ผ่านมาสามวันแล้ว นับั้แ่แลนซ์และแอนนาหนีออกมาจากอาณาจักรบลูสกาย ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ที่อาณาจักรเร้ดกราวน์ เพื่อทำภารกิจในฐานะผู้กล้าให้เสร็จสิ้น นั่นคือกำจัดหายนะสีดำทั้งหมดในทวีปนี้ ก่อนที่มันจะทำร้ายผู้คน เพื่อที่ทั้งสองจะได้ไปใช้ชีวิตที่ทวีปอื่นอย่างหมดห่วง
ณ ป่าลึกแปลกประหลาด ซึ่งมีป่าทึบและสุสานต้นไม้ยืนต้นตายขนาบกัน แบบที่ปกติไม่น่าจะเป็ไปได้ มีหายนะสีดำรูปร่างเสือสูงใหญ่กว่าสี่เมตรอยู่สามตัว พวกมันทั้งสามยืนรายล้อมแอนนากับแลนซ์
“แอนนา ฉันยกให้ตัวหนึ่ง เธอไหวหรือเปล่า”
แลนซ์กล่าวก่อนจะใช้ก้อนหินดีดใส่เ้าเสือหายนะทั้งสองตัว แน่นอนว่าก้อนหินเล็กๆนั้นเสริมพลังจนหนักเป็ตัน ซ้ำยังเคลื่อนที่เร็วกว่าหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นมันจึงไม่ต่างจากะุปืนใหญ่ที่อัดกระแทกจนเสือหายนะสิ้นใจในนัดเดียว
แน่นอนว่าแลนซ์เหลือเสืออีกตัวเอาไว้ให้แอนนาตามสัญญา พลางยืนมองการประลองของเธออยู่ข้างๆ
“ไม่แน่ใจว่าจะชนะได้มั้ย ด้วยพลังเวทที่มีในตอนนี้” แอนนากล่าวตามจริง “ดังนั้นคุณช่วยเสริมพลังให้อาวุธฉันที”
แอนนากล่าวเสียงเรียบ เธอไม่ตื่นใถึงแม้เ้าเสือตัวที่อยู่ด้านหน้าเธอ จะยืนอยู่ไกลจากเธอไม่ถึงหนึ่งเมตรก็ตาม เพราะเธอเชื่อใจแลนซ์ ว่าเขาปกป้องเธอได้
“ได้ตามที่ขอ” แลนซ์กล่าวก่อนจะเอามือไปทาบคฑาทองแดงหัวนกฟินิกซ์ของแอนนา มันเรืองแสงสีรุ้ง ก่อนจะสั่นะเืเพียงชั่วครู่
“เสริมพลังสามสิบเท่า” แลนซ์กล่าวพลางฉีกยิ้ม “น่าจะพอสำหรับอดีตมือปราบหายนะสีดำนะ กับเ้าพวกระดับดี (D) น่ะ”
“ไม่ใช่อดีต แต่ยังเป็อยู่ค่ะ และสามสิบเท่านี่เหลือเฟือเลยล่ะ” แอนนากล่าวก่อนจะร่ายวงเวทสีแดงเพลิงสี่วงขึ้นตรงหน้าเธอทันที วงเวททั้งสี่นั้นใหญ่ถึงหนึ่งเมตร บ่งบอกว่าเป็วงเวทในระดับมหาเวท
มหาวงเวทหนึ่งวงคือพลังที่แอนนาสามารถใช้ได้ในตอนนี้ มันมีพลังเทียบเท่าวงเวททั่วไปสิบวง ส่วนอีกสามวงนั้นได้มาจากการเสริมพลังใส่คฑาของแลนซ์ ดังนั้นในตอนนี้แอนนากำลังใช้พลังของมหาเวทถึงสี่เท่าสู้กับหายนะสีดำ
มหาวงเวทสีแดงเพลิงของแอนนา ซึ่งมีตรานกฟินิกษ์ประทับอยู่กลางวงเวทเรืองแสงสว่างจ้า ก่อนที่มันจะพ่นเพลิงแผดเผาออกไปคลุมร่างของเสือหายนะในทันที โดยสกิลเพลิงเผาผลาญของแอนนานี้มีชื่อตรงตัวว่า รังสีเพลิง
เ้าเสือหายนะร้องคำรามลั่นเมื่อไฟลุกท่วมตัวของมัน ก่อนที่ร่างของมันจะเรืองแสงสีดำเพื่อดูดกลืนพลังเวท แต่ทว่าจังหวะที่มันกำลังดูดกลืนนั้น แอนนาก็ยกเลิกการร่ายเวททันที
เพลิงที่ลุกไหม้อย่างแรงจากมหาเวทสี่เท่านั้น นั้นยังคงสภาพเอาไว้ได้ แม้ว่ามันจะไม่มีพลังเวทของแอนนาส่งไปเลี้ยงแล้วก็ตามที ทำให้เ้าเสือหายนะโหยหวนและส่งเสียงด้วยความเ็ป เพราะมันเจ็บตัวฟรีๆจากการถูกโจมตีครั้งนี้
มันพุ่งเข้าใส่แอนนากับแลนซ์ ทำเอาทั้งสองคนะโหลบ ก่อนที่แอนนาจะหันไปเห็นว่ามันเอาตัวเกลือกกลิ้งใส่ต้นไม้เล็กๆและหญ้าไปมาเพื่อดับไฟ มันกำลังทรมานจนไม่มีใจจะสู้
“เ้าพวกนี้เป็หายนะสีดำระดับเกือบต่ำสุด มันจึงมีนิสัยเหมือนมอนสเตอร์ปกติ” แลนซ์กล่าว “เจอมหาเวทสี่เท่าของเธอมันคงสู้ต่อไม่ได้แล้วล่ะ”
“นั่นสิ งั้นฉันปิดฉากมันเลยนะ” แอนนากล่าวก่อนจะเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง “น่าเห็นใจแกเหมือนกันนะ ที่ต้องมาเจอกับพลังมหาเวทของฉัน ที่เสริมพลังเสียจนมากกว่าจอมเวทระดับเอสบางคนอีก”
แอนนาร่ายมหาเวทสี่วง แต่คราวนี้เธอไม่ได้ร่ายที่ด้านหน้าของเธอ หากแต่เธอสั่งให้วงมหาเวทไปปรากฏที่ด้านหน้าของเ้าเสือหายนะ แล้วเริ่มร่ายเวทในระดับท่าไม้ตาย
“ด้วยเพลิงศักดิ์สิทธิแห่งเทพธิดาวัลไคเรีย ข้าขอบัญชา เปลวเพลิงนั้นคือดาบ และดาบของข้าจะทำลายสิ้นซึ่งศัตรู ซอร์ด อินเฟอร์โน่ (Sword Inferno)”
สิ้นเสียงของแอนนา วงมหาเวททั้งสี่ก็สั่นะเือย่างแรง ก่อนที่มันจะส่งพลังผ่านต่อๆกันจนวงเวทสุดท้ายะเิออก กลายเป็ใบดาบั์ใหญ่กว่าหนึ่งเมตรเสียบทะลุร่างเ้าเสือหายนะ
แอนนาสั่งสลายเวททันทีเมื่อโจมตีสำเร็จ ทำให้ร่างของเสือหายนะเหลือเพียงรอยแผลใหญ่จากการแทงด้วยดาบเวท มันไม่มีโอกาสจะซึมซับพลังเวทได้เลยแม้แต่น้อย เ้าเสือหายนะมองแอนนาด้วยแววตาเคียดแค้น ก่อนที่ร่างมันจะแน่นิ่งไม่ไหวติง มันตายแล้ว ตายโดยที่ตัวของมันยังเปี่ยมไปด้วยความแค้นและความเจ็บใจ
“น่าสงสาร” แลนซ์กล่าว “เ้าหายนะสีดำมันคงงงนะ ว่าพลังเวทมหาศาลอยู่ตรงหน้า แต่มันกลับดูดซับไม่ได้แม้เพียงเสี้ยว”
“เ้าหายนะสีดำตัวนี้มันแค่โชคร้ายน่ะค่ะ” แอนนากล่าวก่อนจะยิงลำแสงเวทเผาผลาญร่างของเสือหายนะจนไม่เหลือเค้าเดิม “ที่มันมาเจอกับจอมเวทจากอนาคต ที่รู้จุดอ่อนและหลักการทำงานของพวกมันแล้ว”
เทคนิคที่แอนนาใช้นั้น เรียกว่าเวทศาสตราเฉียบพลัน มันเป็ศาสตร์เวทที่จะถูกใช้งานในอีกสิบปีหลังจากนี้ เมื่อมีคนค้นพบว่าเ้าพวกหายนะสีดำไม่ได้ดูดเวทได้ทันทีแบบที่พวกเขาเข้าใจ แต่ทว่าพวกมันต้องใช้เวลาในการซึมซับและเรียนรู้เวทที่มันถูกโจมตีประมาณสองถึงห้าวินาที ซึ่งศาสตร์เวทนี้แอนนาก็เป็คนคิดค้นในอนาคตเช่นกัน ดังนั้นจะบอกว่าเธอเป็เ้าของเทคนิคนี้ก็ได้
ที่ต้องรอถึงสิบปีเพราะไม่มีจอมเวทคนไหนกล้าใช้เวทใส่มันตรงๆ ได้แต่ร่ายแบบอ้อมๆ จึงทำให้การค้นพบนี้ล่าช้าไปมาก ซึ่งเวทศาสตราเฉียบพันสามารถใช้กับหายนะสีดำได้เกือบทุกระดับ ยกเว้นระดับ S ขึ้นไปจนถึงระดับ SSS เพราะเ้าพวกนี้จะดูดซับเวทในระดับที่เร็วกว่าหลักวินาที ไม่มีจอมเวทคนไหนยกเลิกการส่งพลังเวทได้ทัน
“เก่งมากเลยล่ะ” แลนซ์กล่าวพลางตบมือ “ถ้ามีใครมาเห็นเธอสู้แบบนี้ คงคิดว่าเธอเป็มหาจอมเวทปลอมตัวมาเป็เด็กแน่ๆ”
“ขอบคุณที่ชม แต่ที่ทำได้ขนาดนี้เพราะความรู้ก่อนย้อนเวลามาต่างหากล่ะคะ” แอนนากล่าวก่อนจะเดินไปเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ตกจากตัวเสือหายนะ เช่นเดียวกับแลนซ์ที่เดินไปเก็บในส่วนของตน
“ถึงจะแบบนั้นก็เถอะ” แลนซ์กล่าว “แต่เด็กในรุ่นใกล้เคียงกันหากไม่นับผู้กล้า ในโลกนี้คงไม่มีใครสู้กับเธอได้แล้ว”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” แอนนากล่าวถ่อมตัว “ฉันถนัดสู้กับหายนะสีดำเท่านั้น แต่เื่สู้กับคนหรือมอนสเตอร์นั่นอีกเื่หนึ่ง บางทีที่ทวีปแอตลาส อาจมีคนจากโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่เก่งกว่าฉันอยู่ก็ได้ เพราะที่นั่นขึ้นชื่อว่าเป็ดินแดนแห่งการศึกษา”
“พูดถึงโรงเรียนแล้วก็คิดถึงนะ” แลนซ์กล่าว “ฉันเคยมี่ชีวิตในรั้วโรงเรียนด้วยล่ะ สมัยอนุบาลยัยหลุยแอบเอาแครอทมาวางในถาดอาหารของฉัน ครูนึกว่าฉันกินเหลือ บังคับฉันกินแครอทของยัยหลุยจนหมด...ฝันร้ายชัดๆเลยล่ะ แต่พอขึ้นประถมแล้วก็ไม่ได้เจอกันอีก เพราะฉันถูกเกณฑ์มาเข้ากองทัพ และก็ต้องเรียนในค่ายทหารนับแต่นั้น”
แอนนาหัวเราะเบาๆให้กับคำพูดของแลนซ์ ก่อนที่เธอจะกล่าว
“เขาเรียกว่าการกลั่นแกล้งในโรงเรียนค่ะ” แอนนากล่าว “ตอนครูจากสถาบันเวทมนตร์แอสตรัลมาสอนฉันในวัง เขาก็เล่าให้ฟังว่ามีเื่พวกนี้อยู่ด้วย เห็นว่ามีทุกโรงเรียน แต่ไม่คิดว่าแม้กระทั่งต่างโลกก็มีเหมือนกัน”
“งั้นหรือ ที่แท้ฉันถูกแกล้งสินะ” แลนซ์กล่าวพลางเกาหัว “จำไม่ได้เลยว่าไปทำอะไรให้ยัยหลุยโกรธกัน”
“แลนซ์คะ” แอนนากล่าวเสียงหวาน พลางมองหน้าเขา “ถ้าเราไปที่แอตลาสแล้ว เราไปใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนด้วยกันไหม...คือฉันอยากลองใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนธรรมดาๆบ้างน่ะค่ะ ยังไงเราก็เป็นักผจญภัยหรือทำงานไม่ได้ ถ้าอายุยังไม่ถึงสิบห้าปี”
ก่อนที่แลนซ์จะได้ตอบ มีเสียงพูดคุยโหวกเหวกจากที่ไกลๆ เหมือนเสียงของกลุ่มปาร์ตี้นักผจญภัย ทั้งสองหยุดคุยกันทันที ตอนนี้พื้นดินสีเทาและต้นไม้ที่ยืนต้นตายๆค่อยๆกลับมามีชีวิตแล้ว บ่งบอกว่าไม่มีหายนะสีดำรอบบริเวณ
“พวกเราไปก่อนจะถูกเจอตัวดีไหม” แลนซ์กล่าว “พวกเราคงหาเหตุผลไม่ได้แน่ๆ ที่เด็กอายุสิบสองมาอยู่ท่ามกลางเขตของพวกมอนสเตอร์”
“ก็ดีค่ะ” แอนนากล่าว “รีบไปกันเถอะ”
แลนซ์พยักหน้ารับคำของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะอุ้มแอนนาในท่าเ้าหญิง และพาบินขึ้นไปบนฟ้าทันที เป้าหมายของพวกเขาคืออาณาจักรเร้ดกราวน์
อาณาจักรเร้ดกราวน์รับวัฒนธรรมมาจากทวีปแอตลาส ดังนั้นจึงมีโบสถ์และกิลด์นักผจญภัย ก่อนที่แลนซ์และแอนนาจะไปใช้ชีวิตที่ทวีปแอตลาส พวกเขาต้องมีทุน และการกำจัดหายนะสีดำก็ถือเป็การหาทุนอย่างหนึ่ง นอกเหนือไปจากการช่วยเหลือมนุษยชาติ
แอนนามีความจำที่ดีกว่าแลนซ์ เธอจำได้หมดว่าหายนะสีดำบนทวีปไกอาปรากฏตรงไหนบ้าง ทั้งสองจึงไปดักทางยังแหล่งเกิดของพวกมัน บางครั้งก็เจอหายนะสีดำั้แ่ตอนยังเป็ผลึก บางครั้งก็เจอเป็แบบรูปร่างแล้ว แต่ไม่ว่าจะแบบไหน พวกมันก็ยังไม่ทันที่จะได้มีโอกาสทำร้ายคนหรือเติบโตไปมากกว่านี้
แอนนากับแลนซ์เดินเข้าไปในกิลด์นักผจญภัยสาขาอาณาจักรเร้ดกราวน์ ที่นี่มีนักเวทพเนจร กับนักดาบจากทวีปแอตลาสแวะมาทำภารกิจเป็ครั้งคราว พวกเขาผิวปากทักทายเด็กทั้งสองคนซึ่งเป็ผู้มาใหม่ แน่นอนว่าทั้งสองไม่สนใจ
“กิลด์นักผจญภัยมีกฏว่าไม่รับสมาชิกที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีนะจ๊ะ” หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบกว่าๆกล่าวกับทั้งสอง ขณะกำลังจัดกองเหรียญทองและเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“พวกเราไม่ได้มาสมัครสมาชิกครับ” แลนซ์กล่าว “แต่เรามาขายวัตถุดิบ”
“หืม วัตถุดิบ” หญิงสาวที่หน้าเคาน์เตอร์กล่าว “รู้กฏกติกาการขายหรือเปล่าจ๊ะหนู”
“รู้ค่ะ” คราวนี้แอนนาเป็คนตอบ “วัตถุดิบของมอนสเตอร์จะรับซื้อหมดตามราคาตลาดกลาง โดยราคาอ้างอิงจากสมาคมพ่อค้าแห่งทวีปแอตลาส ชิ้นส่วนหายนะสีดำอ้างอิงราคาจากศาสนจักรมาริก้า กรณีที่วัสดุหรือของที่นำมาขายมีราคามากกว่าหนึ่งเหรียญทองขึ้นไป ลูกค้าต้องเสียภาษี”
“เป็เด็กที่ฉลาดนะ”พนักงานหญิงกล่าว “ไหนล่ะจ๊ะของที่จะนำมาขาย”
แอนนายิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนที่เธอจะวางเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะจำนวนสี่เมล็ดบนเคาน์เตอร์ พนักงานหญิงถึงขั้นตาโตและเผลออ้าปากค้างในทันที
“โอ้พระเ้า” พนักงานหญิงกล่าวเสียงสั่น “คุณหนูทั้งสองจ๊ะ เชิญที่ห้องรับรองค่ะ เดี๋ยวฉันจะตามผู้จัดการให้ นี่มันเกินกว่าที่ฉันจะรับผิดชอบไหวแล้ว”
“ถ้าเขารู้ว่าเรามีอีกสิบห้าชิ้น ฉันว่าพนักงานคงหัวใจวายตาย” แลนซ์กล่าวกับแอนนา ก่อนที่ทั้งสองจะเดินตามพนักงานไปยังห้องรับรองด้านหลัง