หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
บทที่ 5 เก็บข้อมูล
วันรุ่งขึ้นเป่าเปาตื่นเช้ากว่าทุกวัน นางลุกออกจากเตียงเงียบๆ โดยที่บิดามารดาไม่รู้สึกตัว ร่างกายของนางค่อนข้างอ่อนแอ ทำให้นางอยากลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดตัวเองถึงรู้วิธีการออกกำลังกายเหล่านี้ ทั้งยังรู้อีกว่าการขยับร่างกายเช่นนี้ดีต่อสุขภาพ นางได้แต่คิดว่านี่คงเป็ความทรงจำเดิมของนาง ดังนั้นนางจึงแอบตื่นมาแต่เช้า ขยับแข้งขยับขาออกกำลังกายเบาๆ
เหตุใดถึงแอบมาทำในตอนเช้าน่ะหรือ ก็เพราะคนในครอบครัวเห็นนางไม่ต่างจากไข่ในหิน แค่ช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ยังได้ยินเสียงห้ามปรามั้แ่พี่ชายคนเล็กยันพี่ชายคนโต แม้แต่บิดาก็ไม่เว้น หากพวกเขาเห็นนางขยับแข้งขยับขาแบบนี้ นางได้ฟังเสียงบ่นจนหูชาแน่นอน ดังนั้นเป่าเปาจึงเลือกที่ออกมา่เช้าก่อนผู้คนในบ้านจะตื่นขึ้นมา และแอบกลับไปนอนที่ห้องของบิดามารดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บ้านหลังนี้มีห้องทั้งหมดสามห้องเท่านั้น ห้องที่หนึ่งเป็ห้องนอนของหลี่เอ้อพี่ชายคนรอง หลี่ซานพี่ชายคนที่สาม และหลี่ซื่อพี่ชายคนที่สี่ ห้องที่สองเป็ห้องนอนของหลี่กังผู้เป็อากับหลี่ต้าพี่ชายคนโต และห้องสุดท้ายคือห้องนอนของพ่อ แม่และเป่าเปา
ด้วยเหตุที่บ้านหลังนี้มีขนาดเล็กแต่ในขณะเดียวกันครอบครัวกลับเป็ครอบครัวขนาดใหญ่ ทำให้หลี่ต้าพี่ชายคนโตไม่สามารถแต่งงานรับสะใภ้เข้าบ้านได้ เพราะไม่เพียงพวกเขาต้องหาค่าสินสอดเท่านั้น พวกเขายังต้องหาเรือนหอให้คู่บ่าวสาว ซึ่งเป็เื่ที่เป็ไปได้ยากในตอนนี้
ขณะที่เป่าเปากำลังขยับแข้งขยับขาไปมา กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง
"อ้าวเป่าเปา นั่นเ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ?"
"ข้ากำลังออกกำลังกายเ้าค่ะ"
เป่าเปาเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา ด้วยกลัวว่าจะถูกหลี่กังผู้เป็อาบอกให้นางหยุดทำ แต่อีกฝ่ายที่ได้ยินเช่นนั้นกลับเดินเข้ามาใกล้ๆ นั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง ก่อนจะพูดต่อไปว่า
"ออกกำลังกายได้ก็ดีเหมือนกัน อย่าหักโหมมากล่ะ เดี๋ยวไม่สบายขึ้นมาอีกจะแย่เอา"
เป่าเปาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วมองไปที่หลี่กังผู้เป็อาด้วยความแปลกใจ แม้ท่านอาจะเอ่ยเตือนเื่ไม่ให้ออกกำลังกายหักโหม แต่เขากลับไม่ได้ห้ามปราม นางจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจว่า
"ข้าออกกำลังกายได้หรือเ้าคะ?"
"ได้สิ การออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เส้นเอ็นและกระดูกแข็งแรง เืและชี่เกิดความสมดุล การทำงานของอวัยวะต่างๆ สมบูรณ์แข็งแรงขึ้น"
เป่าเปารู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม คำพูดของหลี่กังผู้เป็อาคล้ายกับคนเป็หมอหรือเหล่าบัณฑิต หากถามว่าเหตุใดนางถึงฟังเข้าใจและคิดเช่นนี้ นางเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเป่าเปาไม่เข้าใจว่าตนรู้เื่นี้มาจากไหน นางจึงเลิกสนใจและหันมาทำกิจกรรมของตัวเองต่อ
เป่าเปาฟื้นขึ้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว มีเพียงหลี่กังผู้เป็อาที่นางรู้เื่ของเขาน้อยที่สุด อาจเพราะหลี่กังมักจะออกไปทำงานรับจ้างั้แ่เช้าตรู่ และกลับมาใน่เย็น ทั้งสองจึงมีโอกาสทำความรู้จักกันน้อยกว่าคนอื่นๆ ในบ้าน นางพยายามทำความรู้จักผู้คนในบ้านตระกูลหลี่ใหม่เพื่อทดแทนความทรงจำเดิมที่หายไป
หลี่หลิงผู้เป็มารดา มีอายุราวๆ สี่สิบปี หน้าตามีเค้าความงดงามสมัยยังสาว แต่ด้วยความที่ต้องทำงานบ้านทุกอย่าง และบางครั้งต้องลงไปช่วยงานที่ไร่นา ทำให้ผิวของนางแห้งกร้านขึ้น เดิมทีนางต้องเคยเป็สาวงามผู้หนึ่ง ด้วยวัยที่สูงขึ้นบวกกับการทำงานหนัก ตอนนี้แม้จะเห็นเค้าโครงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้งดงามเช่นแต่ก่อน ตระกูลเดิมของนางคือตระกูลสุ่น ก่อนแต่งงานกับบิดานางได้มีปากเสียงกับครอบครัวเดิมและไม่ได้ติดต่อกันอีก
หลี่ชุนผู้เป็บิดา มีรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายกำยำ อายุราวๆ สี่สิบปีเช่นเดียวกับมารดา บิดากับมารดาของเขาเสียชีวิตไปั้แ่ยังเยาว์ ทำให้เขาและน้องชายต้องทำงานหาเงินั้แ่เด็ก เขามักได้รับการว่าจ้างจากภายนอกให้ไปทำงาน ซึ่งค่าจ้างในส่วนนี้เป็เงินหลักของครอบครัว่ระหว่างรอการเก็บเกี่ยวผลผลิต เขาได้แต่งงานกับหลี่หลิงตอนอายุได้สิบหกปี หลังจากนั้นพวกเขาก็มีลูกด้วยกันทั้งหมดห้าคน
หลี่ต้าพี่ชายคนโต เป็เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี หน้าตาคมคายเฉกเช่นบุรุษ รูปร่างกำยำ เรี่ยวแรงเยอะ ดังนั้นจึงมักได้รับงานที่ต้องใช้กำลังกายมาก และเขายังเป็คนที่ค่อนข้างใจเย็น คิดก่อนลงมือทำ เป็คนเสียสละและรักครอบครัวเป็อย่างมาก แม้จะเลยวัยแต่งงานเขาก็ไม่เคยเอ่ยถึงเื่นี้มาก่อน เพราะกลัวครอบครัวของตัวเองจะลำบาก
หลี่เอ้อพี่ชายคนรอง ปีนี้อายุได้สิบห้าปี อยู่ในวัยเริ่มมองหาคู่ครอง แต่นิสัยยังดูเด็กกว่าอายุ หน้าตาคล้ายกับหลี่ต้าพี่ชายคนโตแต่แลดูบอบบางกว่าพี่ชายของเขาเล็กน้อย แม้จะแข็งแรงไม่เท่ากับพี่ชายแต่กลับมีความคล่องแคล่ว เป็คนคิดเร็วทำเร็ว ตรงไปตรงมา คิดสิ่งใดพูดสิ่งนั้น จนบางครั้งอาจจะขัดหูผู้อื่นจนเกือบมีเื่อยู่หลายครั้ง
หลี่ซานพี่ชายคนที่สาม ปีนี้อายุได้สิบสองปี มีนิสัยคล้ายกับพี่ชายคนโต เขาชอบที่คิดก่อนลงมือทำ ทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบจนบางครั้งอาจดูเป็คนเ้าแผนการ ร่างกายกำลังเติบโต คาดว่าอีกสองสามปีน่าจะเป็ชายหนุ่มที่กำยำล่ำสันไม่น้อยไปกว่าพี่ชายคนโตของเขา แต่หน้าตาละม้ายคล้ายมารดา ทำให้หน้าตาเขาดูละมุนละไม
หลี่ซื่อพี่ชายคนที่สี่ ปีนี้อายุได้แปดปี เป็คนชอบพูดชอบคุย ร่างกายของเขาค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน ทำให้เขามักจะถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งอยู่บ่อยครั้ง หน้าตาหวานละมุนละไมคล้ายกับพี่ชายคนที่สาม หากเขาสวมชุดสตรี คงไม่มีใครกล้าพูดว่าเขาเป็บุรุษ ด้วยความที่เขาเด็กที่สุดในบ้าน ทำให้หลี่ซื่อเป็คนที่สนิทกับเป่าเปามากที่สุดก่อนหน้านี้
หลังออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จ เป่าเปาก็กลับเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มหลับลงไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย และตื่นขึ้นมาอีกครั้งใน่สาย
เป่าเปาเป็คนเดียวในบ้านที่สามารถตื่นในตอนสายได้ เพราะทุกคนคิดว่าร่างกายของนางอ่อนแอและควรได้รับการพักผ่อนให้มากๆ มีเพียงหลี่กังผู้เป็อาเท่านั้นที่รู้เหตุผลที่นางตื่นสายพราะนางตื่นมาออกกำลังกายในตอนเช้าและแอบกลับเข้านอนก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนสาย
"เป่าเปา โตขึ้นเ้าอยากเป็อะไรหรือ"
หลี่ซื่อพี่ชายสี่เอ่ยถามขึ้น ขณะที่เขากำลังช่วยมารดาจัดเตรียมอาหารพร้อมกับน้องสาวคนเล็ก
"ข้าอยากเป็คนรวย"
"โอ้ว เหตุใดเ้าถึงอยากเป็คนรวย?"
"ถ้าข้ารวยทุกคนก็จะสบายอย่างไรล่ะ"
"แล้วทำอย่างไรเ้าถึงจะเป็คนรวย?"
เป่าเปาส่ายหน้าให้เป็คำตอบ นางพยายามคิดหาคำตอบจากคำถามนี้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะกลายเป็คนรวยได้
"พี่สี่ แล้วพี่คิดว่าทำอย่างไรเราถึงจะเป็คนรวย?"
หลี่ซื่อพี่ชายสี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ถ้าเขารู้เขาก็ทำไปแล้วสิ จะทนลำบากแบบตอนนี้อยู่ทำไมกัน แต่ด้วยสายตาคาดหวังที่มองมาจากน้องสาวคนเล็ก ทำให้เขาพยายามคิดหาคำตอบและเอ่ยตอบกลับไปว่า
"ถ้าท่านพ่อมีร่างกายกำยำและแข็งแรงกว่านี้ น่าจะทำงานได้มากขึ้น เราก็จะหาเงินได้มากขึ้น จากนั้นเราก็รวยอย่างไรล่ะ"
เป่าเปาได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ชาย แต่ทำอย่างไรท่านพ่อถึงจะแข็งแรงขึ้นกว่านี้ได้กันล่ะ หลังจากใช้เวลาคิดเื่นี้อยู่หนึ่งคืนนางก็ได้คำตอบให้กับตัวเอง ดังนั้นเป่าเปาจึงคอยแอบตามสังเกตบิดาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะวิ่งไปกระซิบบางอย่างกับมารดา
ยังไม่ทันที่เป่าเปาจะพูดจบ หลี่ชุนผู้เป็พ่อก็เดินเข้ามาพอดี ทำให้หลี่หลิงผู้เป็แม่ที่กำลังโมโหะโขึ้นเสียงดังว่า
"หน่อยแน่ หลี่ชุน!! กล้าดีอย่างไรถึงแอบซ่อนเงินของครอบครัวไว้!!"
"ไม่ใช่ๆ ข้ากำลัง..."
"ยังจะปฏิเสธอีกหรือ นี่ไงหลักฐานอยู่คามือ ไหนแอบไว้ที่ไหนอีกเอาออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้น..."
ไม่รอให้จบคำของหลี่หลิงผู้เป็ภรรยา หลี่ชุนผู้เป็สามีะโออกจากหน้าต่างด้วยความเร็วดุจแสงก่อนจะวิ่งหนีออกไปที่ลานบ้าน แต่ไหนเลยหลี่หลิงจะยอมให้เขาหนีออกไปง่ายๆ หลังจากนั้นทั้งสองก็วิ่งไล่จับกัน หลี่ชุนผู้เป็สามีวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตโดยไม่เข้าใจว่าภรรยาของเขารู้เื่นี้ได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้เป่าเปาแอบเห็นบิดาทำลับๆ ล่อๆ อยู่แถวปลายเตียง ทำให้นางรู้ว่าเขามีเงินเล็กๆ น้อยซุกอยู่จึงนำไปกระซิบบอกมารดา
เป่าเปาที่เห็นบิดากับมารดากำลังฝึกฝนร่างกายที่ลานบ้านก็พยักหน้าอย่างพอใจ หากบิดาแข็งแรงขึ้นก็จะทำงานได้มากขึ้น และนางก็จะกลายเป็คนรวยได้สินะ