ตอนที่ลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันเดินลงมาที่ชั้นล่างเสิ่นเยว่ชวนกำลังทานอาหาร
เมื่อเห็นพวกเขาเดินลงมาแล้วเสิ่นเยว่ชวนจึงเอ่ย
“ที่ฉันยอมเอาเอกสารมาส่งถึงที่นี่ก็เพราะจะมากินกว้านทังเปา1ฝีมือเชฟหานนะเนี่ยอิ่มละ ฉันไปดีกว่า” เขาพูดพลางเช็ดปากอย่างมาดผู้ดีก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรได้
“อ้อใช่พวกนายลองดูข่าววันนี้สิ รับรองว่าเด็ด ฮึๆ”
พูดจบเสิ่นเยว่ชวนก็กลับไปลุงสวีจึงเดินเข้ามาหาพวกเธอ
“คุณชาย คุณผู้หญิงครับอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้วครับ”
ได้ยินดังนั้นซูเจี่ยนอันหันมาให้ความสนใจกับอาหารเที่ยงแทนทันที
เมื่อคืนเธอมัวแต่ต้อนรับแขกดื่มแต่เหล้าจนแทบไม่ได้แตะอาหารจริงๆ จังๆ แถมวันนี้ก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าตอนนี้เธอหิวจนไส้กิ่วแล้ว
อาหารเที่ยงอันเลิศรสที่เรียงรายทำให้ความอยากอาหารของซูเจี่ยนอันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เธอก้มหน้าก้มตากินเอาๆ
จู่ๆ ลู่เป๋าเหยียนก็ถามขึ้นว่า“ยาของเธอกินหมดหรือยัง”
เพราะเธอปวดประจำเดือนหนักมากลู่เป๋าเหยียนจึงพาเธอไปหาหมอจีนซินแสจ่ายยาจีนขมปี๋มาให้หลายห่อซึ่งเธอกินหมดไปตั้งแต่วันก่อนแล้วแต่เพราะกลัวลู่เป๋าเหยียนจะพาไปหาหมออีกรอบและโดนสั่งให้กินยาอีกเธอจึงปิดปากสนิทไม่พูดเรื่องนี้ออกมา
ทำไมเขาดันจำเรื่องเล็กๆน้อยๆ พวกนี้ได้ล่ะเนี่ย! งานก็ออกจะยุ่งไม่ใช่เหรอ?!
แค่เห็นสีหน้าของซูเจี่ยนอันลู่เป๋าเหยียนก็รู้คำตอบทันที
“วางใจได้ถ้าจะต้องตรวจอีกรอบก็คงเป็นเดือนหน้า”
เธอจะวางใจได้ที่ไหนกันฮือ หนีไม่พ้นต้องไปอีกรอบจริงๆ ด้วย
หลังกินมื้ออาหารลู่เป๋าเหยียนก็เข้าไปขลุกอยู่ในห้องหนังสือซูเจี่ยนอันอยู่คนเดียวไม่มีอะไรทำจึงนึกถึงเรื่องข่าวที่เสิ่นเยว่ชวนพูดขึ้นมาเธอหยิบ iPad ของตัวเองมานั่งเล่นอินเทอร์เน็ตบนโซฟา
หลังเห็นข่าวเธอก็ต้องตกใจอ้าปากค้าง
หน้าข่าวบันเทิงเต็มไปด้วยข่าวงานเลี้ยงครบรอบเครือลู่เมื่อคืนก็จริงแต่แล้วทำไมพาดหัวข่าวกลับ...
“ชุดแฝดของหานรั่วซีและซูเจี่ยนอันใครกันแน่ที่สวยกว่า?”
หลังกดเข้าไปอ่านอย่างแรกที่เธอเห็นคือภาพเดี่ยวของเธอและหานรั่วซีบนพรมแดงจากมุมเดียวกันเป๊ะๆ
ตามด้วยคำวิจารณ์จากสื่อที่ว่าชุดราตรีของพวกเธอสีขาวเหมือนกันก็จริง แต่หานรั่วซีดูสวยราวนางพญาผู้สูงศักดิ์ส่วนซูเจี่ยนอันนั้นสวยเรียบร้อยดูอ่อนหวาน แต่ละคนต่างก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเองแต่จุดพีคคือหลังจากนั้น
รูปภาพจำนวนมากปรากฏอยู่บนเนื้อข่าวโดยที่ภาพของหานรั่วซีมักจะเป็นภาพเดี่ยวส่วนภาพของซูเจี่ยนอันนั้นข้างกายมักจะมีลู่เป๋าเหยียนอยู่ด้วย
นักข่าวสืบได้ว่าชุดราตรีของซูเจี่ยนอันชุดนี้ลู่เป๋าเหยียนเป็นคนเชิญช่างมืออาชีพมาวัดตัวตัดเย็บให้โดยเฉพาะเรื่องฝีมือการตัดเย็บนั้นไม่ต้องพูดถึงแต่การออกแบบชุดนี้เหมาะกับสไตล์ของซูเจี่ยนอันที่ดูสวยหวานเป็นอย่างมากทว่าทางด้านหานรั่วซีดูจะไม่ค่อยเข้ากับชุดนี้สักเท่าไร
ถึงหานรั่วซีใส่ชุดนี้แล้วไม่ได้ดูไม่ดีแถมยังอวดเรือนร่างอันน่าภูมิใจของเธอได้อย่างงดงามก็จริงแต่คนมองกลับรู้สึกว่าเธอดูเหมือนผู้ใหญ่ที่พยายามฝืนใส่ชุดของเด็กสาวเสียมากกว่าส่วนคนที่ยืนอยู่เคียงข้างลู่เป๋าเหยียนผู้น่าเกรงขามอย่างซูเจี่ยนอันนั้นดูสวยหวานน่าทะนุถนอม งดงามน่ามองยิ่งกว่าใคร
เพราะฉะนั้นบทสรุปของศึกในครั้งนี้ หานรั่วซีไม่ได้ทำอะไรพลาดก็จริง แต่ซูเจี่ยนอันคือผู้ชนะ
ต่อจากข่าวเรื่องชุดซ้ำก็เป็นข่าว “ความเห็นของซูเจี่ยนอันเรื่องชุดราตรี”
พวกนักข่าวสรุปไว้ว่าคำตอบของซูเจี่ยนอันนั้นเรียบง่ายครบใจความ ทว่าแอบซ่อนความนัยบางอย่าง
เห็นดังนั้นซูเจี่ยนอันแทบสำลักสตรอว์เบอร์รีที่กำลังกินอยู่คำพูดที่เธอตอบนักข่าวไปมันแฝงความนัยยังไงเนี่ย? ทำไมเธอไม่เห็นรู้เรื่อง?
นักข่าววิเคราะห์เอาไว้ดังนี้
“เรื่องนี้อาจเป็นเพราะฉันกับคุณหานมีรสนิยมคล้ายกันก็ได้มั้งคะฉันจะไม่พอใจได้ยังไงกัน ทุกคนมีอิสระในการเลือกนี่คะจริงไหม” นี่คือคำตอบของซูเจี่ยนอัน
เธอกำลังบอกเป็นนัยว่าหานรั่วซีชอบลู่เป๋าเหยียนก็จริงแต่สุดท้ายอำนาจในการเลือกอยู่ที่ลู่เป๋าเหยียนเธอไม่ได้ไม่พอใจการกระทำของหานรั่วซี หรืออาจพูดได้ว่าไม่สนใจไยดีเลยด้วยซ้ำเพราะเธอกับลู่เป๋าเหยียนคือคู่รักที่โตมาด้วยกันเพราะฉะนั้นศัตรูอย่างหานรั่วซีไม่มีค่าแม้แต่จะอยู่ในสายตาของเธอ
เมื่อนักข่าวถามซูเจี่ยนอันว่าคุณคิดว่าคุณกับหานรั่วซีใครสวมชุดนี้แล้วสวยกว่ากัน?
คำตอบของเธอคือเรื่องนี้คงแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
พวกนักข่าวพากันวิเคราะห์ว่าคำพูดนี้ของเธอคือการตอกกลับอันเจ็บแสบ!
หานรั่วซีสวมชุดแบบเดียวกับเธอแล้วอย่างไร? ลู่เป๋าเหยียนถูกใจใครต่างหากที่สำคัญ!ซึ่งเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าใครกันแน่ที่ลู่เป๋าเหยียนถูกใจ ขอแค่ลู่เป๋าเหยียนชอบเธอก็ไม่จำเป็นต้องสนใจสายตาของคนอื่น
บทสรุปของนักข่าวสำหรับเรื่องนี้คือซูเจี่ยนอันนั้น EQ ดีเลิศจนน่าตกใจ
ส่วนคนในโลกออนไลน์ก็พากันคอมเมนต์ว่า EQ ระดับนี้อย่าว่าแต่ลู่เป๋าเหยียน ซูเจี่ยนอันคงสามารถเอาชนะใจได้หมดทุกคน
ด้วยเหตุนี้ซูเจี่ยนอันจึงเริ่มมีแฟนคลับไอดีเวยป๋อของเธอมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นกว่าสองหมื่นคนในชั่วข้ามคืนแถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง
ซูเจี่ยนอันช็อกจนพูดไม่ออก
และยังไม่หมดเพียงเท่านั้นยังคงมีข่าวเรื่องเธออีกหลายหัวข้อ แต่ที่ยอดวิวสูงสุดก็คือ
“การเผชิญหน้าของหานรั่วซีและซูเจี่ยนอันภายนอกดูสงบแต่แท้ที่จริงแล้วไม่มีใครยอมใคร”
ซึ่งก็คือรายงานข่าวในช่วงที่หานรั่วซีเดินมาบอกลาลู่เป๋าเหยียนก่อนจะขอตัวกลับออกจากงานก่อนเวลา
จากภาพเห็นได้ชัดว่าหานรั่วซีดูค่อนข้างจะได้เปรียบเธอมองซูเจี่ยนอันอย่างคนที่อยู่เหนือกว่า ด้วยสายตาแสดงถึงความเป็นศัตรูขัดกับชุดสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่อย่างเห็นได้ชัด
ส่วนทางด้านซูเจี่ยนอันนั้นดูสงบนิ่งท่าทีของเธอไม่ต่างอะไรกับตอนที่พูดคุยกับแขกคนอื่นในงานศึกนี้ดูท่าหานรั่วซีจะออกตัวแรงไปหน่อยทำให้เหมือนเธอกำลังวิ่งอยู่คนเดียวในการแข่งขัน
หลายคนคอมเมนต์ว่าซูเจี่ยนอันช่างใจกว้างรอบนี้หานรั่วซีแพ้ราบคาบ เธอแพ้ให้กับคนที่ไม่ได้น่ากลัวสักนิด แถมการแต่งกายก็ยังแพ้ให้กับคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการแฟชั่น
และที่แย่ที่สุดทั้งสองเรื่องเธอแพ้ให้คนคนเดียวกันนั่นก็คือผู้หญิงคนที่พรากชายอันเป็นที่รักไปจากเธอ
เธออุตส่าห์ลงทุนบินกลับมาจากอเมริกาเพื่องานนี้เธอควรจะเป็นศูนย์รวมทุกสายตาของงานดั่งทุกที ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์หรือบุคลิกภาพที่ไม่มีใครเทียบได้คาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะพ่ายแพ้ย่อยยับในขณะเดียวกันดันไปช่วยเพิ่มยอดแฟนคลับให้ซูเจี่ยนอันอีก เรียกง่ายๆ ว่าครั้งนี้หานรั่วซีตกหลุมพรางของตัวเอง
ซูเจี่ยนอันหยิบสตรอว์เบอร์รีอีกลูกเข้าปากพลางส่ายหัวเบาๆไม่ว่าเรื่องไหนพวกนักข่าวก็เขียนซะดราม่าไปหมด
ที่จริงเมื่อคืนเธอแค่ไม่อยากให้ตัวเองดูอ่อนแอในสายตาของหานรั่วซีเธอไม่ได้คิดอะไรมากมาย พอหานรั่วซีเข้ามาบอกลาเธอก็แค่ทำหน้าที่เจ้าภาพที่ดีส่งแขกเดินทางกลับอย่างมีมารยาทแต่ไฉนกลับถูกคนมองว่าเธอใจกว้างเสียอย่างนั้น
ส่วนที่พวกสื่อบอกว่างานเลี้ยงเมื่อวานคือสงครามระหว่างพวกเธอเธอไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ
นานๆ ทีเธอจะได้ออกงานพร้อมลู่เป๋าเหยียนเธอควรดีใจมากกว่าเอาเวลามาคิดวางแผนสู้รบตบมือกับใคร
ยังมีข่าวเรื่องเธออีกเป็นพรวนเช่น ลู่เป๋าเหยียนประมูลเพชรเพื่อทำเครื่องประดับให้เธอลู่เป๋าเหยียนช่วยประคบน้ำแข็งให้เธอเธอกับลู่เป๋าเหยียนตัวติดกันตลอดทั้งงานหวานไม่เกรงใจใคร บลาๆๆ...
สรุปแล้วไม่ว่าข่าวไหนก็ต้องมีชื่อเธอเขาไปเอี่ยวคอมเมนต์ใต้ข่าวเรื่องลู่เป๋าเหยียนให้เครื่องเพชรเธอนั้นเต็มไปด้วยข้อความที่แสดงถึงความอิจฉาริษยาปนชื่นชม...
ซูเจี่ยนอันวาง iPad ลงก่อนจะคิดในใจ
ชีวิตเธอก็มีวันนี้เหรอเนี่ยวันที่ครองหน้าข่าวบันเทิงทั้งหน้าได้แบบนี้...
เธอเผลอมองแหวนเพชรในมืออย่างลืมตัว
เธอถอดสร้อยคอออกตั้งแต่เมื่อคืนตอนอาบน้ำแต่หลังลังเลอยู่นาน เธอก็ตัดสินใจใส่แหวนไว้ดังเดิม
นี่เป็นแหวนที่ลู่เป๋าเหยียนให้เธอเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอแต่งงานแล้วและเธอเป็นภรรยาของเขา...
เธอยอมรับว่าเธอทำใจถอดมันไม่ได้จริงๆ
ขณะที่กำลังนั่งคิดอย่างเหม่อลอยมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชาหน้าโซฟาก็ดังขึ้น เป็นซูอี้เฉิงที่โทรมา
“ว่าไงคะพี่”
“น้องอยู่ที่ไหน”เสียงเพลียๆ ของซูอี้เฉิงดังขึ้น
“อยู่บ้านค่ะพี่ยังไม่ตื่นอีกเหรอ”
“เพิ่งตื่น”เสียงของซูอี้เฉิงดูดีขึ้นเล็กน้อย “สองวันนี้ถ้าน้องออกไปซื้อของช่วยซื้อพวกผ้าขนหนูกับถุงเท้าให้พี่หน่อยสิ”
ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัยซูเจี่ยนอันก็เป็นคนจัดการเรื่องของใช้ส่วนตัวของซูอี้เฉิงมาโดยตลอดเหตุผลอย่างแรกเลยคือ ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าซูอี้เฉิงชอบอะไรแบบไหน ถ้าเป็นของที่คนอื่นเลือกซูอี้เฉิงมักจะไม่ชอบใจส่วนอีกเหตุผลก็คือ ซูอี้เฉิงจะให้เงินค่าขนมเธอก็ต่อเมื่อเธอช่วยไปซื้อของให้เขา
“ได้ค่ะ”ซูเจี่ยนอันตอบรับ “สองวันนี้หนูว่างพอดี เดี๋ยวจะออกไปซื้อให้นะคะ เอ่อ พี่คะเมื่อคืน...พี่อยู่กับจางเหมยจริงๆ งั้นเหรอ? ปกติพี่ไม่ชอบให้เกิดเรื่องแบบนี้กับคนในออฟฟิศเดียวกันนี่?”
ซูอี้เฉิงยิ้มก่อนตอบ“เด็กน้อย ดูแลเรื่องของตัวเองให้ดีเถอะ แค่นี้ก่อนดีกว่าพี่จะตื่นไปหาอะไรกินแล้ว”
เธอจึงได้แต่จำใจวางสายพลางบ่นในใจเธอไม่ใช่เด็กแล้วสักหน่อย
ซูเจี่ยนอันมองเวลาพลางคิดถ้าออกไปซื้อของตอนนี้กลับมาก็คงค่ำพอดี ว่าแล้วจึงขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเจอลู่เป๋าเหยียนตอนออกจากห้องพอดี
“เธอจะไปไหน”
“ไปซื้อของให้พี่”
“ฉันไปด้วย”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยพลางปิดประตูห้องหนังสือ
เขาเดินกลับห้องไปหยิบมือถือซูเจี่ยนอันยังคงทำสีหน้าช็อกๆ ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แปลกหรือไงที่ฉันจะออกไปซื้อของ?”
“ก็แปลกน่ะสิ”ซูเจี่ยนอันพยักหน้างึกงัก “นายไม่เหมือนคนที่ชอบออกไปซื้อของด้วยตัวเองสักนิดมันติดดินเกินไป ไม่เข้ากับนายอ่ะ”
ลู่เป๋าเหยียนขี้เกียจต่อปากต่อคำกับเธอจึงจูงซูเจี่ยนอันให้ลงไปชั้นล่าง
“คงต้องให้เล่าสินะว่าตอนไปอเมริกาใหม่ๆฉันใช้ชีวิตยังไง”
“นายเล่าให้ฉันฟังตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ”ซูเจี่ยนอันพูดด้วยแววตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง
“หลังจากที่พวกเราเริ่มชินกับชีวิตที่นิวยอร์กแม่ก็ออกไปทำงาน แม่ทำงานดึกทุกวัน งานบ้านบางอย่างฉันเลยต้องเป็นคนทำ...”
ลู่เป๋าเหยียนยังพูดไม่ทันจบซูเจี่ยนอันก็อดพูดแทรกไม่ได้
“กวาดบ้าน ล้างจานทิ้งขยะ งานบ้านพวกนี้น่ะเหรอ?”
“ใช่”ลู่เป๋าเหยียนตอบยิ้มๆ “แล้วก็ต้องออกไปซื้อของใช้กับอาหารที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอีก”
ซูเจี่ยนอันจ้องหน้าลู่เป๋าเหยียนอยู่สามวิก่อนส่ายหัว
“ฉันจินตนาการภาพตอนนายทำเรื่องพวกนั้นไม่ออกเลยล่ะ”
เธอนึกว่าเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เล็กยันโตนึกว่าเขาจะเป็นคุณชายที่ไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเอง เวลาเรียนก็เรียนอย่างสบายๆ สไตล์คนเก่งหนีบหนังสือไม่กี่เล่มเดินไปรอบๆ รั้วมหาวิทยาลัยท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดจากพวกนักเรียนหญิงเขาดูสูงส่งห่างไกลจากพวกเธอที่เป็นคนปกติ
แต่ที่แท้เขาก็เคยใช้ชีวิตติดดินมาก่อนอย่างนั้นเหรอ
แสดงว่าตอนที่เขากับแม่ไปอยู่นิวยอร์กใหม่ๆคงจะลำบากมากสินะ?
ตอนที่พ่อของเขายังอยู่ฐานะทางครอบครัวของเขานับว่าร่ำรวยลู่เป๋าเหยียนเรียนอยู่โรงเรียนเอกชนไฮโซชื่อดัง มีเลขาผู้ช่วยของพ่อคอยไปรับไปส่งที่บ้านก็มีคนรับใช้ แต่เมื่อไปอยู่อเมริกา เขากับแม่ต้องพึ่งพาตัวเองในทุกๆ เรื่องตอนไปอยู่ที่นั่นใหม่ๆ เขาคงต้องใช้เวลาปรับตัวทั้งเรื่องการใช้ชีวิตและเรื่องการสูญเสียพ่ออยู่นานเลยสินะ
คิดถึงตรงนี้ซูเจี่ยนอันก็เริ่มเศร้าใจแทนเขา เธอไม่อยากพูดเรื่องของเขาตอนไปอยู่อเมริกาใหม่ๆ อีกจึงเดินขึ้นรถไปอย่างว่าง่าย
“ไปถนนเจี้ยนเซ่อกัน”เธอนิ่งไปสักพักก่อนเอ่ย
“ลู่เป๋าเหยียนนี่เป็นครั้งแรกหลังกลับมาจากอเมริกาที่นายออกไปซื้อของหรือเปล่า”
“และยังเป็นครั้งแรกที่ฉันออกไปซื้อของเป็นเพื่อนคนอื่นด้วย”ลู่เป๋าเหยียนสตาร์ทรถก่อนตอบ
“อย่าซึ้งมากไปล่ะ”
“...”
********************
1 กว้านทังเปา (灌汤包) หรือซาลาเปาน้ำซุป -อาหารประเภทติ่มซำชนิดหนึ่ง