King Part
มหาวิทยาลัยกาญจนาพานิช
“ กรี๊ดดด! อร๊ายยย! แกดูดิ นั่นมันน้องจ้าววิศวะป่ะ”
“ ใช่แก คนนี้แหละ ออร่าความหล่อพุ่งออกมาแต่ไกลเลย ”
“ แต่ฉันว่า ทั้งสามคน คนไหนก็ได้นะฉันไม่ติดเลยจริงๆ ”
เสียงพูดคุยกันของกลุ่มผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่นั่งโต๊ะอยู่ภายในโรงอาหารของคณะวิศวะ แต่จากการแต่งตัวแล้วไม่น่าจะใช่เด็กของวิศวะเลยสักนิด เพราะชุดนักศึกษาที่พวกเธอใส่น่าจะเป็ชุดของคณะอื่นมากกว่า
“ เปิดเทอมวันแรก นี่แมร่งก็โปรยเสน่ห์ไปทั่วเลยนะมึงอ่ะ ”
“ มึงก็ไปว่ามัน มึงก็น่าจะรู้ว่าฉายา จ้าววิศวะ ของมันไม่ใช่ได้มาเล่นๆ นะเว้ย ”
“ เออว่ะ กูก็ลืมไปว่าเพื่อนของกูตอนนี้ มันฮอตฮิตขนาดไหน ตำแหน่งเดือนมหาลัยปีนี้ ไม่น่าจะหลุดมือไปได้วะ ”
“ พวกมึงสองคนจะหยุดพูดได้หรือยัง กูหิวข้าวแล้ว รีบไปหาโต๊ะนั่งเถอะ เดี๋ยวก็แดกข้าวช้า ขึ้นเรียนไม่ทันอีก กูอยากเข้าเรียนสายคลาสแรก ไม่อยากโดนมองว่าเป็คนมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น เพราะไอ้แค่ฉายาบ้าบอที่พวกรุ่นพี่เรียกกัน ก็ทำเอาทุกวันนี้กูแทบจะโคตรอึดอัดเลย มีแต่คนเรียกกูจ้าวบ้าเ้าบออะไรก็ไม่รู้ ” ผมเอ่ยบอกไอ้เพื่อนตัวดีทั้งสองคนของผม ที่มันกำลังพูดจาเพ้อเจอไร้สาระกับไอ้ตำแหน่งฉายาบ้าบอที่พวกรุ่นพี่คณะผมตั้งให้ ั้แ่วันรับน้องจนตอนนี้ใครๆต่างก็เรียกหรือพูดถึงผมโดยใช้ไอ้คำว่า จ้าววิศวะ จนติดปากกันไปแล้ว
อ้อ! ผมเกือบจะลืมแนะนำเพื่อนที่ผมสนิทที่สุด สองคนนี้ไปซะแล้ว ไอ้เพื่อนสนิทสองคนนี้ของผมมันมีชื่อว่า ไอ้บูมกับไอ้แบงค์ แต่เดี๋ยวจะสับสนกันจนเรียกผิดเรียกถูก ผมต้องบอกก่อนเลยว่าพวกมันสองคนไม่ได้เป็แฝด หรือพี่น้องกันนะครับ แค่ชื่อพวกมันอาจจะคล้ายกันเฉยๆเท่านั้นแหละ ไอ้บูมหนุ่มหล่อหน้าตี๋ แต่ตัวมันออกจะเตี้ยๆ ไม่สูงเท่าผมอีกสองคน หน้ามันออกไปทางจีนๆ มันมีเชื้อสายจีนครับผิวมันเลยจะออกไปโทนขาวเหลือง ส่วนไอ้แบงค์ ไอ้นี้มันก็ออกแนวหล่อแบบไทยๆนี่แหละ ใบหน้าคมแต่ผิวของมันก็ออกไปทางขาวเหลืองไม่ได้ออกแทนแบบไทยแท้ ความสูงของไอ้แบงค์มันจะสูงพอๆกับผม พวกเราสามคนรู้จักกันั้แ่เรียนโรงเรียน ชั้น ม.4 ด้วยกันแล้วล่ะครับ อยู่ห้องเดียวกันมาโดยตลอด ทางครอบครัวเราก็รู้จักกันเป็อย่างดี จนตอนนี้ที่พวกเราเข้ามหาลัยก็ยังเลือกมหาลัยเดียวกันคณะเดียวกันอีก เราสามคนจึงโคตรจะสนิทกันเลยถึงขั้นอาบน้ำด้วยกันก็เคยทำมาแล้ว
“ เออนี่ไอ้คิง มึงได้ดูโพสต์ที่ทางเพจของมหาลัยโพสต์รูปมึงกับเดือนทันตะเมื่อวานป่ะ กูเห็นนะเว้ยว่าตอนนี้แฟนคลับมึงกับแฟนคลับของไอ้เดือนทันตะอะไรนั่น กำลังตีกันเื่พวกมึงอย่างดุเดือดกัน ” ไอ้แบงค์ที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่พูดถามผมออกมา
“ ไม่อ่ะ กูไม่ได้ดู ”
“ ตอแxa สัส! ถ้ามึงไม่ได้ดูแล้วไอ้ควายตัวไหนมันเป็คนคอมเมนต์อันนี้วะ” ไอ้บูมที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากรีบวางช้อน มันด่าผมกลับมาพร้อมกับเอาโทรศัพท์ของมันเปิดเข้าเพจของมหาลัยที่กำลังพูดถึงกันอยู่ แล้วเลื่อนคอมเมนต์ไปที่คอมเมนต์นึง แล้วยื่นโทรศัพท์มาวางที่หน้าของผม
“ ไหนวะๆ กูขอดูหน่อย เชี่ย! ไอ้คิงนี่มึงไปคอมเมนต์ว่า น่ารัก ด้วยหรอวะ นี่มึงอย่าบอกนะว่ามึง…. ”
“ อะไรของพวกมึง มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ กูก็แค่คอมเมนต์ไปอย่างนั้น มือมันลั่น ” ผมรีบตอบไอ้เพื่อนสองตัวดีของผมออกไป พวกมันสองคนก็หันหน้ามายิ้มให้กัน พร้อมพนักหน้าเหมือนว่าพวกมันสองคนมีเื่อะไรที่รู้กันอยู่สองคน
ผมเองก็ได้แต่สายหัวพร้อมยิ้มออกมา ไอ้เพื่อนสองคนนี้มันเข้าขากันดีจริงๆ
หลังจากพวกเรากินข้าวกันเสร็จก็ขึ้นเรียนกัน พวกเราเรียนจบคลาสแรกโดยใช้เวลาประมาณเกือบๆจะสองชั่วโมงได้ โดยเนื้อหาของวิชาที่เรียนวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก อาจารย์ก็แค่สอนพื้นฐานวิชาคำนวณเล็กๆน้อยๆ แล้วก็ทบทวนความรู้เก่าของตอนเรียน ม.ปลาย ที่ได้เรียนมา พวกผมสามคนหลังจากเดินออกมาจากห้องเรียน มาถึงใต้ตึกถูกพวกรุ่นพี่เรียกให้เข้าไปหาที่โต๊ะที่พวกแกนั่งอยู่กัน
“ ไงไอ้เสือ พวกมึงเรียนวิชาแรกแล้วเป็ไงบ้าง พอจะไหวมั้ยวะ ” พี่กล้า รุ่นพี่ปีสาม ผมจำได้ว่าแกเป็รุ่นพี่ปีสามไม่กี่คนที่ได้มารับน้องพวกผมในวันรับน้อง เพราะตอนนั้นพวกพี่ปีสองบอกับผมว่า พวกรุ่นพี่ปีสามกับปีสี่ไม่สะดวกมารับร้องกันในวันนั้น แต่ก็มีพวกพี่กล้ากับเพื่อนพี่แกอีกสามสี่ ที่เข้าร่วมการรับน้องพวกผมนี่แหละ
“ ก็ดีพี่ แต่แมร่งบางเื่พวกผมก็ลืมกันไปแล้ว สงสัยคงต้องกลับไปทบทวนความรู้เดิมกันก่อน เพราะตอนนี้ในหัวของผม แมร่งว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ขี้เลื่อยเลยพี่ ” ไอ้บูมที่เอ่ยบอกพี่กล้าออกไป ทำเอาพวกรุ่นพี่เพื่อนพี่กล้าพากันหัวเราะกันไม่หยุด เพราะตลอดทั้งคาบเรียนที่ผ่านมา ไอ้บูมดูเหมือนจะทำหน้างง ไม่เข้าใจที่อาจารย์สอนเท่าไหร่ แต่ที่มันสามารถสอบเข้าคระเดียวกับพวกผมได้นี่ ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็คนที่ขยันที่สุดในกลุ่มพวกผมสามคนแล้วละ
“ เออน่า แรกๆมันก็แบบนี้แหละ ถ้าไม่เข้าใจเื่ไหน ก็มาถามพวกกูได้ ว่าแต่มึงเถอะไอ้คิง ั้แ่เช้าที่พวกกูเดินเข้ามาเนี่ย แมร่งมีแต่คนพูดถึงความหล่อของมึง มึงเบาๆลงบ้างนะ เดี๋ยวพวกกูจะไม่ได้สาวไปนอนกอดกันพอดี เล่นแมร่งเอาซะพวกสาวๆพูดถึงอยากจะจับทำผัวทุกวัน ”
“ พี่ก็พูดเวอร์ ผมไม่ได้หล่ออะไรขนาดนั้นสักหน่อย แต่เดี๋ยวพวกผมต้องขอตัวก่อนนะพี่ พอดีว่าพวกผมนัดกันจะไปเล่นบาสที่สนามหลังมอน่ะ พวกพี่มีเรียนมั้ย ถ้าอยากจะแจมด้วยก็ไปได้นะพี่ ”
“ เออๆ เดี๋ยวกูรอเพื่อนพวกกูก่อนละกัน ถ้ายังไงเดี๋ยวตามไปเล่นด้วย ”
หลังจากพูดคุยกับพวกกลุ่มรุ่นพี่เสร็จ พวกผมก็แยกตัวออกมาแล้วมุ่งหน้าไปยังสนามบาสที่อยู่หลังมหาลัยในทันที พอพวกเรามาถึงสนามบาส ก็มีหลายสายตาจับจ้องมาที่พวกเรา กลุ่มนักศึกษาผู้หญิงที่มานั่งอยู่ที่สนามที่นี่เริ่มพากันเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพวกผมกันทันที พวกผมเตรียมวางกระเป๋า ถกเสื้อออกนอกกางเกง เตรียมพร้อมจะเล่นบาสกัน แต่ระหว่างที่กำลังวอร์มร่างกายกันอยู่ จู่ๆก็มีกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งเดินมาที่ข้างสนามบาสซะก่อน ตอนนี้ทุกสายตาที่อยู่ที่สนามบาสเริ่มหันมาสนใจกลุ่มนักศึกษาที่เข้ามาในสนามบาสกลุ่มใหม่กันแล้ว เพราะว่าหนึ่งในกลุ่มนั้นมีคนที่กำลังเป็ที่พูดถึงของคนทั้งมหาลัยเหมือนกันกับผมอยู่ด้วยนั่นเอง
ไอ้ปริ้นซ์ เดือนทันตะหน้าลูกครึ่งมันเดินตรงมาทางที่ผมอยู่ จู่ๆมันก็มากระชากคอเสื้อผมพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธผมอยู่
“ เมื่อคืนมึงทำเหี้ยอะไรไว้ห้ะ ไอ้คิง ” ไอ้ปริ้นซ์เอ่ยถามผมออกมา พร้อมกับท่าทีที่เหมือนจะต่อยหน้าผมจนเต็มแก่แล้ว
“ กูทำอะไรหรอ ก็เปล่านะ ”
“ เปล่าเชี่ยอะไรของมึง ก็ที่มึงเข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์รูปของเมื่อวานไง ”
“ อ่อ กูก็นึกว่าอะไร อย่าบอกนะที่มึงโกรธกูเป็ฟืนเป็ไฟเนี่ย เพียงเพราะว่ากูไปคอมเมนต์ว่า น่ารัก นะหรอ ”
“ ไอ้… มึง มึงมัน โว้ย! กูไม่รู้จะทำยังไงกับมึงดี มึงรีบไปลบคอมเมนต์นั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ ”
“ แล้วทำไมกูต้องลบด้วยล่ะ มันเป็สิทธิของกูที่จะแสดงความคิดเห็นไม่ใช่หรอ หรือว่า… มึงรู้สึกหวั่นไหวกับคอมเมนต์ ที่กูพิมไปว่า น่ารัก ”
“ ไอ้สัส! มึงไอ้คิง ” อีกฝ่ายโกรธผมมากกว่าเดิม คราวนี้ไอ้ปริ้นซ์มันเหวี่ยงมัดใส่หน้าผม แต่มีหรือที่คนอย่างผมจะหลบไม่ทัน ผมเอี้ยวตัวหลับหมัดของไอ้ปริ้นซ์ เ้าตัวเมื่อเหวี่ยงหมัดไม่โดนผม ก็เสียหลังจะลงไปที่พื้น แต่ผมก็เข้าไปรับตัวของไอ้ปริ้นซ์ไว้ซะก่อน ตอนนี้เลยกลายเป็ว่าไอ้ปริ้นซ์มามาอยู่ในอ้อมกอดของผม เหมือนกับฉากหนังรักในซีรี่ย์เกาหลีก็ว่าได้
กรี๊ดดดดด อร๊ายยย
แกดูสิ พวกเค้าสองคนน่ารักอ่าาาาา
โอ้ย ไม่นะสุดหล่อทั้งสองคนของฉัน อย่านะ
ไม่จริงงงงงง จ้าววิศวะของช้านนน
น้องปริ้นซ์ดูตัวน้อยไปเลยอะแกรรรร
เสียงร้องกรี๊ดด้วยความใ และเสียงพูดคุยกันของคนที่อยู่ข้างสนามดังไปทั่วบริเวณ ไอ้ปริ้นซ์มันรีบผลักผมพร้อมกับทำหน้าตาเลิกลั่ก หันซ้ายหันขวาไปตามเสียงพูดคุยข้างสนาม แก้มของมันขึ้นสีแดงจนเห็นได้ชัด และยิ่งเ้าตัวเป็ลูกครึ่งที่มีผิวสีขาวจัดอยู่แล้วด้วย ยิ่งทำให้เห็นสีแดงที่แก้มของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งไปกว่าเดิม
“ มึง ไอ้คิง! กูฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวกูจะมาจัดการมึงแน่ ” ไอ้ปริ้นซ์พอมันพูดประโยคเหมือนกำลังโกรธแค้นผมเสร็จ ก็รีบวิ่งออกไปจากสนาม เพื่อนของพวกมันที่มาด้วยตอนนี้ ยังคงทำหน้าตาใกัน พอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งตามไอ้ปริ้นซ์ไปทันที
ผมได้แต่มองตามหลังของไอ้ปริ้นซ์ที่วิ่งออกไป พร้อมกับคิดอยู่ในใจตัวเองว่า
“ เชี่ย! แมร่ง! ทำไมตอนมึงโมโห ถึงได้น่ารักขนาดนี้วะ ไอ้องค์ชายตัวแสบ! ”
KN Freshy Freshman โพสต์
ข่าวด่วนค่ะ! ข่าวด่วน เกิดอะไรขึ้นกันคะเนี่ย ตอนที่มีคนส่งรูปกับคลิปนี้มาให้แอด แอดยังใแทบจะช็อก ตายแล้ว! นี่มันเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้อย่างไรกันคะ องค์ชายทันตะของแอดทำไมไปอยู่ในอ้อมกอดของจ้าววิศวะสุดหล่อเหล่าได้ล่ะคะ จากที่เหมือนตอนแรกจะทะเลาะกัน แต่จู่ๆกับมีโมเมนต์หวานเกิดขึ้นซะอย่างนั้น ทำเอาตอนนี้หลายฝ่ายที่ติดตามเื่นี้กันมา เกิดเปลี่ยนใจอยากจะย้ายด้อมย้ายแฮชแท็กกันบ้างไหมล่ะคะ #จ้าววิศวะ #องค์ชายทันตะ #วิศวะทันตะ #คิงปริ้นซ์
แนปรูปภาพ
แนปวิดีโอ
Oley Babylove : กรี๊ดดด ใช่เื่จริงไหม
Fon Fha : ไม่อยากจะเชื่อแต่หลักฐานมันชัดเจนมาก
Boom Patiphat : @King Rachane ?
Bank Patthawee : @King Rachane ?
King Rachane : สติ๊กเกอร์ยิ้ม
Prince Patdorix : สติ๊กเกอร์กำลังโกรธ