มินตรานั่งอยู่บนบันไดไม้เก่าของห้องสมุด ชั้นบนสุดเงียบสงัดยิ่งกว่าเดิม เสียงลมหายใจของเธอก้องอยู่ในห้อง ข้อมือยังจับปกสมุดแน่น ดวงตาไม่อาจละจากหน้ากระดาษได้
วันนี้เธอเริ่มอ่านต่อ แม้รู้สึกถึงแรงดึงที่ไม่ควรมี ทุกตัวอักษรบนหน้ากระดาษราวกับมีชีวิต แสงสลัวจากหน้าต่างสะท้อนบนิัของเธอราวกับห้องสมุดเปลี่ยนเป็พื้นที่กักเก็บความลับและแรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่
เื่ราวในสมุดคราวนี้บรรยายหญิงสาวที่ถูกพาเข้าสู่ ห้องปิดลึกลับ แสงสลัว เงาที่ขยับเบา ๆ เสียงฝีเท้าและลมหายใจใกล้เข้ามาอย่างไม่รู้ที่มา มือบางที่ไม่ปรากฏตัว ลูบไล้ไปตามร่างหญิงสาว ร่างกายเธอตอบสนองทุกแรงัั เสียงหัวใจเต้นและแรงสั่นะเืประสานเข้ากับลมหายใจของผู้ที่อยู่ใกล้
มินตราเองก็รับรู้แรงดึงนั้น เธอรู้สึกเหมือนร่างกายหญิงสาวในสมุดสอดประสานกับตัวเธอ ทุกััแผ่ซ่านจากอกลงไปทั่วตัว ความอบอุ่น แรงกระตุกที่ร่างกายตอบสนอง รสััของลมหายใจที่อบอวล ทำให้มินตรากัดริมฝีปากแน่น มือกำปกสมุดจนหนังนูนขึ้นตามแรงกด
แต่ละหน้าที่อ่าน เธอรู้สึกความเสียวซ่านค่อย ๆ ลึกขึ้น ราวกับสมุดเริ่ม “เรียนรู้” ตัวเธอเองและปรับแรงดึงให้เข้ากับหัวใจและร่างกายของเธอ ความกลัวผสมกับความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอสับสน แต่ก็ยิ่งเปิดสมุดต่อ
พริบตาเดียว… มินตรารู้สึกเหมือนถูกแรงบางอย่างเรียกให้ก้าวเข้าไปในห้องนั้นด้วยตัวเอง ร่างกายและจิตใจถูกรวมเป็หนึ่งกับหญิงสาวในเื่ เสียงกระซิบ รสัั และความอบอุ่นที่เธอไม่อาจอธิบาย ล้วนทำให้หัวใจเธอเต้นแรงและสมองพร่ามัว เมื่อมองขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าภายในสมุด… เื่ราวไม่ได้เป็เพียงภาพในกระดาษอีกต่อไป มันเหมือนกำลังเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ เธอปลดปล่อยให้ร่างกายและอารมณ์ตอบสนองต่อไปจนทุกอย่างสงบลง
เธอหลับตามลงอีกครั้งด้วยความเหนื่อยและหายใจหอบ เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองเห็นสมุดบันทึกในมือและแสงไฟจากชั้นล่างที่สาดแสงมาตามช่องบันได...