อีกฟากหนึ่ง ณ วังจัดงานวันเกิดองค์ชาย
ออลวินซ์มองเ้านายของเขาวิ่งออกไปในความมืด เขากับมิร่าเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง มองไปเห็นไอริสและองค์ชายยืนคู่กัน มันเป็ภาพที่ดูอบอุ่น แต่สำหรับไกรอัสแล้วนี่คงทำให้เขาใจสลาย
เมื่อความคิดของเขาจบลงพื้นดินเริ่มสั่นะเื จานและอาหารในงานหล่นลงพื้น ผู้คนวิ่งหาที่หลบและะโไปทั่ว
“ช่วยด้วย!”
“ทหารอยู่ที่ไหนหมด!”
ภายในห้องโถงนี้มีทหารเพียง 20 คนและพิธีกรอีก 1 คน ที่เหลือเป็เหล่าขุนนางอายุไม่เกิน 20 ปี ราว 20 คนกับคนใช้ที่ตามมา ทุกคนวิ่งวุ่นไม่ได้สนใจวงเวทย์ประหลาดบนพื้น ขนาดของมันใหญ่เท่าห้องโถงนี้และกำลังส่องแสงสีแดง บางคนพยายามจะออกไป ใช้เวทโจมตีประตู สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขากำลังถูกขังอยู่ในนี้
ออลวินซ์ตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้วยความรวดเร็ว เขาจับมือของมิร่า พาเธอวิ่งไปหาไอริสและเ้าชาย นั่นเป็วิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้เขาปกป้องได้ทุกคนตามคำสั่งของไกรอัส ขณะวิ่งอยู่เขาจึงะโบอกให้เหล่าขุนนางไปรวมตัวในจุดเดียวกัน
“ทุกท่านโปรดมารวมกันที่องค์ชายยืนอยู่ด้วยครับ! และทหารทุกนายตั้งแถวแนวยาวเพื่อปกป้องขุนนาง”
แม้จะยังไม่หายใ แต่ทุกคนในนั้นปฏิบัติตามได้เป็อย่างดี ขุนนางทุกคนมายืนรวมกัน ทหารตั้งแถวพร้อมดูสถานการณ์ต่อไป
แสงสีแดงจากวงเวทย์ยังคงส่องสว่างบนพื้น ไม่ช้ามีผู้ชายค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาจากพื้น เขามีผมสีเขียวหยักศกยาวเลยไหล่ ดวงตาสีเขียว กำลังยิ้มอย่างน่าขยะแขยง ชุดของเขาคล้ายกับขุนนางในวันนี้ แต่บุคลิกนั้นไม่ใช่เลย ในมือถือมีดสั้นทั้ง 2 ข้าง
ทหารพากันชี้ดาบไปทางชายปริศนา เรียกร้องให้แสดงตัวตน แต่เขากลับหัวเราะ คิก คัก อยู่คนเดียว แล้วเริ่มชี้มีดในมือมาข้างหน้า
“ข้าคือ เปโดร ผู้กล้าแห่งอาณาจักรลีโอฮาร์ด คิก คิก” เสียงของเขาแหบจนน่ารำคาญ
“ผู้กล้าแห่งอาณาจักรลีโอฮาร์ดมีธุระอะไรกับงานเลี้ยงนี้ เราขอให้กลับไปซะ” ทหารที่น่าจะเป็หัวหน้าทำหน้าที่เป็ผู้นำตอบ
“ไม่ได้สิๆ ข้ามาหาผู้ได้รับพรจากเทพตรงนั้นน่ะ”
ชัดเจนแล้วว่ามีดของเขาชี้ไปที่ใคร องค์ชายเอเดนกำลังโดนหมายหัวจากชายคนนี้ ทหารคนเดิมรีบก้าวออกมาเพื่อปกป้องคนข้างหลัง
“อย่าคิดว่าจะผ่า…”
ยังไม่ทันสิ้นประโยค หัวของเขาหล่นลงพื้น ร่างกายไร้หัวล้มลง เืพุ่งกระจายเต็มพื้น เหล่าขุนนางทั้งหลายกรีดร้องด้วยความผวา
“คิกคิก ต้องแบบนี้สิ อย่าหยุดร้องเชียวนะ ก๊าก ฮ่าๆ” เปโดรหัวเราะอย่างน่ารังเกียจ
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คนที่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงออลวินซ์ เพราะเขาสังเกตการเคลื่อนไหวของเปโดรตลอดเวลา ขณะทหารที่ตายกำลังพูด เปโดรสะบัดมือข้างหนึ่ง สายลมคมกริบลอยมาตัดคอทหารคนนั้น
“ต่อไปก็”
เขาหันไปทางองค์ชาย สะบัดมืออีกครั้ง สายลมพุ่งไปหาองค์ชายด้วยความรวดเร็ว ออลวินซ์ตอบสนองทัน เขาชักดาบ ตัดสายลมนั้นทิ้งไป
“ทหารทุกนายปกป้องขุนนางด้วยครับ ผมจะรับมือกับเขาเอง”
จู่ๆ ผู้ชายประหลาดโผล่ขึ้นมาจากพื้น เขาบอกว่าชื่อเปโดร เป็ผู้กล้าจากอาณาจักรลีโอฮาร์ด แต่รูปร่างและพฤติกรรมของเขาเหมือนกับฆาตกรโรคจิตมากกว่า เขาเพิ่งฆ่าทหารไปและเกือบจะฆ่าองค์ชาย ผมจึงต้องออกมากันไว้
“ทำไมถึงมาโจมตีที่นี่กัน” ผมชี้ดาบไปทางเขา
“พวกขุนนางบอกข้าว่าให้มาที่นี่แล้วจะฆ่าใครก็ได้ แต่ต้องฆ่าผู้ได้รับพรจากเทพให้ได้”
เขาฉีกยิ้มของตัวเอง
“แต่ว่า ข้ารู้สึกตื่นเต้นมากๆ เวลามีคนมาขัดขวาง ข้าจะเล่นกับเ้าเอง คิกคิก”
เปโดรปล่อยคมดาบสายลมออกมา 2 ครั้ง ถึงผมจะป้องกันได้ แต่เปโดรก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาใช้มีดคู่ฟันไขว้มาที่คอของผม ผมถอยหลบไปข้างหลัง แทงดาบสวนไปที่หัวใจ มันถูกหยุดไว้โดยมีดของเขา
หลังจบการปะทะ พวกเราทั้งคู่ถอยมาตั้งหลัก เปโดรสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เขาทักถามขึ้นมา
“ดูจากดวงตาแล้ว เ้าเป็ลูกครึ่งสินะ คงจะโดนรังเกียจเหมือนข้าเลยสินะ คิกคิก” เขาหัวเราะชอบใจ
“ข้าจะช่วยเ้าจากความเ็ปเอง”
พูดจบเขาเพิ่มความเร็วในการปล่อยคมดาบสายลม ทั้งยังเข้ามาประชิดแบบไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ตั้งรับการโจมตีทั้งหมดไม่ทัน
เกิดาแทั้งแขนและขา เืหยดลงบนพื้น คนที่เหลือจ้องมองด้วยความเงียบ ไม่กล้าเข้ามาแทรกการต่อสู้นี้ เปโดรถอยออกไปตั้งหลัก เขาเลียเืบนมีดอย่างเอร็ดอร่อย
แผลทุกที่บนร่างกายล้วนไม่ใช่จุดสำคัญ ราวกับเปโดรตั้งใจไว้แล้ว ออลวินซ์พยายามจะเข้าไปประชิดตัวเพื่อลดความเสียหายจากคมดาบสายลม กลายเป็ว่าออลวินซ์ชิงความได้เปรียบกลับมาได้ เขาเสริมพลังกายและใช้เวทแสงเสริมความเร็ว-พลังโจมตี
เปโดรปัดป้องการโจมตีด้วยมีดคู่อย่างร้อนรน
“ฮี่ ช่วยกันหน่อยสิ เคท” เขาพึมพัมคนเดียว
เขาถอยออกไปอีกรอบ คราวนี้มีออร่ากระหายเือยู่รอบตัว เขาทำหน้าชั่วร้ายกว่าเดิม แถมพลังก็ดูจะมากกว่าเดิมอีกด้วย เขาพุ่งไปหาออลวินซ์ด้วยแพทเทิร์นเดิม แต่ว่าความเร็วต่างกันริบลับ
'อ้ากกก'
วิสัยทัศน์ดำมืด ความรู้สึกแสบร้อนบริเวณดวงตาเกิดขึ้นกะทันหัน ความเ็ปแล่นเข้ามาไม่หยุด ออลวินซ์โดนฟันเข้าที่ตาทั้งสองข้าง เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เอาดาบยันพื้นไว้ กำลังจับไปที่ดวงตาของตัวเองอย่างทรมาน
“ข้าได้รับพรจากเทพ เ้าคิดจริงๆ หรอว่าจะชนะข้าได้”
เปโดรมองดูออลวินซ์ด้วยความดูถูก ความกระหายเืของเขายังคงไม่ลดลง เขาเตรียมจะโจมตีออลวินซ์ที่ยังคุกเข่าอยู่ แต่แล้วออลวินซ์ใช้ดาบประคองตัวเองลุกขึ้นมา เขาจับดาบด้วยความมั่นคงอีกครั้ง
“ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ผมจะทำตามคำสั่งของเขาให้ถึงที่สุด ผมจะปกป้องที่นี่ไว้ให้ได้”
ออลวินซ์พยายามตั้งสมาธิ นึกถึงวิชาดาบทั้งหมดที่เขาได้รับจากไกรอัส
‘ตู้มมม’ เกิดการะเิขึ้นอย่างรุนแรง เพียงแต่ไม่ใช่แถวนี้ จุดที่เกิดะเิมันไกลออกไป ไกลจนไม่น่าเชื่อว่าทั้งเสียงและสั้นะเืจะส่งมาถึงที่นี่
ทุกคนรับรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น ออลวินซ์และมิร่ารู้ทันที่ว่ามันต้องเป็เ้านายของพวกเขาแน่ๆ
“ผมจะทำตามคำสั่งให้ลุล่วงให้ได้ครับ ท่านไกรอัส” ออลวินซ์ยิ้ม
เขาพยายามหาทุกทางเพื่อให้จัดการเปโดร ทางเลือกของเขาคือวิชาดาบที่ยังไม่สมบูรณ์ เขายกดาบขึ้นช้าๆ เต็มไปด้วยสมาธิมากล้น
“เ้าจะทำอะไรกัน ตามองไม่เห็นแล้วแท้ๆ” เปโดรยิ้มเยาะ
ออลวินซ์ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาพยายามนึกจุดสำคัญที่ไกรอัสเคยบอก
“ยิ่งฟันเร็วเท่าไหร่ มันยิ่งรุนแรง นายอาจตอบถูกครึ่งนึงก็ได้ แต่อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเส้นทางการลงดาบ สมองนายต้องเร็วกว่าการฟัน ไม่งั้นดาบของนายก็จะหยุดแบบเมื่อกี๊ เข้าใจใช่ไหม?”
ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจสิ่งที่ไกรอัสพูดสักนิด จนไกรอัสทำท่าเหนื่อยใจ
“ช่างมันเถอะ นายมันพวกคิดมาก เพราะงั้นแค่ฟันลงไปก็พอ”
ดาบของออลวินซ์เริ่มส่องแสง เปโดรร้อนใจกับแสงนั้น เขารีบพุ่งมาเพื่อฟันคอของออลวินซ์ด้วยความรวดเร็ว ต่างจากออลวินซ์ที่ฟันดาบลงมาอย่างช้าๆ แต่นั่นก็เพียงพอให้เปโดรรู้สึกกลัวจนฟันพลาด ไม่สิ ฟันไม่ถึง
“อ๊ากก เจ็บๆๆๆ”
แขนซ้ายของเปโดรขาดล่วงลงพื้น เขาร้องเหมือนเด็กหกล้ม มองแขนตัวเองที่ตกอยู่พร้อมกับเืนองพื้นและหันไปหาออลวินซ์อย่างโกรธแค้น
“ทำไม ทำไมกัน ตาของเ้ามันมองไม่เห็นแล้วนี่” เขายืนขู่ด้วยมีดอีกข้าง
ออลวินซ์ไม่สนใจ เขาตั้งท่าอีกครั้งด้วยความสงบ เปโดรเห็นดังนั้นจึงหัวร้อนพร้อมใส่ทุกอย่าง
“มากกว่านี้ เคท มอบพลังให้ข้า”
คราวนี้มันไม่ใช่แค่ความกระหายเื เพราะพลังที่มากเกินไปทำให้เปโดรมีหน้าตาน่าเกลียดกว่าเดิม แทบจะพูดคุยไม่รู้เื่ราวอสูรกายที่ฆ่าคนเป็อย่างเดียว
“คิกคิก” สิ้นเสียงหัวเราะ เปโดรหายไปจากสายตาของทุกคน แล้วโผล่ออกมาหน้าออลวินซ์ระยะประชิด ออลวินซ์ฟันดาบลงไปอีกครั้ง เปโดรหลบโดยการบิดร่างกายตัวเองเหมือนคนไร้กระดูกหลบการโจมตี แล้วฟันขาทั้งสองของออลวินซ์
ภาพน่าสยดสยองเกิดต่อหน้าต่อตา ออลวินซ์โดนตัดขาั้แ่หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง ทำให้เขาทรุดไปกับพื้นในท่าคว่ำหน้า ทั้งตาที่บอดและขาที่ขาดไปทำให้เขาโอดครวญภายในลำคอไม่หยุด เปโดรเดินมาเหยียบมือข้างที่ออลวินซ์ถือดาบ ใช้มีดในมือฟันมือออลวินซ์ขาด สภาพของออลวินซ์ไม่ต่าง
กับคนถูกฆ่าตัดชิ้นส่วน เพียงแต่เขายังไม่ตาย
ออลวินซ์ได้แต่โทษความอ่อนแอของตัวเอง แม้เขาจะได้รับโอกาสกี่ครั้งๆ เขาไม่เคยทำอะไรได้ดีเลยสักอย่าง ครั้งนี้เขาเองก็ยังไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ลุล่วง เขากัดฟันต่อสู้กับความเ็ปและเสียใจ พร้อมผิดหวังในตัวเองอย่างมาก เปโดรเห็นภาพนั้นจึงเยาะเย้ยเขา
“ก๊ากๆ ทรมานอีกสิ เ้ามันคนอ่อนแอที่พยายามไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”
เปโดรเปลี่ยนมายืนคร่อมออลวินซ์ เตรียมที่จะปาดคออย่างเืเย็น แต่ว่าสัญชาตญาณในตัวบอกให้เขาหลบออกมาจากตรงนั้น เขาจึงะโออกไปหลบด้านข้าง
ไม่นานจากนั้น ประตูที่ปิดสนิทไม่มีทางเข้า-ออกได้ โดนฟันจนประตูพัง เด็กชายผมสีดำแซมขาวเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ ใบหน้าของเขาเ็าไม่ได้สนใจอะไรสักอย่าง เขาเพียงเดินตรงไปหาออลวินซ์ที่จมกองเือย่างสุขุม
เมื่อไปหยุดอยู่ตรงหน้าออลวินซ์ที่นอนไม่มีแรง เขาคุกเข่าแล้วเรียกชื่อขึ้นมาเบาๆ
“ออลวินซ์ ยังได้ยินอยู่ไหม?”
“ทะ..ท่านไกร…อัส”
ไม่จำเป็ต้องเห็นหน้าหรือได้ยินเสียง ออลวินซ์รู้ั้แ่เดินเข้ามาว่าคนคนนี้ต้องเป็เ้านายของเขาแน่นอน เขายิ่งรู้สึกแย่ที่ไกรอัสมาพบเขาในสภาพนี้ แต่แล้วความกังวลของเขากลายเป็เื่ไร้สาระจนน่าขำ
ไกรอัสจับร่างของออลวินซ์ขึ้นมาจากพื้น พร้อมกอดอย่างแแ่ มืออีกข้างลูบหัวของออลวินซ์ซึ่งพิงไหล่ของเขา ปลอบประโลมให้กับสิ่งหน้าเศร้าที่เกิดขึ้น ไกรอัสค่อยๆ เอ่ยคำพูดออกมา
“ไม่จำเป็ต้องเสียใจอะไรทั้งนั้น ฉันเห็นทุกอย่างที่นายทำเพื่อฉัน ภูมิใจได้เลยออลวินซ์ นายเป็อัศวินเต็มตัวแล้ว”
อ้อมกอดแรกและการยอมรับจากเ้านายซึ่งเขานับถือหมดหัวใจ มันช่างอบอุ่นและล้ำค่าจนออลวินซ์แสดงมันออกมา ในรูปแบบของน้ำตาโดยไม่รู้ตัว