“แอกเนส(Agnes) ตั้งใจให้ข่าวหลุด”
“หรือมีคนรอรับข่าวั้แ่ก่อนเกิดเื่” เขากล่าว
โธมัส(Thomas) เปิดแฟ้ม
“มีอีกเื่ครับ เครื่องบันทึกเสียงของเราเก็บเสียง่ที่เครื่องศาสนจักรดับได้ครบ แต่มีสัญญาณแทรกตอนคุณผู้หญิงถูกแสงตรวจแก่น”
“สัญญาณแบบไหน” ลูเซียส(Lucius) ถาม
โธมัส(Thomas) ลังเล
“เหมือนเสียงผู้หญิงหลายคนกระซิบพร้อมกันครับ แต่ฟังไม่เป็ภาษา”
ห้องทั้งห้องเย็นลง
เซราฟิน่า(Seraphina) มองมือของตน
เส้นเถากุหลาบใต้ผิวเรืองขึ้นเพียงชั่วพริบตา
ไกลออกไปในเรือนกระจก กุหลาบดำทั้งแถวสั่นไหวพร้อมกัน ทั้งที่ไม่มีลม
บนถนนหินเปียกแสงของออเรเลียม(Aurelium) รถยนต์สีขาวดำของมาเธอร์สุพีเรียร์ แอกเนส มอร์แคนต์(Mother Superior Agnes Morcant) แล่นผ่านหมอกมุ่งหน้าสู่เขตมหาวิหาร(Cathedral Ring)
ภายในรถ แอกเนส(Agnes) เปิดกล่องโลหะอีกครั้ง
กระจกวงรีภายในไม่สงบ
หมอกขาวหมุนวนเป็รูปกุหลาบห้าชั้น ใจกลางกุหลาบมีประกายแดงคล้ายดวงตาที่เพิ่งลืมขึ้น
เ้าหน้าที่อาคมที่นั่งตรงข้ามหน้าซีด
“มาเธอร์… มันคืออะไรครับ”
แอกเนส(Agnes) ปิดฝากล่องดังฉับ
“ส่งโทรเลขเข้ารหัสถึงคาร์ดินัลเวย์น(Cardinal Vayne)”
“ระดับใดครับ”
แอกเนส(Agnes) มองออกไปนอกหน้าต่าง รถผ่านป้ายโฆษณาหนังสือพิมพ์ ผ่านเสาไฟฟ้า ผ่านผู้คนที่ก้มศีรษะเมื่อเห็นตราศาสนจักร
“ระดับแดง”
เ้าหน้าที่กลืนน้ำลาย
“ข้อความว่าอย่างไรครับ”
แอกเนส(Agnes) เงียบครู่หนึ่ง
“เมล็ดพันธุ์ในแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) เริ่มตอบสนองแล้ว”
รถแล่นผ่านแอ่งน้ำบนถนน เสียงน้ำกระเซ็นใต้ล้อดังชัดในความเงียบ
“และเพิ่มอีกประโยค” นางกล่าว
เ้าหน้าที่หยิบสมุดรหัสขึ้นมา
แอกเนส(Agnes) มองกล่องโลหะบนตัก
“ดัชเชสไม่อ่อนแอตามบันทึกเก่า”
นางหลับตาช้า ๆ
“นางอาจเป็ปัญหาก่อนเวลาที่เราคาดไว้”
รถศาสนจักรหายเข้าไปในหมอกของออเรเลียม(Aurelium)
ในเวลาเดียวกัน ระฆังเที่ยงจากมหาวิหารกลางเมือง(Central Cathedral) ดังขึ้น
เสียงระฆังแผ่ไปทั่วเมือง ผ่านหลังคารถยนต์ ผ่านเสาวิทยุ ผ่านควันโรงงานผลึก ผ่านกระจกสำนักงานราชการ ผ่านสำนักพิมพ์ที่นักข่าวกำลังรอข่าวฉาว ผ่านสภาขุนนาง(Hall of Peers) ที่เครื่องพิมพ์ดีดเริ่มทำงาน และผ่านแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) ที่กุหลาบดำดอกแรกบานผิดฤดูกาลอย่างสมบูรณ์
เซราฟิน่า(Seraphina) ยืนอยู่หน้าต่างห้องนั่งเล่นเล็ก มองเรือนกระจกไกลออกไป
เธอยังกลัว
แผลยังเจ็บ
มือยังสั่นเล็กน้อยเมื่อไม่มีใครมอง
เธอยังไม่ใช่นักรบ
ยังไม่มีพลังที่เข้าใจ
ยังไม่รู้ว่ากุหลาบใต้บ้านคืออะไร
ยังไม่รู้ว่าศาสนจักรตามหาสิ่งใดในตัวเธอ
ยังไม่รู้ว่าการพูดในวันนี้จะพาอันตรายใดมาสู่ลูก ๆ
แต่มีบางสิ่งเปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อเช้า เธอมองแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) เป็กรงทองคำ
ตอนนี้ เธอยังเห็นกรง
แต่เป็ครั้งแรกที่เธอสงสัยว่า กรงอาจไม่ได้มีไว้ขังเธอเพียงอย่างเดียว
บางที มันอาจขังบางสิ่งไว้ใต้พื้น
บางสิ่งที่ศาสนจักรกลัว
บางสิ่งที่บรรพสตรีของบ้านนี้เคยพยายามปลุก
บางสิ่งที่ไม่ได้เกิดจากการครอบงำ แต่จากการยินยอม การปกป้อง และเสียงของผู้หญิงที่ถูกบังคับให้เงียบมานานเกินไป
เซราฟิน่า(Seraphina) ยกมือขวาขึ้น
เส้นเถากุหลาบสีแดงคล้ำใต้ผิวเรืองขึ้นอีกครั้ง
เพียงเสี้ยววินาที
แล้วดับ
เธอไม่ได้ก้มศีรษะต่อเสียงระฆัง
เธอมองเรือนกระจก
มองกุหลาบดำ
มองกรงทองคำ
แล้วกระซิบเบา ๆ กับตนเอง
“ถ้ากรงนี้มีประตู ข้าจะหากุญแจให้พบ”
ลูเซียส(Lucius) ยืนอยู่ด้านหลังเธอ ไม่ใกล้เกินไป ไม่ไกลเกินไป
“แล้วถ้าไม่มีกุญแจ?” เขาถาม
เซราฟิน่า(Seraphina) มองกุหลาบดอกแดงดำที่บานอยู่กลางเรือนกระจก
หนามของมันสะท้อนแสงไฟฟ้าเป็ประกายเล็ก ๆ
“เช่นนั้น” เธอกล่าว “เราจะใช้หนาม”
เสียงระฆังเที่ยงยังดังต่อไป
แต่ในแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) เสียงอีกอย่างหนึ่งเริ่มดังขึ้นใต้พื้นหินอ่อน
เบามาก
ลึกมาก
เหมือนรากกุหลาบแตะกันในความมืด
และเช้าวันนั้น เมืองออเรเลียม(Aurelium) ยังไม่รู้เลยว่า การตรวจเยี่ยมธรรมดาของศาสนจักรไม่ได้จบลงด้วยบันทึกสามฉบับ
มันจบลงด้วยรอยร้าวแรกของกรงทองคำ
รอยร้าวที่เล็กพอจะถูกมองข้าม
แต่ลึกพอให้รากกุหลาบจำทางออกได้
สรุปท้ายตอน
เซราฟิน่า(Seraphina) ถูกศาสนจักรบุกตรวจแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) ก่อนเวลา โดยมีเป้าหมายแฝงคือทดสอบแก่นพลัง(Core) ของเธอและจับตาทายาท
เธอเริ่มใช้เสียงของตัวเอง ปฏิเสธการตรวจที่ไร้คำยินยอม และบังคับให้ศาสนจักรถอยไปพร้อมหลักฐานเป็ลายลักษณ์อักษร
ลูเซียส(Lucius) ยืนข้างเธอโดยไม่พูดแทน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนจากกรอบสมรสเป็พันธมิตรที่เคารพกัน
ท้ายตอน กุหลาบดำและรอยเถากุหลาบบนมือเซราฟิน่าเผยสัญญาณว่า บางสิ่งใต้แบล็คโรสฮอลล์กำลังตื่นขึ้น และศาสนจักรรู้แล้วว่าเธออาจเป็ภัยเร็วกว่าที่คาดไว้.