สามปีผ่านไปไวราวกับโกหก...
ณ สนามประลองหลวงอันยิ่งใหญ่ที่ใจกลางเมืองหลวง บรรยากาศคึกคักเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ เสียงโห่ร้องเชียร์ดังกระหึ่ม ธงใหญ่ปลิวไสว สายลมพัดพาเอาความตื่นเต้นและคาดหวังแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ วันนี้คือวันเปิดฉาก 'งานประลองเยาวชน' ประจำปี การแข่งขันอันทรงเกียรติที่เฟ้นหาสุดยอดนักดาบรุ่นเยาว์ ผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็กำลังสำคัญของอาณาจักรในอนาคต
บนอัฒจันทร์ ผู้ชมต่างจับจ้องไปยังลานประลองเบื้องล่างด้วยสายตาชื่นชม เหล่าผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากทั่วแคว้นกำลังยืนเรียงรายรอการประกาศชื่อ แต่ละคนล้วนมีแววตาที่มุ่งมั่น รูปร่างกำยำและพกพาอาวุธชั้นดี บ่งบอกถึงการฝึกฝนและฐานะทางสังคม
เสียงประกาศกึกก้องของพิธีกรดังขึ้น ดำเนินการแนะนำชื่อและภูมิหลังของผู้เข้าแข่งขันทีละคน เรียกเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้ชมเป็ระยะ สร้างบรรยากาศให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น
"...และลำดับต่อไป ผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายที่ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ได้ แม้จะเป็หน้าใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก แต่ฝีมือดาบของเขาก็เป็ที่น่าจับตามองไม่น้อย ขอเชิญพบกับ 'เลโอ'!"
สิ้นเสียงประกาศ ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวเท้าออกมาสู่ลานประลองอย่างสง่างาม ทว่า... รูปร่างของเขาดูจะเล็กกว่ามาตรฐานผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ อยู่เล็กน้อย ผมสีทองสว่างยาวสลวยถูกรวบเป็หางม้าอย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่... จัดได้ว่าหวานและงดงามเกินกว่าจะเป็เด็กหนุ่มทั่วไป ดวงตาสีฟ้าสดใสทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
สิ่งที่ดูจะขัดแย้งกับบรรยากาศการประลองอันดุเดือดคืออาวุธที่เขาพกพา ดาบเหล็กธรรมดาๆ ที่ดูเหมือนจะหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ถูกสะพายไว้บนแผ่นหลังอย่างง่ายๆ เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็ชุดฝึกซ้อมสีเข้มที่ดูเรียบง่าย เน้นความคล่องตัว มากกว่าจะโอ้อวดความหรูหรา
แม้จะดูแตกต่างจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่น แต่ 'เลโอ' ก็ไม่ได้แสดงท่าทีประหม่า เขายิ้มบางๆ โบกมือทักทายผู้ชมบนอัฒจันทร์อย่างสุภาพตามมารยาท ท่าทางสบายๆ นั้นทำให้หลายคนเริ่มซุบซิบถึงเด็กหนุ่มหน้าใหม่ผู้นี้
ทว่า... คงไม่มีใครในสนามประลองแห่งนี้ล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ชื่อ 'เลโอ' และรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มรูปงามคนนี้ แท้จริงแล้วคือ 'เลอาร์น่า เดอ วาเลนเทีย' ธิดาแห่งดยุกผู้สูงศักดิ์ ที่ยามนี้ได้สวมหน้ากากปลอมตัวเป็ชายเพื่อก้าวเข้าสู่เวทีแห่งการพิสูจน์ตนเองตามเงื่อนไขที่พี่ชายคนโตได้วางไว้!
‘นี่มันสถานการณ์อะไรวะเนี่ย...’ เลอาร์คิดในใจพลางลอบถอนหายใจเบาๆ ขณะยืนอยู่ในแถวผู้เข้าแข่งขัน ‘ชาติก่อนอุตส่าห์เป็ผู้ชายอกสามศอก มาเกิดใหม่ดันกลายเป็เด็กผู้หญิง แล้วตอนนี้... ต้องมาปลอมตัวเป็ผู้ชายอีกรอบเพื่อลงแข่งดาบเนี่ยนะ! ชีวิตมันจะวนลูปอะไรขนาดนี้!’ ความรู้สึกสับสนปนขบขันเล็กน้อยผุดขึ้นในความคิด
เธอนึกย้อนไปถึงบทสนทนาที่ค่อนข้างตึงเครียดกับพี่ชายคนโตเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากที่เธอฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดสามปีและแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ก้าวะโจนแม้แต่ลอเรนซ์ต้องโม้ให้พี่ชายฟัง
‘ถึงจะยอมให้ลงแข่ง แต่ก็ยังตั้งเงื่อนไขอีกจนได้สิน่า...’ อเลสเตอร์ยืนกรานว่าหากเธอ้าจะลงแข่งจริงๆ เธอต้องปลอมตัวเป็ชายเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลแต่ก็แฝงความหวงน้องสาวอยู่ดีว่า
"หากเ้าลงแข่งในฐานะเลอาร์น่า เดอ วาเลนเทีย ธิดาแห่งดยุก ใครมันจะกล้าลงดาบกับเ้าอย่างเต็มที่กัน? พวกนั้นคงได้แต่ออมมือให้เพราะเกรงใจฐานะและกลัวว่าจะทำร้ายสตรีผู้สูงศักดิ์ สุดท้ายแล้วชัยชนะที่ได้มาก็คงไร้ความหมายอยู่ดี"
นั่นจึงเป็ที่มาของ 'เลโอ' เด็กหนุ่มนักดาบหน้าใหม่ผมทองผู้ลึกลับคนนี้...
‘โชคดีชะมัดที่ไอ้ความทรงจำตอนเป็มาวินมันยังอยู่ครบถ้วน...’ เลอาร์คิดพลางยืดอกเล็กน้อย ปรับท่าทางการยืนให้ดูทะมัดทะแมงขึ้นอีกนิด ‘ไอ้ท่าทางการพูดจาหรือบุคลิกแบบผู้ชายเนี่ย ยังพอจำมาใช้ได้อยู่ ไม่งั้นคงแสดงได้ไม่เนียนจนความแตกไปั้แ่รอบคัดเลือกแล้วล่ะนะ’
ถึงแม้จะรู้สึกแปลกๆ กับการต้องสวมบทบาทซ้อนบทบาทแบบนี้ แต่เพื่อเป้าหมายสูงสุด... เพื่อพิสูจน์ตัวเองและเปิดทางสู่การสร้างกองทัพอัศวินหญิง... เธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง
ความคิดเรื่อยเปื่อยถูกขัดจังหวะเมื่อเลอาร์รู้ตัวอีกที เธอก็มายืนอยู่กลางลานประลองที่กว้างขวางเสียแล้ว ฝุ่นทรายบางๆ คลุ้งขึ้นตามแรงลม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และสายตาจับจ้องนับพันคู่
ตรงหน้าเธอคือคู่ต่อสู้คนแรก รูปร่างของอีกฝ่ายช่างแตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง เขามีร่างกายกำยำสูงใหญ่ กล้ามเนื้อเป็มัดๆ ดูแข็งแกร่งเกินกว่าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน บนบ่าแบกดาบเล่มเขื่องที่ดูหนักอึ้ง ใบหน้าหยาบกร้านมีรอยแผลเป็จางๆ ดวงตาฉายแววดุดันและดูถูกอย่างไม่ปิดบัง ท่าทางเหมือนนักเลงหัวไม้มากกว่าจะเป็นักดาบผู้มีเกียรติ
ทันทีที่สบตาเลโอ คู่ต่อสู้ร่างั์ก็แสยะยิ้มเหยียดหยาม เสียงห้าวะโดังลั่นจนผู้ชมบางส่วนยังได้ยิน
"เหอะ! นี่เรอะคู่ต่อสู้คนแรกของข้า? ตัวเล็กอย่างกับมดแถมหน้าหวานยังกับผู้หญิง! ที่แกผ่านมาถึงรอบนี้ได้คงเพราะโชคช่วยหรือไม่ก็เจอแต่พวกอ่อนๆ สิท่า! แต่พอมาเจอข้า 'กร็อก' คนนี้ ถือว่าโชคของแกมันจบสิ้นแล้วเฟ้ย!"
กร็อกยืดอก เบ่งกล้ามแขนโชว์ "ข้าบอกไว้ก่อนนะ ข้าออมมือให้ใครไม่เป็! โดยเฉพาะพวกหน้าอ่อนๆ อย่างแก! รีบๆ คุกเข่ายอมแพ้ไปซะแต่โดยดีเถอะ ก่อนที่จะโดนดาบข้าฟาดจนกระดูกหักไม่เหลือชิ้นดี!" เขาหัวเราะเสียงดังอย่างอวดดี
เลอาร์เพียงแค่ยืนนิ่งและมองคู่ต่อสู้อย่างสงบ ดวงตาสีฟ้าใสไร้ซึ่งความหวั่นไหวหรือความโกรธเคืองใดๆ คำพูดดูถูกถากถางเ่าั้ไหลผ่านหูเธอไปเหมือนสายลม เธอไม่ได้สนใจคำยั่วยุราคาถูกพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย
‘เด็กน้อยเอ๊ย...’ เธอคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ‘ถึงร่างกายนี้จะอายุแค่ 13 แต่ถ้ารวมอายุจิตใจจากชาติก่อนเข้าไปด้วย ฉันก็น่าจะแก่กว่าพ่อแกอีกมั้ง... คำขู่ระดับอนุบาลแบบนี้มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า’
เธอเพียงแค่ปรับท่าจับดาบเหล็กราคาถูกในมือให้มั่นคงขึ้นเล็กน้อย เตรียมพร้อมรับการโจมตีที่จะมาถึงอย่างใจเย็น
เมื่อเห็นว่าคำพูดดูถูกและข่มขู่ของตนไม่ได้ทำให้เลโอหวาดกลัวหรือเสียสมาธิแม้แต่น้อย กร็อกก็เริ่มรู้สึกหัวเสียขึ้นมาแทน ความอวดดีบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็ความหงุดหงิด
"หึ! ทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวนักนะไอ้หนู!" เขากระชับดาบั์ในมือแน่นก่อนตั้งท่าเตรียมพร้อมโจมตี กล้ามเนื้อแขนปูดโปนขึ้นอย่างน่ากลัว "เดี๋ยวแกจะได้รู้ซึ้งเองว่านรกมีจริง! แกจะต้องเสียใจที่มายืนอยู่ตรงหน้าข้า!"
กร็อกแสยะยิ้มอีกครั้ง คราวนี้แฝงแววอำมหิต "โอกาสที่ไอ้หน้าหวานเหมือนผู้หญิงอย่างแกจะชนะข้าได้น่ะ..." เขาหัวเราะหึๆ "มันก็พอๆ กับโอกาสที่พวกผู้หญิงจะได้ขึ้นเป็อัศวินนั่นแหละ! คือ... เป็ไปไม่ได้โว้ย!"
สิ้นคำพูดนั้น... ราวกับมีบางสิ่งในตัวเลอาร์ขาดผึงลง!
คำว่า ‘ผู้หญิงเป็อัศวินไม่ได้’ มันคือคำพูดที่จุดชนวนความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นที่ฝังลึกอยู่ในใจเธอมาตลอดหลายปี คำพูดที่เธอเกลียดที่สุด! คำพูดที่เธอสาบานว่าจะลบล้างมันให้หายไปจากโลกใบนี้ให้ได้!
บรรยากาศรอบตัวเลอาร์พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน! ความสงบนิ่งเมื่อครู่หายวับไปแล้วแทนที่ด้วยความรู้สึกกดดันอันหนักหน่วงที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น
จิตสังหารอันเย็นะเืที่ไม่น่าจะมาจากเด็กหนุ่มอายุ 13 ปี แผ่พุ่งตรงไปยังกร็อกอย่างรุนแรงจนเขาสะดุ้งเฮือก! ดวงตาสีฟ้าใสที่เคยดูสดใส บัดนี้กลับกลายเป็เ็าและว่างเปล่าราวกับน้ำแข็งขั้วโลก จ้องมองมายังกร็อกราวกับมองสิ่งไร้ค่า
"เมื่อกี้..." เสียงของเลอาร์ดังขึ้น ช้าๆ ชัดๆ แต่กลับเย็นเฉียบเสียดกระดูก "...แกพูดว่าอะไรนะ?"