เสี่ยวเทียนหลังจากออกไปจากเกาะ ก็กลับไปที่เมืองลั่วอันก่อน เพราะว่าเวลานี้
เจินเจินกำลังจะคลอดลูกแล้ว เวลานี้ครอบครัวของเสี่ยวเทียนก็มากันเต็มบ้านเหมือนเดิม
แล้วสุดท้ายอาจารย์ก็ยกร่างเด็กทารกชายออกมา จากท้องของเจินเจิน อย่างง่ายดาย โดยที่เจินเจินไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
“ เสี่ยวเทียนลูกชายคนนี้ เจ้าตั้งชื่อว่าอะไร?” แม่อุ้มหลายชายคนแรกแล้วเดินไปมา
“ เฉินซิง ขอรับ”
“ อืมเฉินซิง ก็ดีชื่อเรียกง่ายดี ซิงเอ๋อหลานย่า ว่าไงจ๊ะ” แม่อุ้มซิงเอ๋อไม่ยอมปล่อย จนพ่อต้องมาขออุ้มบ้าง ซึ่งซิงเอ๋อ ก็หัวเราะอารมณ์ดีไม่มีงอแงเลย
ทั้งหมดต่างก็เข้ามาเล่นกับ ซิงเอ๋ออย่างถ้วนหน้า ซึ่งร่างกายของ ซิงเอ๋อนั้นกำเนิดมา ก็มีพลังอยู้ในกายขั้นเซียนแล้ว คืนนั้นเสี่ยวเทียนก็ได้แต่เล่นกับซิงเอ๋อที่หัวร่อเอิ๊กอ๊าก อย่างอารมณ์ดี จนหลับไป
คราวนี้เซียงเอ๋อที่ เดินเตาะแตะได้แล้วก็ติดเสี่ยวอี้แจ ไปไหนเวลานี้ก็ให้เสี่ยวอี้อุ้มตลอด เสี่ยวเทียนจึงต้องสอนให้เสี่ยวอี้เดินลมปราณขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้มีพลังยุทธ์ จะได้ไม่เหนื่อยมากมายนัก
หลังจากที่ได้ แก่นน้ำแข็งหมื่นปีกลับมา อาจารย์ลู่เอินก็สร้าง สร้างสระน้ำขึ้นมาอีก 1สระ แล้วนำแก่น้ำแข็งหมื่นปี ไปไว้ใต้สระ แล้วลองให้เสียวเทียนไปนั่งแช่
เสี่ยวเทียนนั่งแช่อยู่ 1 วัน พลังในร่างก็สามารถซึมซับธาตุน้ำแข็งได้มากขึ้นกว่าเดิม ปกติก็สามารถสร้างมโนทัศน์เยือกแข็งได้กว้างไกล และรวดเร็วยิ่งขึ้น แม้แต่ทะเลสาบเมอร์ลิน ก็สามารถทำให้เป็นน้ำแข็งได้ภายในพริบตา
แล้วพลังเซียนที่ถูกอัดแน่นด้วยพลังของเทียนจุนทั้งหลายที่กักเอาไว้ ก็พลันทะลุทะลวงออกมาจากจุดตันเถียน พุ่งทะลุระดับ พลังเซียนที่ 75 ขึ้นมาอีก 10 ระดับมาเป็นเซียนระดับที่ 85 เลื่อนขั้นมาเป็นเซียนสวรรค์ระดับต้นแล้ว !
ดินแดนพิภพชั้นที่ 7
เสี่ยวเทียนขึ้น เครื่องเคลื่อนย้ายจากเมืองลั่วอัน มาปรากฏในเมืองฉี เป็นเมืองชายแดน หลังจากหากที่พักเรียบร้อย ก็ได้ข้อมูลจากเถ้าแก่ร้านว่า
ดินแดพิภพชั้นที่ 7 มีทั้งหมด 50 เมืองใหญ่ มีเจ้าเมืองปกครองอีกที แต่ละเมือง
มีหน้าที่ส่งส่วย ภาษีเข้าเมืองหลวงทุกปี และ ยังต้องส่งหญิงสาววัย 15-20ปีส่งขึ้นไปเพื่อไปคัดเลือกเป็นพระสนม ของ จักรพรรดิเซี่ยเสียน ใครไม่ถูกคัดเลือกก็จะกลายเป็นนางกำนัลรับใช้ในวัง หรือ ขุนนาง แล้วแต่ จักรพรรดิจะประทานให้
ส่วนชายหนุ่มอายุ 18 ต้องไปเป็นทหารประจำการ อีกสามปี
ทุกวันนี้ ชาวบ้านต่างเดือดร้อนฝนฟ้า ไม่ตกต้องตามฤดูกาล เพาะปลูกไม่ได้
เกิดปัญหาอาหารขาดแคลน อดอยากไปทั่วพื้นที่ มีชาวบ้านหลายคน นำบุตรหลานของตน มาแร่ขาย เป็นแรงงานทาส เพื่อให้ครอบครัว หรือคนที่เหลือมีอาหารกิน
ดังนั้นเสี่ยวเทียนพอเดินเข้ามา ในเมืองก็พบ ทั้งเด็กกำพร้า ขอทาน พ่อค้าทาส
มาแร่ขาย แรงงานทาสกันมากมาย
“ จักรพรรดิเซี่ยเสียน เขาปกครองกันยังไงเนี่ย ประชาชนถึงได้เดือดร้อนกันแบบนี้?”
“ นายท่านอย่าพูดเช่นนี้ไป หากคนของทางการได้ยิน ท่านอาจจะถูกจับไป ตั้งข้อหากบฏ เชียวนะ” เถ้าแก่เอ่ยเตือน
“ ขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ ใช่แล้ว อย่างว่าแต่พูดเลย ชาวบ้านถูกพวกโจรปล้น ไปฟ้องทางการ ยังต้องเสียค่าธรรมเนียม หากไม่มีก็ต้องถูกลงโทษโบยไว้ก่อน ชาวบ้านมีปัญหาเลยไม่กล้าร้องเรียนทางการ”
“ กฏหมายแบบนี้ก็มีด้วยหรือนี่?”
“ คุณชายน้อยเพิ่งมาใหม่ บางทีต้องระวัง พวกทหารอาจจับท่านไปตรวจสอบ
หลังจากสอบถามเสร็จ เงินทองที่ท่านมี ก็อาจไม่มีเหลือ”
“ ชั่วช้าจริงๆ มีเรื่องเช่นนี้ ไม่มีใครคิดช่วยเหลือชาวบ้านบ้างเลยหรึอยังไง?”
“ ก็มี แต่ก็กลายเป็นพวกกบฎไปหมดแล้ว” เถ้าแก่เอ่ยกระซิบเบาๆ กลัวใครได้ยิน
เสี่ยวเทียนมองไปนอกร้าน เห็นทหารมาไล่จับคนแร่ร่อน ไปจนหมดไม่มีเหลือแม่แต่คนเดียว
“ พวกเขาทำผิดอะไร?” เสี่ยวเทียนมองแล้วก็สงสัย
“ เฮ้อ คงมีพวกพ่อค้าทาส มาหาซื้อคนอีก ทหารพวกนี้ก็เลยจับคนพวกนี้ไปขายน่ะซิ” เถ้าแก่ส่ายหัวแล้วไปรับ ลูกค้าคนอื่นต่อไป
เสี่ยวเทียนเห็นบรรยากาศแบบนี เลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดี
“ อาจารย์ ข้าไปช่วยพวกเขา แล้วแจกเงินให้พวกเขา จะดีไหม?”
“ พวกมัน ไม่ถูกซ้อมจนบาดเจ็บ ก็ได้ตายเร็วขึ้นอย่างแน่นอน พวกนักเลงเจ้าถิ่น กับพวกทหารคงไม่ยอมแน่ๆ หากตราบใด กฏหมายยังไม่สามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้ ช่วยไปก็ไม่มีประโยชน์”
“ เราจะปล่อยให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรือท่านอาจารย์”
“ ถ้าจะช่วย ก็ต้องใช้บทลงโทษ ขุนนางที่รู้เรื่องกฏหมาย แล้วยังทำผิด พวกนี้ต้องลงโทษให้เด็ดขาด จากนั้น ก็จัดการบริหารงานเรื่องทรัพยากร ให้พวกเขาอยู่กันได้ ไม่ต้องเดือดร้อนผู้อื่น ถ้าจะช่วยก็เริ่มจาก ช่วยชาวบ้านกลุ่มที่ โดยทหารกลุ่มนี้จับไปก่อน แล้วค่อยๆ ไล่ความผิดพวกมันขึ้นไป”
เสี่ยวเทียนเห็น ชาวบ้านร้อยกว่าคน ถูกผูกเชือกร้อยกัน แล้วค่อยๆ พากันไปที่หน้าเรือนจำ โดยที่มีพวกพ่อค้าทาสมารอรับซื้อ อย่างถูกต้องตามกฏหมาย
พอมาพวกแร่ร่อนมา ถึงพ่อค้าทาส 4 คน ก็นำเงินมาให้ หัวหน้าทหารที่รับเงินก้อนโตไป
ในขณะที่จะส่งมอบคนแร่ร่อน ทั้งเด็กสตรีคนชรา พวกนี้ให้ เสี่ยวเทียนก็ กระโดดไปขวางหน้าทหาร และพ่อค้าทาสทันที
“ หยุดก่อน”
ทหารกว่าสองร้อยคน หันกลับมามองหน้าเสี่ยวเทียน ด้วยความสงสัย
“ ไอ้หนุ่ม เจ้ากล้าดียังไงมาขวางทาง กองทหารของข้า”
“ แล้วพวกเจ้า ใช้อำนาจหน้าที่มาจับชาวบ้านบริสุทธิ์พวกนี้ไป แล้วนำพวกเขาไปขายเยี่ยงสัตว์เช่นนี้ ทำถูกแล้วรึ?”
“ ข้าเป็นทหารมีหน้าที่ใช้กฏหมายจัดการกับ คนกระทำผิด ข้าแค่ทำตามหน้าที่ของข้าเท่านั้น เศษมนุษย์พวกนี้ อยู่ไปก็สร้างปัญหาให้กับคนอื่น ข้าทำนี่เพื่อชาวเมืองส่วนใหญ่เท่านั้น เจ้ายังเด็กกลับไปกินนมนอนซะไป”
เสี่ยวเทียนส่ายหัว กับความคิดของคนพวกนี้ ทหาร ทั้งพ่อค้าทาส ไม่สนใจเสี่ยวเทียน กำลังเดินไปแบ่ง ทาสออกเป็นสี่ชุด แต่แค่เดินไปไม่ถึงสองก้าว หัวของพ่อค้าทาสสองคน ก็หลุดออกมา ผู้ช่วยทหารอีกสี่คนต่างคอหลุดกันจนหมด
หัวหน้าทหารไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกพลังกดดันจนต้องคุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเทียน
" ในเมื่อกฏหมายไม่ยุติธรรม ข้าคงต้องใช้กฏฟ้าดิน จัดการกับพวกเจ้าทั้งหมด พ่อค้าทาส เจ้ารู้ความผิดไหม?”
สองพ่อค้าทาสที่เหลือ คุกเข่าขอชีวิตต่อเสี่ยวเทียนทันที
“ โปรดปล่อยข้าด้วยเถิด ท่านจอมยุทธ์ ข้าไม่ซื้อแล้ว ข้าขอลา”
แต่ว่าทั้งสองก้าวขาไม่ออกกลับคุกเข่าลงไปอีกทั้งสองคน
“ จงฟังข้า ต่อไปนี้ ข้าในนามโอรสสวรรค์ ขอประกาศกฏฟ้าดิน ห้ามมิให้ ในพื้นปฐพีนี้ มีทาสอีกต่อไป ใครฝ่าฝืนจับคนไปเป็นทาส หรือ ซื้อขายทาส ข้าจะบั่นหัวมันให้สิ้นไป ไม่ว่ามันเป็นใคร แล้วต่อแต่ไปนี้ ใครครอบครองทาส ก็ต้องถูกริบทรัพย์ จนหมดไม่มีเหลือเช่นกัน”
เสี่ยวเทียนหันมามอง พ่อค้าทาส 2 คน
“ ข้าให้ทางรอดแก่เจ้า นำเงินมาไถ่ชีวิตเจ้า คนละร้อยล้านเหรียญทอง หาไม่หัวของเจ้า จะถูกบั่นลงเหมือนกับ สองคนนั่น”
พ่อค้าทาสรีบควักเงินออกมาให้เสี่ยวเทียนทันที แต่เสี่ยวเทียนไม่รับ นำเงิน สองร้อยล้านไปแจกกับ คนแร่ร่อน ร้อยคนที่ถูกจับมาทั้งหมด
พอคนแร่ร่อนได้เงินมาทั้งหมดก็ต่างดีใจ คุกเข่าขอบคุณเสี่ยวเทียน กันถ้วนหน้า
แล้วหันมาคุยกับทหาร ที่เริ่มตัวสั่นงันงก
“ ใครเป็นหัวหน้าของเจ้า”
“ ท่านเจ้าเมืองฉี ขอรับ”
“ พาข้าไปพบเขา แล้วก็ส่งทหารไปคุ้มครองคนพวกนี้ ลับๆ อีกไม่นานจะมีคนมาคอยดักจี้ ปล้น คนทั้งหนึ่งร้อยคนนี้ แล้วไปจับมาให้ข้าทั้งหมดไปส่ง ที่หน้าจวนเจ้าเมือง” หัวหน้าทหารทำตามที่เสี่ยวเทียนสัง แล้วก็พาเสี่ยวเทียนเข้าไปที่จวนเจ้าเมืองทันที
พอไปถึง ก็มีทหารออกมาถามจุดประสงค์ที่มา
“ ไปบอกเจ้าเมืองให้มาพบข้าที่ห้องโถง เดี๋ยวนี้” เสี่ยวเทียนส่งเสียงดุดันออกไป ทหารถึงกลับใจสั่นรีบไปเรียกเจ้าเมืองมาทันที
เสี่ยวนั่งรอให้ห้องโถงจวนเจ้าเมือง
พอเจ้าเมืองฉีเข้ามา ก็มีกองทหารอีกนับร้อยคนเข้ามาด้วย
เสี่ยวเทียนแค่มองหน้า ทุกคนถูกแรงกดดันคุกเข่าไปกันพื้นจนหมด
“ ท่านผู้มีคุณได้โปรดละเว้นข้าด้วยเถิด ข้าไม่รู้ว่าข้าทำผิดอะไร?” เจ้าเมืองถูกพลังกดดันจนต้องคุกเข่าไปกับพื้น
“ ไม่ควบคุมลูกน้อง บริวารให้ดี ปล่อยให้มันจับชาวบ้านไปขายเป็นทาส แค่ข้อหาเดียว ก็สมควรตายแล้ว”
“ ได้โปรดเถิดท่านจอมยุทธ์ ทุกๆ เมืองที่ไหนก็ทำกัน แบบนี้”
“ ต่อไปนี้ ข้าสั่งว่าไม่ก็คือไม่ ขืนใครทำอีก ข้าจะตัดหัวพวกมันทิ้งให้หมด”
“ แต่ว่า พวกเราต้องส่งส่วยภาษี ทุกเดือน ๆ ละ 1พันล้านเหรียญทอง แล้วเช่นนี้พวกเราต้องถูกส่วนกลางลงโทษแน่ๆ เลย” เจ้าเมืองเอ่ยถึงความจำเป็น
“ บอกส่วนกลางไป กฏนี้ไม่มีอีกแล้ว หากว่า ทางเจ้ามีมากเกินไป ก็ค่อยส่งของไปให้พวกส่วนกลางก็ได้ แต่นับแต่นี้เป็นต้นไปไม่ต้องให้ส่วนกลางอีกแล้ว”
เจ้าเมืองได้ฟังก็สะดุ้งโหยง ใครจะกล้าส่งข้อความนี้ออกไป
ในทันใดนั้นเอง มีเจ้าหน้าที่ทหารออกมาแจ้งว่า มีขันทีจ้าวเว่ย พากำลังทหารมาห้าร้อยนาย มาเก็บส่วยภาษีประจำเดือน และ จะนำสตรีอีก 50 คนกลับเมืองหลวงอีกด้วย เจ้าเมืองอ้าปากจะพูด
“ ให้พวกมันเข้ามา” เสี่ยวเทียนเอ่ยแทน เจ้าเมือง
พอกลุ่มคนจากเมืองหลวงเข้ามา ขันทีคนเดียวที่เดินนำหน้าเข้าก็รีบเอ่ยทันที
“ ท่านเจ้าเมืองฉี พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ” เจ้าเมืองฉีลุกขึ้นได้แล้วเพราะเสี่ยวเทียน อนุญาต
“ คำนับกงกง”
“ ภาษีกับสตรี เดือนนี้ได้ครบหรือไม่?”
“ คือเรื่องนี้...” เจ้าเมืองฉีหันไปมองตาเสี่ยวเทียน
“ ต่อไปนี้ จะไม่นำส่งภาษีให้ส่วนกลางอีกต่อไป แล้วหญิงงาม ทั้งหลายก็ไม่มอบให้ด้วย” เสี่ยเทียนเอ่ยเสียงเย็น ขันที่จ้าวเว่ย หันขวับมาที่เสี่ยวเทียน
“ เจ้าเป็นใคร ผู้ใหญ่กำลังพูดกัน ใครใช้ให้เด็กอย่างเจ้ามาสอด ตบหน้ามันซะ”
องครักษ์เสื้อทอง เดินเข้ามาหาเสี่ยวเทียนสองคน ตบหน้าเสี่ยวเทียนทันทีอย่างรวดเร็ว
ฉัวะ ! ฉวะ ! มือทั้งสองข้าที่ทำท่าจะตบ ล้วนขาดเสมอข้อไปทั้งสองคน ในขณะที่กำลังจะอ้าปากพูดต่อ หัวขันทีจ้าวเว่ยก็หลุดตามไปอีกคน
คนที่เหลือกำลังวิ่งหนี แต่ไม่มีใครหนีดรอด จาก เข็มสังหารที่เสี่ยวเทียนปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ทหารที่มาทุกคนตายเรียบ
“ นี่ท่าน กำลังจะกบฎรื?”
เจ้าเมืองเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ เรียกว่าปฏิรูป จะดีกว่า”
ไม่นาน ลูกน้องที่เป็นทหาร ก็จับตัวนังเลง หรือผู้มีอิทธิพล ที่ใช้กำลัง แย่งชิงทรัพย์ของ ชาวบ้านที่ถูกปล่อยตัวไป พร้อมเงิน คนละ 2 ล้านเหรียญทอง
มีผู้คนโลภมากกว่า ห้าร้อยคน ถูกจับรอคอยอยู่หน้า จวนผู้ว่าการเมือง
เสี่ยวเทียนเดินออกไป ยืนต่อหน้าทั้ง ห้าร้อยคน โดยมีประชาชนที่สนใจมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก ที่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรก ที่นักเลง และผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ ต่างใช้กำลับขูดรีด เงินของชาวบ้าน มานานหลายสิบปี จากรุ่นต่อรุ่นกันเลยทีเดียว
บางคนมีพ่อแม่ มีอำนาจรับราชการในเมืองแห่งนี้ คิดว่า ท่านพ่อต้องมาขอให้เจ้าเมืองปล่อยตัวบุตรหลานของเขา ซึ่งก็มากันเต็มไปหมด ต่างขอร้องให้ปล่อยตัวพวกเขา แล้วจะชดเชยให้อย่างเหมาะสม
เจ้าเมืองก็รับปากทุกๆ คน ว่าจะคุยให้
แต่ไม่ทันแล้ว เสี่ยวเทียนยืนขึ้นไปบนเวที แล้วประกาศออกไปว่า
“ ต่อไปนี้ ใครทำผิดลักขโมย กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น ต้องมีโทษ ตัดมือขวาทิ้งทุกคนไม่มีข้อยกเว้น” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็สั่งให้ทหารตัดมือของคนที่จับมาทิ้งทุกคน
ทหารที่ได้ยินคำสั่ง ก็ไม่กล้าทำ เสี่ยวเทียนสะบัดมือไป ร่างของทหารกระเด็นไปกองกับพื้น ติดกำแพงสลบไป ทหารที่เหลือไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งอีก ตัดมือของนักโทษที่จับมาทุกคน ขาดเสมอข้อ นอนร้องดิ้นครวญคราง ไปกับพื้น น่าเวทนายิ่งนัก
“ หากต่อไปทำชั่วอีก จะตัดหัวพวกมันแทน” เสี่ยวเทียนประกาศออกไปเบาๆ แต่กลับได้ยินกันทั่วเมืองฉี.......