ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

ตอนที่ 137 บุกจู่โจมกลางท้องทะเล

        ท่ามกลางความมืดของทะเลในยามค่ำคืนเรือประมงลำเล็ก ๆ ลอยลำอยู่อย่างเงียบสงบ น้ำทะเลกระทบข้างลำเรือเบา ๆเสียงคลื่นทำให้บรรยากาศรอบข้างยิ่งเงียบงันมากขึ้นชายชาวตะวันออกกลางสองคนยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ โดยมีผ้าคลุมหัวปิดบังใบหน้าเพียงเล็กน้อยดวงตาของพวกเขาจับจ้องไปยังกล้องส่องทางไกลที่กำลังเล็งไปที่เรือสำราญหรูหราซึ่งลอยอยู่ห่างออกไป


          "การรักษาความปลอดภัยดูเข้มงวดกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย"


          ชายคนหนึ่งกล่าวเบาๆ ในภาษาของมันเอง โดยไม่ละสายตาจากกล้องส่องทางไกล


          "บนเรือมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยเป็นหลักร้อยคนและยังมีกล้องวงจรปิดที่ดูเหมือนจะครอบคลุมทุกจุด"


          อีกคนรายงานกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา


          "ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไรไม่มีอะไรที่ผู้หญิงคนนั้นรับมือไม่ได้ เราแค่รอจังหวะที่เหมาะสมก็พอ"


          ชายอีกคนหนึ่งที่ดูอาวุโสกว่าถอนหายใจเบา ๆ และหันไปหยิบวิทยุสื่อสารขนาดเล็กขึ้นมาเปิดช่องสื่อสารที่ปลอดภัยแล้วส่งสัญญาณให้ทีมปฏิบัติการที่ปลอมตัวเป็นลูกเรือบนเรือบรรทุกสินค้าที่อยู่ห่างออกไปประมาณครึ่งไมล์ทะเล


          "เราได้รับแจ้งข้อมูลตำแหน่งของบุคคลสำคัญและแผนผังพิมพ์เขียวทั้งหมดบนเรือแล้วครับ"


          เสียงตอบรับที่เคร่งเครียดดังมาจากวิทยุสื่อสารปลายทาง


          "เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่นาน จะถึงเวลาเริ่มปฏิบัติการ"


          “รับทราบ ระบบทำงานของโดรนไม่มีอะไรผิดพลาด พร้อมปล่อยตัวตามคำสั่ง"


 

          ทางฟากฝั่งสะพานเดินเรือของShogun of theseas ที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา กัปตันเรือยืนพิงโต๊ะควบคุมมองไปยังท้องทะเลกว้างไกลผ่านกระจกบานใหญ่ของเรือสำราญแสงจันทร์ยามค่ำคืนตกกระทบผิวน้ำเป็นประกายวับวาว ขณะที่ลมทะเลอ่อน ๆพัดกระทบเรืออย่างแผ่วเบากัปตันมัตสึโมโตะตรวจสอบเส้นทางเดินเรืออย่างละเอียดผ่านแผงควบคุมที่ล้อมรอบด้วยหน้าจอและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทันสมัยเส้นทางไปยังโอกินาวะยังคงปลอดภัย แต่สัญชาตญาณของกัปตันที่ผ่านสมรภูมิชีวิตมาอย่างโชกโชนทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ


          "ตรวจสอบเส้นทางลมและคลื่นอีกครั้งพวกเราไม่ควรประมาท อย่าให้เกิดความผิดพลาดขึ้นแม้แต่น้อย"


          เสียงของเขาสงบนิ่งแต่เต็มไปด้วยอำนาจ ลูกเรือห้าคนที่เข้ากะ ต่างกระจายตัวอยู่ในห้องพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะก้มหน้าตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์ของตัวเองหนึ่งในนั้นเพิ่งจบการฝึกฝนวิชายุทธ์มาจากวิทยาลัยทหารและอีกหลายคนเป็นผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือที่ใช้พลังเวทมนตร์เสริมทักษะการทำงานพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงลูกเรือธรรมดา แต่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ


          สายตาของกัปตันหันไปที่หน้าจอเรดาร์ขนาดใหญ่มันแสดงตำแหน่งของเรือสินค้าลำหนึ่งที่ลอยอยู่ไม่ห่างจากเรือสำราญมากนัก แต่กลับจอดลอยลำนานจนผิดแปลก


          ‘เรือลำนั้นมันผิดปกติ…ทำไมมันถึงไม่ขยับเลย?’


          ก่อนที่เขาจะได้คิดต่อ บานประตูสะพานเดินเรือก็พุ่งกระเด็นหลุดออกมาทั้งบานกระแทกใส่ลูกเรือคนหนึ่งหน้าประตูจนสลบเหมือด เสียงดังจากบางสิ่งที่พุ่งตามเข้ามาทำให้ทุกคนชะงัก


          หญิงสาวคนหนึ่งในชุดบอดี้สูทรัดรูปหนังสีเข้มก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วอีกฝ่ายสวมหน้ากากกันแก๊สปิดบังใบหน้าไว้ เธอเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าฟาด ทันทีที่พุ่งเข้ามาก็โยนระเบิดควันขนาดเล็กลงบนพื้น ควันสีขาวหนาพุ่งกระจายทั่วทั้งห้องในพริบตา

 


 

          กัปตันเรือรีบปลดเซฟตี้ปืนพก แต่ยังไม่ตัดสินเหนี่ยวไก เขายังหวังว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงเกินพอดี


          “นี่มันบ้าชัด ๆ! กล้าบุกเข้ามาที่นี่ด้วยตัวคนเดียวงั้นรึ? ทุกคนรีบจับกุมเธอซะ!”


          ลูกเรือทั้งห้าคนต่างชักอาวุธของตนออกมาอย่างรวดเร็วกระบองไฟฟ้าที่เสริมพลังเวทย์ถูกชักออกมา พวกเขาไม่ได้เป็นแค่ลูกเรือธรรมดาแต่ละคนมีทักษะการต่อสู้ที่เชี่ยวชาญ พวกเขาถูกฝึกมาให้พร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูในสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้ว


          หญิงสาวในชุดหนังรัดรูปไม่รอช้าเธอพุ่งเข้าหาเป้าหมายแรกซึ่งอยู่ใกล้สุด ด้วยวิชาตัวเบาผ่านความเร็วอันน่าเหลือเชื่อเธอหมุนตัวกลางอากาศ ส่งเท้าเข้าหาลูกเรือคนแรกซึ่งถือกระบองไฟฟ้าอยู่ในมือ ด้วยแรงมหาศาลจากลูกเตะซัดเข้าที่กลางอกลูกเรือคนนั้นกระเด็นถอยไปชนกับผนังห้องจนยุบดังตึง


          อีกสองคนพุ่งเข้ามาจากด้านข้างพวกเขาประสานงานกันอย่างดีเยี่ยม การโจมตีของพวกเขาเฉียบขาด แต่ก็ยังไม่มากพอจะรับมือกับหญิงสาวผู้นี้ได้เธอเตะกระบองไฟฟ้าของชายคนแรกจนหลุดจากมือ ก่อนจะสลับขาหมุนตัวต่อเนื่องด้วยการส่งเท้าเตะตวัดใส่ปลายคางร่างของลูกเรือคนนั้นถูกงัดลอยขึ้นน็อกกลางอากาศ


          เสียงกระทบกันของกระบองไฟฟ้ากับลูกเตะดังก้องไปทั่วสะพานเดินเรือลูกเรือคนหนึ่งสามารถตั้งรับการโจมตีของหญิงสาวได้บ้างแต่การเคลื่อนไหวของเธอนั้นเร็วเกินกว่าที่ผู้ตื่นรู้ระดับทั่วไปจะตามทันแถมดูท่าว่าจะไม่ใช่ความเร็วเพียงอย่างเดียวที่เธอสามารถทำได้ เธอใช้เพลงเตะอันคล่องแคล่วหนักแน่นราวกับทุกการเคลื่อนไหวกระบวนท่าถูกออกแบบมาอย่างแม่นยำ ไร้ช่องโหว่


          ‘ฝีมือนั่นมันอะไรกัน!? แม้แต่หน่วยที่ถูกฝึกต่อต้านการก่อการร้ายก็ยังไม่สามารถเป็นคู่มือให้กับเธอได้แม้แต่น้อย’


          กัปตันตกใจที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนถูกจัดการลงอย่างง่ายดาย


          ลูกเรือคนสุดท้ายพุ่งเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับกระบองไฟฟ้าในมือหญิงสาวปริศนาเอี่ยวหลบหลีกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดสูงขึ้นกลางอากาศแล้วทิ้งดิ่งฟาดเท้าใส่กลางอกจนลูกเรือคนดังกล่าวยืนแน่นิ่งตามด้วยท่าหมุนเตะส่งร่างลอยหวือไปชนแผงควบคุมจนเครื่องมือหลายชิ้นตกกระจายบนพื้นโครมใหญ่


          เหตุการณ์การต่อสู้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นยังผ่านไปไม่ถึงยี่สิบวินาทีเสียด้วยซ้ำ


          ในขณะที่สะพานเดินเรือกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้งหญิงสาวหันไปหากัปตันมัตสึโมโตะที่ยืนอึ้งอยู่ท่ามกลางความพินาศในห้องสายตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว นิ้วที่เหนี่ยวไกไว้แข็งค้างไม่กล้ายิงออก


          “เอาล่ะ... รบกวนช่วยปิดระบบอีเธอร์เซ็นเซอร์ให้หน่อยได้ไหมเอ่ยคุณกัปตัน?”


          เสียงหยอกเย้าแต่เฉียบขาดดังขึ้นภายใต้หน้ากากกันแก๊ส


          กัปตันจ้องมองเธอ รู้ดีว่าถึงแม้ตนเองจะผ่านการต่อสู้มามากมายในชีวิตแต่ตอนนี้เกรงว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอเลย เขายกมือขึ้นอย่างช้า ๆเป็นการยอมจำนน แล้วหันไปกดปุ่มที่แผงควบคุม สัญญาณไฟสีแดงค่อย ๆ ดับลงทีละดวงขณะที่ระบบตรวจจับพลังงานเวทมนตร์ถูกปิดใช้งานตามคำสั่งของเธอ


          เธอหยิบอุปกรณ์สื่อสารจากเอวแล้วกดปุ่มรายงานลงไป


          “เอาล่ะเด็กๆ สะพานเดินเรือถูกยึดแล้ว เริ่มปฏิบัติการได้”


          เธอไม่ได้สนใจคำตอบจากปลายสายมากนักก่อนจะปิดเครื่องมือสื่อสารและหันกลับมามองกัปตันเรืออีกครั้ง


          “พวกคุณต้องการจะทำอะไร?”


          “เฉลยคำตอบไปตอนนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิ”


          หญิงปริศนาไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย


        วงเวทย์อันซับซ้อนได้แผ่ขยายออกมาจากร่างของหญิงสาวหลังจากเรียกใช้รูน ᛒ เบิร์คคานัน ‘บทเพลงแห่งซอมน์นัส’ ซึ่งเป็นรูนเวทมนตร์แสดงผลแบบพื้นที่วงกว้างทำให้ผู้คนในพื้นที่หนึ่งตกอยู่ในห้วงนิทรา ประสิทธิภาพของมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการเช่น จำนวนคนเป้าหมายและกิจกรรมทางจิตของเป้าหมาย ยิ่งเป้าหมายมีจำนวนคนมากเท่าไรเวทมนตร์ก็จะยิ่งลดประสิทธิภาพลงเท่านั้น นอกเหนือจากกิจกรรมทางจิตของพวกเขาหากใครอยู่กลางการต่อสู้ พวกเขาจะไม่หลับแต่สำหรับคนที่กำลังพักผ่อนหรือหลับอยู่แล้วนี่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการทำให้พวกเขาหลับลึกจนปลุกไม่ตื่น


          ‘นี่มันไม่ใช่แค่การโจรกรรมธรรมดาพวกมันวางแผนมาดีมาก... แล้วฉันควรจะทำยังไงต่อดีเพื่อหาโอกาสติดต่อยามชายฝั่ง...’


          ก่อนที่กัปตันจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นหญิงสาวในชุดหนังรัดรูปใช้ด้ามปืนกระแทกใส่ศีรษะเขาอย่างแรงจนฟุบลงหมดสติร่างของกัปตันนอนแน่นิ่งกับพื้น ขณะที่หญิงสาวมองเขาแวบหนึ่ง ก้าวหันหลังเดินออกจากสะพานเดินเรืออย่างเงียบเชียบ


          ควันยังคงลอยอ้อยอิ่งในห้องทิ้งความเสียหายและกลิ่นคาวเลือดไว้เบื้องหลัง

 


          เงาของเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งกำลังลอยลำอยู่ห่างจากเรือสำราญประมาณครึ่งไมล์ทะเลในน้ำทะเลลึกเบื้องล่าง กองกำลังปริศนากำลังเตรียมตัวสำหรับการบุกจู่โจมโดรนดำน้ำสี่ตัวขนาดเท่ารถยนต์คันเล็กถูกปล่อยลงจากเรือบรรทุกสินค้าลงสู่ใต้ทะเลอย่างเงียบเชียบเสียงกระแทกเบา ๆ ของคลื่นทะเล จมหายไปในความมืดใต้ท้องสมุทร


          โดรนดำน้ำเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วและเงียบเชียบทั้งสี่ลำวิ่งเคลื่อนที่ใต้น้ำไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำตามที่ถูกโปรแกรมไว้พวกมันแยกย้ายไปยึดเกาะบริเวณใต้ท้องเรือสำราญจากทั้งสี่มุม วินาทีที่เข้าประจำตำแหน่งเสร็จสมบูรณ์ทุกตัวเริ่มเปิดระบบประสานส่งคลื่นแจมมิ่งที่ออกแบบมาเพื่อแทรกแซงระบบไฟฟ้าและการสื่อสาร


          ทันใดนั้นสภาวะไฟฟ้าตกเกิดขึ้นทั่วทั้งเรือเป็นเวลาชั่วขณะหนึ่งสร้างความแตกตื่นเล็กน้อยในหมู่ผู้โดยสารที่กำลังสนุกสนานกับการเดินเล่นและเพลิดเพลินกับความบันเทิงไฟฟ้ากลับมาติดอีกครั้งภายในไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นผู้คนคิดว่าอาจเป็นเพียงความผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อยไม่มีใครรู้สึกถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้น


          ท้องทะเลยามค่ำคืนมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์สลัว ๆ ที่สาดส่องลงบนพื้นน้ำเป็นประกายเป็นบางครั้งเรือสำราญลำมหึมาเคลื่อนไหวอยู่กลางมหาสมุทร เงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงรบกวนจากภายนอกแต่ในเงามืดใต้ท้องฟ้า ราวกับเงาของมัจจุราชกำลังเคลื่อนไหว เรือยางสีดำสนิทที่ถูกปล่อยลงมาจากเรือขนสินค้าหลายลำลอยลำเงียบเชียบเข้ามาจากด้านหลังของเรือสำราญใบพัดที่ติดตั้งระบบเก็บเสียงขับเคลื่อนด้วยความเร็วปานกลางโดยไม่ทำให้เกิดเสียงดังกองกำลังปริศนาติดอาวุธเต็มอัตราศึกนั่งอยู่ในเรือยางทุกลำพวกเขาอยู่ในชุดบอดี้สูทสีดำเข้มที่ห่อหุ้มร่างกายทุกสัดส่วนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หมวกกันกระสุนเสริมด้วยหน้ากากกรองอากาศปิดบังใบหน้ามีเพียงสายตาสีดำเข้มที่มองลอดผ่านหน้ากากออกมาอย่างเยือกเย็นและไร้ความปรานี

 


 

          อาวุธในมือของพวกเขาคือไรเฟิลจู่โจมติดเก็บเสียงแบบปรับแต่งพิเศษมีดคอมแบทที่ทำจากโลหะน้ำหนักเบาแต่คมกริบถูกผูกไว้ที่เอวพร้อมสำหรับการใช้งาน


          เมื่อเรือยางลำแรกเข้าถึงกราบเรือด้านล่างชายคนหนึ่งที่แฝงตัวอยู่บนเรือด้านบนโบกมือส่งสัญญาณทั้งกองกำลังรีบลงมือจัดการอย่างรวดเร็ว พวกมันยิงเชือกที่ติดตะขอเหล็กขึ้นไปเกี่ยวกับราวบันไดของเรือสำราญจากนั้นจึงปีนขึ้นไปบนเรืออย่างคล่องแคล่วเหมือนแมงมุมเกาะติดผนังเรือสำราญนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าความปลอดภัยของเรือจะถูกท้าทายได้ถึงเพียงนี้


          ในเวลาที่เหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นเงาร่างดำทะมึนของพวกมันค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากริมกราบเรือ ทีละคน ทีละลำทีมแรกของกองกำลังเหล่านี้กระจายกันไปตามจุดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เป้าหมายของพวกมันอยู่ที่สะพานเดินเรือและห้องควบคุมความปลอดภัยของเรือต้องจัดการคุมพื้นที่สำคัญนี้ก่อน เพื่อให้การบุกยึดเรือเป็นไปอย่างราบรื่น


          ชายคนแรกในชุดดำก้าวเท้าเบา ๆอย่างระมัดระวัง เขาหยิบมีดคอมแบทที่แขวนอยู่ตรงเอวขึ้นมาบีบมันแน่นด้วยความชำนาญก่อนจะเลี้ยวเข้ามาตรงมุมหนึ่ง ร่างเงาของลูกเรือคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ขณะกำลังเดินตรวจตราชายในชุดดำเข้าจู่โจมในทันที ไม่มีการลังเล ไม่มีความปรานีมีดคอมแบทในมือเขากรีดคอหอยของลูกเรือคนนั้นอย่างรวดเร็วเลือดสีแดงเข้มพุ่งกระจายลงบนพื้นในชั่วพริบตาก่อนที่ร่างของลูกเรือจะทรุดลงกับพื้นโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง เต็มไปด้วยความเงียบสงัด


          ทีมบุกขึ้นเรือที่เหลือไม่เสียเวลาแม้แต่น้อยพวกมันเคลื่อนที่อย่างเป็นระเบียบ จัดการกับลูกเรือและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเส้นทางอย่างไร้ซึ่งความลังเลลูกเรือแต่ละคนที่พบเห็นไม่ทันได้ต้านทานแม้แต่น้อย


          ในห้องเครื่องยนต์หลักชายในชุดดำสองคนแยกตัวออกมา พวกเขาเฝ้าดูหน้าจอแผงควบคุมขนาดใหญ่ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะลอบเข้าจัดการกับลูกเรือที่คุมแผงควบคุมด้วยมีดคอมแบทจ้วงแทงเข้าที่ช่องท้องเสียงหายใจเฮือกสุดท้ายของเหยื่อเบาเกินกว่าจะเรียกความสนใจได้ขณะที่เลือดไหลออกมาจากร่างที่ทรุดลงกองกับพื้น กองกำลังที่เหลือก้าวเข้ามาและเตรียมจัดการยึดพื้นที่ลำดับถัดไป


           “สะพานเดินเรือเคลียร์ เตรียมพร้อมสำหรับการบุกห้องควบคุมความปลอดภัยตามแผนขั้นต่อไปตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานตำแหน่งเป้าหมายที่แน่ชัด รอสัญญาณจากฝ่ายแกนนำการปฏิบัติเปลี่ยน”


          พวกมันแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็นหน่วยคุมพื้นที่สำคัญและกระจายตัวตามหาเป้าหมายที่ถูกระบุไว้ในการปฏิบัติการนี้