บทที่ 7 เื่ของ “โยนา คาเมอร์”
ตอนนี้เพิ่งจะเช้าตรู่ ฉันกำลังเดินเอ้อระเหยรอยชายอยู่ในตลาดเช้าที่อยู่ใกล้ ๆ ตึกเดอะนอร์ หาอะไรใส่ท้องเสร็จก็แวะซื้อน้ำช่อดอกมะพร้าวที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วทรงสูงมาดื่มแก้กระหายสักหน่อย บรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งยุคนี้มีความพิเศษมาก ถ้ากินหรือดื่มเครื่องดื่มหมดแล้ว มันสามารถสลายตัวเองได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง อย่างน้ำช่อดอกมะพร้าวที่ฉันดื่มขวดนี้ ดื่มไปเรื่อย ๆ ขวดมันก็ค่อย ๆ ย่อยสลายหายไปเรื่อย ๆ ตามระดับของน้ำที่อยู่ในขวด
ระหว่างเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย ฉันก็เช็คข้อมูลข่าวสารในฟิงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ส่วนตัว ‘ลุคอิน’ (Lookin) โซเชียลมีเดียที่กำลังเป็ที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้ไปด้วย ฉันไล่สายดูโพสต์ต่าง ๆ มากมายที่โชว์ขึ้นมาไปเรื่อย ๆ หน้าจอระบบฟิงที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ขยับเลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามการขยับดวงตาของฉัน และแล้วฉันก็เห็นโพสต์ประกาศสีแดงโดดเด่นที่ทำให้ฉันต้องหยุดสายตาอ่าน มันคือโพสต์ของเดอะนอร์ ฉันอ่านออกเสียงเบา ๆ
“เปิดรับสมัครผู้ดำรงตำแหน่ง ‘ว่าที่ผู้นำเดอะนอร์รุ่นที่ 145’ สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกในตระกูลโนเรียเท่านั้น อายุระหว่าง 20-45 ปี ไม่จำกัดเพศ และต้องอยู่ระหว่างปฏิบัติงานที่เดอะนอร์ในตำแหน่งระดับที่ไม่เกินผู้บริหารระดับต้นเท่านั้น เปิดรับสมัครั้แ่วันนี้ ถึงยี่สิบสองเมษายน…” ฉันนึกถึงเื่เมื่อวานที่เลดี้ฮันน่าขอให้ฉันสมัคร ฉันถอนหายใจ
“เพิ่งคุยกันเมื่อวาน วันนี้ก็ประกาศเปิดรับสมัครแล้ว มีเวลาให้คิดไตร่ตรองแค่เจ็ดวัน จะสมัครดีหรือไม่สมัครดีนะ”
ฉันยกขวดดื่มน้ำช่อดอกมะพร้าวจนหมดแล้วมองขวดในมือย่อยสลายตัวเองอย่างรวดเร็ว ฉันทิ้งมันลงพื้น ยังไม่ทันตกถึงพื้นมันก็สลายหายไปหมดไม่เหลือซากแล้ว
ฉันเข้ามาที่แผนกั้แ่เช้า เวลาเริ่มงานปกติคือสิบโมงเช้า แต่ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงกว่าเท่านั้น ที่โถงกลางว่างเปล่าร้างผู้คน ยังไม่มีใครมาเลยซักคน ฉันเดินไปนั่งแผ่หรา แหงนคอพิงพนักโซฟามองเพดานห้องสีขาวพลางครุ่นคิด
‘ตำแหน่งผู้นำนี้ ฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะดีกว่ารึเปล่านะ ปล่อยให้คนรุ่นหลังทำไปดีกว่าดีมั้ย ยังไงซะในสายตาคนทั่วไป ฉันก็ยังเป็แค่หญิงสาวอายุน้อยผู้อ่อนประสบการณ์คนนึง…’
“นั่งคิดอะไรอยู่เหรอคะ”
“อุ๊ย!” ฉันสะดุ้งใ ลุกขึ้นมานั่งตัวตรง เห็นหญิงสาวผิวขาวจัด ผมดำยาวสลวยคนหนึ่งที่ดูเหมือนอายุจะแก่กว่าฉันไม่มาก กำลังยืนยิ้มมองฉันห่างออกไปไม่ไกล ฉันยิ้มก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนยกมือไหว้กล่าวทักทายและแนะนำตัวเอง
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อวิกกี้ โนเรียค่ะ เพิ่งมาฝึกงานเป็คีปเปอร์ค่ะ” โยนารีบยกมือรับไหว้ฉัน
“สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อโยนา คาเมอร์ เป็นักวิจัยของที่นี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ” น้ำเสียงดูเป็คนร่าเริงมาก
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ มาแต่เช้าเลยนะคะคุณโยนา”
“เรียกโยนาเฉย ๆ เถอะจ้ะ แล้วก็…เธอมาเช้ากว่าอีก” โยนายิ้มร่าเริงก่อนจะเดินเข้ามานั่งที่โซฟา ฉันนั่งลงหลังจากเธอนั่งแล้ว “เมื่อกี้คิดอะไรอยู่เหรอ เห็นดูใจลอยแต่ทำหน้าซีเรียสจัง” ดูเธอให้ความเป็กันเองมาก ฉันเลยเริ่มคุยกับเธอแบบเป็กันเองบ้าง
“เปล่าหรอกค่ะ ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ แล้วโยนาทำงานที่นี่มานานรึยังคะ”
“ถ้าเริ่มั้แ่เข้ามาฝึกงานที่เดอะนอร์ ปีนี้ก็เข้าปีที่สิบแล้วนะ แต่ถ้านับเฉพาะที่แผนกนี้ก็ 5 ปีแล้ว”
“โอ้โห ดูโยนาอายุยังไม่เยอะเท่าไหร่เลยนะ แต่ทำงานมานานจัง”
“ฉันเข้ามาที่นี่ั้แ่บรรลุนิติภาวะเลยล่ะ จริง ๆ แล้วฉันอยู่ในความดูแลอุปภัมป์ของเดอะนอร์มาั้แ่เจ็ดขวบแล้ว ได้เข้าเรียนที่เดอะนอร์อะคาเดมี่ พอเรียนจบปุ๊บฉันก็เลือกมาฝึกงานที่นี่ต่อเลย”
“โอ้โห โยนาต้องเป็คนเก่งมากแน่ ๆ เลย เดอะนอร์ถึงได้ช่วยส่งเสริมสนับสนุน”
“ฉันมีพร์เื่ความจำน่ะ แค่เห็นครั้งเดียว หรืออ่านครั้งเดียว ก็จำแม่น จำได้ไม่ลืมเลย พ่อกับแม่เห็นความสามารถของฉันแล้วก็อยากส่งเสริมให้ฉันได้เรียนในโรงเรียนดี ๆ แต่ตอนนั้นพวกเราเป็คนระดับ C Class มีเงินแค่พอใช้ให้ผ่านไปวัน ๆ เท่านั้น ฉันก็เลยได้เรียนแค่โรงเรียนระดับล่าง” โยนาเริ่มต้นเล่าเื่ส่วนตัวของเธอ “ฉันเป็คนชอบอ่าน ชอบขวนขวายเรียนรู้ ตอนนั้นฉันยังเก่งกว่าครูที่สอนฉันอีก พ่อสงสารฉันก็เลยติดต่อมาที่เดอะนอร์ เล่าเื่ของฉันให้ฟัง แล้วไม่กี่วันต่อมาก็มีไฟเดอร์ไปหาพวกเราถึงที่บ้าน ั้แ่นั้นฉันก็อยู่ในความดูแลของเดอะนอร์มาถึงตอนนี้เลย” โยนาเล่าไปก็ยิ้มไป “ต้องขอบคุณเดอะนอร์มากจริง ๆ ขอบคุณที่มีองค์กรนี้อยู่บนโลก เธอรู้มั้ยเดอะนอร์ไม่ตั้งเงื่อนไขอะไรเลยนะว่าต้องมาทำงานรับใช้ตอบแทนกลับคืน เรียนจบแล้วอยากไปทำอะไรที่ไหนก็ตามสบายเลย หรือถ้ามีโปรเจคอะไรจะทำ้าเงินสนับสนุน เดอะนอร์ก็มีให้ด้วยนะ อ่อ…เธอต้องรู้อยู่แล้วสินะ เธอเป็คนตระกูลโนเรียนี่นา” อยู่ ๆ โยนายื่นมือมากุมมือฉันไว้ ดวงตาเป็ประกาย “ฉันก็เลยตั้งปณิธานเสียเองเลยว่าจะทุ่มเทสุดความสามารถทำงานให้เดอะนอร์ ฉันดีใจมากเลยที่พาตัวเองมาอยู่ในแผนกนี้ได้ ฉันสามารถเป็หนึ่งในนักวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ที่ช่วยองค์กรสร้างผลงานที่สำคัญได้…”
แล้วฉันก็เห็นภาพสมัยที่เธอยังอยู่ที่แผนกสำรวจ มีคนกำลังแจ้งกับบรรดานักวิจัยที่นั่นว่าแผนก SMP กำลัง้านักวิจัยเพิ่ม โดยจะคัดเลือกคนจากแผนกสำรวจก่อน แล้วจึงจะไปคัดจากหน่วยงานวิจัยในสังกัดที่อื่น ๆ ต่อ ฉันเห็นดวงตาโยนาเป็ประกายฉายความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้ามาก…เห็นภาพที่เธอนำเสนอผลงานที่ผ่านมาของตัวเองต่อหน้าคุณเจซซี่และเลดี้ฮันน่า รวมทั้งคณะกรรมการท่านอื่น ๆ อีกนับสิบ เธอตอบคำถามและข้อสงสัยของคณะกรรมการได้อย่างฉะฉาน…เห็นภาพที่เธอกอดพ่อกับแม่อย่างมีความสุขแล้วเมื่อบอกพวกท่านว่าเธอได้เข้าไปทำงานที่แผนกที่สำคัญที่สุดของเดอะนอร์แล้ว แม่ชมว่าเธอเก่งมาก พ่อบอกให้เธอตั้งใจทำงานให้ดี…”
“โยนาไม่ควรแตะตัวฉันนะ เพราะฉันสามารถดูความทรงจำของโยนาได้” ฉันพูดออกไป
“เอ๋? จริงเหรอ” โยนารีบดึงมือกลับไป “ฉันไม่รู้เลย แล้วเมื่อกี้แอบดูความทรงจำของฉันรึเปล่า”
“ฉันไม่เสียมารยาทแบบนั้นหรอก…” ไม่เสียมารยาทที่จะให้เธอรู้ว่าฉันแอบดูน่ะสิ
“แต่จริง ๆ ฉันก็ไม่มีความลับอะไรหรอก ชีวิตฉันก็มีแค่เื่งาน กับครอบครัวเท่านั้้น ว่าแต่…พลังของเธอพิเศษมากเลยนะ สามารถล้วงความลับคนอื่นได้นะเนี่ย ไปเป็นักสืบไขคดีหรือรับจ๊อบเป็นักจับโกหกท่าจะรุ่งไม่น้อย โชคดีชะมัดที่ตระกูลโนเรียมีเธอ และเธอเลือกมาทำงานที่เดอะนอร์ เดอะนอร์จะได้ก้าวหน้ายิ่งใหญ่ยิ่ง ๆ ขึ้นไป” ฉันขมวดคิ้วให้กับคำพูดแปลก ๆ ของโยนา
“ขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ใช่ว่าฉันโชคดีที่เกิดมาในตระกูลโนเรียเหรอ แต่เธอพูดว่าตระกูลโชคดีที่มีฉัน”
โยนาทำท่าอ่อนใจ “ไม่ใช่ว่าฉันจะว่าตระกูลเธอหรอกนะ ขอโทษนะที่ฉันต้องพูดตรง ๆ แต่คนตระกูลโนเรียส่วนใหญ่หยิ่งยะโสจะตาย ถือตัว ชอบวางท่าสูงส่ง ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอก คนที่วางตัวดี ๆ ก็มีเยอะ แต่คนทำตัวไม่ดีมีเยอะกว่า เธอก็น่าจะรู้ดีนี่ เธอเองก็เป็คนตระกูลโนเรีย แต่เธอดีนะ ไม่ใช่พวกคนไม่ดี แล้วคนดี ๆ อย่างเธอมีพลังที่พิเศษแบบนี้ ตระกูลก็ต้องโชคดีน่ะสิ” โยนาอธิบาย ฉันเลิกคิ้วถามต่อไปว่า
“แล้วทำไมโยนาถึงคิดว่าฉันดีล่ะ เราเพิ่งจะเจอกันและคุยกันไม่กี่นาทีเองนะ เอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้น”
“ฉันมีััพิเศษน่ะ แต่ไม่ใช่พลังพิเศษอะไรหรอกนะ คล้าย ๆ มันเป็เซ้นส์น่ะ ฉันจะรู้ว่าคนไหนอยู่ใกล้ได้หรือคบด้วยได้ คนไม่ดีน่ะเหมือนฉันจะััรังสีอันตรายอะไรได้ซักอย่าง ฉันก็จะไม่เฉียดไปใกล้เลยแหละ กับเธอั้แ่ฉันเห็นเมื่อวานตอนที่เธอมากับเลดี้ ฉันรู้สึกดีกับเธอยังไงบอกไม่ถูก พอได้มานั่งคุยกันอย่างนี้ ฉันยิ่งรู้สึกอบอุ่นใจมาก ๆ เลย”
“นี่….เดี๋ยวนะ โยนาคงไม่ได้ปิ๊งฉันหรอกใช่มั้ย ฉันชอบผู้ชายนะบอกไว้ก่อน”
“บ้าสิ! ฉันก็ชอบผู้ชาย เธอนี่ล่ะก็” เราสองคนต่างคนต่างหัวเราะ
แล้วตอนนั้นเอง หญิงชายคู่หนึ่งก็เดินเข้าประตูอัตโนมัติมา เหมือนจะเป็นักวิจัยของแผนกนี้ โยนาหันไปทักทายทั้งสองคน
“ไฮ…โทนี่ ไฮ…แอน ทำไมวันนี้พวกเธอสองคนมาเช้ากันจัง ปกติเห็นกว่าจะมาก็เกือบ ๆ สิบโมงนี่นา” ทั้งสองคนยิ้มตอบโยนากลับมา ผู้หญิงเดินแวะมาหาโยนา ส่วนผู้ชายเดินแยกไปทางห้องทดลองลับฝั่งซ้ายมือที่มีประตูนิรมัยอยู่
“วันนี้ฉันตื่นเช้าน่ะเลยมาเร็ว ส่วนโทนี่เจอกันข้างล่าง เห็นบอกว่ามีแลปที่ทำค้างไว้ต้องรีบมาเก็บตัวอย่างแต่เช้า” พูดจบเธอก็เดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว แล้วคงเปิดฟิงทำอะไรของเธอไป ฉันแปลกใจที่เธอไม่สนใจคนแปลกหน้าอย่างฉันเลย ปกติก็ต้องมีถามกันไม่ใช่เหรอว่าคนนี้ใครไม่เคยเห็นหน้า
“วันนี้แอนดูแปลก ๆ แฮะ โทนี่ก็เหมือนกัน ไม่เคยเห็นเค้าทำแลปค้างไว้แล้วค่อยมาทำต่อตอนเช้าเลย ปกติจะอยู่โยงทำจนเสร็จไปเลยนี่นา หรือมีธุระด่วนอะไรต้องออกไปทำรึเปล่าหว่า” ฉันได้ยินโยนาพึมพำ “พูดถึงงานค้าง ฉันก็มีงานค้างอยู่เหมือนกันนี่นา ไปทำต่อให้เสร็จดีกว่า” แล้วโยนาก็หันมาหาฉัน “เดี๋ยวฉันขอตัวไปเคลียร์งานก่อนนะ เธอก็นั่งรอคุณเจซซี่อยู่ตรงนี้ก่อนแหละ เดี๋ยวคุณเธอมาก็คงจัดงานให้เธอกับเพื่อนคีปเปอร์คนใหม่อีกคนของเธอไปพร้อมกันเลย ไปนะ” พูดจบ โยนาก็เดินเข้าห้องทำงานไป ส่วนฉันกำลังสงสัยว่าคีปเปอร์คนใหม่อีกคนนี่คือใคร
ปิ๊บ…
แล้วเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าก็ดึงความสนใจฉันไป
-------------------------------
ตอนหน้า บู๊! ฉากแรกมาแล้ว ฝึกงานวันแรกก็เกิดเรื่องเลย วิกกี้ของเราได้สนทนากับผู้ครั้งแรกด้วยนะ