หลังจากที่เฮียฮั้ว
นำชุดข้าวสารอาหารแห้งมาถวายที่วัดถึงห้าร้อยชุด หลวงตาแช่มก็ใมาก
รู้ว่าเ้าเดชบอกบุญไปเป็ชุดอาหารแห้งก็จริงอยู่แต่คิดไม่ถึงว่าเฮียฮั้วจะจัดเต็มมาให้มากขนาดนี้ เพราะรวมกับที่เจ๊พรทำมาก่อนหน้าสองร้อยชุดแล้วทั้งหมดก็เป็700 ชุดแล้วจะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนดี?
ถึงพระเดชจะพูดว่าวัดจำเป็ต้องใช้เยอะอยู่ก็ตามแต่ในฐานะเ้าอาวาสที่จัดการดูแลเื่ราวของวัดแล้วตอนนี้หลวงตาแช่มนึกไม่ออกจริง ๆว่าวัดจะเอาชุดข้าวสารอาหารแห้งพวกนี้ไปทำอะไรมากมายเป็หลายร้อยชุดอย่างนี้
แต่พอพิจารณาแล้วก็นึกไปถึงคำทำนายที่เ้าเดชเคยบอกเอาไว้ตอนวันก่อนจะบวช…
'น้ำจะท่วม กทม. …...?'
อันที่จริงเมื่อปี 2526 ตอนนั้นก็ไม่มีใครคิดเหมือนกันว่าน้ำจะท่วมเมืองหลวงอย่างกทม.ได้ หรือว่าปี 2538 นี้มันจะรีเทิร์นกลับมาอีกรอบ?
หากเป็จริงเช่นนั้นก็น่ากังวลเพราะเวลานี้ชุมชนริมน้ำขยายตัวมากจนเป็ชุมชนแออัด ผู้คนอยู่กันอย่างหนาแน่นหากน้ำท่วมกรุงเทพฯ อีกจริงครานี้ จะต้องมีผู้คนเดือดร้อนมากมายกว่าตอนปี 2526 อย่างแน่นอน
แล้วดูท่าทางพระเดชทักอะไรก็ได้ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้เสียด้วยก็น่ากลัวว่าคำทำนายพวกนั้นอาจจะไม่ใช่แค่ฝันตุตะจริง ๆ เสียแล้วละสิ
หลวงตาเฝ้าสั่งสอนสองพ่อลูกให้ทำวัตรปฏิบัติธรรมพร้อมกับติดตามข่าวสารบ้านเมืองระวังดูเหตุตามคำทำนายของพระเดชไปด้วยเผลอเพียงไม่กี่วันประเทศไทยก็ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ชื่อนายบรรหารศิลปอาชาไปเสียแล้ว
พอถึงตรงนี้หลวงตาก็เริ่มจะอยู่นิ่งไม่ไหวเรียกพระอนุตตโรมาสอบถามความละเอียดว่าน้ำที่จะท่วม กทม.นั้นหนักหนาเพียงใดพอได้คำตอบว่าน่าจะกว่าสองเมตร ท่วมขังเกินสามเดือนหลวงตาก็รีบเรียกชาวบ้านร้านค้าแถววัดมาตักเตือนให้ยกของขึ้นที่สูงเพราะน้ำจะท่วมยาวนานถึงกว่าสามเดือนเลยทีเดียว
ชาวบ้านที่รู้คำเตือนของหลวงตาในทีแรกก็แปลกใจต่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งยังไม่มีใครยอมขยับตัวขนของหนีน้ำเพราะเกรงว่าจะตื่นตูมจนเกินเหตุ
ในส่วนของเจ๊พรและเฮียฮั้วนั้นรู้ดีอยู่ว่าที่วัดมีพระอนุตตโรอยู่ท่านอาจจะเตือนอะไรออกมาบ้างแน่ ๆ หลวงตาจึงเอาข่าวมาบอกกล่าวกับชาวบ้านอย่างนี้ดังนั้นทั้งสองบ้านนี้จึงรีบยกของขึ้นที่สูงเตรียมการรับมือต่าง ๆอย่างไม่มีข้อกังขาใด ๆ
ชาวบ้านคนอื่น ๆ เห็นเข้าบ้างก็หัวเราะขบขันแต่เจ๊พรกับเฮียฮั้วไม่ใส่ใจถือโกรธกับเื่เล็กน้อยพวกนั้นไล่ย้ำเตือนให้ทุกคนขนของหนีน้ำกันหนักแน่น
วัดก็ประกาศเตือนบางครัวเรือนก็ขนของหนีน้ำกันบ้างแล้ว ดูข่าวเห็นน้ำเริ่มท่วมพื้นที่สุโขทัยพิษณุโลก ลงมาจนถึงอยุธยาแต่ละคนจึงเริ่มติดตามข่าวสารบ้านเมืองและพยากรณ์อากาศกันอย่างใกล้ชิด
และเมื่อเห็นว่ายังมีพายุเข้ามาติด ๆกันหลายลูกก็เริ่มชั่งใจจะไม่แยแสคำเตือนของวัดคงไม่ได้หลวงตาแช่มเป็พระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ชาวบ้านต่างก็นับถือบางทีท่านอาจจะเห็นนิมิตจากเทวดาจึงมาเตือนชาวบ้าน
ทุกคนต่างก็พากันยกของขึ้นที่สูง ร้านค้า กิจการต่าง ๆที่เป็ตึกแถวต่างก็โยกย้ายของสำคัญขึ้นชั้นสองชั้นสามกันหมด ใครมีญาติคนแก่ที่ป่วยติดเตียงก็พาขึ้นชั้นบน หรือหาย้ายที่อยู่ไปยังบ้านที่ห่างไกลแม่น้ำเผื่อว่าจะเกิดเหตุน้ำท่วมขึ้นมาจริง ๆ
จนกระทั่งถึงเวลาน้ำมา…
น้ำจากแม่น้ำเ้าพระยาทะลักขึ้นสูงเร็วมากภายในหนึ่งคืนจนไม่มีใครตั้งตัวได้ทันแต่ก็โชคดีว่าทุกคนได้ตั้งตัวกันหมดแล้วจากคำเตือนของหลวงตาแช่ม ชาวบ้าน ร้านค้าและกิจการในละแวกแถววัดจึงไม่มีใครพบกับความเสียหายกันเลยสักราย
ชุมชนริมน้ำหลายครอบครัวที่มีฐานะไม่สู้ดีนักถึงจะขนของหนีน้ำได้แต่ก็ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะซื้ออาหารเครื่องดื่มตุนไว้ในยามที่น้ำท่วมสูงขนาดนี้พระเดชรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีเื่อย่างนี้เกิดขึ้นจึงบอกหลวงตาให้เอาข้าวสารอาหารแห้งที่เจ๊พรและเฮียฮั้วถวายไว้ให้ออกแจกจ่ายกับชาวบ้าน
พระในวัดต่างพายเรือออกชุมชนพร้อมด้วยข้าวสารอาหารแห้งแจกไปในแต่ละบ้านคนที่ได้รับไปเห็นสติ๊กเกอร์ติดหน้าถุงว่าเป็ของร้านลูกชิ้นเจ๊พรเป็ของโรงพิมพ์เฮียฮั้ว ต่างก็ดีใจฝากพระขอบคุณมายังเ้าของปัจจัยเจ๊พรและเฮียฮั้วกันมากมายเ้าของกิจการอื่นที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกว่าเป็การประชาสัมพันธ์ที่ดีทั้งยังได้ทำบุญด้วย ก็พากันจัดเครื่องอาหารแห้งและยารักษาโรคมาถวายที่วัดถึงขั้นพิมพ์ถุงเป็โลโก้เอามาฝากให้พระท่านแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านเป็ที่อนุโมทนาบุญกันมากมาย
แม้แต่เจ๊พรและเฮียฮั้วพอรู้ข่าวเข้าก็อดดีใจไม่ได้ว่าของที่พวกตนได้เคยถวายพระอนุตตโรเอาไว้ทางวัดได้นำมาแจกจ่ายช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนต่างก็จัดหาเครื่องอาหารแห้งมาถวายให้วัดแจกจ่ายเพิ่มกันอีก
ดังนั้นในเขตชุมชนริมน้ำใกล้วัดถึงแม้น้ำจะยังคงท่วมสูงหลายเดือนเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆแต่ด้วยความตั้งตัวรับมือกันได้ทันทั้งยังมีเครื่องยังชีพแจกจ่ายไปในแต่ละบ้านทุกคนจึงสามารถผ่านพ้น่วิกฤตนี้มาได้อย่างไม่ขัดสนและลำบากนักต่างก็หน้าชื่นมีความสุขกันไปทั้งผู้ให้บุญและผู้รับบุญ
จนถึงตอนที่น้ำลดก็เข้าฤดูกฐินพอดีที่วัดจึงมีคนไปร่วมบุญกฐินเยอะมากเป็ประวัติการณ์ ต่างพากันไปขอบคุณหลวงตาแช่มที่ออกมาเตือนทำให้พวกเขารอดพ้นจากอุทกภัยที่ยาวนานนี้ไปได้
ในส่วนของเฮียฮั้วและเจ๊พรก็ได้หน้ากันไปเต็ม ๆว่าเป็สองรายแรกที่มีอาหารและยารักษาโรคมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน พอคิดดีทำดีเ้าอื่นๆ ก็เห็นเป็เยี่ยงอย่างจึงบริจาคทานทำตามกันมาได้ทั้งคำชมและได้ทั้งบุญกันไปถ้วนหน้าจนทั้งสองตัวยืดและยิ้มไม่หุบตลอด่งานกฐินกันเลยทีเดียว
ทว่า ถึงแม้จะเป็อย่างนั้นแต่คนที่รู้ดีอยู่แก่ใจต่างก็ย่อมรู้อยู่ว่าเกี่ยวกับคำเตือนเื่น้ำท่วมและทั้งอาหารแห้งเครื่องรักษาโรคต่าง ๆ ไม่ใช่ความดีความชอบของหลวงตาแช่ม เฮียฮั้วและเจ๊พรแต่เพียงเท่านั้น แต่อันหลวงตาจะบอกว่าเป็ความดีความชอบของเ้าเดชที่ได้มาจากการตายแล้วฟื้นก็ดูจะไม่เข้าทีเท่าไรนัก จึงบอกปัดไปว่าที่หลวงตาออกมาเตือนชาวบ้านได้นั้นเป็เพราะมีพระในวัดฝันเห็นมาก่อนว่าน้ำจะท่วมท่านจึงได้เตือนทุกคนได้ทัน
พอหลวงตากรุยทางมาอย่างนั้นเฮียฮั้วและเจ๊พรก็รีบซักหลวงตาทันทีว่าพระที่ท่านเอ่ยถึงนั้น ใช่รูปเดียวกับพระอนุตตโรท่านนั้นหรือไม่เมื่อหลวงตาพยักหน้ารับบอกว่าใช่รูปเดียวกันแล้วทั้งเฮียฮั้วและเจ๊พรจึงรีบขยายความประสบการณ์น่าระทึกที่เคยเกิดขึ้นกับพวกตนให้ชาวบ้านที่มาร่วมงานกฐินรู้ในทันที
เมื่อพูดถึงชื่อ 'พระเดช' แล้วชาวบ้านต่างก็แปลกใจว่าถึงที่วัดแห่งนี้จะมีพระลูกวัดเยอะอยู่แต่โดยส่วนใหญ่ก็เป็คนในละแวกชุมชนมาบวชเรียนกันแทบทั้งนั้นพวกชาวบ้านมักจะรู้จักหน้าค่าตาพระที่วัดนี้เป็อย่างดีมิว่าจะเป็พระบวชมานานหลายพรรษาหรือแม้แต่พระนวกะที่บวชมาไม่ถึงห้าพรรษาก็ตาม
พวกเขาไม่เคยรู้จักหรือไม่เคยได้ยินว่ามีพระชื่อเดชอยู่ด้วยส่วนคนในชุมชนที่ชื่อเดชนั้น…
หึ!เห็นจะมีแต่ไอ้จรจัดขี้เมาที่เก็บขยะลงขวดเหล้าไปวัน ๆ คนนั้นนั่นแหละ ตัวชั่วพรรค์นั้นไม่น่าจะมาบวชเรียนเป็พระมากบุญบารมีที่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
เตือนภัยให้กับชาวบ้านได้อย่างแน่นอน.