แต่จนแล้วจนรอดหยางเจียงหยุนก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเทพคนนั้นที่หน้าตาเหมือนเด็กมนุษย์เฉินมู่อิ๋งเลยจนกระทั่งเขาเห็นมันลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากท้องพระโรงอย่างเงียบๆเขาจึงรีบฉวยโอกาสบอกทหารยามข้างๆ ว่า “ข้าจะไปปลดทุกข์สักครู่”
“อืมๆ” ทหารข้างๆพยักหน้าหงึกๆ “รีบไปรีบมา”
“อืม”หยางเจียงหยุนพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปจากท้องพระโรง เขาลอบตามเด็กหนุ่มคนนั้นไป
“เฮ้อ...”เฉินมู่อิ๋งถอนหายใจทีหนึ่งหลังจากเดินออกมาจากท้องพระโรงใหญ่โตแล้วเขาถูกคนในงานเลี้ยงจับตามองเสียจนเขารู้สึกอึดอัดเลยทีเดียวขณะที่เดินผ่านพวกนางกำนัลทั้งหลายพวกนางก็ชม้ายชายตาให้เขา เขาได้แต่ยิ้มแห้งๆให้พวกนางเขาเดินไปจนถึงสวนดอกไม้ร่มรื่นงดงามจึงยืนมองสวนแห่งนั้นอย่างรู้สึกสบายใจ
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งเขารู้สึกว่ามีคนมายืนมองเขาอยู่เขาจึงหันไปมองเห็นทหารคนหนึ่งสวมหมวกเกราะปิดหน้าเห็นแต่ลูกตาเขาจึงมองทหารคนนั้นหยางเจียงหยุนก็มองเด็กหนุ่มที่หน้าตาเหมือนเด็กมนุษย์เฉินมู่อิ๋งคนนั้นอย่างไม่ละสายตาเหมือนมาก! เหมือนมากจริงๆ!ใบหน้านั้นมองอย่างไรก็เหมือนเ้าเด็กคนนั้นไม่มีผิด!
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาหรือว่าเ้าเด็กคนนั้นจะเป็ร่างเคราะห์ของเทพคนนี้?
ใช่แดนเทพมีวิธีการเลี่ยงเคราะห์กรรมด้วยการส่งร่างแยกไปกำเนิดในโลกมนุษย์ให้ร่างแยกนั้นเผชิญเคราะห์กรรมแทนร่างจริงเขาคิดถึงข้อนี้แล้วก็รู้สึกว่าเป็ไปได้มากทีเดียว
“เฉินมู่อิ๋ง” เขาลองเรียกชื่อเฉินมู่อิ๋งเลิกคิ้วขึ้นคล้ายกับจะถามว่า ‘มีอะไร?’
หยางเจียงหยุนใจเต้นตึกๆขึ้นมา ท่าทางเช่นนั้นเหมือนเ้าเด็กมนุษย์เฉินมู่อิ๋งไม่มีผิดเพี้ยน! ท่าทางอหังการราวกับว่า ‘ข้าเหนือกว่าคนอื่น’นั่นเขาจำได้ดีทีเดียว ตอนที่เขาเป็องค์รัชทายาทอยู่ในโลกมนุษย์มันก็ทำท่าทางเช่นนี้ใส่เขาตลอดทำให้เขาเกลียดมันยิ่งนัก อีกทั้งเสด็จพ่อก็แสนจะเอ็นดูมันราวกับมันเป็ลูกแท้ๆ ยิ่งทำให้เขาเกลียดมันเข้ากระดูกดำเกลียดจนเกิดเป็ิญญาอาฆาตขึ้นมาแล้วน้องเก้าก็เอาหยกอันหนึ่งมาให้เขาห้อยติดตัวเอาไว้เขาก็ห้อยติดตัวตลอดไม่เคยห่าง โดยที่ไม่รู้ว่าหยกชิ้นนั้นก็คือ ‘หยกกักปราณอาฆาต’
เขาห้อยหยกกักปราณอาฆาตติดตัวเอาไว้ทำให้ิญญาอาฆาตที่เกิดจากเขาถูกหยกกักปราณอาฆาตดูดกลืนเข้าไปกักขังเอาไว้เขาไม่รู้เื่นี้จนกระทั่งร่างแยกตกตายไป จิติญญารวมถึงจิตากลับคืนสู่ร่างหลักพร้อมกับหยกกักปราณอาฆาตชิ้นนั้นหยกชิ้นนั้นไม่เพียงแต่ดูดกลืนิญญาอาฆาตเข้าไปเท่านั้นกลับยังดูดกลืนิญญาเขาและจิตาไปด้วยเล็กน้อยทำให้ตอนที่เขาส่งจิติญญาไปฝึก ‘วิถีไร้รัก’ อีกครั้ง เขาจำต้องส่งหยกกักปราณอาฆาตชิ้นนั้นไปด้วย เพราะหยกดูดกลืนิญญาของเขากับจิตาเข้าไปต่อให้เขาฝึกวิถีไร้รักสำเร็จแต่หากไม่สามารถแยกจิตากับจิตของเขาในหยกชิ้นนั้นได้การฝึกฝนวิถีไร้รักก็ไม่เกิดผลเพราะจิตาในหยกยังคงอยู่
เฉินมู่อิ๋งเห็นทหารคนนั้นไม่พูดอะไรเอาแต่จ้องมองเขาเขาจึงเดินไปทางอื่นเสีย หยางเจียงหยุนก้าวตามไปเฉินมู่อิ๋งหันไปมองเห็นทหารคนนั้นเดินตามเขามาเขาจึงหยุดเท้าแล้วหันไปเผชิญหน้ากับทหารคนนั้น “นี่ๆ เ้ามีอะไรก็พูดมาเอาแต่ตามข้าเช่นนี้ทำไม?”
“แคว้นซินหยาง”หยางเจียงหยุนเอ่ยออกมา เฉินมู่อิ๋งดวงตาวูบไหวนิดหนึ่งแล้วเลิกคิ้วขึ้น“มีอะไรก็พูดๆ มา หากไม่มีอะไรจะพูดก็อย่ามารบกวนเวลาของข้า”
“เป็เ้าจริงๆ”หยางเจียงหยุนเอ่ยออกมาอย่างดีใจปนแค้นเคืองเฉินมู่อิ๋งจ้องมองดวงตาทหารคนนั้นแล้วถาม “เ้ารู้จักข้าด้วยรึ?แต่ข้าไม่รู้จักเ้า เช่นนั้นเ้าก็เปิดหน้าให้ดูหน่อยซิ เ้าเป็ใคร?”
“มู่ตี้! มู่ตี้! ในที่สุดข้าก็เจอเ้าแล้ว! หึๆๆๆ...”หยางเจียงหยุนเอ่ยอย่างแค้นใจปนดีใจที่ได้เจอเ้าเด็กมนุษย์เฉินมู่อิ๋งที่เขาตามหาแล้ว!
ความรู้สึกทั้งรักทั้งโกรธ ทั้งแค้น ผสมปนเปกันไปหมด มันผสมกันเสียจนเขาแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่เขาจึงพุ่งเข้าไปหมายคว้าลำคอเล็กๆ นั่นบีบให้แหลกคามือ! วูบ!
เฉินมู่อิ๋งก็ไวพอตัวเห็นทหารคนนั้นพุ่งมา เขาก็รีบถอยหนีทันที ทำให้มือข้างนั้นพลาดจากลำคอเขาไป
“โอ๋! ไวดีนี่” หยางเจียงหยุนเข่นเขี้ยวดวงตาวาวโรจน์ เขาพุ่งเข้าใส่อีกเฉินมู่อิ๋งก็หลบถอยห่างออกไปอย่างงงๆ เขาไม่เคยมาตำหนักเก้าชั้นฟ้าดังนั้นจึงแน่ใจว่าไม่เคยมีเื่กับทหารคนนี้มาก่อนแล้วทำไมทหารคนนี้ต้องคิดร้ายกับเขาด้วยล่ะ? อีกทั้งเขามาถึงแดนเทพได้ไม่นานก็ยังไม่เคยมีเื่มีราวกับใคร ทำให้เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเคยไปมีเื่กับทหารคนนี้ั้แ่เมื่อไหร่?“เ้าเป็ใคร? ข้าแน่ใจว่าข้าไม่รู้จักเ้า แล้วไยเ้าต้องคิดทำร้ายข้าด้วยล่ะ?”
“หึ! เ้าจำหยางจ้าวฉวน(杨照泉) ไม่ได้แล้วซินะ” หยางเจียงหยุนแค่นเสียงเ็าเฉินมู่อิ๋งเบิกตากว้างขึ้นเมื่อได้ยินชื่อที่เกือบลืมไปแล้ว “หยางจ้าวฉวน?เ้าคือหยางจ้าวฉวนคนนั้นน่ะรึ?”
“จำได้แล้วซินะ”หยางเจียงหยุนพูดอย่างเ็ายิ่ง ไอสังหารแผ่ออกมาจากตัวอย่างควบคุมไม่อยู่ ใช่เขาอยากฆ่ามันยิ่งนัก ฆ่ามันแล้วบดขยี้ิญญามันให้แหลกเป็จุณ!
เฉินมู่อิ๋งนึกถึงภาพสุดท้ายที่ถูกฮ่องเต้หยางจ้าวฉวนจูบแล้วบอกรักภาพนั้นราวกับเพิ่งเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้นทำให้เขาหน้าแดงกระอักกระอ่วนขึ้นมาเมื่อคิดว่าถูกต้วนซิ่วจูบ “เ้าจูบข้าซ้ำยังบอกว่ารักข้าอีกด้วย”
หยางเจียงหยุนได้ยินแล้วยิ่งโมโหจนโทสะท่วมฟ้าแน่นอนว่าเขาย่อมไม่อยากคิดถึงความรักบ้าบอนั่นอีก เขาชี้นิ้วไป“เ้าทำให้บุรุษแท้ๆ อย่างข้าหลงรักเ้า เ้าสมควรตาย!”
เขาพูดแล้วก็พุ่งเข้าใส่ทันทีนิ้วกางออกราวกรงเล็บหยี่ยว เฉินมู่อิ๋งก้าวหลบอย่างไวยิ่ง ด่าสวนว่า“เ้าซิสมควรตาย ไอ้ต้วนซิ่วบัดซบที่บังอาจจูบข้า!”
เฉินมู่อิ๋งคว้าจับอย่างที่ตี้โฮ่วสอนเขาจับมือมันที่พุ่งมาแล้วจับบิดไพล่หลังทันทีหยางเจียงหยุนก็แก้ด้วยกันหมุนออกแล้วคว้าจับมือข้างนั้นบิดหมุนเฉินมู่อิ๋งก็หมุนตามแก้ท่าให้หลุดจากการจับกุม ทำให้แขนเสื้อขาดดังแคว๊กกกก...
แขนเสื้อตัวนอกขาดติดมือหยางเจียงหยุนไปเฉินมู่อิ๋งก็ถอยห่างไป มองแขนเสื้อตัวเองที่ขาดออก หยางเจียงหยุนมองแขนเสื้อนั้นอย่างสะใจคล้ายกับว่าได้ฉีกแขนมันออกอย่างไรอย่างนั้นเขาเก็บแขนเสื้อข้างนั้นใส่อกเสื้อแล้วชี้นิ้วพูดว่า “ยอมตายเสียดีๆ เถอะเ้าหนู”
“หึ! คิดเอาชีวิตข้า ไม่ง่ายนักหรอก” เฉินมู่อิ๋งแค่นเสียงเ็าสวนกลับหยางเจียงหยุนพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง เฉินมู่อิ๋งยกเท้าเตะหยางเจียงหยุนจึงคว้าจับข้อเท้าข้างนั้นเอาไว้แล้วดึงกระชากเข้าหาตัวเฉินมู่อิ๋งจึงตั้งเข่าอีกข้างสวนไป หยางเจียงหยุนใช้แขนต้านเข่าข้างนั้น ผั๊วะ!
แล้วคว้าขาอีกข้างกระชากเข้ามาทำให้เฉินมู่อิ๋งที่ถูกจับทั้งสองขาถูกดึงไปกระแทกกับตัวของ‘หยางจ้าวฉวน’ คนนั้นหยางเจียงหยุนดึงเฉินมู่อิ๋งเข้ามาแล้วก็ใช้สองมือโอบเอวอีกฝ่ายเอาไว้ทันที ทำให้ตัวของเฉินมู่อิ๋งคล้ายถูกอุ้มเข้ากะเอวอย่างไรอย่างนั้นเฉินมู่อิ๋งจับบ่า‘หยางจ้าวฉวน’ คนนั้นเป็ที่ยึดแล้วเอาศีรษะโขกหน้าผากอีกฝ่ายจนเสียงดังโป๊ก!
“โอ๊ย!”
“โอ๊ย!” หยางเจียงหยุนร้องคำหนึ่ง เขาไม่ได้เจ็บมากนักเพราะมีหมวกเกราะสวมอยู่แต่เฉินมู่อิ๋งเจ็บมากจริงๆ หน้าผากเขาบวมปูดขึ้นมาทันตาเอาศีรษะโขกหมวกเกราะไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยจริงๆ เพียงแต่มันกะทันหันจนเขาคิดไม่ทันเขาเจ็บเสียจนมึนไปครู่หนึ่ง หยางเจียงหยุนโอบเอวรัดเอาไว้ตามองหน้าเฉินมู่อิ๋งที่เหยเกเพราะความเจ็บเขาสะใจยิ่งนักที่เห็นมันเจ็บตัวเช่นนั้น แต่อีกใจก็แสนจะสงสารเสียจนรู้สึกเจ็บแทนเขายื่นมือไปจับหน้าผากที่บวมปูดนั้นคลึงเบาๆ พลางด่า “โง่จริงๆ”
เฉินมู่อิ๋งหน้างอง้ำปัดมือออก “เพราะใครล่ะ!”
“หึ!” หยางเจียงหยุนแค่นเสียงเ็ามองใบหน้างอง้ำตรงหน้าแล้วรู้สึกอารมณ์ดียิ่งเฉินมู่อิ๋งรู้สึกถึงความคุ้นเคยกับอีกฝ่ายและมีความแปลกหน้าปนอยู่ด้วยเป็ความรู้สึก 2 สายที่ทำให้เขาไม่อาจวางใจคนตรงหน้าได้อย่างสนิทใจ คล้ายกับว่า ‘หยางจ้าวฉวน’ คนนี้ไม่ใช่ ‘หยางจ้าวฉวน’คนนั้นที่เขารู้จักในอดีต เขาดิ้นออก “ปล่อยข้า!”
“หึ! ปล่อยเ้ารึ ข้าไม่ปล่อยเ้าไปหรอกเ้าหนู” หยางเจียงหยุนแค่นเสียงเ็าดวงตาสีม่วงเข้มมองจ้องดวงตาดำคู่สวยนั่นเฉินมู่อิ๋งมองดวงตาสีม่วงเข้มคู่นั้นแล้วคล้ายกับตกลงไปในโลกที่มีแต่สีม่วงเข้มอย่างไรอย่างนั้นอึดใจต่อมาเขาก็ใช้มือทารกเล็กๆคู่นั้นต้านพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาจากดวงตาสีม่วงคู่นั้นทำให้เขาคล้ายกับตะเกียกตะกายหลุดออกมาจากโลกสีม่วงเข้มอย่างไรอย่างนั้น เขายันอก ‘หยางจ้าวฉวน’ คนนั้น แล้วผลักตัวเองออกพลางดีดตัวจนหลุดจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายจากนั้นเขาก็รีบวิ่งกลับไปทางท้องพระโรงทันที
หยางเจียงหยุนเห็นเฉินมู่อิ๋งหลุดจากอำนาจสะกดของเขาทำให้เขาแปลกใจยิ่งนัก “เป็เช่นนี้ได้อย่างไร?”
เขาจะตามไปก็ชะงักเท้าแล้วรีบเดินหนีไปทันทีเพราะหากตี้จวินรู้เื่ ตี้จวินย่อมไม่ปล่อยเขาไปแน่นอนดังนั้นเขาควรหลบไปก่อนแล้วค่อยหาทางฆ่าเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งในโอกาสหน้าเถอะเขาพลาดโอกาสไปเสียแล้ว ตอนที่จับมันได้เขาก็ดีใจเสียจนลืมลงมือฆ่ามันไปเสียนี่!อีกทั้งกลิ่นกายมันก็กระตุ้นเขาเสียจนัใหญ่กลางกายแข็งขึงขึ้นมาตอนที่มันดิ้นเมื่อกี้ตัวมันก็เบียดกับัเขานิดหน่อยทำให้เขาตกตะลึงจนลืมลงมือไปเสียได้! ต้องฆ่ามันให้ได้! ไม่เช่นนั้นร่างกายเขาไม่มีทางกลับไปเป็บุรุษแท้ๆ ได้แน่! เ้าเด็กบัดซบนั่นช่างมีพลังในการล่อลวงเขามากล้นยิ่ง! เ้าเด็กสมควรตาย!
เฉินมู่อิ๋งรีบกลับเข้าไปในท้องพระโรงทำให้ผู้คนหันไปมองท่าทางที่รีบเดินเข้ามาเหมือนหนีใครอย่างนั้นแหละาาัจึงเอ่ยปากถาม “เ้าหนีใครมาอย่างนั้นรึ?”
“รึว่าหนีพวกนางกำนัลที่จ้องเ้าตาเป็มัน?”าาเฟิ่งถามกระเซ้าเย้าแหย่ คนอื่นๆ ก็มองเฉินมู่อิ๋งเป็ตาเดียวเฉินมู่อิ๋งจึงตอบว่า “หนีคนบ้าน่ะ”
“หือ? คนบ้า?”จินเย่งงๆ เฉินมู่อิ๋งจึงโบกๆ มือ “ไม่มีอะไรหรอกพี่จินเย่ก็แค่คนบ้าคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
“คงไม่ใช่ว่าเ้าไปเจอนางกำนัลคิดมิดีมิร้ายกับเ้าอย่างที่าาเฟิ่งเย้ากระมัง”จินเย่กระซิบเย้าแหย่นางเพิ่งสังเกตเห็นหน้าผากที่บวมปูดของเฉินมู่อิ๋งจึงยกมือแตะๆ“แล้วนี่เ้าไปโดนอะไรมา?”
“ตอนสู้กันเมื่อครู่ข้าโขกหัวมันไปทีนึงน่ะเจ็บยิ่งนัก” เฉินมู่อิ๋งพูดพลางเอาโอสถออกมากินลงไป 1 เม็ดหน้าผากที่บวมปูดก็ค่อยๆ ยุบลงไปนิดหนึ่ง
“ถึงกับสู้กันเชียวรึ?”ตี้โฮ่วถาม เฉินมู่อิ๋งพยักหน้า “ขอรับ”
ตี้จวินกวาดตามองเฉินมู่อิ๋งทีหนึ่งเขารู้สึกถึงกลิ่นอายิญญาที่แตกต่างจากกลิ่นอายของเฉินมู่อิ๋งจึงเอ่ยเสียงเบากับตี้โฮ่ว“ข้ารู้สึกถึงเผ่าิญญาคนอื่น เดี๋ยวข้าไปดูสักหน่อย เ้าก็อยู่รับหน้าเทียนจวินไปล่ะกัน”
“อืม” ตี้โฮ่วรับคำตี้จวินจึงลุกออกไป ผู้คนมองตี้จวินเป็ตาเดียวเห็นท่านผู้ยิ่งใหญ่เสด็จออกไปพวกเขาก็ไม่กล้าถาม เห็นตี้โฮ่วยังนั่งอยู่ตรงนั้นพวกเขาจึงคิดว่าตี้จวินอาจจะออกไปเดินเล่นสักหน่อยกระมัง
ตี้จวินเดินออกไปตามกลิ่นอายของเฉินมู่อิ๋งไปจนกระทั่งถึงจุดที่ัักลิ่นอายได้เป็จุดสุดท้ายซึ่งก็คือในสวนดอกไม้ด้านนอกท้องพระโรงเขาแผ่ประสาทััออกไปครู่หนึ่งแล้วก็เก็บประสาทัักลับมาเขาเดินไปทางพุ่มไม้แห่งหนึ่งแล้วก็เจอชุดเกราะชุดหนึ่งซ่อนอยู่ตรงนั้นกลิ่นอายสิ้นสุดแค่ตรงนี้ เขาไม่พบกลิ่นอายอีกเขาใช้พลังกวาดผ่านชุดเกราะชุดนั้นพบกลิ่นอายเผ่าิญญาที่เข้มข้นกว่าเฉินมู่อิ๋งหลายเท่าตัวกลิ่นอายนี้เจือไอสังหารจางๆ ทำให้เขานึกแปลกใจ เด็กเฉินมู่อิ๋งถูกหมายหัวหรือนี่!?
จากคำพูดของเด็กคนนั้นที่บอกว่าเป็‘คนบ้า’ น่าจะเป็คนรู้จักเช่นนั้นก็อาจจะเป็ศัตรูของเด็กคนนั้นกระมัง
เขาคิดแล้วก็เก็บชุดเกราะชุดนั้นไปแล้วเดินกลับไปที่ท้องพระโรง แน่นอนว่าเขาไม่อยากอยู่ห่างจากฮูหยินของเขานักหรอกไม่เช่นนั้นนางคงถูกบุรุษอื่นชวนคุยแน่นอนแต่เมื่อเขากลับไปถึงท้องพระโรงก็เห็นเพียงนางคุยกับเทียนโฮ่วอย่างออกรสตามประสาคนบ้านเดียวกันเขาจึงกลับไปนั่งข้างๆ นาง ตี้โฮ่วเหลือบมองสามีแวบหนึ่งแล้วคุยกับเทียนโฮ่วต่อ
หยางเจียงหยุนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งมองตี้จวินที่เก็บชุดเกราะชุดนั้นไป เขาคิดถูกจริงๆ ที่ไม่ตามเ้าเด็กนั่นไปไม่เช่นนั้นคงถูกตี้จวินพบตัวแน่!ตี้จวินก็ยังคงเป็ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งอยู่ดี อีกทั้งความรู้สึกยังไวยิ่งนักแค่เขาตีกับคนในปกครองของตี้จวินหน่อยเดียวตี้จวินก็ตามมาดูแล้วซ้ำยังตามรอยได้แม่นยำยิ่งทำให้เขายิ่งแน่ใจว่าเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนั้นในโลกมนุษย์คือร่างเคราะห์ของเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนี้แน่นอน!
เป็เพราะมันคนเดียวถึงทำให้แผนการของเขาที่วางเอาไว้ล้มเหลวเขาจะต้องฆ่ามันให้ได้! ฮึ่ม!
งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อยๆหลังออกจากงานเลี้ยงแล้ว ตี้จวินก็ฉีกช่องว่างพาทุกคนกลับตำหนักไป๋หยุนผู้คนก็จดจำเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนั้นเพิ่มเข้าไปในรายชื่อบุคคลที่ไม่ควรล่วงเกินของแดนเทพแน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่อยากล่วงเกินคนของตี้จวินแน่
เวลาผ่านไปอีก 1เดือน สำนักโอสถก็จัดงานประลองหลอมโอสถประจำปีตี้โฮ่วจึงต้องปลอมตัวเป็ผู้าุโสิบแปดอีกครั้งแล้วพาคนของเธอไปสำนักโอสถเพื่อดูการประลองหลอมโอสถแน่นอนว่าเธอย่อมอยากให้เฉินมู่อิ๋งเข้าร่วมงานประลองในครั้งนี้ด้วยาาเฟิ่งที่ตามลูกชายมาก็นั่งอยู่ข้างๆ ลูกชายอย่างไม่ยอมห่างส่วนาาัก็ยังคงพยายามสานสัมพันธ์กับเ้าลูกชังของเขาอย่างสุดความสามารถหากเขารู้ว่ามันจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ ในอดีตเขาคงไม่ปล่อยปละละเลยมันหรอกคงจะประคบประหงมจนแทบจะอมไว้ในปากกระมังหลงจิ่งเทียนก็ยังคงคุยกับท่านพ่อแบบถามคำตอบคำเหมือนเช่นเคยจะให้เขาลืมอดีตที่ขมขื่นไปง่ายๆ ได้อย่างไร หึ!
ตี้จวินไม่ได้มาด้วยเพราะเขาี้เีปลอมตัวเป็สตรีรร่างสูงฮูหยินของผู้าุโสิบแปดอีกทั้งสำนักโอสถก็แทบจะกลายเป็สถานที่ที่ฮูหยินของเขาแทบจะกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จแล้วเพราะผู้าุโทั้งหลายเกือบครึ่งล้วนเป็คนของนางอีกทั้งเ้าสำนักโอสถหรือจะกล้าสร้างความลำบากใจให้ตี้โฮ่วแน่นอนว่าเ้าสำนักโอสถย่อมมิกล้า
เฉินมู่อิ๋งที่สวมคราบใบหน้าปลอมแปลงเอาไว้ก็เข้าร่วมการประลองในฐานะศิษย์ขั้นต้นเขาไม่ได้บอกใครเื่ที่เขาเป็ศิษย์ผู้าุโสิบแปดอีกทั้งเขาก็ยังไม่รู้จักใครมากนัก ดังนั้นการที่เขาหายไปหลายเดือนจึงไม่มีใครสนใจตี้โฮ่วหลินจื่อเซียนในคราบผู้าุโสิบแปดก็นั่งอยู่ที่เก้าอี้รวมกับพวกพ้องของตัวเองเ้าสำนักโอสถเห็นตี้โฮ่วในคราบผู้าุโสิบแปดก็รีบเข้าไปนั่งใกล้ๆ ทันที“เ้าหายไปเสียนานเชียว”
“ท่านเ้าสำนัก”ตี้โฮ่วทักทายพลางยิ้มให้ เ้าสำนักโอสถก็ชวนคุยไปเรื่อย ตี้โฮ่วก็คุยกับเ้าสำนักอย่างเป็กันเอง
อู๋เจียงสง (吴江雄) เดินไปยืนบนลานพลางประกาศว่า “เอาล่ะ การประลองเริ่มได้”
สิ้นเสียงประกาศผู้เข้าประลองก็ลงมือหลอมโอสถทันที หลายๆ คนมีสีหน้ากระเหี้ยนกระหือรือยิ่งเพราะหวังจะเป็ผู้ชนะในการประลอง เฉินมู่อิ๋งสีหน้าเฉยชาเขาเอาสมุนไพรออกมาวางแล้วลงมือหลอมโอสถ ผู้คนที่ชมดูก็กวาดตามองเหล่าศิษย์ที่กำลังหลอมโอสถ
“หือ?”เ้าสำนักโอสถมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังหลอมโอสถโดยไม่มีหม้อหลอม เขาพึมพำกับตัวเอง“เด็กคนนั้น”
ตี้โฮ่วเห็นเ้าสำนักมองเฉินมู่อิ๋งก็ไม่พูดอะไรเพียงยิ้มน้อยๆ มองดูเฉินมู่อิ๋งหลอมโอสถ
อาจารย์ในสำนักหลายๆคนก็มองเด็กเฉินมู่อิ๋งที่หลอมโอสถโดยไม่ใช้หม้อหลอมความสามารถเช่นนี้นับว่ามีพร์ยิ่งทำให้พวกเขาเกิดความคิดอยากจะรับเ้าหนูนี่เป็ศิษย์ขึ้นมา ตอนเปิดรับศิษย์เข้าสำนักในตอนนั้นพวกเขาเห็นเด็กนั่นคุยกับผู้าุโสิบแปดทำให้พวกเขาลืมเื่ที่จะรับเด็กคนนี้เป็ศิษย์ไปชั่วคราวอีกทั้ง่หลายเดือนที่ผ่านมาก็ไม่เจอเด็กคนนี้เลย ทำให้พวกเขาลืมเด็กคนนี้ไปแล้ว
จิงจ้านที่สืบข่าวเด็กเซียนเฉินมู่อิ๋ง เขาอยู่ในหมู่ผู้คนนอกสำนักที่มาดูการประลองหลอมโอสถเขามองไปเห็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาเหมือนกับเด็กเฉินมู่อิ๋งที่เขาตามหาตัวอยู่ก็ตกตะลึงในใจ“เป็มัน!”
เขาจ้องมองเด็กคนนั้นเขม็งมองอย่างไรก็ใช่เด็กเซียนเฉินมู่อิ๋งจริงๆ เขาตามหาตัวมันมาตั้งนานบทจะเจอก็เจอง่ายๆ อย่างนี้เลยรึ!
ส่วนองค์าาของเขานั้นได้ข่าวว่าเจอเด็กมนุษย์เฉินมู่อิ๋งคนนั้นแล้วองค์าาจึงได้เฝ้าอยู่แถวตำหนักไป๋หยุนเพื่อหาทางฆ่าเ้าเด็กนั่นให้ได้เท่าที่องค์าาบอก ดูเหมือนว่าเ้าเด็กมนุษย์นั่นจะเป็ร่างเคราะห์ของเทพบริวารคนหนึ่งของตี้จวินในเมื่อมันเป็เทพบริวารของตี้จวินเช่นนั้นการจะฆ่ามันก็คงไม่ง่ายนัก จะฆ่าตรงๆทำแบบเปิดเผยไม่ได้ ทำได้เพียงลอบฆ่าอย่างลับๆ ไม่ให้ตี้จวินรู้เพราะหากตี้จวินรู้เข้าตี้จวินคงแก้แค้นให้ลูกน้องของเขาแน่นอนเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งนั่นช่างเป็ ‘ผีเล็กผีน้อย*’ ที่มีนายคุ้มหัวจริงๆ!!!
(ผีเล็กผีน้อยหมายถึงคนที่มีเ้านายผู้ยิ่งใหญ่คุ้มหัวทำให้คนอื่นไม่กล้าทำร้ายเพราะกลัวว่าเ้านายของคนๆ นั้นจะตามมาล้างแค้นให้ลูกน้องตัวเอง)
ส่วนเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนี้แน่นอนว่าเขาต้องหาทางจับมันไปให้องค์าาให้ได้!
เฉินมู่อิ๋งที่กำลังจดจ่อกับการหลอมโอสถจึงไม่รู้สึกถึงความอาฆาตมาดร้ายที่พุ่งมาที่เขาอีกทั้งจิงจ้านก็รีบซ่อนความรู้สึกอาฆาตมาดร้ายเอาไว้ได้ทันเขาอยู่ท่ามกลางเหล่าเทพ ไม่อาจประมาทได้เลย เขามองมันซ่อนความอาฆาตมาดร้ายเอาไว้มองดูมันอย่างหาโอกาสจับตัวมัน!
การหลอมโอสถ สำหรับคนนอกแล้วดูเหมือนน่าเบื่อ แต่สำหรับคนในสำนักแล้วพวกเขาเฝ้ามองอย่างตื่นเต้นเพราะคนที่เข้าร่วมประลองล้วนเป็คนมีฝีมือของสำนักทั้งนั้นอาจจะมีศิษย์บางคนที่ฝีมือไม่ถึงแต่อยากลองเข้าร่วมประลองด้วยทางสำนักก็ไม่มีกฎห้ามดังนั้นบนลานประลองจึงมีศิษย์บางคนที่หลอมโอสถล้มเหลวั้แ่เริ่มต้น กลิ่นสมุนไพรไหม้โชยชายออกมาตามด้วยเสียงร้อง “ไอหยา! โอสถข้า!”
ผู้คนมองดูศิษย์ที่หลอมโอสถล้มเหลวแล้วก็ละสายตาไปทันทีอย่างไม่ให้ค่าอะไรศิษย์ที่หลอมโอสถล้มเหลวก็เก็บข้าวของแล้วเดินออกไปอย่างคอตกเมื่อมีคนหนึ่งล้มเหลวก็มีคนต่อๆ ไปล้มเหลวมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนถึงกับทำหม้อหลอมะเิก็มีตู้ม!
“ไอหยา!” ศิษย์คนนั้นถอยหลบได้ทันจึงไม่ได้รับาเ็มากนักเพียงแต่ถูกควันรมเสียจนหน้าเปื้อนเขม่าดำไปทั้งหน้า หลังจากเหตุการณ์สงบดีแล้วเขาก็เก็บของออกไปจากลานประลองอย่างคอตกยิ่ง
เวลาผ่านไป 4ชั่วโมง หลายๆ คนหลอมโอสถเสร็จแล้วก็ออกจากลานไปทิ้งโอสถไว้ในจานรอการตรวจสอบจากผู้าุโทั้งหลาย
เฉินมู่อิ๋งซึ่งกำลังหลอมโอสถอยู่ก็ไม่วอกแวกเลยแม้แต่น้อยเขากำลังเข้าสู่การตระหนักรู้ชนิดหนึ่ง สมุนไพรทั้งหมดกำลังบีบอัดเป็เม็ดกลมๆเปล่งประกายสีทองสว่างจ้าออกมา แสงสีทองนี้ทำให้อาจารย์หลายๆ คนมองไปถึงกับตกตะลึง“นั่น!”
พวกศิษย์เห็นอาจารย์ตกตะลึงก็มองตาม“หือ?”
“โอดูท่าจะมีอัจฉริยะอีกคนแล้วกระมัง” เ้าสำนักโอสถพูดขึ้นมามองเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างชื่นชม ตี้โฮ่วยิ้มบางๆหากว่าเฉินมู่อิ๋งหลอมโอสถเม็ดนี้สำเร็จก็จะบรรลุระดับโอสถ์แล้ว เด็กคนนี้หัวไวดีจริงๆเธอสอนแค่ไม่เท่าไหร่ก็บรรลุระดับจากโอสถเซียนเข้าสู่ระดับปฐีใน 1 เดือนเดือนถัดมาก็บรรลุจากระดับปฐีเข้าสู่ระดับนภาแล้วนี่ผ่านไปไม่เท่าไหร่ก็จะบรรลุเข้าสู่ระดับ์แล้วรึ!เก่งจริงๆ ดีๆๆ
เม็ดโอสถรวมตัวอัดแน่นเป็เม็ดกลมๆเปล่งแสงสีทองสว่างเรืองรอง เฉินมู่อิ๋งก็สะบัดมือทีหนึ่ง เม็ดโอสถก็ลอยลงไปในจานพวกอาจารย์มองโอสถเม็ดนั้นอย่างตกตะลึงกันถ้วนหน้า “เป็โอสถระดับ์!”
“หา!” พวกศิษย์ตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างมองโอสถเม็ดนั้นที่เปล่งแสงสีทองอย่างไม่อยากจะเชื่อไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นโอสถระดับ์แต่ที่ไม่อยากเชื่อก็คือเด็กคนนั้นเพิ่งจะเข้าสำนักมาไม่นานไม่ใช่หรือ? ไม่ทันไรก็หลอมโอสถระดับ์ได้แล้วรึ!? ความสามารถเช่นนี้ช่างทำให้พวกศิษย์หน้าเก่าทั้งหลายรู้สึกละอายใจยิ่งพวกเขาอยู่มานานแล้วบางคนจากโอสถระดับมนุษย์ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยบางคนจากโอสถระดับปฐีก็ยังไม่อาจเลื่อนขั้นเป็ระดับนภาได้เลย
“โอเด็กคนนี้มีพร์ดียิ่ง ข้าอยากรับเขาเป็ศิษย์” ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยออกมาตี้โฮ่วหันไปมองผู้าุโท่านนั้นแล้วบอกว่า “เขาเป็ศิษย์ข้า”
“หา!” ผู้าุโท่านนั้นตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงเช่นกันพวกเขาคิดในใจว่า ผู้าุโสิบแปดรับเด็กคนนั้นเป็ศิษย์ั้แ่ตอนไหน?แล้วพวกเขาก็ย้อนคิดไปถึงตอนที่เปิดรับศิษย์เมื่อหลายเดือนก่อนจำได้ว่าผู้าุโสิบแปดคุยกับเด็กคนนั้นครู่หนึ่งนี่นา!
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ