บทที่ 12 ประธานสมาคมนักรบ
หลี่มู่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อทำให้จิตใจสงบลง
ทุกสิ่งรอบตัว รวมถึงปฏิกิริยาตื่นตะลึงจนเกินเหตุของผู้คนรอบข้าง
เสียงหายใจหนัก ๆ ที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นยิ่งกว่าตัวเอง
ทั้งหมดถูกเขาเพิกเฉยอย่างสิ้นเชิง
ขณะนี้หลี่มู่จมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง
ในสายตาของเขามีเพียงเครื่องทดสอบตรงหน้าเท่านั้น
"ฮู่"
ลมหายใจถูกปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ
กล้ามเนื้อทั่วร่างเครียดขึง สะโพกย่อต่ำลง
กำปั้นขวาถูกดึงกลับ
แล้วพุ่งออกไปอย่างรุนแรง
ตูม!
ท่ามกลางเสียงทุ้มต่ำ ตัวเลขบนหน้าจอะโขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง
9219!
ห่างจากพลังเพียงไม่กี่ร้อย
หลังจากเงียบไปสองถึงสามวินาที เ้าหน้าที่ก็เปล่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้นอย่างสุดขีด
"ขอแสดงความยินดีด้วย! นักรบผู้ทรงเกียรติ คุณกลายเป็นักรบระดับสามที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมนักรบแล้ว!"
"คุณ้าจะลองอีกครั้งไหม พวกเราไม่รีบ!"
"ไม่จำเป็แล้วครับ"
ตัวเลขนี้ หลี่มู่ไม่ค่อยพอใจนัก
แต่เขาทราบดีว่าการที่ตนเองสามารถทำตัวเลขนี้ออกมาได้ ถือเป็การโจมตีระดับสูงสุดในตอนนี้แล้ว
การที่พลังโจมตีอ่อนแอกว่าค่าพละกำลังโดยรวมนั้นเป็เื่ปกติ
นักรบยากจะแสดงพลังของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรวมพลังทั้งหมดเข้าไปในการโจมตีครั้งเดียว
ค่าพลังแปดในสิบส่วนของตนเอง ถือเป็ค่าที่ผ่านเกณฑ์สำหรับพลังโจมตี
ในสายตาของนักรบหลายคน ข้อกำหนดนี้ถือว่าสูงมากแล้ว!
ค่าพลังโจมตีของหลี่มู่นั้นเกินกว่าเก้าในสิบส่วนของพลังตนเองแล้ว
แต่เขายังคงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
หลี่มู่นำเอกสารที่ได้รับการประทับตรากลับมายังที่นั่งของตน
บรรยากาศยังคงเงียบสงัดอยู่บ้าง
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที
"ฉันได้เห็นการตื่นของอัจฉริยะคนหนึ่งแล้ว!"
"นักรบระดับสาม! นักรบระดับสามที่ได้รับการรับรอง!"
"นักรบระดับสามที่มีพลังถึงเก้าพันแปดร้อยยี่สิบหกหน่วยในวัยสิบแปดปี!"
...
บรรยากาศคล้ายะเิขึ้นมาทันที
ดวงตาของทุกคนในสถานที่แห่งนั้นต่างแดงก่ำ
พวกเขาจ้องมองหลี่มู่ด้วยสายตาเร่าร้อน
เด็กหนุ่มอายุสิบแปดปีที่ได้รับการรับรองเป็นักรบระดับสาม!
เมืองเอสไม่มีคนแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพลังถึงเก้าพันแปดร้อยกว่าหน่วยอีก!
พร์เช่นนี้ยากจะบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาตื่นเต้น และเป็เพราะไม่อาจไม่ตื่นเต้นได้ต่างหาก!
"บางที… อีกไม่นานเมืองเอสของพวกเราอาจจะมีาาแห่งนักรบอีกคนหนึ่งก็ได้!"
หวังผิงผู่กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
"อะไรนะ? าาแห่งนักรบ?!"
ทุกคนต่างตกตะลึง
ต้องทราบก่อนว่าในประวัติศาสตร์ของเมืองเอส มีาาแห่งนักรบเพียงสี่คนเท่านั้น!
และในจำนวนนั้น สามคนล้วนเป็าาแห่งนักรบระดับเจ็ด
มีเพียงผู้กอบกู้แห่งเมืองเอส สวี่เฟิงเซียว เป็าาแห่งนักรบระดับแปด!
แต่นั่นเป็เื่ราวเมื่อร้อยปีก่อน!
ขณะนี้เมืองเอสไม่มีาาแห่งนักรบอยู่เลย
อย่างน้อยก็ในสถานที่เปิดเผย!
ตอนนี้!
าาแห่งนักรบคนที่ห้าของเมืองเอสในอนาคต อาจจะอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว!
แล้วพวกเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร!
หลี่มู่รับเอกสารที่ประทับตราแล้ว
หญิงสาวที่มีกลิ่นอายสูงศักดิ์เดินเข้ามาหาหลี่มู่เป็คนแรก ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ
"สวัสดี ฉันชื่อจื่อหลวน พวกเรามาทำความรู้จักกันหน่อยดีไหม?"
"อืม สวัสดี"
หลี่มู่ยื่นมือออกไปจับมือทักทายอย่างสงบพลางพยักหน้า
"ดูจากอายุของนายแล้ว นายน่าจะเป็นักเรียนมัธยมปลายใช่ไหม?"
"อืม เพิ่งจบมัธยมปลายปีที่สาม"
"แล้วนายสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยไหน? บางทีในอนาคตพวกเราอาจจะเป็เพื่อนร่วมสถาบันกันก็ได้ เพราะฉันเองก็เพิ่งเรียนจบเหมือนกัน"
"มหาวิทยาลัยไป๋เหอ พวกเราไม่มีทางเป็เพื่อนร่วมสถาบันกันได้หรอก"
"มหาวิทยาลัยไป๋เหอ?"
จื่อหลวนชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่เคยได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยนี้มาก่อนจริง ๆ
หญิงสาวพยายามนึกอย่างละเอียด แต่ก็ยังคงไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้
ตอนนั้นเองที่หลี่มู่สังเกตเห็นคนอื่น ๆ ผู้คนมากมายต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาอิจฉาริษยา ราวกับหมาป่าที่หิวโหย
หลี่มู่รู้สึกไม่ดีทันที จึงคว้าเอกสารแล้วรีบเดินออกไป
เขาไม่อยากถูกผู้คนล้อมดูราวกับเป็ลิงในกรงขัง
"พี่ชาย! ผมชื่อจางเสี่ยวเจี๋ย! จางเสี่ยวฮ่าวเป็พี่ชายของผม!"
"น้องชาย มาทำความรู้จักกันหน่อยสิ!"
จางเสี่ยวเจี๋ยและหวังผิงผู่รีบเอ่ยปากขึ้นมา
แต่หลี่มู่กลับเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่า เขาเดินเร็ว ๆ ออกจากห้องรับรองระดับของสมาคมนักรบ
"ทำไมถึงวิ่งเร็วขนาดนี้!"
จางเสี่ยวเจี๋ยตบขาตัวเองด้วยความหงุดหงิด
หวังผิงผู่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
คนอื่น ๆ เองก็แสดงท่าทีเสียดายเป็อย่างมาก
นั่นคืออัจฉริยะที่หาได้ยากในโลกนี้เลยนะ! แต่กลับพลาดโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักไปซะแล้ว
"โอ้!"
มีเพียงจื่อหลวนเท่านั้นที่อารมณ์ดี
เธอเป็คนเดียวที่ได้พูดคุยกับอัจฉริยะระดับเหนือธรรมชาติคนนั้น
"เอ่อ… พวกคุณรู้จักมหาวิทยาลัยไป๋เหอไหม? อัจฉริยะคนนั้นบอกว่าเขาสมัครเข้ามหาวิทยาลัยไป๋เหอน่ะ" จื่อหลวนถาม
"???"
ทุกคนต่างอึ้งไป
...
เมื่อมาถึงเคาน์เตอร์รับเหรียญตรานักรบ
หลี่มู่ยื่นเอกสารไปให้อีกฝ่าย
เ้าหน้าที่หลังเคาน์เตอร์เห็นเอกสารแล้วพลันชะงักงัน
"นักรบระดับสามที่อายุสิบแปดปี!?"
หลังผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงได้สติกลับมา
"ขอ… ขออภัยครับ ท่านนักรบ!"
"นี่คือเหรียญตราของคุณครับ โปรดเก็บรักษาให้ดี"
กล่องไม้ประณีตถูกเ้าหน้าที่ใช้สองมือวางลงตรงหน้าหลี่มู่อย่างนอบน้อม
ภายในกล่องคือเหรียญตราหกเหลี่ยมสีม่วงที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือ
เป็งานฝีมือที่ทำด้วยความประณีต และด้านหลังยังมีรหัสป้องกันการปลอมแปลงของสมาคมนักรบ
เหรียญตราของนักรบระดับหนึ่งถึงสามล้วนทำจากทองแดง ระดับหนึ่งเป็ทองเหลือง ระดับสองเป็ทองแดงเขียว และระดับสามเป็ทองแดงม่วง
"ด้วยเหรียญตรานี้ คุณสามารถรับเงินสองหมื่นเหรียญัได้ทุกเดือนครับ"
"คุณสามารถรับเงินสดได้ที่สมาคมนักรบ หรือให้ทางสมาคมโอนเงินเข้าบัญชีก็ได้..."
"ครับ ขอบคุณมาก"
หลังจากให้ข้อมูลบัญชีของตนไป
เพียงไม่กี่นาทีหลี่มู่ก็เห็นเงินสองหมื่นโอนเข้าบัญชีของตนแล้ว
ประสิทธิภาพนี้ช่างรวดเร็วจริง ๆ!
ชายหนุ่มรู้สึกพอใจมาก
เมื่อเห็นเงินสนับสนุนนักรบเข้าบัญชีแล้ว
หลี่มู่ก็เตรียมตัวจากไป
ขณะที่เดินมาถึงห้องโถง เสียงทรงพลังหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
"นักเรียนหลี่มู่ โปรดหยุดก่อน!"
"หืม?"
หลี่มู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและหันกลับไปมอง
ชายวัยกลางคนที่มีอายุราวสี่สิบถึงห้าสิบปี เส้นผมสีขาวโพลน และสวมชุดฝึกยุทธ์เดินมาอย่างรวดเร็ว
เขามีรูปร่างสมส่วน แขนทั้งสองข้างค่อนข้างยาว และมีบุคลิกราวกับทะเลสาบที่สงบนิ่ง
ไร้คลื่นลม แต่กลับลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
ทันใดนั้นหลี่มู่ก็นึกออกว่าคนคนนี้คือใคร
แขกประจำบนหน้าจอโทรทัศน์
ประธานสมาคมนักรบแห่งเมืองเอส เกาจ้างไฮว่!
แม่ทัพระดับหก!
หนึ่งในกลุ่มชนชั้นสูงที่แท้จริงของเมืองเอส
หนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดของเมืองเอส!
หากกล่าวว่านักรบระดับสามคือการเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว ไม่ต้องกังวลเื่ปากท้อง
แล้วแม่ทัพระดับหกอย่างเกาจ้างไฮว่คนนี้
เขาก็คือผู้ควบคุมอำนาจ ชีวิต และความตายของดินแดนหนึ่ง อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น!
เมื่อเทียบนักรบระดับสามกับแม่ทัพระดับหก ก็เปรียบเสมือนความแตกต่างระหว่างมดกับช้าง!
และขณะนี้ ใบหน้าของเกาจ้างไฮว่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
เื้ัของเขายังมีชายวัยกลางคนหลายคน ที่สวมเครื่องแบบของฝ่ายบริหารของสมาคมนักรบ
"สวัสดีครับประธานเกา คุณมีธุระอะไรเหรอ?"
หลี่มู่พยักหน้าทักทาย
"สหายตัวน้อย ยอดฝีมือวัยเยาว์ ยอดฝีมือวัยเยาว์!"
"รูปลักษณ์สง่างาม บุคลิกโดดเด่น อายุยังน้อยก็เป็นักรบระดับสามแล้ว เมืองเอสของพวกเราซ่อนัเอาไว้จริง ๆ!"
เกาจ้างไฮว่ตบบ่าของหลี่มู่ด้วยความปลื้มใจ
บรรดาผู้บริหารของสมาคมนักรบที่อยู่เื้ัเขา ต่างพากันมองหลี่มู่ด้วยความประหลาดใจและสงสัย
พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยคนนี้ จะเป็นักรบระดับสามได้แล้ว
"หนุ่มน้อย มีเวลาคุยกันหน่อยไหม?"
"ได้ครับ"
เมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลตรงหน้า หลี่มู่ก็ไม่อยากปฏิเสธง่าย ๆ
เขาไม่คิดว่าจะเป็เช่นนี้จริง ๆ
ชายหนุ่มคาดการณ์เอาไว้ว่าอายุและระดับของตน อาจจะสร้างความปั่นป่วนไม่น้อย
แต่เขาไม่รู้สึกว่าการสร้างความปั่นป่วนจะเป็ปัญหาแต่อย่างใด
การซ่อนคมไว้นานเกินไปก็อาจทำให้มันทื่อได้
แต่เขาไม่คิดว่าตนเองจะสร้างความตื่นตระหนก ให้กับประธานคนนี้โดยตรง