ณ ห้องแต่งตัวเจ้าสาวซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านใน ถัดจากห้องจัดเลี้ยงตรงชั้นสองของโรงแรมชื่อดัง
ปรียาวดี หรือ ปิ่น กวาดตามองตัวอักษรบนเศษกระดาษแผ่นเล็กขอบขรุขระลักษณะเหมือนถูกฉีกกระชากก่อนจะขยำเป็นก้อนกลมเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ใยดี
หญิงสาวหมุนแหวนเพชรในนิ้วนางข้างซ้ายจนประกายระยิบสว่างวาบของหินสีแดงเม็ดโตหลายเหลี่ยมพุ่งกระทบนัยน์ตาหล่อน นวลหน้าชมพูระเรื่อปรากฏรอยย่นจางจางเส้นเล็กเหนือคิ้วโก่งสวย เรียวปากสีแดงฉ่ำเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง
แล้วหยาดน้ำใสเม็ดเล็กก็เริ่มปริ่มขอบตาล่างจนขนตาปลอมเปียกชุ่ม
ชายผ้าลูกไม้สีขาวเคลื่อนไหวยามเจ้าของผู้สวมใส่ลุกขึ้นรวบสองข้างของกระโปรงหนายาวบานที่มีผ้าทับซ้อนกันขึ้น เพื่อให้สองเท้าซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยรองเท้าส้นสูงสีขาวลายจุดเล็กขาวใสคล้ายแก้วแวววาวประดับอยู่เป็นอิสระก้าวไปข้างหน้ายังประตูห้อง
เห็นเบื้องหลังของเจ้าสาวทรงผมตรงศีรษะจัดแต่งเป็นเปียหลวมแซมช่วงท้ายทอยด้วยดอกไม้สีขาวดอกเล็กจัดเป็นช่อ รับกับริบบิ้นสีเดียวกันพันสอดไขว้เรือนผมหยิกสีน้ำตาลอ่อนมัดช่วงท้ายทิ้งชายไสวเหวี่ยงไปมา
กระทั่งทั้งร่างในชุดเข้ารูปเปลือยไหล่สีขาวรัดตั้งแต่ช่วงอกลงมาแค่เอวปล่อยชายซึ่งเป็นผ้าโปร่งเบาบานสยายลงจรดพื้นลับหายไปหลังประตูปิดสนิท
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
ห้องจัดเลี้ยงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างใหญ่ สว่างด้วยแสงจากโคมไฟห้อยระย้าเป็นชั้นประดับอยู่ตรงเพดานกึ่งกลางห้อง กับดวงไฟหลอดเล็กเรียงเป็นระเบียบกระจายทั่ว
ผนังห้องด้านซ้ายและขวามีลักษณะเป็นช่องโค้งคล้ายซุ้มประตูด้านละสองช่อง มีผ้าม่านสีชมพูหวานส่วนหนึ่งห้อยหยักด้านบน อีกส่วนทิ้งตัวลงล่างและถูกแหวกออกไปเหน็บตรงริมทั้งสองข้าง ทิ้งชายทับเป็นจีบลงเรี่ยพื้นพรมไม่ให้บดบังสายตาทั้งจากด้านนอกและด้านในที่จะมองผ่าน
ทั้งห้องถูกแบ่งเป็นสองฝั่งด้วยโต๊ะกลมและเก้าอี้ประมาณแปดตัวหุ้มผ้าสีขาวนวลสีเดียวกัน บนโต๊ะมีผ้าเช็ดมือถูกพับอย่างประณีตเป็นทรงสามเหลี่ยมตั้งอยู่รอบโต๊ะตรงกับเก้าอี้แต่ละตัววางข้างชุดจานชามช้อนลวดลายอ่อนช้อย ซึ่งถัดเข้าไปด้านในตรงกลางตกแต่งด้วยช่อดอกไม้ทรงกลมเข้ากับรูปทรงของโต๊ะ
โต๊ะเก้าอี้ทั้งชุดตั้งเป็นกลุ่มเว้นระยะพอประมาณราวฝั่งละยี่สิบถึงสามสิบโต๊ะ เว้นช่องว่างตรงกลางเป็นทางเดินทอดยาว
เลยลึกเข้าไปด้านในสุดเป็นเวทียกพื้นสูงประมาณช่วงเอว ผนังตรงกลางตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้สีหวานและตัวอักษรประดิษฐ์จากโฟมสีเข้ม เป็นชื่อปรียาวดีกับชลทิศ ขนาบข้างโฟมที่ตัดแต่งเป็นรูปหัวใจสีแดง
บนเวทีใกล้เข้ามาถัดจากผนังด้านหลังจนเกือบสุดขอบคือโพเดี้ยมไม้ตั้งเด่นตรงกลางแต่ไม่สูงจนบังด้านหลัง เห็นขาของไมโครโฟนโผล่พ้นช่วงบนที่มีดอกไม้สีสวยหลายดอกติดทั่ว
บุรุษสตรีในชุดสวยหรูเดินนวยนาดใบหน้าเปื้อนยิ้มขยับปากสนทนาสอดประสานกับเสียงดนตรีทำนองหวานรื่นหูที่ดังพอควรไม่กลบเสียงพูดคุย
ทั้งหมดถูกขัดจังหวะด้วยเสียงหนึ่งที่ทำให้ทุกคนในงานหันมองมายังจุดเดียวกัน
"คนเลว"
หญิงปิ่นตะโกนพร้อมกับขว้างแหวนเพชรไปตรงหน้าชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวทับเสื้อด้านในเป็นผ้ามันวาวสีฟ้าสว่างเด่นด้วยเนกไทสีขาวประดับดอกไม้หลากสีช่อเล็กตรงสาบกระเป๋าเสื้อตัวนอก
คนปาแหวนสะอื้นไห้น้ำตาหยดเป็นทาง สะบัดหน้าพรืดหลังเหวี่ยงแขนไปด้านหน้าสุดแรงสองมือขยำชายกระโปรงขึ้นแล้ววิ่งออกไปทางซุ้มประตูด้านข้างเลี้ยวขนานไปกับทางเดินลงบันไดไปด้านล่างของโรงแรมหายไปทันที
ชลทิศเจ็บจี๊ดตรงแก้มข้างที่โดนเหลี่ยมแหวนสัมผัสเกิดรอยขีดเล็ก ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวปาดตรงส่วนที่คาดว่าน่าจะมีเลือดซึมเพราะรู้สึกแสบ แล้วก้มหน้าลงมองตามแหวนที่กลิ้งแฉลบบนพื้นพรมไปกระทบชายผ้าปูโต๊ะสีชมพูผลุบหายเข้าไป
คนเป็นแม่มองตามร่างลูกสาวคนเดียวที่วิ่งร้องไห้ออกไปจากงานแต่งงานอย่างตกใจ ขาสองข้างแข็งราวถูกยึดไว้จึงไม่ขยับ
“ปิ่น ลูกปิ่น จะไปไหนลูกทำไม เกิดอะไรขึ้น ลูกปิ่นจะไปไหนลูก ปิ่น ปิ่น ลูกปิ่น”
มีเพียงปากที่ส่งเสียงดังตะโกนเรียกลูกออกไป ตรงข้ามกับร่างกายแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย และรู้สึกเย็นวาบทั่วร่างราวเลือดในตัวกลายเป็นน้ำแข็ง
ลูกปิ่นเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น หรือชลทิศทำอะไร คำถามมากมายดังก้องในหัว
ช่างภาพนักข่าว กดชัตเตอร์กันระรัวแสงไฟกระพริบแวบแวบ เริ่มตั้งแต่ปิ่นวิ่งเข้ามาปาแหวนกระทั่งหายไป พร้อมเสียงพูดและถามดังระงม
“อะไรนะ เกิดอะไรขึ้น”
“เจ้าสาวไปไหนนะ หรือหนีไปไหน”
“ทำไมเป็นแบบนี่นะ อุตส่าห์จัดงานใหญ่โต น่าสงสารจริง ๆ”
“.....”
คำถามคำตอบหลายประโยคของคนในงานซึ่งหาความจริงได้ยาก ดังอึง นับแต่เจ้าสาวของเขาปาแหวนใส่หน้าแล้ววิ่งออกไปจากงาน
สายตาทุกคู่จับจ้องมายังชลทิศราวเขาคือคนทำผิดกฎหมายไม่ใช่เจ้าบ่าวของงานคืนนี้ ชายหนุ่มเคลื่อนไหวร่างกายเชื่องช้า รู้สึกเหมือนถูกความรับผิดชอบบีบรัดร่างกาย
หากแต่ความขัดแย้งก่อตัวตัดสินว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้น เขาทำถูกหรือผิด
แล้วมุมร้ายส่วนลึกในใจเขาชนะ เมื่อนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้าที่ค้นพบความจริงบางอย่าง จนภายในใจเกิดความสะใจที่ได้ทำร้ายครอบครัวนั้นในครั้งนี้ได้สำเร็จ
และคงจะมีครั้งต่อไปแน่นอน !!!!
หนุ่มหน้าเข้มกัดริมฝีปากตนก่อนจะสะบัดศีรษะเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นยืดคอกลืนน้ำลาย เพราะรู้สึกแสบตรงแก้มขึ้นมาอีก
มือแข็งแรงขยับเนกไทสีขาวให้เข้าที่ แล้วเดินไปข้างหน้าซึ่งคนในงานถอยเท้าหลีกทางให้จนชายหนุ่มก้าวเข้ามายืนประจันหน้าคนที่เป็นแม่ยายของตน
หญิงสูงวัยยืนนิ่ง ใบหน้าซีดแห้ง สองตามีน้ำใสเคลือบอยู่
เมื่อร่างสูงใหญ่ของคนหนุ่มที่หล่อนรักไม่ต่างจากลูกชายเดินตรงมาหา ปากยิ้มแต่ดวงตาแข็งกระด้างคู่นั้น ทำให้สาวใหญ่เสียใจสะเทือนใจ ปวดร้าว เพราะ
แววตาคู่นั้น ไม่เหมือนชลทิศคนเดิมที่หล่อนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
กระทั่งเมื่อชลทิศยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหู พูดบางอย่างที่ทำให้หล่อนถึงกับน้ำตาร่วงเผาะแทบจะทันทีที่ได้ฟังจนจบประโยค
“ผมอยากขอบคุณที่คุณอากับคุณอาผู้ชายกรุณายักยอกเงินของพ่อแม่ผม โกงสมบัติของครอบครัวผม และทำให้พ่อแม่ผมตาย ทำให้ครอบครัวผมพังพินาศ ทำให้ผมเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นปีศาจ เป็นมารร้าย แต่ผมกำลังจะจัดการทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง ทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของผมมาตั้งแต่แรก เจ้าสาวซึ่งเป็นถึงหม่อมเจ้าหญิงหนีงานแต่งไปกับผู้ชาย ช่างน่าอับอายจริง ๆ ว่ามั๊ยครับ นี่แค่เริ่มต้น ยังมีครั้งต่อไป เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีนะครับ คุณอา”
นั่นคือสิ่งที่เขาพูด ซึ่งได้ยินลำพังเฉพาะท่านอาหญิง
แต่สิ่งที่เขาพูดออกมาเสียงดังกว่านั้น ซึ่งคนในงานได้ยินค่อนข้างชัด
และแสงไฟจากกล้องถ่ายรูปของนักข่าว สว่างขึ้นติดติดกัน
“ผมต้องขอโทษแขกผู้มีเกียรติทุกท่านด้วนนะครับ ผมจะขออธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ บังเอิญผมจับได้ว่า หม่อมหลวงปรียาวดี นฤบดี เจ้าสาวของผม เธอแอบมีใจให้ชายอื่นครับ”
ชลทิศแสร้งตีหน้าเศร้า แล้วสาธยายต่อไปว่า
“เธอขอยกเลิกงานแต่ง แต่ผมไม่ยอม ผมไม่อยากให้ท่านอาหญิงเสียหน้าแล้วก็เสียใจเธอเลยโกรธ ก็เลย... อย่างที่ทุกท่านเห็นนั่นแหละครับ แต่...อย่าโกรธอย่าเกลียดเธอเลยนะครับ ยังไงผมก็ยังอยากแต่งงานกับเธอ ผมรักเธอ ผมรักเธอจริง ๆ ครับ”
ชลทิศพูดเสียงสั่นราวสะเทือนใจ เหลือบมองรอบตัวเจอสายตาเห็นใจ กับกิริยาหันหน้าเข้าหากันแล้วพูดซุบซิบนินทาของหลายคนปรากฏขึ้น
ยิ้มร้ายและแววตาสะใจที่ท่านผู้หญิงสมถวิล นฤบดี หรือท่านอาหญิงหวิวเห็น ทำให้คนวัยห้าสิบปี เสียใจเจ็บปวดเป็นที่สุด จนไม่อาจฝืนทนยืนอยู่ได้จึงล้มตึงลงไปต่อหน้าชายหนุ่ม ลงไปนอนนิ่งบนพื้นพรม
ชลทิศตกใจ ไม่นึกว่าท่านอาหญิงผู้ซึ่งเข้มแข้งมาตลอดจะล้มทั้งยืนง่ายดายแบบนี้ เขารีบทรุดตัวลงไปช้อนร่างคนสูงวัยขึ้นมาอุ้มไว้ มองคราบน้ำตาเปียกชุ่มบนใบหน้านั้นแล้วสับสนระคนรู้สึกผิด
วูบหนึ่งเขารู้สึกเสียใจที่ทำร้ายคนที่เคยเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กอย่างเลือดเย็น
ชลทิศรีบอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกในอ้อมแขนไปทางประตูทางออกปากตะโกนก้อง
“ใครก็ได้ เรียกรถพยาบาลให้ที เร็วเข้า”
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥