากตายนัก ข้าก็จะสนองให้!”
ถึงแม้ว่าจะวุ่นวายอยู่ในป่ามาทั้งบ่าย ศิษย์ที่รับผิดชอบลาดตระเวนเส้นทางแถวนี้ก็ถูกเธอวางยาไปเกือบหมดแล้ว แต่เธอก็ยังไม่กล้าประมาท หากคนของสกุลหลิวมาถึงจริงๆ เธอคงจะหนีรอดไปได้ยาก
ฮั่นตั้นก็มีความกังวลเช่นเดียวกัน จึงเตือนว่า “พี่หญิง จุดประสงค์ในการฝึกฝนการต่อสู้ของเ้าบรรลุแล้ว รีบฉวยโอกาสหนีไปเถอะ”
สีหน้าของซื่อเชียนเกอเคร่งขรึมเล็กน้อย “อืม ข้าเห็นด้วย ชายคนนี้รับมือไม่ง่าย หากมีเวลาเหลือเฟือ ก็คงสามารถฆ่าเขาได้ แต่ตอนนี้สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือคนอื่นๆ ของสกุลหลิว พลังของพวกเขาสูงกว่าข้ามาก ข้าไม่มีโอกาสชนะเลย”
ฮั่นตั้นพูดอย่างจริงจัง “อืม วันนี้เ้าเองก็จัดการคนของสกุลหลิวไปหลายคนแล้ว นับดูคร่าวๆ น่าจะหกเจ็ดสิบคนได้ พวกเขาได้รับพิษมากบ้างน้อยบ้าง คืนนี้คนพวกนี้ต้องถูกส่งกลับไปแน่ๆ”
ชายร่างสูงเห็นว่าปล่อยสัญญาณไฟออกไปนานแล้วแต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดในใจ บริเวณนี้น่าจะมีลูกศิษย์สกุลหลิวออกค้นหาไม่น้อยเลย
ตามความเร็วในการเดินทางของพวกเขา น่าจะมีคนมาถึงแล้วนะ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?
เขารู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าอาจเกิดเื่ไม่ดีขึ้น คิดในใจว่าควรจะจบเื่นี้โดยเร็วจะดีกว่า หลังจากตัดสินใจแล้ว เขาก็ใช้วิชาต่อสู้โจมตีอย่างรวดเร็ว
"หอกเพลิง!"
จื่อเชียนเกอได้ฝึกฝนวิชายุทธ์มาตลอดหลายวันนี้ ทั้งความเร็วและพลังในการใช้วิชาก็เพิ่มขึ้น เธอโต้กลับด้วยความเร็วไม่แพ้กัน ร้องตวาดเสียงใสว่า "บัวเริงระบำเก้าชั้นฟ้า!"
ชายร่างสูงมีระดับวิชายุทธ์ต่ำกว่าหลิวซีเหวิน พละกำลังก็น้อยกว่าด้วย เมื่อวิชายุทธ์สองสายปะทะกันก็เกิดการะเิ โชคยังดีที่ทั้งสองคนไม่มีร่องรอยาเ็
เสียงเตือนของฮั่นตั้นดังขึ้นทันทีหลังจากที่การต่อสู้เพิ่งจบลง “พี่หญิง เร่งมือหน่อย ศิษย์ตระกูลหลิวที่อยู่ใกล้ที่สุดกำลังจะมาถึง คาดว่าอีกไม่ถึงครึ่งก้านธูปคงมาถึงที่นี่”
จื่อเชียนเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย มือของเธอยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด
ท่าประทับตราวิชาการต่อสู้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอตัดสินใจจู่โจมก่อนด้วยท่า “พันกระบี่สังหาร!”
ท่าวิชาต่อสู้นี้เป็วิชาที่สร้างชื่อเสียงให้ปรมาจารย์หลิงอ้าวเทียน อาจารย์ของเธอ มันอยู่ในระดับชั้นปฐีระดับกลาง เมื่อเธอจากวัง หลิงอวิ๋นมา อาจารย์ได้ถ่ายทอดให้เธอและกำชับให้ฝึกฝนให้ดี
อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของเธอในปัจจุบัน ท่ากระบี่ที่ปล่อยออกมาได้มีเพียงสิบกว่ากระบี่ แถมแรงกระบี่ยังอ่อนปวกเปียก ไม่อาจแสดงพลังที่แท้จริงของท่าวิชานี้ได้
ชายร่างสูงเบิกตากว้างเมื่อเห็นประกายกระบี่สีทองที่พุ่งเข้ามา เขารู้สึกได้ว่าท่าวิชานี้ทรงพลังไม่น้อยไปกว่าดอกบัวขาวที่เพิ่งโจมตีเขาไปเมื่อครู่เลย
หากความแข็งแกร่งของเขาลดลงอีกระดับหนึ่ง เขาคงต้องประสบเคราะห์หนักในวันนี้แน่นอน
เขารีบเร่งปล่อยวิชาต่อสู้เพื่อป้องกันตัว โชคดีที่ความแข็งแกร่งของเขาสูงกว่าคู่ต่อสู้สามขั้น เขาจึงสามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่เขากำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอกนั้นเอง ก็เห็นลูกบอลสีดำสองลูกกลิ้งมาหยุดอยู่ที่เท้าเขา เมื่อนึกถึงคำพูดของคุณชายใหญ่ เขาก็ใจนรีบวิ่งถอยหลังไปทันที
“ตูม!”
“ตูม!”
ชายร่างสูงหันไปมองข้างหลังขณะที่วิ่งหนี เขาเห็นเปลวไฟลุกท่วมตรงที่เกิดการะเิก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมใบหน้าของคุณหนูสามจึงาเ็สาหัสขนาดนั้น เขาตบอกตัวเองอย่างหวาดกลัว
“โชคดีที่ข้าไหวตัวทัน รีบเผ่นแน่บออกมาก่อน ไม่เช่นนั้นก็คงเสร็จนางไปแล้ว ของสิ่งนี้นี่มันอะไรกัน?”
หลังจากกลุ่มควันจางหายไป เขาจึงวิ่งกลับไป แต่พบว่าจื่อเชียนเกอได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว เขาโกรธจนคำรามออกมา “นังเด็กตัวแสบ เ้าเล่ห์นักนะ!”
เขาเพิ่งจะหยุดพูด ศิษย์ตระกูลหลิวสามสี่คนก็วิ่งเข้ามา ทุกคนล้วนมีสีหน้าตื่นเต้นร้อนใจ ถามอย่างกระตือรือร้น “หลิวชิงหยวน เ้าเป็คนส่งสัญญาณใช่หรือไม่ แล้วนังเด็กนั่นอยู่ที่ใด?”
หลิวชิงหยวนชายร่างสูงที่กำลังโมโหอย่างหนัก เขาตอบเสียงแข็ง “นางหนีไปแล้ว ข้าส่งสัญญาณไปตั้งนานพวกเ้ามัวทำอะไรกันอยู่ถึงเพิ่งจะมา?”
ศิษย์คนหนึ่งแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน “นางก็แค่ระดับเฉิงเสวียนขั้นหนึ่ง เ้าจับนางไม่ได้? แล้วยังปล่อยให้นางหนีไปอีกหรือ?”
ท่าทางของศิษย์คนนี้ทำให้หลิวชิงหยวนยิ่งโมโหหนัก เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เก่งนักก็ไปจับเอาเองสิ! นังเด็กนั่นใช้วิชาตัวเบาได้อย่างคล่องแคล่ว หนำซ้ำยังมีของแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นติดตัวมาอีก เ้าลืมแล้วหรือว่าแม้แต่คุณชายใหญ่ยังต้องพ่ายแพ้ให้แก่นางมาแล้ว
ความแข็งแกร่งของข้ากับหลิวซื่อหยวนยังด้อยกว่าคุณชายใหญ่เสียอีก แล้วเ้าจะให้เราจับนางได้ยังไง?”
ศิษย์อีกคนมองไปรอบๆ เมื่อเห็นร่างหนึ่งนอนอยู่ไม่ไกล เขาก็ร้องออกมาด้วยความใ “หลิวซื่อหยวน เขา… เขาตายแล้ว?”
หลิวชิงหยวนตาแดงก่ำ กัดฟันแน่นตอบด้วยความโกรธแค้น “ใช่ พวกเราถูกนางลอบโจมตีที่นี่”
“ตามไปเร็ว นางน่าจะหนีไปได้ไม่ไกลนัก” ศิษย์คนหนึ่งเสนอ แล้วรีบวิ่งออกไปทันที คนอื่น ๆ ก็รีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว