ตอน 12 ฮูหยินใหญ่จำแลง
คืนแต่งงานผ่านไปแต่โดยดี เพื่อให้แน่ใจว่าเมียสุดที่รักจะไม่คิดหนี เขาจับนางขังไว้ในเรือนหอส่วนตนนั่งเปิดหน้าตำราพลิกไปมาจนดึกดื่น เคลิ้มเผลอหลับไป
โอ้กกกก อี่ โอ้ก โอ๊ก!!! เสียงไก่กระพรือปีก ตบตีพลับๆๆ แสงอาทิตย์สีทองส่องเข้าเรือน
"ฮูหยินเ้าคะ ตื่นได้แล้วเ้าค่ะนายท่านรอที่หน้าจวนอยู่นานแล้ว" สาวใช้เข้ามาปลุกจิ่นเฟยั้แ่เช้าตรู่
"นี่มันเื่อะไรกัน เติ้งถูไอ้คนไร้ยางอายนั่นคิดหาเื่อะไรมาจัดการข้าอีกล่ะ" จิ่นเฟยบิดี้เียังไม่ทันพออิ่มก็ต้องถูกสาวใช้จับแต่งตัวด้วยความเร็วประคองนางไปยังรถม้าที่จอดรออยู่แล้วหน้าจวน
"นายท่านขอรับ ฮูหยินมาแล้ว"เสียงชิวเยี่ยแม่ทัพรองรายงานผ่านม่านข้างรถม้า
โม่เติ้งถูที่รออยู่นานสองนาน เกิดความร้อนใจ รีบเปิดม่านแง้มออกมองภรรยา
ไม่รู้ว่าอาการนี้มันเกิดขึ้นกับเขากี่ครั้งกี่หนแล้วไม่ว่าจะเพ่งมองภรรยากี่ครั้งเขาก็ยังไม่ชินในความงดงามของนางตกตะลึงทุกครั้งที่ได้มอง เวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะเหมือนอย่างเคย
"งาม ช่างงามจริงๆ ฮูหยินของข้าชิวเยี่ยเ้าดูสิ นางงดงามเหมือนนาง์หรือไม่" เติ้งถูผู้คลั่งรัก อยากอวดเมีย
"อะ อะ เอ่อ.... งะ งะงามขอรับท่านแม่ทัพใหญ่" ชิวเยี่ยเริ่มทำตัวไม่ถูก
"เงอะงะอะไรของเ้า ชิวเยี่ยเ้านี่ช่างเป็บุรุษที่ตาไม่ถึงจริงๆ " เติ้งถูหงุดหงิดใส่ชิวเยี่ยเฉยเลย
เมื่อเขาเห็นว่านางเข้ามาใกล้ เพื่อรักษาฟอร์ม จำเป็ต้องรีบปิดม่านนั่งหลังตรงอ่านตำราในรถม้าอย่างเคร่งขรึม เปล่งเสียงเข้มๆจากลำคอ ใบหน้าบึ้งตึง
"มาได้แล้วหรือ ตะวันขึ้นจนโด่งไก่ขันจนเมื่อย ฮูหยินกลับเพิ่งจะตื่นนอน แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกันรู้ถึงไหนอายถึงนั่น" เติ้งถูแกล้งบึ้งตึงใส่นางเป็ชายที่ปากคอเราะร้าย กล่าวทักทายภรรยายามเช้าด้วยการเสียดสี
"ข้าต้องเป็ชายโฉดแบบนี้สินะเ้าถึงจะเชื่อฟัง " เติ้งถูคิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป
"ใครอยากจะเป็ฮูหยินของเ้ากันล่ะข้านี่แหละจะทำให้เ้าได้รู้ว่า เ้าคิดผิดแล้วที่รั้งข้าไว้ข้างกาย"จิ่นเฟยเถียงคำไม่ตกฟาก นอกจากจะเ้าคิดเ้าแค้นแล้ว ยังปากแซ่บไม่เบาเถียงผัวเป็ฉากๆ
"แล้ววันนี้จะพาข้าไปไหนล่ะอย่าบอกนะว่าจะลวงข้าไปฆ่านอกจวน"
"หลิวจิ่นเฟยในสายตาเ้าข้าเป็คนเช่นไรกัน" เติ้งถูคิ้วขมวดพูดออกมาด้วยความไม่สำราญใจ
"ข้าเห็นว่าพักนี้เ้าอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหร้ายดั่งสัตว์ป่า ข้าอยากให้เ้าสำราญใจเสียหน่อยจึงตั้งใจจะพาเ้าออกไปเที่ยวตลาดกลางเมืองหลวง ว่ากันว่าที่นั่นครึกครืนนักมีการแสดง การละเล่นตระการตา รับรองว่าฮูหยินของข้าจะพอใจแน่"เติ้งถูพูดออกมาด้วยสีหน้าเบิกบาน
"หึหึ คนอย่างเ้าต้องมีแผนการลูกไม้อะไรกับข้าแน่เอาอกเอาใจไปเถอะ ข้าไม่หลงกลเ้าหรอกนะ" จิ่นเฟยคิดในใจ
จังหวะนั้นเองรถม้าเคลื่อนตัวโดยไม่ได้บอกกล่าว สองสามีภรรยาเสียหลักเนื้อตัวโครงเครง จิ่นเฟยเสียหลังทับอิงใบหน้าแนบ-อกสามี
เติ้งถูประคองภรรยาไว้เป็อย่างดี พร้อมเผลอหลุดยิ้มออกมาจากมุมปาก
จิ่นเฟยได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของเติ้งถูที่เต้นแรงรัวไม่เป็จังหวะ
"เอ๊ะ เหตุใดเขาถึงได้ตื่นเต้นเวลาที่ข้าเข้าใกล้หรือว่าส่วนหนึ่ง ลึกๆแล้วเขาจะมีใจให้ข้า จึงได้ไว้ชีวิตข้า"
"เติ้งถู เ้าสั่งสังหารคนทั้งจวนของข้า แต่กลับไว้ชีวิตข้าก็เพื่อสิ่งนี้น่ะหรือ เพื่อจะได้กายข้า"
"เกิดมา 26 ปีข้าไม่เคยเห็นใครน่ารังเกียจได้เท่าเ้า ยังไงซะ ข้าจะต้องหาทางกำจัดเ้า "จิ่นเฟยเคียดแค้นในใจ คิดเองเออเองไปหมด
เมื่อพวกเขาเริ่มประคองตัวได้แล้ว ต่างนั่งนิ่งเงียบกันทั้งสองฝ่าย เพื่อกำจัดความอบอวลเงียบงันในรถม้าคันเล็กจิ่นเฟยเบือนหน้าหนี เปิดม่านยื่นหน้าออกไปชมทิวทัศน์สูดอากาศเย็นสบายข้างนอกตลอดทาง
กระทั่งเข้าเขตตลาดสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าทำให้นางตื่นตาตื่นใจเป็อย่างมาก ทว่าสำราญใจได้ไม่นานกลับต้องชะงักเข้ากับคนที่อยู่ตรงหน้า
"ห่ะ เป็ไปได้ยังไงกันสตรีที่สวมผ้าคลุมหน้าผืนนั้น ดูจากทรวดทรงแล้ว เป็น้องรองของข้าแน่ "
"หลิวเว่ยเหนียง ข้าหวังว่าให้เป็เ้าข้าหวังให้เ้ารอดชีวิต ข้าสวดภาวนาขอพรให้เ้าทุกคืนวัน"จิ่นเฟยมีท่าทีร้อนรน นั่งไม่ติดที่นั่ง กระวนกระวายใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"หยุดรถม้า!!! "จิ่นเฟยะโสั่งคนคุมม้าโดยทีไม่สนเติ้งถูแม้แต่น้อย
"ชิวเยี่ย หยุดก่อน ปล่อยนางข้าจะดูซิว่านางจะทำอะไรกันแน่" ชิวเยี่ยใจะตามนางไปแต่เติ้งถูอยากยั่งเชิง จึงสั่งห้ามชิวเยี่ยไว้
"หลิวเว่ยเหนียง ใช่เ้า ใช่เ้าจริงๆด้วย"จิ่นเฟยดึงแขนผู้หญิงคนนั้นจากด้านหลัง
"ปล่อยนะ ข้าไม่ใช่เว่ยเหนียงอะไรของเ้านางตายไปแล้ว โลกนีไม่มีเว่ยเหนียง" หลิวเว่ยเหนียง้าสลัดนางให้หลุดทำทีลุกลี้ลุกลนกลัวหรงสือเซียวผู้เป็สามีจะจับได้ จนเผลอโป๊ะแตก
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่านางตายแล้ว " จิ่นเฟยจับพิรุธได้จึงอาศัยจังหวะนั้นดึงผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าอันแสนอัปลักษ์ที่ถูกคมดาบบั่น
แค่นั่นมันก็มากพอที่จะทำให้เหตุการณ์อันแสนโหดร้ายผุดขึ้นมาในหัวของนางเป็ฉากๆเกิดภาพหลอนที่แสนสยดสยอง ภาพตอนที่นางเห็นเว่ยเหนียงถูกกรีดเฉือดหน้ายังคงติดตา
จิ่นเฟยเพ่งมองนางอย่างใจหาย ค่อยๆก้าวถอยหลังด้วยความกลัวรู้สึกปวดหัวฉับพลัน ทว่าพรหมลิขิตก็เหมือนเล่นตลก เมื่อนางมีท่าทีจะล้มลงคนที่เดินออกมาพอดีและประคองนางไว้ในอ้อมกอด คือหรงสือเซียว
"แม่นางเป็อะไรมากหรือไม่ต้องขออภัยที่ข้าล่วงเกิน" หรงสือเซียวตั้งใจต่อแถวซื้อขนมกุ้ยฮวาให้เมียสุดที่รักอยู่นานสองนานต้องมาสะดุดเข้ากับรักแรกโดยที่ไม่รู้ตัว
ทันทีที่จิ่นเฟยประคองตัวขึ้น ทั้งสองได้เพ่งมองกันทำให้หรงสือเซียวจำได้ว่านั่นคือ หลิวจิ่นเฟยตัวจริง ปิ่นหยกบนหัวของนางยังคงเป็สิ่งของแทนใจ ที่เขาเป็คนมอบให้นางกับมือเมื่อ 18 ปีก่อน
"หลิวจิ่นเฟย นี่เ้า??? " หรงสือเซียวใอึ้งจนขนมกุ้ยฮวาที่ตั้งใจต่อแถวซื้ออย่างยากลำบากหลุดมือล่วง
"อย่าบอกว่า เ้าคือลูกศิษย์ตัวน้อยของข้า หรงสือเซียว?? " รักแรกที่นางเองรอคอยมาแสนนานได้ปรากฏอยู่ต่อหน้า นางเองดีใจมากไม่น้อย
ซึ่งนี่มันก็ยืนยันตัวตนได้แน่ชัด เพราะเื่ ลูกศิษย์ตัวน้อย มีเพียงเขาและนางที่รู้กันเพียงสองคน
"สามี อย่าไปเชื่อนางนางจงใจปลอมแปลงเป็ข้า"หลิวเว่ยเหนียงยอมไม่ได้ที่ในที่สุดทั้งสองก็ได้พบกัน นางกำมือ กัดขบฟันแน่น เดินเข้าหาแยกทั้งสองออกจากกันให้ห่างเป็ระยะยื้อดึงจูงแขนหรงสือเซียวหนีไป
"เ้านั่นแหละที่หลอกข้ามาโดยตลอดความเชื่อใจของข้าเ้าเอามาล้อเล่น นางสตรีอัปลักษณ์!!!" หรงสือเซียวตาสว่างทันทีรู้แล้วว่าเมียที่ร่วมรักบนเตียงใหญ่ทุกคืนไม่ใช่สตรีที่ตนปรารถนา หรงสือเซียวสลัดท่าทีอ่อนโยนทิ้งไปหมดมีแต่ความแข็งกระด้างหยาบโลนมอบให้นาง
หรงสือเซียวผลักนางที่เอาแต่เกาะแกะจนล้มลง วิ่งกลับไปหาหลิวจิ่นเฟย
"หรงสือเซียว... อย่าบอกนะว่าท่านกับนาง..."จิ่นเฟยใกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนนางเองทำใจแทบไม่ทัน
"พี่หญิง ท่านตัดใจเสียเถอะ ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าคือหลิวเว่ยเหนียง ข้าเองก็ไม่ต่างจากท่านข้านั้นคิดว่าท่านตายไปแล้วเสียอีก อย่างไรเสียมันก็เป็พรมลิขิตของข้าคุณชายหรงเข้าไปช่วยชีวิตข้าไว้ ไม่งั้นข้าคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้ข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทน มีแต่เพียงร่างกายของข้าที่ใช้ตอบแทนได้เป็อย่างดี"
อีน้องสาวเวรตั้งใจพูดเสียดสีพี่สาวอย่างนางให้ช้ำใจแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของ