ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 82 สังหารองค์ชายสาม

            หลังจากเสร็จจัดการกับทางเมืองหลิวโจวเสร็จเรียบร้อยเฟิ่งหยูและซูฮุ่ยหลิงและจื่อซ่งพากันเดินทางด้วยค่ายกลมิติไปยังเมืองหลวงอาณาจักรตะวันฉายโดยเฟิ่งหยูสั่งให้กองทัพที่เหลือติดตามไปทีหลัง

            เมื่อมาถึงเมืองหลวงอาณาจักรตะวันฉายที่นี่ก็มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงแล้ว

            “หากข้าเดาไม่ผิดคงมีอีกหลายเมืองที่เป็นคนของตระกูลฉีต่อสู้กับพวกเราอยู่เป็นแน่คงไม่ง่ายเหมือนเมืองหลิวโจวของพวกท่านเป็นแน่”

            “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นส่วนเมืองเล็ก ๆ คงจะยอมศิโรราบโดยดีเพราะกองกำลังที่ข้าส่งไปพอที่จะทำลายพวกเขาไม่ให้เหลือรอดได้”

            เป็นไปตามที่เฟิ่งหยูคาด เมืองเล็กๆ ที่คาดการไว้ เมืองเล็ก ๆ ยอมจำนนแต่โดยดี ส่วนเมืองใหญ่ทั้งสิบเมืองมียอมจำนนเพียงแค่สามเมืองส่วนเมืองอื่น ๆ ต่างสู้รบกันอย่างหนัก

            “พวกเราไปกันเถอะสถานการณ์แบบนี้สงครามคงยังไม่จบลงง่ายๆ หากพวกเรายึดเมืองหลวงแห่งนี้ได้ เมืองอื่น ๆ ก็คงยอมจำนนเอง”

            พวกเขาทั้งสามพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพวกเขาใช้เวลาเดินทางไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรตะวันฉายเพียงไม่นานเฟิ่งหยูก็ไปสมทบกับกองทัพของเขา

            “สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง”

            “ตอนนี้พวกเรากำลังบีบให้ตระกูลทางราชวงศ์ของอาณาจักรตะวันฉายยอมจำนนแต่ทางพวกเขาคงไม่ยอมง่าย ๆ กองกำลังส่วนใหญ่ใกล้จะทำลายค่ายกลป้องกันเมืองได้แล้ว”

            “พาข้าไปดูค่ายกลหน่อย”

            จ้าวหยวนพาเฟิ่งหยูแอบลอบเข้าไปยังจุดที่พวกเขากำลังช่วยกันทำลายค่ายกลเฟิ่งหยูมองดูและตรึกตรองดูครู่หนึ่งพลันเอ่ย

            “พวกเจ้าโจมตีทางซ้ายของเสาต้นนั้นส่วนพวกเจ้าโจมตีไปที่ด้านหน้าของตึกตรงนั้น เจ้าและพวกเจ้า โจมตีตรงกลาง”

            ตู้มม…..

            ตู้มม…..

            ตู้มมม....

            “แกร๊กกก แกร๊กกกแตกแล้วค่ายกลแตกแล้ว ค่ายกลถูกทำลายแล้วพวกเราบุกเข้าไป”

            เพียงไม่นานค่ายกลเมืองหลวงของอาณาจักรตะวันฉายก็ถูกทำลายอย่างไม่เหลือชิ้นดีเหล่าทหารต่างพากันบุกเข้าไปอย่างฮึกเหิมเพียงไม่นานกองทหารฝ่ายอาณาจักรตะวันฉายก็ถูกฆ่าตายเกินกว่าครึ่ง

             ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่สำหรับเมืองตะวันฉายเลยก็ว่าได้เพราะทหารของพวกเขาที่ฝึกฝนมาเป็นเวลานาน เพียงไม่นานถูกกองทัพของอาณาจักรเมฆาหวนทำลายจนย่อยยับ

            “พวกเจ้ากำแหงมากเกินไปแล้ว”เสียงหนึ่งดังขึ้น

            “ฉีเจินฟู่”เป็นเจ้าเองอย่างนั้นหรือ ซูฮุ่ยหลิงเอ่ยขึ้นมา

            “ดี ดีเหมือนกันวันนี้ข้าจะได้สะสางกับพวกเจ้าให้หมดให้สิ้นกันไปเสียที”

            ซูฮุ่ยหลิงเองก็มีพลังยุทธ์ขั้นราชันสวรรค์ระดับหกเช่นเดียวกันกับฉีเจินฟู่ซูฮุ่ยหลิงพุ่งทะยานเข้าหาฉีเจินฟู่อย่างรวดเร็ว

            ดวงตาหลี่เล็กของฉีเจินฟู่ยังคงจ้องมองไปยังซูฮุ่ยหลิงและหัวเราะอย่างชั่วช้า

            “คิดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าเองหลบหนีออกจากคุกตระกูลฉีได้ แถมยังกลับฟื้นฟูพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสียจริง ที่เจ้าจะต้องมาถูกข้าฆ่าตายในวันนี้  ฮ่าฮ่า!”   แววตาซูฮุ่ยหลิงเย็นวาบแล้วกล่าว

            “เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหลคิดหรือว่าข้าจะให้เจ้าฆ่าข้าได้ง่าย ๆเป็นฝ่ายของตระกูลฉีของเจ้ามากว่าที่จะต้องหายไปจากแผ่นดินนี้”  

            เพลงดาบทะลวงฟ้าแสงฟาดฟันสว่างสีเขียวสายหนึ่งลอยลงมา จากฟ้าอย่างรวดรวดเร็ว พร้อมกับโจมตีลงมายังซูฮุ่ยหลิง ที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนักอย่างไม่ยั้งมือ แต่ซูฮุ่ยหลิงไม่ได้หลบหลีก เขาเรียกกระบี่ออกมาจากฝักพร้อมกับควบคุมกระบี่เขาบังคับกระบี่ให้บินลอยออกไปอย่างรวดเร็วแล้วแสดงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา มันกลายเป็นปราณกระบี่รับการโจมตีของเพลงดาบทะลวงฟ้าของฉีเจินฟู่เอาไว้ 

              “ตูม”

            อาวุธระดับสวรรค์ที่แข็งแกร่งทั้งสองปะทะกันทำให้เกิดคลื่นพลังที่รุนแรงแผ่ออกไปทั่วสารทิศจากนั้นภูเขาขนาดเล็กพลันเกิดเสียงดังตูม หมอกควัน และฝุ่นดินกลุ่มใหญ่ลอยคลุ้งขึ้นมา  

            ฉีเจินฟู่มองดูภูเขาเล็กๆถูกแยกออกจากกันเป็นสองส่วนทันใดนั้นเองใบหน้าที่ดุดันของเขาพลันมีประกายยิ้มเหยียดปรากฏออกมา

            ซูฮุ่ยหลิงน่าจะกลายเป็นฝุ่นไปแล้ว  ฉีเจินฟู่ถอนหายใจอย่างเสียดา หากจับซูฮุ่ยหลิงได้เขาคงมีข้ออ้างที่ถูกปล้นคุกได้

            แต่ว่าฉีเจินฟู่ก็ต้องตกใจจนลูกตาแทบจะถลนออกนอกเบ้า

            “เป็นไปได้อย่างไรกัน?” เมื่อเขาเห็นว่าฝุ่นเริ่มจางหายไปแล้วซูฮุ่ยหลิงกับยังคงยืนอยู่ที่เดิมเขายืนเหยียดตรงราวกับตั้งแต่ต้นจนจบเขายังไม่ได้ขยับไปไหนเลย    

            จากการปะทะกันเมื่อกี้นี้ซูฮุ่ยหลิงเองก็เข้าใจความสามารถ ของฉีเจินฟู่ขึ้นมามากพูดไปแล้วยังแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้ไม่น้อย ดูเผิน ๆการโจมตีเมื่อกี้นั้นเหมือนกับว่าจะพอๆ กัน แต่จริงๆ แล้ว ซูฮุ่ยหลิงกลับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เพียงแต่เขาไม่แสดงออกมาเท่านั้น

            "ข้าจะต้องเข้าไปใกล้ๆไปสู้ระยะประชิดถึงจะมีโอกาสชนะ ได้"  

             คิดได้ดังนั้น ซูฮุ่ยหลิงก็ไม่รอช้าเขาพลันกระตุ้นพลังปราณของเขาอย่างบ้าคลั่งจนกลายเป็นแสงพุ่งออกไปโจมตีฉีเจินฟู่  

            "เร็วมาก" 

            ฉีเจินฟู่แอบคิดอย่างตกตะลึงเขาคิดไม่ถึงเลยว่า ซูฮุ่ยหลิง จะมีความเร็วถึงเพียงนี้   ร่างของซูฮุ่ยหลิงหลอมรวมไปกับกระบี่ของเขากลายเป็นหนึ่งเดียวแล้วกลายเป็นแสงสายหนึ่งลากยาวไปหลายสิบกว่าจั้งโจมตีที่กลางหน้าผากของ ฉีเจินฟู่  ดาบของฉีเจินฟู่ตวัดมาด้านหน้า

              ปราณกระบี่และแสงจากดาบ ปะทะกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดวงคลื่นออกมาหลายวงและเสียงดังสนั่น

            “เปรี้ยงเปรี้ยง”

             ฝีมือไม่เลวเลยนิฉีเจินฟู่กล่าวออกมาพร้อมกับตวัดดาบออกไปโจมตีซูฮุ่ยหลิง  เขาฟาดฟันดาบโจมตี ซูฮุ่ยหลิง ทางด้านหลัง  ซูฮุ่ยหลิง กลับขมวดคิ้วหากว่าถูกโจมตีในครั้งนี้เขาคงต้องพ่ายแพ้เป็นแน่   ในเมื่อเป็นอย่างนี้...ก็คงได้แต่ต้องทุ่มสุดกำลังจึงจะสามารถจัดการฉีเจินฟู่ได้

            ซูฮุ่ยหลิงตบฝ่ามือไปบนตัวกระบี่เขาใช้สำนึกกระบี่ทั้งหมดในร่างให้รวมไปกับกระบี่เป็นหนึ่งเดียวกัน 

            "สลายไปเสีย"   

            "เปรี้ยง"

            ดาบของฉีเจินฟู่ปรากฏอักขระหลายตัวขึ้นมาแล้วระเบิดออกกลายเป็นเศษสีเขียวมากมายลอยออกไป    ความเร็วของกระบี่ของ ซูฮุ่ยหลิงไม่ได้ลดลงมันพุ่งผ่านเศษสีเขียวมากมายแล้วแทงไปที่หน้าผากของฉีเจินฟู่  ฉีเจินฟู่ยกดาบกันไว้ตรงกลางและขวางการโจมตีของกระบี่เอาไว้ได้     และในช่วงพริบตานี้ฉีเจินฟู่ฟันดาบของเขาออกมาอย่างรวดเร็ว ซูฮุ่ยหลิงรับรู้ได้ถึงคลื่นไอความร้อนที่กำลังแผดเผามาจากด้านหน้า  

            ซูฮุ่ยหลิงปลดปล่อยพลังสมาธิที่แข็งแกร่งออกมาควบคุมกระบี่ ขณะเดียวกันก็หมุนตัวไปด้านหลังอย่างรวดเร็วแล้วควบคุมกระบี่พร้อมกับสะบัดมือออกไปฉีเจินฟู่พลันมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปในทันที เขาความเร็วสูงสุดเคลื่อนไปทางขวามือเขาหลบพ้น กระบี่ไปได้อย่างน่าหวาดเสียว

             เมื่อฉีเจินฟู่ยกลับมายืนได้มั่นคงอีกครั้งเขายังตกใจไม่หายหน้าฝากมีเหงื่อเม็ดโตผุดออกมา

            “อันตรายเกินไปแล้วอีกนิดเดียวเท่านั้น ข้าเกือบจะโดนกระบี่นั่นเข้าให้แล้ว”

             น่าเสียดายที่ เขายังไม่ทันจะเอ่ยพูดอะไรปราณกระบี่ สายหนึ่งก็ฟันลงไปที่เอว แล้วฟันร่างของเขาจนขาดออกเป็นสองท่อนเลือดสดๆ กระจายไปไปทั่วพื้น   วิธีการโจมตีต่อเนื่องนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเท่านั้นทุกท่วงท่าราวกับฝึกมาแล้วนับพันนับหมื่นครั้ง เขาไม่ให้ฉีเจินฟู่ได้มีโอกาสรอดชีวิตเลย  

            “ฮ่า ฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าก็สามารถแก้แค้นเจ้าได้ ฉีเจินฟู่เจ้าหลอกให้ข้าต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุกตระกูลฉีมาหลายปี  แต่เจ้ากลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของข้า”

            ซูฮุ่ยหลิงหัวเราะด้วยความสะใจความแค้นในใจเขาได้รับการชำระแค้นครั้งแล้วครั้งเล่าสิ่งที่ตระกูลฉีทำกับเขาและตระกูลซูไว้วันนี้เพียงวันเดียวเขาสามารถกำจัดตระกูลฉี ได้เป็นจำนวนมาก

            “เจ้าเจ้าบังอาจฆ่าลุงของข้า ข้าจะฆ่าเจ้า”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาพร้อมกับลูกธนูที่พุ่งเข้าหาซูฮุ่ยหลิง อย่างรวดเร็ว

            ฟิ้วว.....

            “เคร้ง”ลูกธนูถูกเฟิ่งหยูปัดออกไปได้

            “คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้าเรื่องของผู้ใหญ่จบไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของผู้เยาว์อย่างเราแล้วหละ”เฟิ่งหยูกล่าวคำพูดแบบประชดประชัน

            “เจ้าเจ้ารู้ไหมว่าข้าคือใคร ข้าคือองค์ชายสามของอาณาจักรตะวันฉายแห่งนี้เจ้ากล้ามายุ่งกับข้าอย่างนั้นหรือ”

            “อ๋อเจ้าเองหรือองค์ชายสาม ดีข้าไม่ต้องไปตามหาเจ้าให้ยุ่งยากแล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร”

            “เจ้าเป็นใครมันก็เรื่องของเจ้าทำไมข้าต้องรู้จักเจ้าด้วยอย่างนั้นหรือ”

            “ฮ่า ฮ่าฮ่า เจ้ากล้าไปเหยียบถึงอาณาจักรเมฆาหวน แต่เจ้ากลับไม่รู้จักข้าอย่างนั้นหรือ?”

            “คนที่เจ้าไปสู่ขอองค์หญิงหนิงเอ๋อ เป็นคู่หมั้นของข้าเอง และสงครามครั้งนี้ก็เป็นพวกเจ้าเริ่มต้นเพราะสาเหตุนี้ไม่ใช่อย่างนั้นหรือเจ้าไม่ต้องห่วงหรอก วันนี้เจ้าไม่ได้ตายดีอย่างแน่นอน”เฟิ่งหยูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นพร้อมกับพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

            “องครักษ์จัดการมัน”

            “ฉึบ   ฉึบ   ฉึบ”

            องครักษ์รอบตัวขององค์ชายสามทั้งหมดถูกเฟิ่งหยูจัดการด้วยดาบราชันเพียงเสี้ยววินาที   พร้อมกับคมดาบที่พาดอยู่บนคอขององค์ชายสาม

            “เจ้าเจ้ากล้าสังหารข้าอย่างนั้นหรือ?”

            “หยุดเจ้าปล่อยน้องชายของข้าเดี๋ยวนี้นะ อย่าได้มากำแหงที่นี่”

            เสียงหนึ่งดังขึ้นมาร่างกายบึกบึนน่าเกรงขามในมือถือลูกตุ้มหนักเดินมาพร้อมกับองครักษ์จำนวนมากเดินตามออกมาเป็นองค์รัชทายาทของเมืองตะวันฉายแห่งนี้ วรยุทธ์ระดับเทวะขั้นที่สอง

            “องค์รัชทายาทช่วยข้าด้วยช่วยข้าด้วย”

            “ทำไมข้าต้องฟังพวกเจ้าด้วยหละ สงครามครั้งนี้พวกเจ้าก็เป็นคนเริ่มก่อนอยู่แล้วกองทัพของพวกเจ้ายังบุกอาณาจักรของข้าอยู่ในตอนนี้ แต่พวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าเป็นใครมาออกคำสั่งกับข้า”

            ฉึบบบบ.......

            ศีรษะหนึ่งกระเด็นตกไปอยู่ใกล้ๆเท้าขององค์รัชทายาทของอาณาจักรตะวันฉาย

            “เจ้ามันไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เจ้าเอง”

            “นายน้อย”

            “ท่านเจ้าเมือง”

            จื่อซ่งและจ้าวหยวนและเหล่าแม่ทัพรีบเข้ามาหาเฟิ่งหยูทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว

            “พวกท่านจัดการกับพวกองครักษ์รัชทายาทข้าจัดการเอง” เฟิ่งอยูเอ่ยขึ้นมา

            “ไม่ต้องห่วงข้าข้าเอาตัวรอดได้”

            “ขอรับนายน้อย”

            ………………………………………….

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390