“เห้เพื่อนไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารกันไหม”ฉินต่งกล่าวชวนชายหนุ่มที่นั่งข้างๆตนในคลาสชั้นเรียนหน้าตาหล่อเหลาคิ้วโก่งได้รูปผมสีขาวที่ดูสดุดตามากๆเมื่อหันมองดูรอบๆแล้วส่วนใหญ่นั้นมีผมสีดำกัน
“หืมมได้สิ”ถังหลินตอบลับเพราะตอนนี้เขาก็รู้สึกหิวๆแล้วเหมือนกัน
“ปะงั้นไปกันเถอะเมิ่งฮ่าวคงไปรอแล้วละ”ฉินต่งกล่าวออกมาพลางเดินนำหน้าไป
.
.
“เห้ๆทางนี้”ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งโบกมือมาทางถังหลินถังหลินหันไปตามเสียงเรียกก็รับรู้ได้ทันทีว่านั้นคือเพื่อนของตน
“มาสักที่นะพวกนายฉันจองไว้รอตั้งนาน”เมิ่งฮ่าวบ่นออกมาเมื่อเพื่อนของตนเดินมาถึง
“โทษทีๆก็อาจารย์ฉีนะสิกว่าแกจะปล่อยพวกเราออกมาเล่นกินเวลาไปนานสะขนาดนั้น”ถังหลินยกมือขึ้นกลายๆเป็เชิงว่าขอโทษขอโพยก่อนบ่นถึงอาจารย์ประจำสาขาของตนที่ชอบกินเวลาตลอด
“เอาเถอะๆรีบไปสั่งก่อนเถอะก็รู้ว่าเป่ยต้าของเรา(อีกชื่อของมหาวิทยาลัยปักกิ่งนะครับ)คนนะเยอะแค่ไหนถึงอัตราการสอบเข้าจะต่ำเตี่ยเรี่ยดินมากๆก็เถอะ”ฉินต่งกล่าวออกมาพลางหันมองไปรอบๆที่มีนักศึกษาแออัดกันเต็มอยู่โรงอาหาร
“เฮ้อ”ถังหลินถอนหายใจออกมา
“เอาน่าเพื่อนอย่าทำหน้าตาแบบนั้นสิวะ”เมิ่งฮ่าวกล่าวออกมาเมื่อเห็นถังหลินทำหน้าตาลำบากใจ
“ได้ไงละจริงๆฉันกินคนเดียวก้ได้นะพวกนายไปชั้นสองเถอะ”ถังหลินกล่าวออกมาอย่างปลงๆ
“เห้ยไหงพูดงั้นวะไม่ว่าชั้นหนึ่งหรือชั้นสองก็ข้าวเหมือนกันนั่นแหละเพื่อน”ฉิ่นต่งกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
ใช่ด้วยความที่ว่าเป่ยต้านั้นมีนักศึกษาเยอะเกินไปจึงทำการแบ่งโซนอาหารเป็สองชั้นซึ่งที่ชั้นสองนั้นแพงกว่าชั้นหนึ่งอย่างน้อยสองเท่าและนั้นไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อยกับเพื่อนทั้งสองคนตรงหน้าเขาเพราะว่าทั้งสองคนเป็ทายาทของตระกูลฉิ่นและเมิ่งที่มีทรัพยืสินย์รวมมากกว่าพันล้านหยวนซึ่งต่างจากตัวถังหลินเองที่มาจากครอบครัวชนชั้นปานกลางที่หวังว่าอยากรวยกับเขาบ้างหรือก็คืออีกอย่างทำตามความฝันของพ่อกับแม่ที่อยากลืมตาอ้าปากในสังคมนี้เลยมาเรียนที่สาขานี้แต่อย่างว่าความจริงกับความฝันนั้นช่างโหดร้าย..
“แต่ว่า…”ถังหลินกำลังจะกล่าวบางอย่างแต่เมิ่งฮ่าวกล่าตัดมาก่อนว่า
“เห้ยถ้าไม่ต่อแถวตอนนี้รับรองได้เลยว่าแม้แต่ข้าวเปล่าก้ไม่มีให้กินแล้วนะเว้ย”
ถังหลินจึงต้องเดินไปต่อแถวกินข้าวกับเพื่อนทั้งอย่างั้น…..
หลังรับประทานอาหารเสร็จทั้งสามหนุ่มก็นั่งคุยกันที่ห้องสมุดของมอเป้ยต้า
“เออว่าแต่โปรเจคจบของแกจะทำยังไงวะถังหลิน”เมิ่งฮ่าวกล่าวถามออกมาอย่างเป็ห่วงเนื่องจากโปรเจ้คจบนี้เป็อะไรที่ยากอย่างมากสำหรับถังหลินที่ไม่มีภูมิหลังหรือแนวทางการบริหารมาก่อน
“เฮ้อไม่รุ้วะพอใกล้ค่อยคิดแล้วกันยังไงพวกเราก้เหลือเวลาอีกตั้งสองปี”ถังหลินถอนหายใจอย่างเหนื่อหน่ายกล่าวออกมา
“เออถ้าไม่ได้จริงเดี่ยวฉันช่วยแกเอง”ฉิ่นตงกล่าวออกมาอย่างไม่ยี่ระหะเท่าไหร่นัก
“จ้าๆ”ถังหลินกรอกตามองบนหลังจากนั้นพวกเขาก็คุยสัพเรหะกันไปเรื่อยๆตามประสาเพื่อนที่สนิทกันจนถึงเวลาอันสมควรที่จำล่ำลากันกลับที่พัก
“เออๆไว้เจอกันพรุ่งนี้เพื่อน"ถังหลินโบกมือลาเพื่อนตนพลางเดินขึ้นรถแท็คซี่กลับโรงแรมของตนส่วนพวกนั้นนะเหรอคนหนึ่งขับแม้คราเรนคนหนึ่งขับแลมโบคงไม่มานั่งแท็คซี่กับเขาหรอกอีกอย่างโรงแรมโรงแรมซีเจียวก้อยุ่ไม่ไกลมอนักเหมาะกับการนั่งแท็คซี่กลับเหมือนกัน
แถมยังสะดวกสบายในการเดินทางมามอมากเพราะมีพนักงานคอบบริการตลอดเวลาและบริการขนส่งด้วยถึงถังหลินจะไม่ค่อยใช้บริการนี้ก็ตามเถอะเพราะมันแพงเกินไป
.
.
“เห้อถึงห้องสักทีเหนื่อยเป็บ้าเลยวะ”ถังหลินถอนหายใจออกมาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้าเพราะการที่เขามาเรียนบริหารทั้งที่ไม่มีภูมิหลังหรือรากฐานเลยนั้นไม่ใช่ว่าไม่กดดันเลยแต่ตรงกันข้ามต่างหากละตัวถังหลินนั้นกดดันสุดๆไปเลยต่างหากเพราะไหนจะค่าเทอมค่าอยู่ค่ากินที่เขาใช้แต่ละวันไม่ได้เสกออกมาง่ายๆสักหน่อยจริงไหม?
[แล้วเ้าอยากเสกมันได้ไหมละ?] ได้มีเสียงหนึ่งกังขึ้นในหัวของถังหลิน
“เห้ยใครวะ”ถังหลินเด้งตัวเองขึ้นมาบนที่นอนอย่างใพลางหันไปมองรอบๆแต่ก้ไม่เจออะไรแต่เขากลับได้ยินเสียงแปลกนั้นอีกครั้ง
[ติดตั้งระบบเสร็จสิ้นยืนยันตัวตนของโฮสต์เรียบร้อย]
[ติ๊ง ยินดีที่ได้พบถังน้อยฉันคือสุดยอดระบบพลิกฟ้า]
“เหวอออ”ถังหลินใที่อยู่ๆก็มีหน้าจอสีฟ้าเด้งขึ้นมาตรงหน้าเขา