ตอนที่ยี่สิบเอ็ด ระบบอุปถัมภ์คือที่มาของผู้ติดตามลุกสาวดยุก
หวังม่อ
ข้าหวังม่อ มีสติปัญญา แต่หวังเพียงว่าจะได้รับใช้นายผู้เป็ผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ แต่คราวนี้ข้าราวกับเห็นัเดินดินตัวจริงๆแล้ว
“พี่ม่อ รักษาตัวสักครู่ข้าจะจัดกรามท่านให้เข้าที่”
หวังลี่..ไม่สิท่านหวังลี่ ส่งกระแสปราณที่อ่อนโยนเข้ามา บรรเทาความเ็ปให้กับข้าและกระดูกก็ประสานกันด้วยปราณที่หนักแน่นทรงพลัง
บางทีข้าก็อาจจะได้นายที่ข้าเคยวาดฝันไว้จริงๆ
“พี่หวังลี่ ไม่สิ นายน้อย อภัยข้าที่มีตาหามีแววและให้โอกาสข้ารับใช้ท่านด้วยเถอะ”
หวังม่อคุกเข่าลงที่พื้น น้ำตาไหลออกมาเอง ด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มที่สุด ว่าหากเขาติดตามผู้ชายที่ยิ่งใหญ่เบื้องหน้านี้ เขาต้องไม่มีวันหลงทางแน่นอน
ใบหน้าของท่านหวังลี่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่กำลังเอื้อนเอ่ยกับข้าว่า..
..
หวังลี่
ฮืม? คนในโลกนี้ชอบคุกเข่าคารวะกันจริงๆแฮะ
ผมก็แค่ซ่อมกระดูกด้วยพลังปราณของผมเท่านั้นเอง
พลังปราณของผมเป็เส้นสายค่อยๆจัดกระดูกให้เข้าที่และเชื่อมติดกันแบบพอสมควรด้วยความรวดเร็วเพราะค่อนข้างจะเป็แผลภายนอก
คงเพราะผมบอกว่าให้ทำแค่สลบล่ะมั้ง
ผมเลยถือโอกาสนี้ทดลองรักษากับร่างกายมนุษย์คนอื่นดู
ผมคิดว่าจะยากในการควบคุมร่างกายคนอื่นให้รักษาตัวด้วยเส้นสายลมปราณที่ผมบังคับเป็เส้นด้ายเล็กๆ แต่ท่าทางจะง่ายเอามากๆหากพลังปราณของผมเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง
หรือว่านี่คือวิชาคล้ายๆกับที่ตัวร้ายให้พวกลูกกระจ๊อกฆ่ากันเองและหัวเราะอย่างสะใจตามแบบในนิยาย
น่าสนใจมากกับวิชานี้
“ขอบคุณท่านหวัง..ขอบคุณนายน้อยหวังลี่มากที่เมตตา”
“ขอบคุณนายน้อยหวังลี่ที่เมตตา”
แต่ละคนคุกเข่าคารวะผมกันหมดแม้แต่คนสนิทของพี่ใหญ่หลังจากที่ผมช่วยรักษาให้พวกเขา
การเอาหน้านี่ผมถนัด
สายตาของเขาสะท้อนแสงจากผิวของผม
ท่าทางพวกเขาจะชอบสเปเชี่ยลเอฟเฟคของผมที่ออกมามาก
อย่างว่าล่ะในยุคนี้ไม่เคยชินกับการโฆษณาแบบแสงสีเสียงเท่าไร
โลกปัจจุบันของเราเคยชินกับภาพแสงสีเสียงไปแล้ว
จากการโฆษณาที่มีการบอกว่าคนเราชอบผิวขาว ที่จริงเพราะผิวขาวนั้นสามารถสะท้อนแสงได้มากกว่าและคนเราจะเกิดอารมณ์กระตุ้นได้ง่ายกว่าจากการที่สายตาได้จับภาพแสงในเฉดสีต่างๆได้ ที่ลิปสติกของผู้หญิงมีเฉดสีให้เลือกกว่าร้อยแบบก็เพราเหตุนี้นั่นเอง
พวกนี้คงมองว่าผมเป็คนน่าชื่นชมคบหาเพราะผมใช้แสงหลอกความรู้สึกของพวกเขานั่นเอง
สีสันทำให้คนตาบอด สรรพเสียงทำให้คนหูหนวกเป็เช่นนี้นั่นเอง
เราสามารถซ่อนอะไรหลายอย่างได้ภายใต้แสง
เวทย์แสงในเกมส์ก็เป็เวทย์ที่สามารถแยกสายไปในทางภาพลวงตาได้
แต่ในวัฒนธรรมนี้คงมองว่าแสงเป็สิ่งที่ดี
ผมส่ายศีรษะ
“ตามที่สัญญาไว้ ข้าไม่ห้ามพวกเ้าลงมืออีกครั้ง แต่ตามสัญญา พวกเ้าต้องให้ความเคารพอี้จิงให้สมฐานะผู้ติดตามของข้า”
เท่านี้พอบังคับให้พวกนี้เคารพอี้จิงได้ก็จะค่อยๆดึงพวกนี้ให้ทำตามคำสั่งอี้จิงและให้กลายเป็คนสนิทของอี้จิงในอนาคตจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็น่าจะสามารถช่วยชีวิตคนจำนวนมากจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่กำลังจะเกิดได้
สถานการณ์ในฐานะผู้นำของผมเป็ของชั่วคราว
ตราบใดที่ระบบยังอยู่ ผมล้มหายตายจากไปกลางทางองค์กรก็ยังดำเนินงานต่อไปได้
แนวทางของอสูรผมแดงแดนไซฮก มองระบบสำคัญกว่าบุคคลนั่นเอง
“พวกเ้าคุกเข่าคารวะอี้จิงและกล่าวว่าขอบคุณที่สั่งสอน”
เทคนิคของครูบาอาจารย์ที่ให้ขอบคุณในขณะที่ลงโทษ คือธรรมเนียมเล็กๆน้อยๆที่ทำให้การลงโทษนั้นกลายเป็เื่ที่สมควรทำ ออกจะลดทอนสิทธิมนุษยชนไปหน่อย แต่หากให้เ้าพวกนี้ติดสอยห้อยตามอี้จิงไปโอกาสรอดของพวกนี้ก็มากขึ้นกว่าเดิมล่ะ
ผมไม่ใช่คนบ้าคลั่งได้อย่างคนในโลกนี้ที่จะฆ่าคนจำนวนมหาศาลได้แบบไม่คิดอะไร
หรือใครทำอะไรให้เราแค้นก็ฆ่าเสีย
พวกนั้นก็ทำตามที่ผมสั่ง
“ขอบคุณอี้จิงที่สั่งสอน”
เปล่งเสียงดังฟังชัดจนสะท้านทั่วลานฝึกซ้อม
“ต่อไปนี้ให้พวกเ้าเชื่อฟังคำสั่งและให้เกียรติอี้จิงเหมือนกับที่เชื่อฟังข้า”
อ้า ระบบอุปถัมภ์
สิ่งที่อยู่คู่กับสังคมศักดินา
มีผู้ให้อุปถัมภ์และผู้รับการอุถัมภ์
การศึกษาปัจจุบันควรจะให้การศึกษาในเื่นี้มากกว่านี้จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาที่สังคมในปัจจุบันเจอได้
เราสอนแต่ประชาธิปไตยแต่กลับสอนเื่การอุปถัมภ์แบบผ่านๆ
ทั้งที่หากอยากพัฒนาให้ระบบใช้คนตามความสามารถที่แท้จริงไม่สนชาติกำเนิดนั้น ต้องพยายามทำความเข้าใจระบบอุปถัมภ์ก่อน จึงจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบได้
ผู้ให้การอุปถัมภ์ต้องปกป้องผู้รับการอุปถัมภ์ ส่วนผู้รับการอุปถัมภ์ก็ต้องรับใช้และรับศัตรูของผู้ให้การอุปถัมภ์มาเป็ศัตรูของตนเอง
นี่คือหลักการของระบบอุปถัมภ์นั่นทำให้คนที่สามารถคุยได้กับทุกคน ทุกกลุ่มนั้นตามสายตาของระบบอุปถัมภ์คือเหยียบเรือสองแคมและไม่สามารถเป็สมาชิกวงในของผู้ให้การอุปถัมภ์ได้
สังคมศักดินามีเื่เช่นนี้เด่นชัดกว่า
เช่นการถวายตัวให้กับาาในกรณีของขุนช้างที่ถวายตัวให้พระพันวษามียศขุนนางั้แ่เด็ก
จึงเป็ที่มาของคำว่า “ตีสุนัขก็ต้องให้ดูเ้าของ”
เพราะการออกอาละวาดของลูกน้องและหากเ้านายผู้ให้การอุปถัมภ์ยังให้การปกป้องได้ แสดงว่าอำนาจเ้านายก็ยังคงเข้มแข็งดีอยู่
หากเ้านายปกป้องลูกน้องไม่ได้ คนก็จะดูถูกเ้านายว่าไม่มีอำนาจอิทธิพลแบบเดิม
ดังนั้นการจะจัดการกับคนคนหนึ่ง ควรจะจัดการกับคนที่สนับสนุนอยู่เื้ั จึงจะสามารถครองแผ่นดินจีนได้อย่างที่ท่านสีจัดการป๋อซีไหลในคดีทุจริตและจัดการเครือข่ายที่ปกป้องป๋อซีไหลอยู่ไปด้วยพร้อมๆกัน
ด้วยการกำจัดทั้งสุนัขและเ้าของ เขี่ยป๋อซีไหลออกจากตำแหน่ง ทำให้ท่านสีได้อาณัติของ์และได้ปกครองแดนจงหยวนสืบต่อมาถึงทุกวันนี้
“ตีสุนัขก็ให้ดูเ้าของ”ดังนั้นจะจัดการสุนัขก็ต้องจัดการเ้าของไปพร้อมๆกัน
การให้พวกนี้กลายเป็ลูกน้องอี้จิง คือการให้อี้จิงมีคนของตนเองในการใช้งานนั่นเอง
หากจะจัดการคนพวกนี้ก็ต้องจัดการอี้จิงก่อน
หากมีใครจะมาแผ้วพานอี้จิง คนพวกนี้ก็ต้องเข้าปะทะก่อน
ข้อดีของระบบอุปถัมภ์และสังคมศักดินานั่นเอง
หากไม่กำจัด เ้าของ สุนัขก็จะยังอาละวาดอยู่ในแผ่นดินนี้
หรือจะเรียกว่าคนพวกนี้คือ”ผู้ติดตามของลุกสาวดยุก”แบบในโอโตเมะเกมส์ก็ว่าได้
แต่กรณีนี้จะเป็ชายฉกรรจ์นั่นเองในอนาคต
ความจริงแล้วผมว่าที่ล้างมือในอ่างทองในเื่กระบี่เย้ยฯเป็วิธีการที่ถูกต้องแล้ว
เกาะขาขันทีรับใช้ราชสำนัก จะมีขันทีเป็ผู้ปกป้องให้การอุปถัมภ์
หากขันทีที่รับคนคนหนึ่งเป็ผู้รับการอุปถัมภ์เสียชีวิตไปเพราจ้อแน้เซี้ยงฆ่า
ขันทีหรือกลุ่มอิทธิพลนั้นแม้จะไม่ชอบคนที่ถูกฆ่าแต่โดยหลักการของอำนาจก็จะต้องออกมาปกป้องพวกพ้อง ไม่อย่างนั้นจะเสียหน้าและสร้างความไม่มั่นคงให้กับลูกน้องว่า
“ท่านขันทีนี้เสื่อมอำนาจชราเสียแล้ว คนคนเดียวยังปกป้องไว้ไม่ได้”
นี่คือการวางหมากของผมให้สร้างเกราะป้องกันให้อี้จิงในทางสังคมและสร้างเกราะป้องกันให้พวกนายน้อยเหล่านี้ในการเจอกับอันตรายต่างๆ
“อะเอ่อ ท่านพี่จะดีหรือคะ นะ หนูเขินน่ะค่ะ”
ผมผงกศีรษะ
“ไม่ต้องกลัวเ้าใช้จิตใจที่เมตตาคอยปกป้องพวกเขาให้ดี ให้รางวัลและลงโทษชัดเจนพวกเขาก็จะนับถือเ้าแล้ว”
ผมหันไปหาพวกนั้น
“ฟังให้ดีข้าไม่ขอให้พวกเ้าซื่อสัตย์ต่อข้าหรือหยามิ่เกียรติศักดิ์ศรีของพวกเ้า พวกเ้าคือคนตระกูลหวัง โลหิตในกายเ้าคือเชื้อสายของตระกูลหวัง
สิ่งที่ทรงพลังที่สุดของพวกเราคือสายโลหิต คือความผูกพันที่ปกป้องตระกุลของเรา บ้านที่แตกแยก เสาแต่ละต้นหากผุพังจะไม่อาจรักษาความเป็บ้านไว้ได้
ข้าอยากให้พวกเ้าสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับสกุลหวัง หาใช่มาแก่งแย่งกันเองเช่นนี้ หากพวกเราทำให้ตระกูลหวังสิ้นชื่อเพราะพวกเราทะเลาะกันเอง ข้าคงละอายต่อบรรพชนนัก”
หวังม่อที่เป็คนฉลาดคนหนึ่งะโขึ้นว่า
“ข้าละอายนัก วาจาของนายน้อยปัดเป่าความโง่เขลาให้กับพวกข้า ข้าจะติดตามท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
และหวังม่อก็ เฮ้ย
โขกศีรษะแรงดัง โป๊ก โป๊กโป๊ก แต่พวกนี้ยังวรยุทธไม่สูงเท่าอี้จิงจนเืกลบหน้าผาก
พอเห็นหวังม่อโขกศีรษะคนหนึ่ง คนอื่นก็กลัวจะน้อยหน้า โขกศีรษะตาม
“ข้าละอายยิ่งนัก”
“ข้าจะรับใช้ท่านจนชีวิตจะหาไม่”
ผมยกมือขึ้นห้ามและส่ายศีรษะ
“อย่าสละชีวิตเพื่อข้าเลย สละชีวิตเพื่อรักษาคุณธรรมเถอะ แค่นั้นข้าก็ภาคภูมิใจในตัวพวกท่านแล้วในฐานะที่เป็พี่น้องร่วมตระกูลกัน จงอย่าได้ลืม สายโลหิตและความสามัคคีในวงศ์ตระกูลคือเกราะคุ้มกันภัยที่ดีที่สุด”
พูดเหมือนให้พวกนี้ฟังแต่ที่จริงผมพูดให้อี้จิงฟัง
อย่างน้อยถ้ามีคนติดสอยห้อยตามเธอไปและมีคนเป็ศัตรู คนในตระกูลก็อาจจะรอดอย่างครึ่งๆล่ะนะ
เปลี่ยนคนติดสอยห้อยตามลูกสาวดยุกให้มาติดตามนางเอกแทนั้แ่ต้นเื่ก็น่าจะแก้ปัญหาได้บางส่วนล่ะนะ