เลี่ยงหวงประเมินผู้บุกรุกต่ำเกินไปเขาพาคนมาแค่สี่คน คิดว่าแค่นี้ก็เหลือแหล่ แต่ทว่าพอสู้กันขึ้นมาจริง ๆกลับไม่เป็นไปตามที่คิด
หัวหน้าหน่วยหนึ่งจัดการเก็บไปแล้วสองทั้งที่ยังไม่ทันชักปืน อีกสองกำลังจะเล็ง เหรินซวงอิ๋นก็ปาบางอย่างลงพื้นอย่างแรง
ของที่ว่าเป็นระเบิดควันสิ่งประดิษฐ์ผลงานหน่วยสี่ ควันนี้สีดำหนาแน่นมากถ้าใช้ในห้องที่มีไฟสว่างจ้าก็ทำให้ห้องมืดสนิทได้ในพริบตา ฝ่ายเลี่ยงหวงต่างตกใจ
พวกเหรินซวงอิ๋นสวมหน้ากากพิเศษอันเล็กแต่ปิดทั้งปาก จมูกและตาได้ หน้ากากนี้มีระบบมองเห็นท่ามกลางควันด้วยถึงไม่ชัดมาก แต่ถ้าไม่สวมจะไม่ต่างอะไรกับคนตาบอดเลย
“นี่มันควันอะไร”
สิ้นคำถามจากคนของกวางปีศาจเสียงบอกเล่าสบาย ๆ คล้ายกำลังคุยเล่นกับสหายก็ดังขึ้น
“หัวหน้าหวงบอกคนของคุณอย่าขยับหรือยิงมั่วดีกว่าไม่งั้น ใครจะเจ็บจะตายผมรับประกันไม่ได้แล้วนะ”
เลี่ยงหวงโมโห
“ท่าเยอะนักใช่ไหม ได้!!” เสียงสั่ง “เปิดกลไก” ดังมาจากหัวหน้ากวาง
ลูกน้องถอยหลังจนชนกำแพงแล้วก็คลำหาปุ่มบางอย่างระหว่างที่ยังไม่เจอก็สลับกันไอสำลักควันไม่หยุด เหรินซวงอิ๋นสั่งลูกน้อง
“ถอยไปยืนรอบห้อง แล้วห้ามขยับ”ว่าแล้วเขาก็พุ่งไปยืนอยู่ข้างเลี่ยงหวง ด้วยความเร็วเกินกว่าคนทั่วไปจะทำได้
หนึ่งในลูกน้องฝ่ายนั้นหาปุ่มเปิดกลไกพบแล้วพอกดปุ่มกับดักใหญ่ก็ทำงาน เริ่มจากพื้นในห้องเปิดออก ด้านล่างเป็นบ่อขนาดใหญ่น้ำใสเห็นสัตว์ร้ายตัวใหญ่ว่ายไปมาพยัคฆ์เร้นกายต่างยืนตัวเกร็งจับขอบไม้ที่ใกล้มือไว้แน่น ไม่กล้าขยับเลยสักนิด
เพราะกลุ่มควันยังไม่จางทำให้อีกฝ่ายเห็นทุกอย่างไม่ชัดเจน ได้ยินแต่เสียงของหนักตกน้ำก็คิดเองว่าเรียบร้อย
“เป็นไง ปากดีนักใช่ไหมพวกแก”
เลี่ยงหวงหัวเราะลั่นแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาก็โดนบางอย่างจ่อที่คอหอย ลองฝืนขยับดูก็รู้สึกเจ็บเสียงกระซิบแผ่วข้างหู
“มีดผมคมมากไม่เชื่อคุณจะลองทดสอบดูก็ได้”
เป็นไปไม่ได้ เลี่ยงหวงรู้สึกไม่ยอมรับพวกมันไม่มีทางรอด
“แกควรตกลงไปในบ่อจระเข้แล้วนี่”
ถึงตาเหรินซวงอิ๋นหัวเราะบ้างแล้ว “เปล่า ที่ตกลงไปคือลูกน้องไม่ได้เรื่องของคุณต่างหาก” จริงด้วย มีเสียงหล่นแค่สองครั้งเลี่ยงหวงเพิ่งคิดได้ ที่สะใจก็กลายเป็นเริ่มเครียด
“หัวหน้าหวง ปลอดภัยหรือเปล่าครับ”ลูกน้องตะโกนถาม เสียงห่างออกไป เลี่ยงหวงตอบ
“ยังปลอดภัย พวกแกออกไปตามคนบอกเลี่ยงจินมีผู้บุกรุก แล้วเปิดเครื่องดูดควันบ้านี่ออกไปด้วย”
ลูกน้องของเลี่ยงหวงรีบร้อนคลำทางออกไปทั้งกังวลทั้งห่วงและไม่อยากทิ้งเจ้านายตัวเองไว้กับคนร้าย
ผิดกับลูกน้องของพยัคฆ์เร้นกายพวกเขารู้สึกราวกับว่า ต่อให้เจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหน ขอแค่มีนายอยู่ด้วยก็เพียงพอแล้ว
“นายให้จัดการเลยมั้ยครับ”หัวหน้าหน่วยหนึ่งถาม
“คุณฆ่าไปสองแล้ว ปล่อยไปเถอะ”ตอบลูกน้องแล้วหันมาคุยเล่นกับเลี่ยงหวง
“ลูกน้องผมชอบใช้ความรุนแรงบอกไม่รู้จักฟัง ขายหน้าคุณแล้ว”
“ไม่ต้องมาทำพูดดี ไอ้สวะ พวกแกมันกระจอกคิดว่ามีกันแค่นี้ แล้วจะทำอะไรได้งั้นเหรอ”
“ใครบอกผมมีแค่นี้”เหรินซวงอิ๋นโม้หน้าตาย “อีกหลายร้อยกำลังล้อมที่นี่ไว้หากผมไม่ออกไปอย่างปลอดภัยภายในเวลาแล้วล่ะก็ พวกเขาจะบุกเข้ามา”
เลี่ยงหวงเสียงแข็ง “ปั้นน้ำเป็นตัว คิดว่าอุบายเด็ก ๆแบบนั้นฉันจะเชื่อเหรอ ในเขาโดยรอบมีแต่อันตราย จะบอกให้เอาบุญแค่ก้าวไม่ระวังศพก็ไม่สวยแล้ว”
“ฮ่าๆ หัวหน้าหวงจะบอกให้เอาบุญเหมือนกัน เรื่องพวกนี้ผมรู้หมดแล้ว เลี่ยงจินบอกเราหมดนั่นแหละคุณว่าพวกเราเข้ามาได้ยังไงล่ะ หื้มมม”
เลี่ยงหวงกำมือแน่นแต่ยังปากแข็ง “ไม่ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางน้องชายฉันจะ...แกโกหก กำลังปั่นหัวฉันใช่ไหม”
เหรินซวงอิ๋นบอกเขาอย่าเพิ่งโมโหอาศัยที่เขากำลังโกรธถามไปตรง ๆ เผื่อเขาจะหลุดอะไรมาบ้าง
“ไหน ๆ ก็ไหน ๆผมขอเสียมารยาทถามคุณหน่อยได้หรือไม่”
พูดเหมือนที่ผ่านมาพวกแกรักษามารยาทกับฉันเลี่ยงหวงกระชากเสียง “ถามอะไรคิดเหรอว่าแกจะรอดไปได้น่ะ”
“งั้นก็สงเคราะห์ให้ผมตายตาหลับก็ได้นี่หวงหวงคุณกับน้องชายตีกันเรื่องอะไรเหรอ บอกผมมาเถอะ”
“บังอาจ!!กล้าเรียกฉันแบบนั้นอีกคำจะตัดลิ้นแก แค่กๆๆ”
“ไม่เอาน่าอย่าโมโห ควันจะเข้าปอดมากขึ้นแล้วอวัยวะของคุณจะเริ่มเน่าเร็วขึ้นนะ”
เลี่ยงหวงได้ยินคำขู่ก็เผลอตัวกลั้นหายใจอยากยกมือปิดจมูกด้วยแต่ติดที่มีมีดจ่อคออยู่พยายามดิ้นแล้วแต่คนที่จับล็อกสองแขนจากด้านหลัง แรงเยอะมากคิดว่าคงเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจ เลี่ยงจินส่งมันมาจริงหรือ
ผู้นำกวางปีศาจคิดว่าตราบใดที่ยังไม่ตอบคำถามลมหายใจก็น่าจะยังรักษาไว้ได้ ดังนั้นอย่าหวังว่าพวกมันจะได้อะไรจากเขาไปเลยแม้แต่เรื่องเดียว!!
“ระหว่างทางผมเจอคนของคุณเขาบอกว่ากำลังไปรับนักฆ่ามาจัดการกับน้องชายคุณ ถ้าผมเอาเรื่องนี้ไปบอกเลี่ยงจินคุณว่าเขาจะเชื่อผมมั้ย”
“แกโกหก”
เหรินซวงอิ๋นให้โจทย์ลูกน้อง
“ระหว่างหัวหน้าหวงกับเชี่ยหร่านคิดว่าใครพูดจริง” พยัคฆ์เร้นกายไม่มีใครตอบ อาจจะได้ยินไม่ชัด ไม่ก็เกร็งกันอยู่
หัวหน้ากวางปีศาจตกใจอีกครั้ง “แกรู้จักเชี่ยหร่าน”
“ก็บอกแล้วไง ว่าผมเจอเขาตรงทางเข้าคุณนี่ความจำไม่ดีนะหวงหวง”
“บอกว่าอย่าเรียกฉันแบบนั้น!!”
เหรินซวงอิ๋นถอนหายใจ “ก็ได้ ๆเห็นแก่ที่คุณน่าสงสารจะไม่เรียกแล้ว”
ยิ่งพูดด้วย เลี่ยงหวงก็ยิ่งโมโหคนคนนี้ไม่ว่ามันจะเป็นใคร อยู่ร่วมโลกกับเขาไม่ได้
เหรินซวงอิ๋นใช้แขนดันให้อีกฝ่ายขยับตัว “ปิดกลไกก่อน เดี๋ยวลูกน้องผมไม่ระวังร่วงลงไป คุณชดใช้ไม่ไหวแน่”
ทุกคน ‘ใช่แล้วครับนาย ควรให้มันปิดนานแล้วผมเกร็งจนปวดขาไปหมดแล้ว’
“ฉันไม่ปิด พวกแกจะทำไมแกไม่กล้าฆ่าฉันหรอก ถ้าจะฆ่าคงลงมือไปนานแล้วที่แกต้องการก็แค่เรื่องความขัดแย้งของเราพี่น้องถ้าเดาไม่ผิดพวกตระกูลใดตระกูลหนึ่งคงส่งแกมา”
“ถ้าไม่ปิดตอนนี้ ผมจะโยนคุณลงไปก่อน”แรงจากมือเดียวนั้นยากจะต้าน เลี่ยงหวงโวยวายเสียงหลง
“เห้ย ๆ เดี๋ยว ๆ อย่าทำอะไรบ้า ๆนะเว้ย”
“คุณตายก็ยังมีน้องคุณอยู่ให้คำตอบผมนี่นาจะปิดหรือไม่ปิด” เหรินซวงอิ๋นตะคอก “เลือก!!”
เลี่ยงหวงจำต้องทำตามที่สั่ง “ต้องเดินไปอีก นายปล่อยฉันก่อน”
“ไม่ต้องแล้วบอกว่าปุ่มนั้นอยู่ตรงไหนก็พอ”
เขาลังเลแต่จำต้องบอก “เหนือประตูทางที่ฉันเข้ามาแต่ว่ามันมีแต่ควัน คงต้องใช้เวลาคลำหาหน่อย”
เหรินซวงอิ๋นเห็นจุดนั้นในทันทีเขาดีดบางอย่างออกไป โดนปุ่มเหนือประตู กลไกก็ขยับมีเสียงอุทานจากคนที่อยู่ด้วยกัน
“เป็นไปได้ยังไง”
พื้นห้องกลับมาแล้วพยัคฆ์เร้นกายทั้งหลายรีบก้าวออกมาจากมุมห้อง เพื่อย้ายมายืนในจุดที่ปลอดภัย ใกล้ๆกับที่นายอยู่
“ดูไว้”
เหรินซวงอิ๋นผลักเลี่ยงหวงไปให้ลูกน้องตัวสูง
ผู้นำกลุ่มกวางปีศาจแซ่เลี่ยงสองพี่น้องรูปร่างหน้าตาผิวพรรณไม่เหมือนพวกใจโฉดโหดเหี้ยมเลยแม้แต่น้อยถ้าไม่บอกว่าเขาคือผู้นำกลุ่มรับจ้างที่มากฝีมือ แห่งเกาะเจียวเมิ่งแล้วล่ะก็คิดว่าคงไม่มีใครกลัว
ถึงแบบนั้นบรรดาลูกน้องของพยัคฆ์เร้นกายก็ไม่อาจดูเบาเขาได้ อย่างนายของพวกตน งดงามบอบบางปานนี้ยังน่ากลัวเลยเลี่ยงหวงก็คงไม่ต่างกัน
“พวกแกจะพาฉันไปไหน”
ไม่มีใครทันตอบหัวหน้าหวงคนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัว ศัตรูมาเจอกันบนทางแคบของแท้ ถอยไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ดีมีแค่จะต้องหยุด
หัวหน้าหน่วยหนึ่งยังยกปืนจี้ที่หลังเลี่ยงหวงเหรินซวงอิ๋นกล่าวทักทาย พร้อมคำนับกายเล็กน้อย
“หัวหน้าจิน ให้พวกผมลงมือเลยหรือเปล่า”
“แก..มันหมายความว่ายังไง อาจิน”เลี่ยงหวงถามน้องชาย คิดว่าคงพอเข้าใจ แต่ยังไม่อาจรับความจริงได้มากกว่า
เลี่ยงจินไม่สนใจพี่ชายสักนิดเขากลับถามพวกเหรินซวงอิ๋น
“เชี่ยหร่านล่ะ”
“จัดการไปแล้วครับ”
เลี่ยงจินขำออกมาคำหนึ่ง “ดี”
เลี่ยงหวงตาค้างตัวแข็งทุกอย่างชาจนเขาแทบไม่รู้สึกตัว
พยัคฆ์เร้นกายมองหน้ากันเองนี่หมายความว่านายรับงานซ้อนเหรอ มาหาข่าวให้คุณชายเข่อด้วยรับฆ่าคนของเลี่ยงหวงให้เลี่ยงจินด้วย หรือยังไง ทำไมไม่บอกพวกตนก่อน แต่ถึงสงสัยก็ไม่มีใครกล้ากระโตกกระตากเป็นลูกน้องก็ต้องไหลตามเจ้านาย
“เลี่ยงจิน นี่คนของแกจริงเหรอ”
เลี่ยงจินไม่มีเยื่อใยหรือรู้สึกผิดต่อพี่ชายเลยสักนิด เขาสบตาแล้วตอบ “ใช่แล้วจะทำไม พี่มีปัญญาขวางฉันรึไง”
เลี่ยงหวงเริ่มอัดอั้นตันใจพูดไปน้ำตาก็ร่วงไป เสียใจที่น้องชายถลำลึกเกินเยียวยา
“ก่อนหน้านี้ แกให้คนทำอาหารวางยาพี่พี่ไม่โกรธ แกรับงานนั้นมาไม่ถามพี่สักคำ พี่ก็ยังคอยช่วยแกลงมือแต่ดูเหมือนว่าที่แกต้องการจริง ๆ จะเป็นชีวิตพี่ ถ้าแกอยากได้มาก กล้าหน่อยขอมาเลย พี่ให้แกได้”
“เลิกแสดงเป็นพี่น้องรักใคร่ได้แล้วจะอ้วก!!” เลี่ยงจินชี้มาที่พี่ชาย สายตาเต็มไปด้วยไอสังหาร
“เราก็แค่บังเอิญเกิดจากท้องผู้หญิงคนเดียวกันถ้าไม่เพราะฉันว่านอนสอนง่าย ฟังนายมาตลอดป่านนี้ฉันก็ไปนอนในสวนมะพร้าวเหมือนพี่น้องคนอื่นแล้ว ไม่ใช่เหรอเลี่ยงหวง”
เลี่ยงหวงตกตะลึงเขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกน้องชายที่ร่วมเป็นร่วมตายที่แท้คิดเช่นนี้มาตลอด
อยากถามเหลือเกินว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แกอยากฆ่าพี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่คำว่าพี่น้องไม่มีความหมายกับแก
แต่รู้แล้วยังไง สิ่งที่เกิดก็เกิดแล้วความรู้สึกก็เสียไปแล้ว เขาจะอธิบายว่าพี่น้องคนอื่นที่ตายไม่ใช่เพราะเขาอยากให้ตายเลี่ยงจินจะเชื่องั้นเหรอ
เหรินซวงอิ๋นถอนหายใจ “ไม่งั้นให้พวกคุณสองพี่น้องคุยกันก่อนหัวหน้าหวงจะได้ไปแบบไม่มีห่วง”
“ไม่จำเป็น!!” สองพี่น้องใจตรงกันเลี่ยงจินบอกเหรินซวงอิ๋น
“จัดการเขาซะต้องให้เขาตายต่อหน้าฉันถึงจะวางใจ”
“แต่ผมว่าไม่เหมาะนะหัวหน้าจิน”เหรินซวงอิ๋นเสนอ
“ยังไงในกลุ่มกวงปีศาจก็ต้องมีคนที่นับถือเขาอยู่คุณฆ่าเขาเช่นนี้ มันจะสั่นคลอนความน่าเชื่อถือคนจะเป็นใหญ่ต้องเหมาะสมทุกอย่างไม่ใช่เหรอ แบบนี้อนาคตจะมีคนว่าเอาได้ว่าคุณฆ่าได้กระทั่งพี่ชายตัวเอง ใจทรามต่ำช้า”
คำพูดพวกนี้ระคายหูก็จริงแต่เลี่ยงจินไม่ได้โง่ เขาเองก็คิดตามได้ เขาตัดบท
“งั้นนายว่ายังไงดีล่ะ”
“ในเมื่อคนอื่นรู้ว่ามีผู้บุกรุกแล้วเราจัดฉากว่าพวกผมจับเขาไป หลังจากนั้นคุณก็ต้องแสดงบทรักพี่ชายห่วงพี่ชายตามหาเขาหน่อย ให้มันดู...สมจริง”
“ทำไมฉันต้องทำอะไรแบบนั้น ไร้ประโยชน์”
“เอ๋..ไร้ประโยชน์งั้นเหรอ ไม่นะผมได้ยินมาว่าพวกคุณถูกสงสัยว่าทำเรื่องวุ่นวายในงานประชุมของทางการคราวก่อนถ้าพี่ชายคุณหายไป คุณก็เอามาอ้างได้ ว่าเขาทำแล้วคนเดียวแล้วถูกปิดปากอะไรก็ว่าไป”
เลี่ยงหวงที่อยู่ดี ๆก็ต้องรับโทษคนเดียวถลึงตามองเหรินซวงอิ๋น
“พวกแกมันชั่วช้าสารเลว”
เหรินซวงอิ๋นที่จู่ ๆก็กลายเป็นคนชั่วช้าสารเลวยิ้มรับ
เลี่ยงจินบอกพี่ชาย “ไม่ช้าหรอกน่า ชั่วตอนนี้แหละกำลังดี”
เหรินซวงอิ๋นระเบิดเสียงหัวเราะอยู่คนเดียวสองพี่น้องคู่นี้ จี้เป็นบ้า อีกคนโง่เพราะไว้ใจสายเลือดตัวเองอีกคนคิดว่าตัวเองฉลาด แต่เขาสวมรอยเป็นนักฆ่ารับจ้างก็เชื่อ
“ตกลงตามนี้มั้ยหัวหน้าจิน”
เลี่ยงจินยังคิดอยู่ลูกเหล็กบริหารมือสามลูก ถูกเขาขยับย้ายไปมาในมือเดียว “แล้วจะจัดการได้เมื่อไหร่”
“ถ้าคุณรีบ ตอนนี้เลยก็ได้ทุกคนวุ่นวายกับการเตรียมงานพิธี ใช้เวลานี้ลอบออกจากเกาะ ฆ่าบนเรือโยนศพลงมหาสมุทร ถ่วงศพไว้ไม่ให้คลื่นซัดขึ้นมาได้อีกแม้ตายเป็นผีเขาจะไม่มีวันได้ก้าวขึ้นแผ่นดินไหนได้อีกเลย”
“อาจินถ้าอยากฆ่าพี่ก็ฆ่าด้วยมือแกเองเถอะ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้”
เลี่ยงจินไม่สนใจคำพูดของเลี่ยงหวงสำหรับเขาพี่ชายได้ตายจากไปแล้ว ตั้งแต่รู้ว่าพี่รองตายยังไงเหรินซวงอิ๋นหันกลับไปหาเลี่ยงหวง
“หัวหน้าหวง ผมว่าแบบนี้ก็ดีคิดซะว่าตัวเองเป็นเครื่องบูชาให้เทพสมุทรไง เกียรติประวัติยิ่งใหญ่เชียวนะ”
เลี่ยงหวงทนไม่ไหวสะบัดตัวจากหัวหน้าหนึ่งพุ่งไปหาเหรินซวงอิ๋น แต่ว่ายังไม่ทันได้ถึงตัวอีกฝ่ายมือของเขาก็ถูกจับแล้วบิดในทิศทางที่ผิดรูป เหรินซวงอิ๋นจับแขนเขาไว้บิดไปด้านหลังล็อกไม่ให้เขาดิ้น
“มีใครเคยบอกหรือเปล่า กล้ามากไปมันจะเร่งความตาย”
เลี่ยงหวงโกรธจนตัวสั่นประโยคนั้นเขาเพิ่งบอกหมอนี่ไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อน
เหรินซวงอิ๋นแอบพูดกับเขาให้ได้ยินแค่สองคนอีกว่า“ถ้าอยากรอดเชื่อฟังผม”
แค่นั้นเลี่ยงหวงจึงยอมลดแรงขัดขืนถึงจะไม่ไว้ใจแต่นี่ก็เป็นทางรอดเดียวของเขาแล้ว
หัวหน้าใหญ่พยัคฆ์เร้นกายไม่รอให้เลี่ยงจินตัดสินใจอีกเขาถีบข้อพับขาเลี่ยงหวงให้คุกเข่า แล้วลงมือสับไปที่ต้นคอ จุดสลบที่เขาลงมือกับใครไม่เคยพลาดสักราย
เลี่ยงจินชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขวาง ตอนเหรินซวงอิ๋นสั่ง
“มัดเขาไว้ แล้วพาออกไปกับพวกเรา”
บอกลูกน้องแล้วก็หันมาลาเลี่ยงจิน “พวกเราทำงานเสร็จแล้ว ขอลาหัวหน้าจิน”
“ค่าจ้างฉันจะโอนจ่ายตามที่ตกลง”
เหรินซวงอิ๋นโค้งตัว“ขอบคุณที่ใช้บริการครับ”
หัวหน้ากวงปีศาจชี้ไปที่ลูกน้องที่จะให้นำทางบอกกับพวกเหรินซวงอิ๋น “ตามเขาไปพวกนายต้องออกไปอีกทาง”
“แล้วลูกน้องของคุณ คนอื่นไม่สงสัยเหรอ”
“เรื่องนั้นฉันจัดการได้”
กำลังจะแยกกันเลี่ยงจินเรียกชื่อหนึ่งขึ้นมา “อาหย่งพวกนายมากันแค่นี้เหรอ”
แย่แล้ว โจรพวกนั้นมีกันกี่คนเขาก็ไม่รู้ซะด้วย ถ้าตอบไม่ได้ เลี่ยงจินต้องจับผิดได้แน่
เหรินซวงอิ๋นจู่ๆ ก็ร้องขึ้น “ไอหย๋า!! ผมลืมไปเลยมีเรื่องสำคัญต้องทำอีก หัวหน้าจินไม่ต้องห่วงพวกเราจะส่งเขาให้ถึงมือเทพสมุทรแน่นอน ตอนนี้ต้องรีบแล้ว นำเร็ว นำไปเร็วเข้า”
เลี่ยงจินขมวดคิ้วมองตามไม่วายสั่งลูกน้อง “ตามดูพวกนั้นจนกว่ามันจะฆ่าเขาแล้วโยนลงทะเลจริง ๆ ค่อยกลับมารายงานฉัน”
“หัวหน้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลงั้นเหรอครับ”
“ไม่มี ฉันอยากมั่นใจเท่านั้นเอง”
“ครับ ผมจะไปดูด้วยตัวเอง”
ให้มือขวาตามไปดูด้วยตัวเองค่อยวางใจได้หน่อย เลี่ยงจินสูดลมหายใจเข้ากลับหลังหันกล่าวกับพวกลูกน้องที่เหลือของตน
“ตั้งแต่นี้ต่อไปกลุ่มกวางปีศาจจะมีแค่ฉัน เป็นหัวหน้าใหญ่ ไม่มีพี่ชายชื่อเลี่ยงหวงอีก”
ลูกน้องราวสิบคนที่นับถือเลี่ยงจินจากใจคุกเข่าลง พร้อมใจกันกล่าว
“ยินดีกับหัวหน้าใหญ่
ถึงฝั่งนั้นไม่สงสัยแต่ฝั่งนี้ไม่ไหวแล้ว หัวหน้าหน่วยหนึ่งรอให้คนนำทางของเลี่ยงจินกลับไปเขาก็หาโอกาสจะถามแต่ยังไม่ได้จังหวะเหมาะสักที
เหรินซวงอิ๋นมองไปนอกกระจกรถเส้นทางนี้น่าจะอยู่คนละด้านกับขามา ยิ่งนานยิ่งเห็นป่าน้อยลง แปลว่าพวกเขากำลังจะเข้าเมือง
รถคันนี้เลี่ยงจินเตรียมไว้ให้เป็นรถตู้จุคนได้หลายคน โจรรับจ้างที่สวมรอยต้องมีจำนวนใกล้เคียงกันแน่ไม่งั้นเลี่ยงจินคงสงสัยมากกว่านี้
หัวหน้าหน่วยหนึ่งมองนายอยู่หลายรอบแต่ยังไม่กล้าพูด เหรินซวงอิ๋นรำคาญจึงหันไปถามซะเอง
“หัวหน้าหนึ่งคุณเป็นอะไร”
“นายครับเรื่องนี้..”
ว่าแล้วต้องถาม
“ตามน้ำน่ะบอกหน่วยอื่นให้ทำหน้าที่ไปตามปรกติ ส่วนพวกเราละครฉากนี้ยังไม่จบเลี่ยงจินอาจยังไม่เชื่อ ถ้าไม่มีใครตายให้เขาดู”
“อย่างนั้นเราจะฆ่า..ใคร?”
พวกลูกน้องที่เข้าใจในแผนการตกใจคงไม่ใช่ว่าต้องมีใครเสียสละหรอกนะ แต่ยังมีบางคนไม่เข้าใจอยู่ดีสรุปเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น
เหรินซวงอิ๋นบอกให้พวกเขาวางใจ “ยังมีเชี่ยหร่านกับลูกน้องอีกคนอยู่ในมือเรา ให้เขาเลือกแล้วกันจะให้ใครตาย”หมายถึงให้เลี่ยงหวงเป็นคนเลือก
“แล้วนายรู้ได้ไงว่าเลี่ยงจินจ้างนักฆ่ามาจัดการพี่ชายจริงสิ..เชี่ยหร่าน แต่หมอนั่นบอกว่าเลี่ยงหวงจ้างให้มาฆ่าน้องชายไหงเป็นน้องชายจ้างมาฆ่าพี่ชายได้”
“หัวหน้าหนึ่ง คุณก็อย่าซื่อให้มากนักเลยผมบอกแล้วไง คำพูดเชี่ยหร่านอาจมีทั้งจริงทั้งเท็จ ตอนในห้องบ่อจระเข้ผมหยั่งเชิงเลี่ยงหวงแล้ว เขาไม่มีท่าทีว่าทำ แปลว่าเชี่ยหร่านต้องเป็นคนหักหลังเขาแน่”
“นายเก่งเป็นบ้า สุดยอด คิดทันได้ไง”ไม่ใช่แค่หัวหน้าหน่วยหนึ่งชื่นชม ลูกน้องที่เหลือก็เช่นกันอยากจะชมนายอีกแต่ว่าพวกเขาไม่ใช่ปัญญาชน คำที่นึกออกก็ใช้จนหมด วนไปวนมาก็มีแค่ 'เก่งเป็นบ้า' กับ 'โคตรเก่งเลย'
ทว่าเหรินซวงอิ๋นกลับสัมผัสได้ ถึงความจริงใจในคำชมซ้ำเดิมพวกนั้นชาติก่อนเขาคือพ่อบ้านใหญ่ ข้ารับใช้ในจวนล้วนประจบเขาคำยกยอปอปั้นนั้นฟังมาจนเบื่อ คัดออกมาคิดว่าคงได้หลายร้อยเล่มแต่ว่าในคำพวกนั้นมีกี่คำกันที่มาจากใจคนพูดจริงเทียบกันแล้วตอนนี้เขารู้สึกดีมากกว่า
“พอ ๆ จากนี้ไปก็จำไว้ว่าอย่าหุนหันเวลาลงมือใช่สมองมากกว่ากำลัง ยังไงก็ไม่มีทางจนตรอก”
ทุกคนในรถยกเว้นเลี่ยงหวงที่สลบอยู่ต่างขานรับ “ครับนาย!!”
เงียบไปไม่นานเหรินซวงอิ๋นก็นึกออก “ผมให้พวกคุณคิดใช่ไหมว่าเลี่ยงหวงกับเชี่ยหร่านใครกันแน่พูดจริง ไหนใครคิดถูกบ้าง”
ทุกคน ".........."ในสถานการณ์แบบนั้นพวกผมไม่ว่างคิดหรอกครับนาย
เมื่อได้คำตอบเป็นความเงียบนายก็รู้สึกปวดหัว “จะเป็นจะตายก็ห้ามสมองตายไปด้วยในสนามรบถ้าหยุดคิด เอาแต่แกว่งดาบก็เท่ากับรอเวลาตาย”
“นายครับ พวกผมมันคนหยาบไม่ถนัดใช้สมองหรอก”
“ใช่ ๆ เรามันโง่”
เหรินซวงอิ๋นใช้น้ำเสียงจริงจังพูดกับลูกน้องใต้บัญชาทุกคน
“ไม่มีใครโง่ มีแต่คนขี้เกียจพวกคุณแค่ขี้เกียจคิด ขี้เกียจหาวิธีเอาตัวรอดมานานแล้ว ทำให้ติดเป็นนิสัยผมว่ากลับไป ต้องเพิ่มการฝึกฝนด้านนี้ ให้ทุกคนมากหน่อย”
ลูกน้องเหมือนผักขาดน้ำ พร้อมใจก้มหน้า ‘ฝึกฝนอีกแล้ว’
เหรินซวงอิ๋นไม่อยากมองพวกเขาเช่นกันเขาเองก็ไม่คาดหวังว่าลูกน้องทุกคนต้องฉลาดปราดเปรื่องมากมายแต่อย่างน้อยก็ต้องเฉลียวบ้างเท่านั้น
พอเห็นแปลงผักที่ตนปลูกมาเริ่มจะเหี่ยวลงทุกทีก็อดรดน้ำพรวนดินหน่อยไม่ได้ จึงให้กำลังใจไปก่อน
“วันนี้ตอนผมตามน้ำให้ทุกคนรับบทเป็นโจรรับจ้าง พวกคุณก็หัวไวใช้ได้ ไม่มีใครทำเสียแผนก็เก่งแล้ว”
คราวนี้ทุกคนยิ้มกว้างเชิดหน้าชูคอกันใหญ่พวกผมน่ะ ไม่ธรรมดาหรอกครับนาย
เหรินซวงอิ๋นละความสนใจจากพวกลูกน้องหันมองข้างทางอย่างอ่อนใจ
เรื่องวันนี้ทำให้คิดถึงตอนที่เขาอายุได้สิบขวบต้องฝึกความจำ เขาพากเพียรเรียนเทคนิคทุกอย่างแล้ว แต่ว่าก็ไม่เก่งกาจสักทีแล้ววันที่พ่อต้องทดสอบก็มาถึง พ่อให้เขาเลือกเด็กในจวนวัยเดียวกัน ออกมาสิบห้าคนเด็กพวกนั้นคือลูกหลานเหล่าทาสทั้งหลาย
บางคนก็เป็นเพื่อนเล่นของเขาดีใจวิ่งตามมา คิดว่าจะได้กินขนม
ข้อสอบของพ่อยากมาก ตายมาแล้วหนึ่งชาติเขาก็ยังจำได้ไม่ลืม
‘เด็กสิบห้าคน มีข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-แซ่น้ำหนัก-ส่วนสูง สัดส่วน สีตา ความชอบ ชื่อพ่อแม่ ชื่อคนในครอบครัวที่มีตอนนี้จุดสังเกตว่าเป็นเขา ลูกมีหน้าที่จำข้อมูลพวกนี้ในเวลาหนึ่งก้านธูปหลังจากนั้นพ่อจะสุ่มถาม ถ้าตอบข้อมูลของใครผิด เด็กคนนั้น..จะถูกฆ่าทันที’
พ่อสอนว่ายามก้าวผ่านนาทีเป็นตายเท่านั้น เราถึงจะดึงพลังออกมาใช้ได้มากที่สุดเขาไม่รู้หรอกว่าต้องใช้สมองยังไง
จำได้เพียงสายตาก่อนตายของสหายสามคนเสียงร้องไห้ขอชีวิตที่ดังอยู่ในฝันของเขา จนกระทั่งโตแล้วก็ยังดังอยู่ถึงสามปีเต็ม
หลังจากการทดสอบรอบนั้นเหรินซวงอิ๋นเห็นอะไรผ่านตา รู้จักใครสักคน เขาก็ล้วนแต่จดจำได้ทุกสิ่งอย่างไม่กล้าลืมหรือละเลยสิ่งใด
มันได้ผลก็จริงแต่หากเขาจะฝึกฝนหรือทดสอบลูกน้อง คงไม่ใช้วิธีสุดโต่งเช่นนี้แน่
“นายครับ พวกเราไปทางไหนต่อ”คนขับมาถึงตีนเขาก็ชะลอรถถาม ทำให้เรื่องเจ็บปวดในชาติที่แล้วสลายไป
“คนของเลี่ยงจินบอกว่ามีเรือรอเราอยู่ที่ท้ายเกาะไปตามนั้น พาเชี่ยหร่านกับลูกน้องที่เราจับตัวได้มาด้วย”
เขาเหมือนเพิ่งนึกถึงใครบางคนขึ้นมา “ทางคนของคุณชายจ้าวเป็นไงบ้างถามหัวหน้าสามให้ผมหน่อย”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งโทรออกคุยสองสามคำก็หันมารายงาน
“คนนั้นดูเหมือนจะชื่อโจครับตอนนี้กำลังแอบดักอยู่หน้าที่พักของพวกเราที่ท่าเรือ”
พ่อหนุ่มโจคนนี้ เก่งเหมือนกันนี่นาตามมาถูกซะด้วย แต่ว่าคงต้องรอเก้อแล้วล่ะ
“สั่งหน่วยสามเลิกสนใจเขาทุกคนทำตัวปรกติ ไม่ต้องเคลื่อนไหวแล้ว รอเวลาฆ่าสัตว์ก็ลงมือตามที่ได้รับคำสั่งแบ่งแพะเป็น ๆ ไปให้ที่บ้านนายท่าด้วย เสร็จงานก็กลับได้เลย”
“แล้วพวกเรา...”
“พวกเราจะกลับตอนนี้ ล่วงหน้าไปก่อน”
“ครับนาย”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งตอบรับนายแล้วกลับไปคุยกับเพื่อนที่รออยู่ในสาย “พี่สามได้ยินแล้วนะ ตามนั้น”
หัวหน้าหน่วยสามเก็บมือถือสั่งลูกน้องเลิกงาน กลับไปนอน โจเห็นคนอีกกลุ่มเข้าไปในบ้านก็ชะเง้อมองแต่ว่าคนพวกนี้ไม่มีอะไรเหมือนนักฆ่าหรือสายลับเลย นั่งเล่นไพ่ ไล่จับหมาบางคนก็นอนหลับ อาจมีแบ่งเวรกันดูแลสัตว์บ้าง
มันคนจากโรงฆ่าสัตว์ชัดๆ
หรือว่าเราจะตามผิดกลุ่ม?
เขาโทรรายงานคุณชาย แต่ติดต่อไม่ได้โจร้อนใจจึงกลับมาที่พัก กลับไม่พบแม้แต่เงาคุณชาย จริงด้วยคุณชายบอกว่าจะไปหาเพื่อนเก่า
โจนั่งลงคิดว่าตัวเองควรทำอะไรต่อดีแต่ว่าสมองยังไม่ทันแล่นก็ได้ยินเสียงดัง
“พี่จ๋าอีกแล้วเหรอ"
"เวลามีน้อยเดี๋ยวพี่ก็ต้องออกละเลอีกนาน รีบทำรอบกันเถอะ"
"ฉันระบมไปหมดแล้ว อ๊าา อย่าาา"
โจที่คิดอะไรไม่ออกอยู่แล้วบัดนี้สมองตันไปหมดเลย..
คุณชายใหญ่ไม่รู้ว่าลูกน้องกำลังต้องการคำแนะนำเขากำลังลงจากรถรับจ้าง เดินเข้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านสร้างจากไม้หลังไม่ใหญ่มากทาสีขาวทั้งหลัง บริเวณโดยรอบเยอะพอสมควร ดูสงบกว่าบ้านหลังอื่นในละแวกนั้น
เจ้าของบ้านเป็นชายวัยเดียวกับจ้าวจิงถิงหัวโล้น หน้าตารู้เลยว่าเป็นชาวต่างชาติ ดวงตาสีเขียว คิ้วหนา จมูกโด่ง สันกรามชัดเดินออกมาต้อนรับในชุดที่ไม่สุภาพเท่าไหร่ กางเกงเลสีดำ ท่อนบนเปลือยยามขยับกล้ามก็เป็นลอนเห็นชัดเจน รูปร่างหน้าตาเรียกได้ว่าหล่อเหลามากผู้หนึ่ง
“ตกอับขนาดนี้เชียวเสื้อก็ไม่มีจะใส่"
“ทำไมพี่เขย นายจะให้เงินฉันเหรอ”
“ใครพี่เขยนาย”
“อ้าว ๆ นายพูดแล้วนะ จะยกจ๋ายอิงให้ฉัน”
“ฉันบอกตอนไหน”
“ไอ้...จิงถิง นายจะกลับคำใช่มะ ได้!!งั้นก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ”
“ฉันบอกว่าคนที่นายอยากได้ ฉันจะไม่ขวางมีปัญญาก็ไปจีบเอาเองสิวะ”
“ก็ถ้าจีบเองได้ จะง้อนายทำไมจ๋ายอิงไม่แลฉันเลย”
จ้าวจิงถิงแบมือ “แล้ว?”
“แล้วนายก็ต้องส่งเขามาอยู่กับฉันไง”
“นี่..”
“อย่าเพิ่ง ๆ นายฟังฉันก่อนขอแค่ได้ดูแลเขา เราได้ใกล้ชิดกัน นายว่ารูปร่างหน้าตาแบบฉันน้องนายจะไม่หวั่นไหวเลยเหรอ”
คุณชายจ้าวมองคนพูดหัวจรดเท้า “ก็ไม่เท่าไหร่จ่ายอิงมันอาจชอบผู้หญิงสวย ๆ มากกว่า” จ้าวจิงถิงไม่ค่อยเชื่อเขาเห็นแต่น้องชายควงสาวสวย แต่ไม่เคยเห็นว่า ยอมให้ผู้ชายคนไหนควง
“ไม่มีทาง ฉันรู้ดีว่าเขาชอบผู้ชายตอนนี้เขามีปัญหาอยู่ด้วย ส่งมาอยู่กับฉันเถอะน่า นะ นะ ถือว่าฉันขอร้อง”
อูลาเซ่อเหยี่ยนคุณชายเซ่อผู้อาภัพคนนี้ความจริงควรเป็นว่าที่ประมุขตระกูลอูลาแต่ว่าเกิดเรื่องซะก่อน เขาตอนนี้ไม่ต่างจากคนเร่ร่อนไร้หลักแหล่งไหนจะต้องหลบนักฆ่าที่ครอบครัวส่งมาจัดการอีก ชีวิตตัวเองก็ยังแทบเอาตัวไม่รอดจ้าวจิงถิงรู้จักเขาเมื่อสองปีก่อน จะว่าเพื่อนก็ไม่ใช่จะว่าศัตรูก็ไม่เชิงเรื่องนี้เล่าแล้วก็ยาวเอาไว้ค่อยพูดถึงก็แล้วกัน
“นายรู้”
“ย่อมต้องรู้อยู่แล้วน้องนายเป็นเกย์เหมือนนายนั่นแหละ”
"ฉัน.."
"อย่ามาตอแหลบอกว่าไม่ใช่นายแต่งเมียผู้ชายเข้าบ้าน"
"ฉันจะถามเรื่องที่เขามีปัญหาไม่ใช่เรื่องเป็นเกย์หรือไม่เป็น"
"อ้าว..เออ ก็ตามนั้นจ๋ายอิงกำลังเดือดร้อน"
“พูดมามันเรื่องอะไรกันแน่”
“นายเคยได้ยินเรื่องที่มีการค้นพบกริชโบราณมั้ย”
ช่วงเดือนก่อนข่าวการค้นพบกริชโบราณในถ้ำที่เพิ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ของเมืองก่วงเล้งกริชเล่มนี้ตัวด้ามทำจากเขาสัตว์ไม่ทราบชนิด สีดำนิล สลักลวดลายคล้ายอักษรโบราณถึงจะเป็นของเก่าแต่พอทำความสะอาดลับคมแล้ว กลับเป็นอาวุธที่น่าครอบครองมากเป็นที่สนใจของทั้งนักสะสมหรือผู้ที่ชอบใช้อาวุธชนิดนี้
“มันเป็นของตระกูลซูนี่นา”เมืองก่วงเล้งเป็นเขตอิทธิพลตระกูลซู ของดีเช่นนี้พวกเขาไม่รีบตะครุบไว้คงแปลกมาก
อูลาเซ่อเหยี่ยนตอบว่าใช่ “แต่เวลาต่อมาตระกูลซูเกิดเรื่องไม่หยุดทั้งสะใภ้เล็กตกบันไดจนแท้ง ซูมี่ก็มีผื่นขึ้นเต็มตัวหาหมอก็ไม่หายคุณนายซูฝันร้าย พวกเขาหาหมอดู ได้ความว่ากริชเล่มนั้นเป็นของที่ไม่ควรเก็บไว้ถ้าไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ก็ไม่มีใครสามารถเอาไปครองได้”
จ้าวจิงถิงไม่เชื่อหมอดู “ผื่นขึ้นก็ควรไปหาหมอผิวหนังตกบันไดก็เพราะไม่ระวังตัว ฝันร้ายก็คือเครียด เรื่องแค่นี้ต้องพึ่งหมอดูทำไมกัน”
“ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนกันแหละแต่ว่าพอพวกเขาขายกริชเล่มนั้นไป ซูมี่ก็หาย คุณนายซูก็หลับสบายขึ้น”
“เธอบอกนายงั้นเหรอ”
“ก็ฟังเขามาอีกที”
“เรื่องเล่า ความจริงมีนิดเดียวนอกนั้นแต่งเสริมเองล้วน ๆ”
“อาจจริงอย่างนายว่าสุดท้ายกริชก็ถูกขายไปให้ใครสักคนบนเกาะยูจิน แต่เหมือนว่าคนส่งของจะส่งผิดดันส่งให้น้องนาย แล้วจ๋ายอิงก็ไม่ส่งคืนกริชเขาไป เพราะว่า..”
“เพราะอะไร”
“ทำหายไปแล้ว”
จ้าวจิงถิงอุทาน “หา!!”
“หาแล้วแต่ไม่เจอ”
“ไม่ใช่โว้ย หมายถึงมันหายไปได้ไง”
“ก็ต้องมีคนเอาไปหนะสิ”
โอ๊ย..คุยกับคนคนนี้จ้าวจิงถิงอยากจะบ้าจริงๆ มันซื่อจริงหรือกวนประสาท ยังมีจ้าวจ๋ายอิงอีก
“มันจะเก็บไว้ทำหอกอะไรตั้งแต่แรก”
“ใช่ไหม ฉันก็อยากพูดคำนี้แต่ว่ากลัวจ๋ายอิงโกรธอ่ะ”
สร้างปัญหาโดยแท้ ไอ้น้องบ้านี่เจ้ารองวัน ๆ เอาแต่คิดแผนโค่นเขา เจ้าเล็กไม่อยากได้อำนาจก็จริง แต่ทำอะไรไม่คิดพอกันเลยทั้งคู่
“ถ้าส่งมาให้นายแน่ใจว่าจะปกป้องน้องฉันได้”
“ด้วยชีวิตเลยพี่เขย”
จ้าวจิงถิงกับอูลาเซ่อเหยี่ยนสบตากันอยู่หน้าบ้านมาตั้งนานยังไม่ได้เข้าบ้านมันเลยคิดดู
“กลับไปฉันจะพูดกับมันอีกทีแต่ว่าตอนนี้พาฉันไปล่ากวางก่อน”
“เออ..เรื่องนี้อาจจะต้องเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้”
“ทำไม”
“เลี่ยงจินบอกว่าที่นั่นมีปัญหาพี่ชายมัน เลี่ยงหวงถูกจับตัวไป ที่รังกวางตอนนี้วุ่นวายมาก ไม่สะดวกต้อนรับแขก”
คุณชายใหญ่จ้าวเลิกคิ้วสงสัย จับตัว?
พวกพยัคฆ์เร้นกายเล่นใหญ่ขนาดนี้มีแผนอะไรกันแน่
…………….
ผู้ถูกลืม...
ลูกน้องโจร “ลูกพี่ทำไมป่านนี้คนชื่อเชี่ยหร่านยังไม่มาหาเราอีกหรือว่าจะเบี้ยว”
หัวหน้าโจร “ไอ้เลี่ยงจินมันคิดว่าพวกเราเป็นแค่โจรไร้สังกัด นึกจะเรียกก็เรียก นึกจะลืมก็ลืม”
ลูกน้องโจร “งั้นพวกเราบุกไปถามมันเลยดีไหมพี่”
หัวหน้าโจร “ไปให้มันฆ่ารึไงวะลูกผู้ชายสิบปีค่อยเอาคืนก็ได้โว้ย กลับ!!”