-5-
#ความรักที่ยังคงเป็ความลับ
“น้องๆ รีบลงจากรถแล้วไปรวมตัวกันด้านหน้าอาคารเลยนะค่ะ”
“อ้าวพี่ภู พี่จะไปไหน” ผมเอ่ยถามอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่าไม่ไปทางเดียวกัน
“สนิทหรอถึงเรียกภูเฉยๆ”
“ก็อยากสนิทด้วย” ผมเอ่ยตอบทันที
“แต่กูไม่อยากสนิทกับมึง ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามึงเป็น้องรหัส หน้ามึงกูก็จะไม่มอง”
“พี่โกรธผมเื่ก่อนหน้านี้หรอ ผมขอโทษ.. ”
“แล้วตกลงพี่จะไปไหน ไม่ไปกับผมเหรอ”อีกฝ่ายไม่ตอบคำถามแล้วเดินถือกระเป๋าไปอีกทาง
“น้องตะวันค่ะ น้องอีกแล้วหรอ ไปรวมตัวได้แล้วค่ะ”รุ่นพี่ผู้หญิงเอ่ยเรียกและสีหน้าดูหงุดหงิดที่เป็ผมอีกแล้ว
ยินดีต้อนรับสู่ค่ายสานสัมพันธ์ของคณะบริหารธุรกิจอีกครั้งนะค่ะ วันนี้เตรียมกายเตรียมใจพร้อมกันแล้วใช่ไหมค่ะ พี่จะแจ้งกิจกรรมล่วงหน้าเลยนะค่ะ วันนี้พี่จะมีเกมทั้งหมด 3 ฐานนะค่ะ โดยให้เล่นกับพี่รหัสของตัวเอง ระหว่างที่รุ่นพี่เเจ้งกิจกรรมอยู่นั้น มิกซ์กับบูมก็เดินเข้ามาหา
"มึงไงบ้างวัน ยังอยู่ดีไหมว่ะ" บูมเอ่ยถาม
"มึงทำไมไม่โทรหากูก่อนมารวมตัว กูจะได้ไปรับที่รถ" มิกซ์เอ่ยถามด้วยความรู้สึกห่วงใย
"เออกูไม่เป็อะไรเเล้ว เเขนขายังครบดี มึง 2 คนไม่ต้องห่วง กูโตเเล้วครับเพื่อน"
เกมเเรกของฐานวันนี้นะค่ะ คือ เกมวิ่งเพื่อรักนั่นเองค่า โดยจะมัดขาคนละข้างของตัวเองติดกับขาพี่รหัส เเล้ววิ่งให้ถึงเส้นชัยในเวลา 1 นาที เตรียมตัวเลยนะค่ะ ปรี๊ดดดด เสียงของรุ่นพี่ชายได้ยืนเป่านกหวีดกลางสนามดังก้องไปทั่ว
"มึงยืนทำไรว่ะ กูจะมัดเชือกเนี้ย"พี่ภูเอ่ยขึ้นขณะนั่งคุกเข่าเเล้วมองขึ้นมา
"มึงวิ่งเร็วๆดิ ขามึงสั้นจังวะ" อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่เหงื่อโชกเต็ม เเล้วก็โอบไหล่จนผมเริ่มเกร็งมากขึ้น
"ผมวิ่งเร็วสุดได้เเค่นี้อ่ะ พี่ภูขายาวเเล้วก้าวเร็วเองอะ"
"มึงเตี้ยเองปะว่ะ กูไม่ผิด" พี่ภูเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อย
สุดท้ายคือเรา 2 คน คือคู่สุดท้ายเพราะมัวเเต่เถียงกันเื่ขาสั้นขายาว
ต่อไปเกมฐานที่ 2 เกมป้อนรักนั่นเองจ้าโดยจะมัดมือมือทั้ง 2 ฝ่ายติดกัน เเล้วจะมีจานขนมอยู่ด้านหน้า ทำไงก็ได้ป้อนขนมกันจนหมดจานในเวลา 1 นาทีเหมือนเดิมนะจ้า ปรี๊ดดดด เสียงนกหวีดครั้งที่สองดังขึ้น
"เดี๋ยวผมป้อนพี่เอง พี่เขยิบมาชิดผมหน่อยดิ มือมันเอื้อมไม่ได้"
"เเค่นี้พอกูไม่อยากใกล้มึง"
"พี่ภู.. "ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงเข้มๆผมเลยเป็ฝ่ายเขยิบเข้าไปหา เเล้วค่อยๆ หยิบขนมป้อนให้พี่ภูกิน
"มึงช้าๆ ดิ เต็มปากกูเเล้วเนี้ย" ขนมเต็มปากพี่ภูจนเห็นข้างๆกระพุงเเก้มทั้ง 2 ข้าง
"เเพ้อีกเเล้วอ่ะ"ผมกล่าวขึ้นเเล้วหันไปทางหน้าพี่ภู ดูเหมือนพี่ภูจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ด้วย
เกมฐานสุดท้ายเเล้วนะจ้าเด็ก ๆ เกมนี้ชื่อความลับในที่เเคบ โดยให้พี่รหัสกับน้องรหัสเข้าไปอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ข้างหน้าทีละคู่เเล้วบอกความลับตัวเองให้อีกฝ่ายรู้ไม่เกิน 5 นาที เริ่มเกมเลยยยยค่ะ บรรยากาศเงียบไปสักพักใหญ่ๆ
"พี่ภูไม่มีอะไรจะบอกบ้างเหรอ"อีกฝ่ายถามขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เหมือนรอคำตอบ ทำไมไอ้จุ๊บเเจงมันไม่เเจ้งก่อนหน้าว๊าว่ามีเกมพูดความลับด้วย ผมเอ่ยขึ้นในใจ จนอีกฝ่ายเริ่มตั้งคำถาม
"พี่ภูผาครับ ที่ผมมาเรียนคณะบริหารไม่ได้ตั้งใจเข้ามาจีบพี่นะครับ ผม้ามาเรียนจริงๆ เพราะอยากช่วยงานคุณพ่อครับ"
“มึงคิดงั้นจริงเหรอวะ”
“ครับพี่ภู” ผมพยักหน้าเบาๆ
“งั้นตอนนี้มึงก็ไม่ได้รู้สึกแบบ..อะไรแบบนั้นกับกูแล้วใช่ปะ” พี่ภูเอ่ยขึ้นจะพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยที่บ่งบอกถึงความดีใจ
“ครับพี่ภู ตอนนั้นผมบอกชอบพี่เพราะพี่เป็ไอดอลผมต่างหากครับ” ผมรีบพูดแก้ตัวในเหตุการณ์วันนั้นทันที แต่ในใจลึกๆก็ชอบแหละ ชอบมากขึ้นทุกวันด้วย แต่ถ้าแลกกับการที่ได้อยู่ข้างๆพี่เขาตลอดไปต่อให้เป็ได้แค่นี้ก็ถือว่าคุ้ม...
“อ๋อเออกูว่าแล้วมึงคงไม่คิดอะไรแบบนั้นกับกูจริงๆหรอก”พี่ภูเหมือนจะมีรอยยิ้มมากขึ้นเวลาหันมาพูดกับผม
“กูเลิกอึดอัดล่ะ โอเคต่อไปนี้กูจะเป็พี่รหัสที่ดีให้มึงเองตะวัน มีไรปรึกษากูได้ตลอด”
“ขอบคุณครับพี่ภู”เป็ครั้งแรกที่พี่ภูเอ่ยชื่อผม
“ผมมีอีกเื่นึงจะบอกพี่ครับ”
“ว่า” พี่ภูตอบสั้นๆแล้วมองหน้าผมเพื่อรอคำตอบ
“ผมคือคนที่ทักไปยืมหนังสือพี่เมื่อปีที่แล้วครับ”
“อ้าวมึงคือคนที่ตั้งรูปแมวเองหรอ แต่เอ๊ะกูเหมือนจะจำได้ล่ะ ตอนนั้นมึงแนะนำชื่ออย่างจะสัมภาษณ์เข้าเรียนกับกู นึกแล้วยังขำ”พี่ภูขำออกมาเล็กน้อย แต่ทำผมเขินไปโดยไม่รู้ตัว..ผมคิดถูกแล้วที่ทำแบบนี้ แล้วดูเหมือนว่าผมกับพี่ภูเราจะญาติดีกันแล้ว ไม่สิพี่ภูยอมพูดคุยมากขึ้นมาก เข้าใจแหละว่าพี่เขารู้สึกอึดอัด กิจกรรมวันนี้ดูเหมือนว่าจะผ่านไปด้วยดีและเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึง่ค่ำ่ค่ำวันนี้จะมีกิจกกรรมผูกข้อมือทำขวัญรับน้องปี 1 อย่างชัดเจน แต่ระหว่างที่กิจกรรมจะเริ่มขึ้นก้มีเสียงโทรศัพท์ผมเข้ามา
“ฮาโหลครับแม่”
“ตะวันอยู่ที่ค่ายแล้วใช่ไหมลูก คือ..” น้ำเสียงแม่ดูเหมือนจะมีเื่ไม่สบายใจ
“ใช่แม่ แม่โทรมาตอนนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามแม่ด้วยความสงสัย
“พ่อเราเกิดอุบัติเหตุรถชนนิดหน่อยนะ แต่ตะวันไม่ต้องเป็ห่วงพ่อนะ พ่อไม่เป็อะไรแล้ว” แม่รีบบอกเหตุผลเพื่อให้ผมคลายความกังวลลง
“ให้ลุงสิงห์ขับรถมารับผมได้ไหมแม่” ผมรู้สึกว่าผมเริ่มเครียดเเละกังวล(ลุงสิงห์คือคนขับรถเก่าแก่ในตระกูลของบ้าน)
“พ่อไม่เป็อะไรแล้ว ตะวันอยู่ทำกิจกกรมคณะดีกว่านะลูก เพื่อความสบายใจของพ่อกับแม่น้า พรุ่งนี้ตะวันก็กลับบ้านแล้วเดี๋ยวก็เจอพ่อนะค่ะคนเก่งของแม่”แม่ปลอบผมเพราะรู้ว่าผมต้องเป็กังวลมากแน่ๆ
“งั้นก็ได้ครับ สวัสดีครับ”ผมวางโทรศัพท์แล้วก็มานั่งอยู่ด้านหลังอาคารเงียบๆคนเดียว
********************************
“ภูผาน้องตะวันไปไหนเหรอ”แป้งถามขึ้น
“กูก็ไม่เห็นั้แ่่ค่ำเลยว่ะ กูเดินหาจนทั่วแล้วไม่เจอ ไปถามเพื่อนน้องมันก็บอกไม่เห็น นี่ก็ผูกข้อมือกันเสร็จแล้วด้วย” ผมมีความกังวลเล็กน้อยขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว
[ตะวัน]
ผมรู้สึกเครียดจนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ถึงพ่อผมจะไม่เป็อะไรมาก แต่ก็ยังไม่หายกังวล ต้องได้เห็นพ่อกับตาว่าไม่เป็อะไรจริงๆถึงจะเลิกกังวล แล้วก็มีเสียงเดินมาจากข้างหลัง
“มึงมาทำเชี้**ไรตรงนี้ว่ะตะวัน ทุกคนหามึงจนทั่วแล้วเนี้ย”พี่ภูผาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูโมโห แต่ก็ต้องเลิกโมโหทันทีเพราะเหมือนว่าพี่เขาจะเห็นรอยน้ำตาที่ผมร้องไห้ไว้ก่อนหน้านี้
“เเล้วนี่มึงเป็อะไร? ” ภูผาถามด้วยความสงสัยแล้วจับหน้าผมให้หันไปมองด้านหน้า
“เปล่าพี่”
“เปล่าเชี้**ไร มึงร้องไห้หรอ แล้วทำไมมึงไม่ไปร่วมกิจกรรมถ้ามึงไม่เป็ไร” พี่ภูผาขึ้นเสียงใส่
“คือ.. พ่อผมเกิดอุบัติเหตุ..”ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงแ่เบาและสีหน้าพี่ภูผาก็เริ่มเปลี่ยนทันที
“โทษทีว่ะ กู..”
“ไม่เป็ไรครับพี่ พี่ภู..ผูกแขนผมตรงนี้ได้ไหม”
“เออตรงนี้ก็ตรงนี้”พี่ภูเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหยิบเชือกสีขาวเส้นเล็กออกมา
“เอาแขนมึงมาดิ”ผมเขยิบไปไปใกล้พี่ภูแล้วก็ยื่นแขนให้
“กูขอให้มึงมีความสุขกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัย และมีความสุขกับคณะที่มึงเลือก ขอให้มึงเจอแต่เื่ดีๆนับต่อจากนี้ แล้วก็..ถ้ามีอะไรก็ปรึกษากูได้ทุกเื่”
ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกทันทีหลังจากฟังคำอวยพรนี่ใช่ไหมที่คนเคยพูดกันว่า..ถ้าได้กำลังใจจากคนที่เรารักก็เหมือนได้คาถาเวทมนต์มาเป็เกาะคุ้มครองภัย
“ทุกเื่จริงเหรอครับพี่ภู” ผมเอ่ยออกไป
“ทุกเื่...ทุกเื่แค่เื่เรียนนะมึงง” ผมตอบเลิกลั่กรีบแก้คำพูดที่อวยพรไปเมื่อกี้ให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืน
“เเต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับพี่ภู”ผมยิ้มให้กับพี่ภูเล็กน้อยพร้อมกับขำพี่ภูที่เเสดงท่าทีเลิกลั่กออกมา
“มึงขำอะไร” พี่ภูถามขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เปล่า น่ารักดีครับ”
#PhuPhaTawan