พวกเราใช้เวลาอีกวันครึ่งในการกลับมาที่พัก ทันทีที่มาถึงพวกนิซ่าก็ออกมาต้อนรับทันที พวกเราเล่าเื่ต่างๆให้ฟังโดยเว้นเื่ เเลนฮอนเเวร์วูสฟ์ไป เพื่อไม่ให้พวกเธอเป็ห่วงกันเกินไป ชั้นเลยได้ลูกมือที่ใช้ในการเเล่หมาป่าฮอนวูสฟ์ทั้งหมดที่พอมานับดูเเล้วทำให้รู้ว่าเราจัดการไปเป็จำนวน17ตัวเลย ชิ้นส่วนที่ได้คือ เขาคริสตัลที่มีเเตกหักหลายอัน หินเวทใหญ่เล็กต่างกัน เนื้อวูสฟ์กองพะเนิน กองกระดูกลูน่าขอเอาไปบดเป็ปุ๋ยใส่ต้นไม้ ขนสัตว์หลายสิบผืนนิซ่าก็เอาไปตัดเย็บเป็ชุดเเละเครื่องนอนต่อไป
หลังเราเเบ่งส่วนต่างๆมาใช้ประโยชน์ชั้นเลยกำหนดว่าจะเอาหินเวทน้อยใหญ่ จำนวน5เม็ดนี่เอาไปยืนยันให้ยาย ส่วนเนื้อก็เอาไปกิน ส่วนอื่นที่ไม่ใช้คนอื่นก็บอกให้ชั้นเก็บไว้อย่างพร้อมเพรียงเลยตามนั้น
หลังจากนั้นเราก็ใช้ชีวิตต่อไปถึงจะมีลำบากหน่อยใน่เริ่มฤดูฝนที่หลังคาที่เราทำมันไม่กันฝนเลยสักนิด น้ำฝนหยดเข้าเต็นท์เต็มๆเลย เราไปตะเวณหาใบไม้ที่คล้ายใบกล้วยจำนวนมากมาปูทับซ้อนกันหลายชั้นจนทั่วหลังคาจากนั้นเราก็ไม่ประสบปัญหาน้ำเข้าเต็นท์อีก ในวันที่ใกล้วันสุดท้ายของฤดูฝนที่หมายถึงเป็วันสุดท้ายของปีด้วย พวกเรานั่งกินอาหารข้างสระน้ำเหมือนอย่างทุกวัน เเต่วันนี้มันพิเศษกว่าทุกวันคือพวกเรามานั่งระลึกความหลังไปเรื่อยๆ ทั้งตอนที่เราเเล่หมูป่าอยู่ที่ริมเเม่น้ำเเล้วเจอพวกหมาป่า มาตั้งที่อยู่ในผาหินนี่ ออกไปเจอซาเรียเเละมีน่าครั้งเเรก พามีน่าไปล่าสัตว์ ชั้นเเละวิเวียนไปจัดการฮอนวูสฟ์ เเถมอีกอย่างด้วยการสนับสนุนของพวกเรามีน่าได้สารภาพความรู้สึกให้อีกฝ่ายรับรู้เเล้ว เเละซาเรียก็ตอบรับกลายเป็ทั้งคู่หวานเเหววกันจนพวกเราอิจฉาเลยล่ะ ทั้งสองนั่งคลอเคลีย ฟังเื่เล่าของพวกเราไป สักพักก็ออกมาเล่าเื่ของตัวเองบ้าง พวกเราผ่านคืนนี้ไปด้วยความสนุกสนาน จนถึงตอนเช้าพวกเราเอากระเป๋าที่ใส่ของที่พกมากลับไปด้วย เเต่ไม่รู้ทำไมกระเป๋าที่เบาๆเมื่อปีก่อนเหมือนจะหนักขึ้น ลูน่าปัดฝุ่นตามกระเป๋าตัวเองก่อนจะสะพายเดินออกมาตามด้วยทุกคนที่มายืนมองที่พักที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำเเรงของตัวเอง เดินวนไปที่สระ พลิกดูต้นสมุนไพรข้างสระน้ำ ตักน้ำเต็มฝ่ามือขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเป็ครั้งสุดท้าย
"เฮ้อ หนึ่งปีเนี่ยจะว่านานก็นานจะว่าสั้นก็สั้นนะ" นิซ่าพูดขึ้น พาพวกเราพยักหน้ารับตามๆกัน
"นั้นสินะ"ชั้นนั่งลงกับพื้นก่อนจะพูดต่อ"เเต่ก็เป็หนึ่งปีที่ดีมากเลยล่ะ"
"อืม สำหรับพวกเราก็ด้วย"โรเซ่ตอบรับก่อนมานั่งข้างๆ
"สำหรับพวกเราที่ได้มาเจอพวกเธอเป็อะไรที่ดีมากๆเลยจ๊ะ" ซาเรียกุมมือกับมีน่าไม่ปล่อยไล่มองมาทางพวกเราทีล่ะคน
"อ่า เสียดายสมุนไพรจังเลยย" ในตอนที่กำลังซึ้งอยู่นั้นลูน่าก็มาตัดมู้ดพูดถึงต้นสมุนไพรตัวเองซะงั้นทำเอาพวกเราหลุดขำกัน เเม้เ้าตัวจะหันมาทำหน้างงใส่ก็ตาม เเต่เพราะอย่างงั้นเราเลยตัดใจเดินออกมากันได้ พวกเราเดินผ่านป่ามาเรื่อยๆพอผ่านตรงไหนของป่าก็มีเื่ราวให้พูดคุยกันอีก เสียงพูดคุยเสียงดังจนสัตว์เเตกตื่นเเต่เราก็ไม่สนใจนักเพราะเราไม่ได้ออกมาล่า
เราใช้เวลาจนพระอาทิตย์ลอยอยู่เหนือหัวเราก็มาถึงหน้าหมู่บ้าน ที่ทางนั้นเต็มไปด้วยหลายครอบครัวที่มายืนรอลูกหลานตนกลับมาหนึ่งในนั้น มีเด็กสาวผมสีดำที่ไว้ยาวจนถึงหลัง วิ่งเข้ามาทางชั้นทันที
"เซริน"ชั้นช้อนร่างบางนั้นยกขึ้นเหนือหัว ดูเหมือนเด็กสาวจะสูงขึ้นอีกเเล้ว นี้สินะการเติบโตของเด็กๆช่างรวดเร็วจริงๆ
"พี่รีนกลับมาเเล้ว"
"จ้า พี่กลับมาเเล้ว หนึ่งปีมานี้เป็ยังไงบ้าง"
"อิอิ เหมือนเดิมคะ"
"ที่เหมือนเดิมคือ เซรินฝึกตัดผมมาตลอดเลยล่ะ ตอนนี้ก็รับตัดผมให้ทุกคนในหมู่บ้านอยู่.." เสียงที่คุ้นเคยพูดขึ้นจากข้างหลังชั้น ผมสีเหลืองสะบัดตามลมที่สั้นลงกว่าเมื่อปีจากยาวถึงหลังเป็ปะบ่าเเทน
"เเม่ ผมนั้น?"
"ฮะฮะ ฝีมือเ้าคนที่อยู่ตรงหน้าหนูเเหละ"
"ก็เหมาะดีนะคะ"
"เหรอจ๊ะ" เเม่หมุนตัวให้ชั้นดูรอบนึง ดูต่างจากปกติไปหน่อยเเต่ก็ดูเหมาะอย่างว่าเเหละคนสวยไว้ทรงอะไรก็ดูดีไปหมด พวกเราบอกลาเพื่อนที่อยู่กันมาตลอด1ปี พวกเธอเองก็ไปอยู่กับครอบครัวของตัวเองเหมือตกัน ชั้นเลยเเยกตัวออกมา
"ไปอยู่ข้างนอกมาเป็ยังไงบ้างจ๊ะ"
"ก็สนุกดีนะคะ หนูมีเื่เล่าให้ฟังเยอะมากเลยล่ะ"
"งั้นคืนนี้มานอนด้วยกันไหมจ๊ะ"
"เอ๊ะ ในห้องเเม่น่ะเหรอ"
"ลูกสาวกลับมาทั้งที เดี๋ยวเเม่ไล่พ่อออกไปนอนข้างนอกเอง" สักพักเราก็เดินมาถึงที่บ้าน ชั้นยิ้มเเห้งให้พ่อที่มายืนรออยู่ที่หน้าบ้านอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองในคืนนี้ หลังจากนั้นชั้นเอาหินเวทของฮอนวูสฟ์ไปให้ยายเมียร์ทันที ยายเก็บหินเวทไว้เเล้วไล่ทุกคนที่ทำงานในเต็นท์อยู่ออกไป ก่อนจะเข้ามาจับชั้นหมุนตัวไปมา ถามถึงว่าาเ็ตรงไหนหรือเปล่า ทำเอาคนอื่นๆที่ถูกไล่ไปเมื่อกี้ มาเเอบมองอยู่อย่างขำขันกันจนโดนยายเมียร์ไล่ออกไปอีกรอบนับเป็เื่เล่าขำๆเกี่ยวกับยายเมียร์ที่ถูกเล่ากันวงในสักพักใหญ่เลย
กลางดึกชั้นเดินในป่าอีกครั้งเสียงน้ำไหลของเเม่น้ำที่คุ้นเคย ชั้นลูบไล้ไปตามหินเป็สถานที่ที่ชั้นมาอาบน้ำกับคนๆหนึ่ง ชั้นถอดชุดทีละชิ้นเรื่อยๆก่อนจะเดินไปที่เเม่น้ำจุ่มขาลงน้ำเย็นจนขนลุกซู่ เเต่ก็ทำให้ความร้อนที่ในกายเริ่มไหลไปตามน้ำ ชั้นนั่งลงไปจนโผล่เเค่ไหล่ ถ้าให้เทียบสระที่เราใช้อาบที่นู้นถึงจะดีก็เถอะ เเต่ทางนี้เองก็อารมณ์เหมือนได้อาบบนอ่างน้ำวน ชั้นเพลิดเพลินไปกับละอองน้ำที่มาตีกับร่าง มองดูเเมลงเปล่งเเสงที่บินวนไปตามเเม่น้ำ เเถมที่นี้ยังมีดีอีกอย่างนึงที่ชั้นไม่ได้ทำตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา..ชั้นลูบไปตามหน้าอกนวดคลึงจนยอดอกชูชันไปตามความเสียว เเรงน้ำที่ไหลผ่านก็ยิ่งทำให้วาบหวิบ
"อื้ออ" ชั้นเม้มปากไม่ให้เสียงน่าอายออกมา มืออีกข้างไล้ลูบเลี้อยไปทั่ว ผ่านหน้าท้องมาจบที่จุดอ่อนไหวข้างล่าง นิ้วคลึงเขี่ยไปตามเม็ดเสียวจนสุดท้ายก็ไม่อาจจะเก็บเสียงได้อีกต่อไป
"อ่า อะ อื้อ อ่าส์ อ่าส์" เสียงหวานเบาๆที่ถูกเสียงจากเเม่น้ำกลบไประดับหนึ่ง ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างคนผมเงินที่หลังพิงหินใหญ่ข้างหลังเงยหน้าเปล่งเสียงอย่างไม่อายจนร่างกายกระตุก สะโพกยกขึ้นตามนิ้วที่เกี่ยวจ้วงเข้าออกจนสุดท้ายเสียงครวญครางสูงก็ถูกปลดปล่อยพร้อมร่างที่เสร็จสม
"เเฮ่ก เเฮ่ก อื้มม" ชั้นยกนิ้วมาดูดดุนอย่างไม่พอ เเต่ด้วยเวลาที่มีจำกัดไม่อยากให้มันไปเบียดเวลานอนที่เเม่กับเซรินรออยู่ เลยตัดใจลุกขึ้นจากเเม่น้ำไปคว้าผ้ามาเช็ดตามตัว จนเเห้งเเล้วใส่เสื้อ ก่อนจะเดินกลับหมู่บ้านไปนอนในห้องของเเม่ในคืนนี้...
ในตอนเช้าหลังจากเราวิ่งรอบหมู่บ้านเเล้วผ่านบ้านคนอื่นๆเลยถูกเรียกตัวไป ลูน่านั้นเเม่กับเธอส่งพวกสมุนไพรหลายขนิดให้ชั้นบอกว่าเผื่อใช้ตอนเดินทางชั้นรับไว้เเล้วใส่ใน [สไลม์] พอไปหานิซ่าเเม่ของเธอก็เล่าถึงเมืองหนึ่งที่ชื่อว่า ฮานาบิ พร้อมให้ดาบเเละจดหมายที่ขอให้ไปส่งให้คนที่นั้น ถ้าผ่านไปถึง หลังผ่านไปบ้านอีกหลายคนชั้นก็มาจบที่บ้านตัวเองไปเอาผ้าชุบน้ำมาถูตัวให้เหงื่อออกไปบ้าง ชั้นกำลังนั่งอยู่หน้าบ้านกับเซริน
"พี่รีนเอาทรงอะไรดีคะ"
"ตัดสั้นเหมือนเดิมล่ะกัน"
"ค่า" ใช่เรากำลังให้เซรินตัดผมให้ ตลอดหนึ่งปีนั้นเราไม่ได้ตัดผมเลย เพราะทุกคนนั้นไม่มีใครตัดผมได้จึงพอมาวันนี้เลยให้เซรินตัดให้อยากลองดูที่เเม่บอกไว้ว่าฝึกตัดผมมาตลอดหนึ่งปีนี้ อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะเก่งขนาดไหนเเล้ว
ฉับ ฉับ
เสียงตัดเส้นผมเป็จังหวะพร้อมเส้นผมที่ฟุ้งกระจายออกมา เธอดูมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนเเถมมือยังเบา ทำให้รู้ตัวอีกทีเธอก็ตัดเสร็จเเล้ว
"เสร็จเเล้วคะ เป็ยังไงบ้าง"ชั้นชะโงกดูที่ถังน้ำหันซ้ายขวาดูทรงผม
"อืม ดีมากเลย ขอบคุณนะ"
"คะ.."
"หืมมีอะไรหรือเปล่า"
"คือ.. พี่รีนจะออกจากหมู่บ้านจริงๆเหรอคะ"
"อืม ตั้งใจอย่างงั้นเเหละนะ"
"ทำไมล่ะ"
"ก็นะ พี่อยากรู้จักโลกใบนี้ที่พี่อยู่น่ะ"
"เเล้วยังไงต่อเหรอคะ"
"เเล้วจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง"
"จะกลับมาเหรอคะ.."
"เเน่นอน พี่จะกลับมา" ชั้นลูบหัวเธอไล้ไปตามเส้นผมเบาๆ ถึงเเม้ในตอนนั้นเธอจะเติบโตไปมากกว่านี้ก็ตาม่อายุมันก็ต่างกันเยอะอยู่นินะ
"ฮึก พี่คะ" เซรินโผเข้ามากอด ชั้นเลยลงไปกอดให้เธออยู่ในระดับอก
"เราจะได้เจอกันอีกครั้งนะ เซริน.." ในตอนนั้นเองเเม่ที่อยู่ๆก็โผล่มากอดกันอีกคน
"จะเดินทางไปที่ไหนก็ขอให้ปลอดภัยนะลูก"
"คะเเม่" ถึงจะเศร้าที่ต้องจากบ้านที่อยู่มาตลอดเเต่ก็เป็อะไรที่เข้าใจได้ เพื่อเติบโตมากขึ้นการออกมาจากเซฟโซนของตัวเองก็เป็สิ่งสำคัญเหมือนกัน ในตอนเย็นเเม่จัดอาหารยกกันมากินในสวนหน้าบ้าน ทั้งเนื้อหมักผลไม้ย่าง ขนมปัง ซุปเนื้อผัก เเละอีกมากมายพวกเรานั่งกินกัน เพื่อนบ้านเรามาเห็นก็ชวนมากินด้วยจนเป็เหมือนงานเลี้ยงเข้าจริงๆ
ในเช้าวันถัดมาชั้นเตรียมของให้ [สไลม์] เก็บไว้ในตัว ทั้งมีของที่เเม่เอามาให้อีกหลายอย่าง
"เเมลงตัวนี้ สะดวกจังเลยนะ"เเม่พูดตอนช่วยชั้นใส่ของเข้าไปใน [สไลม์]
"จริงสิ รีนลูกพยายามอย่าให้ใครเห็นเเมลงภูติมากเกินไปจะดีกว่านะจ๊ะ"
"เอ๊ะ"
"ก็ไม่ใช่อะไรที่อันตรายหรอก ด้วยเเมลงภูติมีความสามารถไม่สิ้นสุดนี่นะ ทำให้อาจเป็ที่หมายตาของผู้คนเอาได้นะ" เเม่พูดขึ้นเหมือนคนผ่านมันมาก่อน
"คะ"
"เเต่กับคนที่ไว้ใจได้ หนูจะบอกก็ได้นะ หนูคงไม่อยากโกหกคนที่สนิทด้วยใช่ไหมล่ะ"
"ก็จริงนะคะ"
หลังเราเอาของที่ชั้นเตรียมไว้ใส่ [สไลม์] หมดเเล้วก็พากันเดินออกมาหน้าหมู่บ้าน เเต่กลับเต็มด้วยผู้คนที่คุ้นหน้าคุ้นตา
"คุณมาธา เเล้วก็ทุกคน"
"ไง ได้ยินว่าเธอจะออกเดินทางเเล้ว"คุณมาธาเดินเข้ามาคุย
"คะ หนูว่าจะไปหาอยู่"
"55 ไม่ต้องหรอกน่า เเต่เธอควรไปหายายเมียร์ก่อนนะ"
"หนูก็คิดอยู่คะ"
"งั้นนี่เป็ของที่ชั้นจะให้"คุณมาธาส่งถุงผ้าเล็กๆที่มีเสียงหินกระทบกันให้ได้ยิน
"นี่คือ?"ชั้นเปิดถุงผ้านั้นออกมา เห็นเหมือนเป็หินนำโชคขนาดเท่านิ้วหัวเเม่โป้ง ที่สลักเป็ลวดลายที่น่าจะสื่อความหมายได้สองก้อน
"นี่คือหินเเทนนามของชั้นเอง ในตอนที่ได้รับชื่อเสียงเป็ที่ประจักษ์จะมีการส่งมอบให้ ชั้นให้เธอก้อนนึง อีกก้อนฝากส่งให้เซล่าฟีมด้วยนะ ตอนเธอไปหินนี่ยังมาไม่ถึงชั้นน่ะ"
"เห" ชั้นยกหินขึ้นส่องดู ตามร่องลวดลายเห็นสะท้อนเป็สีเเดงดั่งเปลวไฟ
"ลวดลายนี่จะสะท้อนเเสงออกมาเป็เเสงเฉพาะคนที่ไม่สามารถเลียนเเบบได้ เก็บรักษาให้ดีๆล่ะ"
"คะ"
ขณะที่ชั้นกำลังไล่ อำลาทุกคนอยู่นั้นเอง ยายเมียร์ก็ปรากฎตัวพร้อมกับชุดพิธีต่อหน้าชั้น
"นี่หนูต้องเรียกว่าผู้ทำนายไหมคะ" ชั้นทักขึ้นเเต่ก็ได้คำตอบด้วยไม้เท้าเคาะหัวมาหนึ่งที จนชั้นลงไปนั่งคุกเข่าลูบหัว ตอนนั้นเองไม้เท้าของยายก็ได้มาวางไว้ที่ไหล่
"เอลฟ์สาวเอ๋ย.. บุตรสาวเเห่งเอลยะกับมาเรียเเละเป็พี่สาวของเซรินเอ๋ย" บรรยากาศราวกับพิธีกรรม ทำให้ชั้นจัดท่าทางเป็คุกเข่าข้างนึงเเล้วก้มหน้าต่อไป
"นามของเ้าคืออะไร"
"...เอลมารีน คะ"
"เอลมารีน เอ๋ย เ้าปราถนาสิ่งใด"
"..ออกเดินทางไปทุกที่บนโลกนี้คะ" สิ้นคำ ไม้เท้าก็ถูกยกออก พร้อมง้างกระเเทกด้ามลงพื้นดัง ตึง!!
"นี่คือ เอลมารีน ผู้เมตตา ผู้เป็ตัวอย่างให้คนอื่น ผู้ล่าที่สามารถล่าได้กระทั้งกลุ่มฮอน์วูฟส์ด้วยตัวคนเดียว นี่คือความปราถนาของนาง มีใครจะคัดค้านหรือไม่" ยายกวาดสายตาไปโดยรอบ ทุกคนต่างยืนมอง ไม่มีใครคัดค้าน หากเเต่มีนิซ่าที่ร้องไห้ซบคุณมาธาไปเเล้ว
"เอลมารีน เอ๋ย ไม่มีใครคัดค้านในสิ่งที่เ้าปราถนา กระทั่งป่าผืนนี้ก็หาได้คัดค้าน" ยายยกไม้เท้าขึ้นเหนือหัวชั้น
"จงไปตามที่ใจเ้าปราถนา อย่าได้ก้มหัวให้เเก่ผู้ไม่ควรเครพเป็อันขาด หากมีใครถามว่าเ้าคือใคร เ้าคือผู้ใด จงป่าวประกาศด้วยทุกสิ่งที่เ้ามี เ้าคือเอลฟ์เเห่งป่าฮิลการ์ด เอลมารีนเเห่งป่าฮิลการ์ด!" สิ้นคำ ยายเมียร์ก็ส่งไม้เท้าให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ยืนขึ้นเถอะ" ชั้นยืนขึ้นเเล้วก็ได้รับการสวมกอดจากคนตรงหน้า
"ดูเเลตัวเองด้วย อย่าไปยังที่อันตรายให้มากนัก ..ขอจงเดินทางปลอดภัย" ยายเมียร์มอบอ้อมกอด เเละออกเเรงกอดมากขึ้นก่อนจะปล่อยไปเซ็ดน้ำตาตัวเองที่ออกมาเล็กน้อย
นับร้อยปีที่ป่านี้ได้ดูเเลตัวชั้นมาโดยตลอด ทั้งเื่ราวมากมายกับอีกหลายคนที่ได้พบเจอ ทุกสิ่งหล่อหลอมให้ชั้นเป็คนใหม่ เอลมารีนเเห่งป่าฮิลการ์ด คือชื่อของชั้น หันหลังเเล้วก้าวเท้าซ้ายออกไปถือว่าเป็ลางที่ดี เเม้ความทรงจำในชาติก่อนยังชัดเจน เเต่ชั้นจะยังก้าวเดินต่อไปเพื่อสิ่งที่หวัง เเล้วจะกลับมาเพื่อเจอใครคนนั้นที่รอจะมาพบกับที่นี่อีกครั้ง จนกว่าจะถึงตอนนั้นชั้นจะยังเดินหน้าต่อไป..
ชั้นเดินไปตามทาง ป่านี้ทิศเหนือเดินไปเรื่อยๆจะสิ้นสุดขอบป่า ในตอนนั้นเอง..
"..วิเวียน" กลางป่าเขา ชั้นหยุดเดิน เเล้วกล่าวชื่อคนๆนึงขึ้นมา เงาที่ทอดยาวจากเท้าชั้นเข้มขึ้นมีคนๆนึงผุดขึ้นมาจากเงานั้น เรือนผมสีน้ำเงินเข้มสะบัดตามลม ดวงตาสีเขียวที่โผล่ให้เห็นตามไรเส้นผมหน้าดูอึ้งเล็กน้อย
"ระ รู้ได้ยังไงจ๊ะ" สกิล:ชาโดว์ นั้นเดิมทีใช้สำหรับเเทรกผ่านเงาตามชื่อ เป็ไปได้ยากที่จะรู้ตัวทั้งที่เธอไม่ได้ออกมาจากเงามาให้เห็น
"อ่า เเค่รู้สึกว่าเธอตามมาน่ะ"
".."
"ก็..เราออกล่ากันมาหลายสิบปี ไม่ใช่ครั้งเเรกที่เธอใช้ให้เห็นใช่ไหมล่ะ"ชั้นอธิบายให้นางฟังถึงจะเป็เื่ที่เธอน่าจะรู้ดีอยู่เเล้ว
"..นั้นสินะ" เธอเเอบอมยิ้มหน่อยๆก่อนลุกมายืนต่อหน้ากัน
"วิเวียน ขอบคุณที่มาส่งนะ"ชั้นพูดขึ้น วิเวียนก็พยักหน้าตอบ
"ให้..ให้ชั้นปะ ไปด้วยได้ไหม"
"เอ๊ะ ก็ไม่ใช่ไม่ได้หรอก เเล้วนี่เธอได้บอกยายเมียร์เเล้วเหรอ"
"ยะ ยังเลยจ๊ะ"
"เอ๊ะ เเล้วเธอจะมากับชั้นอย่างอย่างนี้เลยจะดีหรือ"
"ตะ เเต่.."
"วิเวียน ชั้นว่าให้เธอผ่านการทดสอบของยายเมียร์ที่มอบหมายให้ก่อนดีกว่านะ"
"..."
"งั้น..ชั้นให้นี่ล่ะกัน" ชั้นเรียกสไลม์ออกมาก่อนดึงดอกไม้สีขาวที่มีลายสีชมพูกระจายเต็มกลีบดอกไม้
"ดอกไม้เสน่หา!?" วิเวียนรับไปดูอย่างเเปลกใจ
"จำได้ว่าเธอชอบดอกเสน่หาใช่ไหมล่ะ ชั้นบังเอิญไปเจอมาน่ะ" ชั้นพูดไปในหัวก็นึกถึงเื่ในวันนั้นจนเผลอหน้าเเดงจนยกเเขนขึ้นมาบังไม่ให้เธอสังเกต
"ขะ ขอบคุณนะจ๊ะ"
"ชั้นให้ดอกไม้เเทนตัวของชั้นล่ะกัน จนกว่าจะได้เจอกันอีก"
"ถ้า..ชั้นผ่านการทดสอบของยายเเล้วจะพาชั้นไปด้วยสินะ"
"เเน่นอน"
"งั้น..จ๊ะ ชั้นจะผ่านการทดสอบของยายเเล้วรีบตามไปทันทีเลยจ๊ะ" วิเวียนกอดดอกไม้เข้าอกก่อนพูดขึ้น ก่อนเธอจะโบกมือส่งชั้นที่เดินทางต่อไป...
-------------------------------------------------------
เอลมารีนได้ออกเดินทางเเล้ว ต่อไปมีเื่ราวอะไรให้ได้พบเจอกันนะก็ฝากติดตาม กดหัวใจ กดเข้าชั้น เป็กำลังใจให้ผมกันต่อไปนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ