เมื่อตัวตนระดับสูงทั้งหมดทราบเรื่องที่ไลท์เล่าให้ฟังพวกเขาก็พากันประหลาดใจและร่วมกันปรึกษหารือกันทันที
“ ไม่แปลกใจเลยที่ฉันได้รับข้อมูลมาว่าพวกปีศาจได้ต่อสู้กันเองเพื่อชิงอำนาจแต่ไม่คิดเลยว่ามันจะรุนแรงแบบนี้ แม้แต่ตัวตนระดับSSSก็ยังต้องตายไปหลายตัว ” เยอร์เก้พูดขึ้น เขาคือผู้นำตระกูลเครอส ซึ่งตระกูลเครอสรับหน้าที่ดูแลพื้นที่ที่ติดอยู่กับชายแดนระหว่างมนุษย์และปีศาจ
“ เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมแกถึงไม่บอกพวกเราห๊ะเยอร์เก้? ” น้ำเสียงไม่พอใจดังขึ้น ซึ่งก็มาจากโวเรสต้า เขาคือผู้นำตระกูลวัลแคน
“ ฉันเองก็ได้ข่าวมาบ้างแต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดีสำหรับพวกเรา เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่ได้บอกกับพวกแก อีกอย่างข่าวนี้ก็ถูกปกปิดอย่างดีเพราะกว่าฉันจะได้รับข้อมูลเหล่านี้มาก็ต้องใช้เวลานานหลายปีเลยทีเดียว ” เยอร์เก้พูดขึ้น
“ ฉันขอเสนอให้ช่วยเผ่ามารโลกันต์ ” เป็นเฮลมไนน์ที่พูดขึ้น เขาคือผู้นำตระกูลซันไทม์
“ ฉันเองก็เห็นด้วยกับเฮลมไนน์ ” เฟอร์กัสพูดขึ้น
พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง
หลายๆฝ่ายพากันออกความเห็นในการช่วยเหลือมารโลกันต์
แต่ก็มีบางคนแย้งขึ้นมาแล้วพวกเราจะเชื่อพวกปีศาจได้อย่างไรว่าพวกมันจะไม่บุกโจมตีเผ่าอื่นๆอีก
“ งั้นฉันจะไปเรียกเจ้าซันแดรสมาพูดคุยด้วยแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่
ไม่นานซันแดรสก็มา
“ พวกเราเผ่ามารโลกันต์จะสาบานต่อสวรรค์ว่าจะไม่บุกรุกเผ่าพันธุ์อื่นๆตราบเท่าที่พวกเราเผ่ามารโลกันต์ยังเป็นผู้นำเผ่าปีศาจทั้งหมด ถ้าหากพวกเราผิดคำสาบานขอให้เผ่ามารโลกันต์พินาศ ”ซันแดรสพูดขึ้น
เมื่อคนอื่นๆได้ยินว่าซันแดรสจะสาบานต่อสวรรค์ ทุกๆคนก็พากันตกใจ เพราะการสาบานต่อสวรรค์แล้วผิดคำสาบานจริงๆ มันจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา เพราะทุกครั้งที่สาบานต่อสวรรค์และมีคนผิดคำสาบานทุกๆอย่างก็จะเป็นดั่งที่สาบานเอาไว้
ไลท์และคนอื่นๆก็ตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเผ่ามารโลกันต์ เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าหากพวกเขาไม่ช่วยเหลือและปล่อยให้พวกเทพปีศาจยึดอำนาจไป พวกมันจะต้องทำสงครามกับเผ่าพันธุ์อื่นๆอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นทางที่ดีพวกเขาช่วยเผ่ามารโลกันต์เพื่อที่จะไม่ต้องทำสงครามกัน อย่างน้อยๆก็น่าจะสงบสุขไปอีกหลายพันปีหรืออาจจะถึงหมื่นปีเลยก็ได้ นับว่าเป็นการลงแรงที่คุ้มค่า
“ แล้วนายพอบอกได้ไหมว่าความแข็งแกร่งของเทพปีศาขแข็งแกร่งในระดับไหนแล้วพวกเราต้องรับมือกับอะไรบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ความแข็งแกร่งของเทพปีศาจได้ฟื้นกลับมาอยู่ในระดับSSSแล้ว นอกจากนี้พวกมันยังได้รับการสนับสนุนจากเผ่าอื่นๆอีกสิบเอ็ดเผ่า ทำให้พวกมันมีตัวตนระดับSSSมากถึงห้าสิบกว่าตัว ระดับSSก็มีไม่ต่ำกว่าสองร้อยตัว ส่วนระดับSก็มีไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันตัว ” ซันแดรสพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ทำให้เผ่ามารโลกันต์ถึงกับต้านทานเอาไวัไม่อยู่
เมื่อทุกๆคนได้รับข้อมูลจากซันแดรสแล้วพวกเขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะถึงอย่างไหร่เผ่าปีศาจก็แข็งแกร่งพอๆกับเผ่ามนุษย์เพราะฉะนั้นพวกมันจึงมีความแข็งแกร่งๆที่ใกล้เคียงกับเผ่ามนุษย์
แต่ในสงครามครั้งล่าสุด เผ่าปีศาจได้สูญเสียตัวตนระดับSSSไปเป็นจำนวนมาก ทำให่ความแข็งแกร่งของมันลดลงมาก แต่ก็นับว่ายังแข็งแกร่งกว่าเผ่าที่เหลือ
ไม่นานผลการลงคะแนนเสียงก็ออกมา พงกเขาลงคะแนนเสียงในการช่วยเหลือเผ่ามารโลกันต์ แต่ก่อนที่จะช่วยเหลือ เผ่ามารโลกันต์จะต้องสาบานต่อสวรรค์ให้กัลคำพูดของตัวเองก่อน
ซันแดรสพยักหน้าก่อนที่มันจะทำการสาบานต่อสวรรค์ทันที
เมื่อสิ้นเสียงคำสาบานของซันแดรส ท้องฟ้าก็ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างกึกก้องราวกับว่าเป็นการตอบรับคำสาบานของซันแดนส
“ ไลท์นายลองดูในนี้ ” ซันแดรสพูดพร้อมกับหยิบเครื่องบันทึกวิดีโอให้กับไลท์
ไลท์แปลกใจก่อนที่เขาจะเดินไปในบ้านก่อนที่จะหยิบเครื่องฉายวิดีโอออกมาดู
ภายในวิดีโอเป็นเผ่ามารโลกันต์หลายตัวพากันสาบานต่อสวรรค์ว่าถ้าหากพวกมันอยู่รอดและเผ่ามนุษย์และอีกสี่เป่าพันธุ์ได้แก่ เอลฟ์ คนแคระ มังกร มนุษย์สัตว์ให้ความช่วยเหลือพวกมัน พงกมันจะเลิกบุกโจมตีเผ่าอื่นๆทั้งหมดและจะอยู่อย่างสงบ ซึ่งผลของคำสาบานนี้จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อเผ่ามารโลกันต์ไม่ใช่ผู้นำเผ่าปีศาจอีกต่อไป
ไลท์ดูวิดีโอจนจบก็ยิ้มออกมาและพยักหน้ารับเบาๆและหันไปมองซันแดรสด้วยรอยยิ้ม
“ ดูเหมือนว่าพวกแกจะวางแผนมาดีเลยนิ นอกจากนี้ในคำสบานก็บอกอย่างชัดเจนว่าถ้าหากพวกเราห้าเผ่าพันธุ์ช่วยเหลือเผ่ามารโลกันต์ คำสาบานก็จะเป็นผล แต่ถ้าหากทั้งห้าเผ่าพันธุ์ปฏิเสธคำสาบานก็จะไม่เป็นผล ” ไลท์พูดขึ้น
ซันแดรสหัวเราะออกมาและพูดขึ้นว่า “ พวกเราก็ต้องการันตีว่าพวกนายจะช่วยเหลือพวกเรา ”
“ ก็นับว่าพวกแกยังฉลาดอยู่บ้าง ” ไลท์หัวเราะเบาๆก่อนที่จะบอกเล่าเรื่องที่เผ่ามารโลกันต์สาบานต่อสวรรค์ให้กับคนอื่นๆฟัง
หลังจากที่พูดคุยกันอีกสักพักไลท์ก็วางสาย ซึ่งพวกเขานัดแนะกันแล้วว่าอีกห้าวันข้างหน้าพวกเขาจะมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือเพื่อเข้าสู่ทวีปปีศาจ
“ ฉันถามหน่อยทำไมจอมมารเดฟิรัสถึงอยากให้ฉันช่วย ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ เพราะนายคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดยังไงล่ะ แม้แต่ท่านจอมมารก็ยังชื่นชมนายไม่ขาดปาก ” ซันแดรสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและมันยังเต็มไปด้วยความเคารพ ตั้งแต่สงครามเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ไลท์ยังสามารถสังหารสิบปีศาจอาวุโสที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSSได้ทีเดียวสิบกว่าตัวก็ทำให้ชื่อเสียงชองไลท์เป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก
ด้วยตัวตนระดับSSSที่แข็งแกร่งและทรงพลัง พวกเขารู้ดีว่าถ้าหากไลท์ยังอยู่เผ่ามนุษย์ก็ยังคงอยู่รอด ไม่สิถ้าหากเมืองรุ่งอรุณยังอยู่ เผ่ามนุษย์ก็จะยังคงอยู่ และถ้าหากเมืองรุ่งอรุณพังพินาศ เวลานั้นเผ่ามนุษย์ก็จะสูญเสียความแข็งแกร่งไปกว่าครึ่งทันที
“ งั้นหรอ ฉันเองก็รู้สึกสนใจจอมมารเดฟิรัสอยู่เหมือนกัน ต้องแข็งแกร่งระดับไหนถึงจะสามารถปกครองเผ่าปีศาจได้ทั้งหมดแบบนี้ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
หลายชั่วโมงต่อมาที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง
ภายในห้องอาหารมีสมาชิกเดธปาร์ตี้นั่งอยู่
แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแต่รูปร่างของสมาชิกเดธปาร์ตี้ก็ยังคงเหมือนเดิม แม้ว่าจะเริ่มดูมีวามเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็เท่านั้น
ทุกๆคนมองไปที่ไลท์ด้วยความอยากรู้ พวกเขาอยากรู้ว่าไลท์เรียกพวกเขามาทำไมกัน
ไลท์กวาดสายตาดูรอบๆก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ พวกนายสงสัยใช่ไหมว่าฉันจะเรียกพวกนายมาทำไม? ”
ทุกคนพากันพยักหน้ารับเป็นคำตอบ
ไลท์จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง
เมื่อพวกเขาฟังจบก็ต้องแสดงสีหน้าประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ
“ ลูกพี่จะบอกว่าเผ่าปีศาจหรือเผ่ามารโลกันต์ขอความช่วยเหลือจากพวกเราเพื่อที่จะช่วงชิงอำนาจการปกครองเผ่าปีศาจกลับมาเป็นของตัวเองโดยที่แรกกับการที่พวกมันจะไม่บุกรุกเผ่าอื่นๆจนกว่าเผ่ามารโลกันต์จะไม่ใช่ผู้ปกครองเผ่าปีศาจอีกต่อไป? ” ไลก้าพูดขึ้น
“ แถมพวกมันยังสาบานต่อสวรรค์อีกด้วยว่า ถ้าหากพันธมิตรห้าเผ่าพันธุ์ช่วยเหลือจริงๆ คำสาบานก็จะเป็นแสดงผล ” เวโรนิก้าพึมพำออกมา
ไลท์พยักหน้ารับ
“ ฉันและคนอื่นๆตกลงที่จะช่วยเหลือเผ่ามารโลกันต์ ” ไลท์พูดขึ้น
คนอื่นๆก็คิดตามและคิดว่าวิธีการนี้ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะรักษาความสงบสุขให้กับทุกๆเผ่าพันธุ์
“ แล้วพวกเราจะลงมือตอนไหน? ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้อาละวาดอีกครั้ง หลังจากที่เขาไม่ได้สู้อย่างยาวนานแล้วก็ตาม
ส่วนคนอื่นๆเองก็รู้สีกเหมือนกับไลก้า พวกเขาอยากที่จะสู้เต็มที่เหมือนกัน
“ เข้าใจแล้ว พวกนายกลับไปบอกครอบครัวของพวกนายก่อนแล้วกัน ฉันไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้นโดยเฉพาะนายไลก้า ถ้าหากฟีเลียไม่อนุญาตนายก็คงอดไป ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา คนอื่นๆเองก็หัวเราะออกมาเหมือนกัน
หลายปีก่อนไม่มีใครรู้ว่าไลก้าและฟีเลีย บุตรสาวคนที่สามของเฟอร์กัสผู้นำตระกูลฟรอสพบรักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรูตัวอีกทีทั้งสองก็เปิดตัวกันแลัว
นอกจากนี้ไลก้าก็ยังเป็นคนที่กลัวฟีเลียอย่างมาก เขาไม่กล้าที่จะขัดใจฟีเลียแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นฟีเลียก็ยังเป็นคนที่ช่วยเหลือและสนับสนุนไลก้าในทุกๆด้าน
แน่นอนว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้คนอื่นๆก็แต่งงานและมีครอบครัวกันหมด
เดซี่เธอแต่งงานกับแฟรงค์กี้ แฟรงค์กี้เป็นจอมเวทย์ธาตุสายฟ้าที่มีความแข็งแกร่งในระดับSS เนื่องจากแฟรงค์กี้เป็นคนขี้อายทำให้เขาใช้เวลาจีบเดซี่นานหลายปีก่อนที่เดซี่จะเห็นถึงความพยายามของแฟรงค์กี้และตกลงเป็นคู่รักกัน
เวโรนิก้าเธอได้แต่งงานกับคลาวด์ คลาวด์เป็นนักสู้อิสระที่มีความแข็งแกร่งในระดับSS เขาเป็นนักสู้ที่เก่งกาจในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า พลังหมดของเขาสามารถต่อยภูเขาขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าหลายร้อยเมตรให้กลายเป็นรูขนาดใหญ่ได้
คอลรุยเขาได้แต่งงานกับองค์หญิงธีน่า
องค์หญิงธีน่าเป็นแฟนคลับของคอลรุย ในตอนนั้นไลท์บอกให้คอลรุยสอนวิธียิงปืนไรเฟิลให้กับองค์หญิงธีน่าและนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของทั้งสองคนและในตอนนี้ทั้งสองก็มีลูกชายอายุสองขวบแล้ว
สำหรับเฮลเฟลชเธอได้แต่งงานกับไกเซอร์ ส่วนเมลิซ่าเธอยังคงไม่ได้แต่งงานเนื่องจากเธอยังหาชายหนุ่มในฝันของเธอไม่ได่ นอกจากนี้การที่จะเป็นสามีของเธอจะต้องแข็งแกร่งอย่างน้อยระดับSS
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวัน
เรือบินของเมืองรุ่งอรุณจำนวนสิบลำก็บินขึ้นท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปยังชายแดนของทวีปมนุษย์แลพปีศาจทันที
สมาชิกเดธปาร์ตี้ทั้งหกคนมากันครบ ส่วนเฮลเฟลชและเมลิซ่าไปเจอกันที่ชายแดนของทวีปมนุษย์และปีศาจ
เรือบินสิบลำแต่ละลำมีคนอยู่มากถึงแปดพันคน ซึ่งแต่ละลำก็จะมีตัวตนระดับSSอยู่ทั้งหมดสามคน ตัวตนระดับอีกยี่สิบคน ส่วนที่เหลือคือตัวตนระดับA
ส่วนเรดซันตอนนี้มันกำลังนอนเป็นนกอ้วนอยู่ที่ภูเขา เนื่องจากเมอร์ลินเลี้ยงดูมันอย่างดีจนมันอ้วนขึ้นอย่างมากแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังแข็งแกร่งอยู่ดีและการที่ไลท์ไม่พามันมาก็เพราะเขาต้องการให้มันดูแลลูว์เดียสและเมอร์ลินนั่นเอง
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปประมาณสองเดือนเศษ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงชายแดนระหว่างมนุษย์และปีศาจแล้ว พวกเขาก็จอดเรือบินที่เมืองเซลฟาร์
เมืองเซลฟาร์เป็นเมืองที่มีแต่ทหาร พวกเขาคือแนวหน้าที่จะปะทะกับเผ่าปีศาจ ซึ่งเมืองนี้เต็มไปด้วยคนของสภาจอมเวทย์และนักผจญภัย นอกจากนี้ยังมีทหารจากอาณาจักรต่างถูกส่งมาที่นี้เพื่อเฝ้าระวังเผ่าปีศาจ
นอกจากนี้เมืองเซลฟาร์ก็คือเมืองที่พวกเขานัดมาพบกันก่อนที่จะบุกโจมตีเผ่าปีศาจ
ในช่วงสองเดือนเศษที่ผ่านมามีข่าวจากคนของมารโลกันต์ส่งมาหาซันแดรสอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ไลท์ก็ยังติดต่อไปหาเนียร์พร้อมกับสอบถามการเคลื่อนไหวของพวกเทพปีศาจอยู่ตลอดเวลา
สองเดือนมานี้เกิดการปะทะที่รุนแรนอยู่สองครั้ง ซึ่งในสองครั้งนี้ทำให้มีเทพปีศาจตายไปอีกสองตัว ส่วนเทพปีศาจฝั่งมารโลกันต์ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกมันแข็งแกร่งจริงๆ ต่อให้มีจำนวนน้อยกว่าแล้วยังไงพวกมันก็ยังคงชนะอยู่ดี
เวลานี้เรือบินของไลท์มาถึงจอดลงที่ท่าเรือบินแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะสั่งให้ทุกๆคนไปซื้อของให้พร้อมเพื่อที่จะบุกเข้าทวีปปีศาจและไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อมจึงมีความสำคัญอย่างมาก
หลายวันต่อมา เรือบินของกองกำลังต่างๆก็ได้มารวมตัวกันที่เมืองเซลฟาร์
เรือบินหลายร้อยลำจอดเรียงกันอย่างเนื่องแน่น แต่ก็นับว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยากเพราะเรือบินแต่ละลำมีราคาแพงแต่ตอนนี้พวกมันจอดอยู่ที่เมืองเซลฟาร์เป็นจำนวนมากถึงหนึ่งร้อยสามสิบสองลำ
หลังจากที่ประชุมวางแผนการณ์เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเคลื่อนขบวนไปยังเมืองหลวงของเผ่าปีศาจ
การเดินทางจากเมืองเซลฟาร์ไปยังเมืองหลวงเผ่าปีศาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือนเศษ
ระหว่างที่พวกเขาเดินทางก็ไม่มีใครมารบกวน เพราะพวกเขาบินอยู่บนท้องฟ้าเหนือก้อนเมฆ ทำให้ไม่มีใครมาสังเกตพวกเขา
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนเศษ
ในตอนนี้พวกไลท์ก็มาถึงเมืองหลวงของเผ่าปีศาจแล้ว
ไลท์มองดูเมืองหลวงของเผ่าปีศาจด้วยแววตาเปร่วประกาย
“ ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงแห่งความตายแล้ว ”ไลท์พึมพำออกมาเบาๆด้วยรอยยิ้มที่ตื่นเต้น