งานเลี้ยงหรูและพิธีคลอด
ย่านหรูของเอ็นโดโปลิสในคืนนี้สว่างไสวราวกับดวงดาวทั้งจักรวาลมารวมกันอยู่บนพื้นดินคฤหาสน์แก้วตระกูลผู้ดีตั้งตระหง่านกลางย่านศูนย์กลางพื้นผิวสะท้อนเงาแสงนีออนจนแทบไม่มีที่มืด รถลอยฟ้าสีเงินเรียงรายเข้ามาทีละคันแขกผู้ทรงเกียรติสวมชุดราตรีหรูหราลงจากรถพร้อมหุ่นรับใช้ที่ตามประกบไม่ห่าง ทุกคนคือสายเืH1 และ R2 ชั้นสูงที่มากันเพื่อร่วมพิธีสำคัญ
เสียงเครื่องดนตรีสังเคราะห์บรรเลงประสานกับเสียงกลไกของหุ่นราวกับกำลังสร้างบรรยากาศแห่งพิธีกรรมลึกลับมากกว่างานเลี้ยงทั่วไปจูเลียน่าก้าวตามพ่อแม่เข้าไปเธอรู้ดีว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ นั่นคือการคลอดทารก H1 รุ่นใหม่ที่กำลังจะออกมาเป็สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองแต่หัวใจของเธอกลับไม่รู้สึกภาคภูมิอย่างที่ควรจะเป็
เสียงประกาศจากแพทย์AI ดังขึ้นทั่วห้องโถงม่านโปร่งใสเลื่อนออก เผยให้เห็นหญิง H1 ชั้นสูงนอนอยู่บนแท่นบำรุงรักษาหน้าท้องส่องประกายแสงฟ้าอ่อนจาง ๆ คล้ายคริสตัลที่เรืองแสงเองเสียงเครื่องตรวจดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ “ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด”แขกทุกคนแทบไม่กะพริบตาเมื่อฝาหน้าท้องเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นทารกน้อยลอยตัวอยู่ในของเหลวใสสะอาด ร่างกายสมบูรณ์แบบ ไม่มีเืไม่มีคราบรกห่อหุ้ม มีเพียงสายสะดืออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมเข้ากับพอร์ตพลังงานภายใน“มดลูกเทียม”
แสงไฟสีขาวสว่างขึ้นพร้อมเสียงดนตรีประสานสูงสุดแพทย์เอื้อมมือปลดสายออก เสียง “คลิ๊ก” แ่เบาดังสะท้อนก่อนจะอุ้มทารกขึ้นเหนือศีรษะอย่างพิถีพิถันแขกทั้งห้องปรบมือกึกก้องราวกับได้เห็นปาฏิหาริย์ทางวิทยาการ บางคนถึงกับร่ำไห้และโผกอดกันด้วยความปีติ
แขกทั้งห้องลุกขึ้นปรบมือกึกก้องบางคนถึงกับหลั่งน้ำตา เสียงอวยพรดังเซ็งแซ่
“ชีวิตใหม่ของสายเืH1 กำเนิดแล้ว!”
“เป็สัญญาณแห่งความรุ่งเรืองของเมกะโลเซีย!”
ทว่าท่ามกลางเสียงยกย่องนั้นจูเลียน่านั่งนิ่ง สายตาเหม่อลอย เธอไม่ได้มองทารกในฐานะสัญลักษณ์ของเกียรติยศแต่เห็นเพียงภาพเด็ก ๆ ในสลัมที่เธอสอนหนังสือ ร่างเล็ก ๆที่เปื้อนฝุ่นและหัวเราะอย่างจริงใจโดยไม่ต้องมีแสงหรูหราล้อมรอบความแตกต่างระหว่างสองโลกกระแทกหัวใจเธอจนแทบหายใจไม่ออก
เธอรู้สึกเหมือนถูกกักอยู่ในโลกที่เงาวับแต่ไร้ชีวิตชีวาหัวใจเธอย้อนนึกถึงเรมิโอที่เคยพูด “ผมไม่กลัวตาย…แต่กลัวไม่ได้เจอคุณอีก” คำพูดนั้นดังชัดยิ่งกว่าเสียงปรบมือทั้งห้อง
การสนทนาและแรงกดดัน
เมื่อพิธีจบลงงานเลี้ยงก็ต่อเนื่องด้วยโต๊ะอาหารยาวเหยียดหุ่นรับใช้เสิร์ฟไวน์สังเคราะห์และอาหารที่ตกแต่งอย่างประณีตแขกผู้ดีจับกลุ่มพูดคุย เสียงหัวเราะประสานกับเสียงแก้วกระทบกันอย่างเป็จังหวะจูเลียน่านั่งข้างพ่อแม่อย่างสงบ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกดดันเมื่อแขกผู้ใหญ่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ข่าวว่ารัฐบาลจะเร่งโครงการฝังชิปแรงงานภายในเดือนนี้ใช่ไหมครับ”
ชายอีกคนหัวเราะเบา“ถูกแล้ว พวกโฮโมเซเปียนไม่รู้จักวินัย ต้องมีวิธีควบคุมให้อยู่ในร่องในรอยไม่อย่างนั้นเมืองจะวุ่นวาย”
พ่อของจูเลียน่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนหันมากล่าวกับลูกสาว “เ้าเห็นแล้วใช่ไหมว่าการสืบสายเืบริสุทธิ์ และการควบคุมแรงงานคือสองเสาหลักของความมั่นคงวันหนึ่งหากเ้าตกเป็สะใภ้ตระกูลอัลฟอนโซครอบครัวเราจะได้ยืนอยู่บนเสาทั้งสองอย่างมั่นคง”
แม่ย้ำด้วยรอยยิ้มเย็น“เขายังรอคำตอบจากเ้าอยู่ จงอย่าลังเล”
จูเลียน่าเม้มปากแน่นก่อนตอบเสียงเบา “บางครั้ง…หัวใจของคนเราไม่ได้เดินตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงชั่วขณะแขกบางคนหันมามองด้วยสายตาประหลาดใจ พ่อของเธอจ้องลูกสาวด้วยแววตาเ็า“ระวังคำพูดของเ้า อย่าลืมว่าโลกนี้ไม่เปิดโอกาสให้คนที่ก้าวพลาด”
เธอหลบสายตารู้ดีว่าทุกคำที่พูดไปคือการท้าทายโชคชะตาที่ถูกลิขิตไว้โดยชนชั้น
เธอเดินออกมาที่ระเบียงแสงไฟนีออนของเมืองหลวงระยิบระยับราวท้องฟ้าใหม่ แต่สำหรับเธอมันกลับว่างเปล่าเธอถามตัวเอง—
“ถ้าวันหนึ่งฉันมีลูกกับเรมิโอ…โลกนี้จะยอมให้เด็กคนนั้นลืมตาดูโลกหรือไม่”
น้ำตาไหลรินโดยไม่รู้ตัวก่อนเธอจะรีบปาดออกแล้วกลับเข้าไปในห้องโถง
ไฟลุกในเขตแรงงาน
ในเวลาเดียวกันนั้นอีกฟากหนึ่งของเมืองเอ็นโดโปลิส ถนนเขตแรงงานเต็มไปด้วยควันไฟและเสียงโห่ร้องแรงงานนับร้อยคนรวมตัวประท้วงการฝังชิป บางคนถือป้ายทำมือบางคนขว้างก้อนอิฐใส่กำแพง หุ่นลาดตระเวนบินวนเหนือหัวปล่อยแสงไฟสแกนพร้อมเสียงไซเรนก้อง
อะมาเดโอในชุดเกราะปราบจลาจลยืนแถวหน้ากับกองกำลังเขาะโก้อง “ทุกคนหยุดทันที! ถ้ายังไม่ถอย เราจะถูกสั่งใช้กำลังขั้นสูงสุด!”
แต่ฝูงชนกลับโห่ร้องยิ่งกว่าเดิมก้อนหินกระแทกโล่ดังสนั่น เสียงปืนไฟฟ้าช็อตดังเปรี้ยง! ชายแรงงานล้มลงกับพื้นชีพจรเต้นอ่อนแรง
วิเวียน่าในชุดแพทย์สนามวิ่งฝ่าควันเข้ามาเธอคุกเข่าลงและะโ
“อย่ายิง!เขากำลังจะตาย!”
เธอคุกเข่าลงกดเครื่องปฐมพยาบาลอัตโนมัติบนาแเืแดงผสมกลิ่นแก๊สน้ำตาอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก หุ่น AI หันปืนเล็งใส่เธอทันที แต่ในวินาทีนั้นอะมาเดโอก้าวเข้ามาขวาง
“หยุด!ปล่อยให้เธอช่วย”
วิเวียน่าเหลือบตาขึ้นสบกับเขาเห็นเพียงประกายลังเลในดวงตาที่แข็งกร้าวเธอก้มหน้าทำงานต่ออย่างไม่สนใจคำสั่งรอบข้าง กดผ้า พันแผล ฉีดยาเสียงหัวใจผู้าเ็กลับมาเต้นอย่างช้า ๆ
หลังสถานการณ์เริ่มสงบอะมาเดโอเดินมาหาเธอ เอ่ยเสียงต่ำ
“คุณเสี่ยงเกินไปถ้าโดนลูกหลงจะทำยังไง”
เธอหันมาสบตาน้ำตาเอ่อ “แล้วถ้าฉันไม่เสี่ยง เขาก็ตายแน่ ๆ คุณต่างหาก…ทำไมถึงยอมให้ระบบนี้ฆ่าคนง่าย ๆ แบบนี้”
ตำรวจเหล็ก “แล้วคุณไม่กลัวตายเหรอ”
วิเวียน่าหอบหายใจแรงน้ำตาคลอ “ฉันกลัวสิ…แต่กลัวมากกว่าที่จะเห็นพวกเขาตายต่อหน้าต่อตา”
เขานิ่งไปนานเหมือนคำพูดนั้นเจาะทะลุเกราะเหล็กในใจ เขาไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกใดแต่รู้ว่าั้แ่เกิดมา เขาไม่เคยถูกถามถึงหัวใจของตัวเองเช่นนี้มาก่อน
สายตาของทั้งคู่สบกันท่ามกลางซากปรักหักพัง—จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ต้องห้ามอีกคู่หนึ่ง
แสงสองฟากของเมือง
คืนนั้นแสงไฟจากคฤหาสน์ผู้ดีส่องประกายราว์บนดิน เสียงเพลงและแก้วไวน์ยังดังก้องขณะที่อีกฟากหนึ่งของเอ็นโดโปลิส ควันไฟยังลอยคลุ้งเหนือถนนสลัมเด็กน้อยร้องไห้ท่ามกลางเสียงไซเรนที่ยังคงหลงเหลือ
จูเลียน่ายืนมองออกนอกหน้าต่างห้องของเธอเห็นเพียงเงาแสงสลัวของเมืองที่แบ่งออกเป็สองโลก เธอกระซิบเบา ๆราวกับบอกใครบางคนที่อยู่ห่างไกล
“ชีวิตใหม่สำหรับพวกเขา…แต่ความรักของฉันยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเริ่มต้น”
ในอีกฟากหนึ่งวิเวียน่าล้างคราบเืออกจากมือด้วยน้ำตาที่ไหลไม่หยุด ส่วนอะมาเดโอยืนเงียบมองท้องฟ้าที่มีทั้งแสงไฟและควันไฟปะปนกันความรู้สึกสับสนในใจของเขาเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย
คืนหนึ่งเมืองเดียวกันแต่เต็มไปด้วยสองโลกที่ขัดแย้ง—และความรักต้องห้ามที่เริ่มหยั่งรากอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงและแสงนีออน
จบตอนที่ 4
( 3 ก.ย. 68 )